แค้นรักวังหลวง

ตอนที่ 12 — เบาะแสจากตำราโบราณ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

23 ตอน · 904 คำ

หลายวันผ่านไปหลังจากเหตุการณ์การสิ้นพระชนม์ของสนมหลิง วังหลวงยังคงปกคลุมด้วยบรรยากาศของความหวาดระแวงและอาถรรพ์ ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้สืบสวนอย่างจริงจัง แต่ก็ดูเหมือนว่าเรื่องราวทั้งหมดจะถูกปิดบังไว้ภายใต้ความลึกลับของไสยเวท ทำให้การค้นหาความจริงเป็นไปอย่างยากลำบาก

หลี่เหมยเองก็ยังคงรู้สึกไม่สบายใจกับเรื่องนี้ นางยังคงเห็นภาพของเงาหญิงชราในสวนหลวงหลอกหลอนอยู่ในความคิด นางเชื่อมั่นว่าการตายของสนมหลิงไม่ใช่เรื่องธรรมชาติ และจะต้องมีใครบางคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้อย่างแน่นอน

ความมุ่งมั่นที่จะค้นหาความจริงผลักดันให้นางใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการอ่านตำราโบราณที่เก็บไว้ในห้องสมุดเล็กๆ ‌ของตำหนักนาง เสี่ยวฮวาเป็นผู้ช่วยนางในการค้นหาตำราต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับไสยเวท สมุนไพรลึกลับ และเรื่องราวอาถรรพ์ในวังหลวง หลี่เหมยเชื่อว่าความรู้คืออาวุธเดียวที่จะทำให้นางอยู่รอดและไขปริศนาต่างๆ ได้

วันหนึ่ง ขณะที่นางกำลังอ่านตำราเกี่ยวกับพิธีกรรมโบราณที่กล่าวถึงการสาปแช่งและการถอนคำสาป ​นางก็สะดุดกับประโยคหนึ่งที่กล่าวถึง "พิธีสาปแช่งเงาจันทรา" ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับ "คำสาปเงาไม้" ที่เสี่ยวฮวาเคยเล่าให้ฟังอย่างน่าประหลาดใจ

ตำรากล่าวว่า พิธีนี้จะต้องทำในคืนเดือนมืด โดยใช้สิ่งของส่วนตัวของผู้ถูกสาป เช่น ‍เส้นผม หรือเสื้อผ้า นำไปฝังไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่มีอายุหลายร้อยปีในบริเวณที่มีพลังงานลึกลับ และจะต้องประกอบพิธีบูชายัญด้วย "วิญญาณแห่งความแค้น" ซึ่งตำราไม่ได้ระบุแน่ชัดว่าเป็นอะไร พิธีนี้จะทำให้ผู้ถูกสาปร่างกายทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็ว ผิวหนังเหี่ยวย่นราวกับคนชรา ‌และจะเห็นภาพหลอนของหญิงชรามาหลอกหลอนจนเสียสติ และสุดท้ายก็จะตายอย่างทรมาน

หลี่เหมยรู้สึกหนาวสะท้านกับสิ่งที่อ่าน นางนึกถึงอาการของสนมหลิงที่ตรงกับคำอธิบายในตำรานี้อย่างน่าขนลุก และสิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ ตำราได้กล่าวถึงวิธีถอนคำสาปนี้ด้วยเช่นกัน

วิธีถอนคำสาปคือ จะต้องค้นหาต้นไม้ที่ใช้ในการประกอบพิธี และจะต้องขุดเอาสิ่งของที่ใช้ในการสาปแช่งขึ้นมาทำลาย โดยจะต้องทำในคืนเดือนเพ็ญ ‍และจะต้องใช้ "โลหิตบริสุทธิ์" ของผู้บริสุทธิ์มาประกอบพิธีถอนคำสาปด้วย

"โลหิตบริสุทธิ์" หลี่เหมยพึมพำกับตัวเอง นางไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการหาต้นไม้ที่ใช้ในการประกอบพิธี นางนึกถึงสวนหลวงที่กว้างใหญ่ไพศาล และต้นไม้ใหญ่หลายร้อยปีที่ยืนต้นอยู่ทั่วบริเวณ

"เสี่ยวฮวา ​เจ้าช่วยไปสืบดูว่าในบริเวณตำหนักของสนมหลิง มีต้นไม้ใหญ่เก่าแก่อะไรบ้าง และต้นไม้เหล่านั้นมีลักษณะพิเศษอันใด" หลี่เหมยสั่งการด้วยน้ำเสียงจริงจัง

เสี่ยวฮวารับคำสั่งอย่างแข็งขัน และไม่นานนักก็กลับมารายงาน "คุณหนูเพคะ ในบริเวณตำหนักของสนมหลิง มีต้นสนยักษ์เก่าแก่ต้นหนึ่ง ​ที่ยืนต้นอยู่ริมกำแพงตำหนักมานานหลายร้อยปีแล้วเพคะ ว่ากันว่าต้นสนต้นนี้มีอายุมากที่สุดในวังหลวงเลยก็ว่าได้"

ต้นสนยักษ์ หลี่เหมยคิดในใจ นั่นอาจเป็นต้นไม้ที่ใช้ในการประกอบพิธีก็เป็นได้ นางตัดสินใจว่านางจะต้องไปสำรวจต้นสนต้นนั้นด้วยตาตัวเอง

ในคืนนั้นเอง หลี่เหมยพร้อมด้วยเสี่ยวฮวา ได้แอบออกไปยังตำหนักของสนมหลิงอย่างเงียบๆ โดยพยายามหลีกเลี่ยงสายตาของยามและขันทีที่เดินตรวจตราอยู่ตลอดเวลา ​เมื่อมาถึงบริเวณตำหนักของสนมหลิง นางก็เห็นต้นสนยักษ์ต้นหนึ่งที่สูงตระหง่านเสียดฟ้า ใบสนสีเขียวเข้มทึบครึ้มราวกับเป็นร่มเงาให้กับตำหนัก เงาของต้นสนทอดตัวยาวลงมาบนพื้นดิน ดูลึกลับและน่าเกรงขาม

หลี่เหมยเดินเข้าไปใกล้ต้นสน นางพยายามมองหาสัญญาณใดๆ ที่บ่งบอกว่าต้นสนต้นนี้ถูกใช้ในการประกอบพิธี นางสังเกตเห็นว่าโคนต้นสนมีร่องรอยของการขุดคุ้ยดินเล็กน้อย แม้จะถูกกลบไปแล้ว แต่ก็ยังพอจะมองเห็นร่องรอยได้

"เสี่ยวฮวา เจ้าเห็นร่องรอยนี้หรือไม่" หลี่เหมยชี้ไปที่โคนต้นสน

เสี่ยวฮวาพยักหน้า "เห็นเพคะคุณหนู ดูเหมือนว่าจะมีคนเคยมาขุดดินบริเวณนี้"

หลี่เหมยหยิบกิ่งไม้เล็กๆ ขึ้นมา แล้วค่อยๆ เขี่ยดินบริเวณนั้นออกอย่างระมัดระวัง ไม่นานนัก นางก็พบกับถุงผ้าเล็กๆ ถุงหนึ่งที่ถูกฝังอยู่ใต้ดิน ถุงผ้านั้นทำจากผ้าไหมสีดำเก่าคร่ำคร่า และมีกลิ่นสาบแปลกๆ ลอยออกมา

"นี่มัน..." หลี่เหมยพึมพำ นางรู้สึกขนลุกซู่กับสิ่งที่ค้นพบ

เสี่ยวฮวาหน้าซีดเผือด "คุณหนูเพคะ นี่คือถุงผ้าที่ใช้ในการประกอบพิธีสาปแช่งใช่หรือไม่เพคะ"

หลี่เหมยพยักหน้า "เป็นแน่แท้" นางค่อยๆ เปิดถุงผ้าออก ภายในถุงนั้นมีปอยผมสีดำเส้นหนึ่ง และเสื้อผ้าชิ้นเล็กๆ ที่ดูเหมือนจะเป็นของสนมหลิงวางอยู่ รวมถึงตุ๊กตาฟางเล็กๆ ที่ถูกปักด้วยเข็มหลายเล่ม

เมื่อเห็นตุ๊กตาฟาง หลี่เหมยก็รู้สึกถึงความโกรธแค้นที่พลุ่งพล่านขึ้นมาในใจ นี่คือหลักฐานที่ชัดเจนว่าสนมหลิงถูกฆาตกรรมด้วยไสยเวท และคนที่ทำเรื่องนี้จะต้องถูกลงโทษ

"เราจะต้องทำลายสิ่งเหล่านี้เดี๋ยวนี้" หลี่เหมยกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ตามตำราโบราณ การถอนคำสาปจะต้องทำในคืนเดือนเพ็ญ และต้องใช้โลหิตบริสุทธิ์"

"แต่คืนนี้เป็นคืนเดือนแรมเพคะคุณหนู" เสี่ยวฮวากล่าวด้วยความกังวล

หลี่เหมยชะงักไปเล็กน้อย นางลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท "จริงด้วย" นางคิดอย่างหนัก "เช่นนั้นเราจะทำอย่างไรดี จะเก็บสิ่งเหล่านี้ไว้ที่ตำหนักของเราก็อันตรายเกินไป"

ทันใดนั้นเอง นางก็นึกถึงสถานที่แห่งหนึ่งที่เงียบสงบและปลอดภัยที่สุดในวังหลวง นั่นคือห้องสมุดลับของตำหนักเฉียนชิง ซึ่งเป็นห้องที่ฮ่องเต้ทรงอนุญาตให้นางเข้าไปอ่านตำราได้

"เสี่ยวฮวา เราจะนำสิ่งเหล่านี้ไปเก็บไว้ที่ห้องสมุดลับของตำหนักเฉียนชิง" หลี่เหมยตัดสินใจ "ที่นั่นน่าจะปลอดภัยที่สุด"

เสี่ยวฮวาพยักหน้า "เพคะคุณหนู"

ทั้งสองคนจึงรีบนำถุงผ้าไหมสีดำนั้นกลับมายังตำหนักของหลี่เหมยอย่างเงียบเชียบ และในวันรุ่งขึ้น หลี่เหมยก็ฉวยโอกาสที่นางได้เข้าเฝ้าฮ่องเต้ นำถุงผ้าไหมนั้นไปซ่อนไว้ในห้องสมุดลับของตำหนักเฉียนชิง โดยไม่ให้ใครสังเกตเห็น

เมื่อกลับมาถึงตำหนัก หลี่เหมยก็นั่งลงอย่างเหนื่อยอ่อน นางรู้สึกราวกับว่านางกำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายที่ขาดสะบั้นได้ทุกเมื่อ การค้นพบครั้งนี้ทำให้ชีวิตของนางตกอยู่ในอันตรายมากยิ่งขึ้น เพราะนางได้ล่วงรู้ความลับอันดำมืดที่ซ่อนอยู่ในวังหลวงแห่งนี้แล้ว

"เราจะต้องหาทางถอนคำสาปนี้ให้ได้เสี่ยวฮวา" หลี่เหมยกล่าวด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น "และเราจะต้องหาตัวผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ให้ได้"

เสี่ยวฮวาพยักหน้า "หม่อมฉันจะช่วยคุณหนูอย่างเต็มที่เพคะ"

หลี่เหมยคิดถึงเรื่อง "โลหิตบริสุทธิ์" ที่ตำราโบราณกล่าวถึง นางไม่เข้าใจว่ามันหมายถึงอะไร และจะหาโลหิตบริสุทธิ์ได้จากที่ไหน แต่สิ่งที่นางรู้คือ นางจะต้องค้นหาความจริงให้ได้ ไม่ว่ามันจะยากลำบากเพียงใดก็ตาม

ในคืนนั้นเอง ขณะที่หลี่เหมยกำลังนอนหลับ นางก็ฝันถึงภาพเหตุการณ์ในอดีต ภาพของน้ำฟ้าที่กำลังถูกแทงด้วยมีดอย่างโหดเหี้ยม เลือดสีแดงฉานไหลอาบไปทั่วพื้น ภาพของใบหน้าของชายผู้ทรยศ และภาพของหญิงสาวอีกคนหนึ่งที่ยืนมองด้วยรอยยิ้มที่ชั่วร้าย

หลี่เหมยสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ เหงื่อกาฬไหลท่วมตัว นางรู้สึกเหมือนจริงราวกับว่าเหตุการณ์นั้นเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา

"โลหิตบริสุทธิ์" คำนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดของนาง นางเริ่มรู้สึกว่าความฝันนี้อาจจะไม่ใช่แค่ความฝันธรรมดา แต่มันอาจจะเป็นเบาะแสที่เชื่อมโยงการตายของน้ำฟ้าเข้ากับปริศนาที่นางกำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้

นางลุกขึ้นจากเตียง เดินไปยังหน้าต่าง มองออกไปเห็นแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมายังสวนหลวงอันเงียบสงบ หลี่เหมยรู้ดีว่านางจะต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่โหดร้าย และจะต้องหาทางแก้แค้นให้กับน้ำฟ้า และช่วยคนที่ตกอยู่ในอันตรายในวังหลวงแห่งนี้ให้ได้ ไม่ว่ามันจะต้องแลกมาด้วยสิ่งใดก็ตาม


หน้านิยาย
หน้านิยาย
แค้นรักวังหลวง

แค้นรักวังหลวง

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!