วังหลวงยังคงปกคลุมด้วยบรรยากาศแห่งความตึงเครียดหลังจากการสิ้นพระชนม์ของสนมหลิง แม้ฮ่องเต้จะทรงสั่งให้สืบสวนอย่างเต็มที่ แต่ก็ยังไม่มีเบาะแสที่แน่ชัดถึงผู้บงการที่อยู่เบื้องหลัง หลี่เหมยเองก็ยังคงเก็บงำความลับเกี่ยวกับถุงผ้าไหมดำและพิธีสาปแช่งไว้ในใจอย่างเงียบๆ นางรู้ดีว่าหากความลับนี้ถูกเปิดเผยออกไป ชีวิตของนางอาจจะตกอยู่ในอันตรายยิ่งกว่าเดิม
ในแต่ละวันที่ผ่านไป หลี่เหมยยังคงใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการอ่านตำราโบราณในห้องสมุดของตำหนักนาง และบางครั้งก็ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในห้องสมุดลับของตำหนักเฉียนชิง เพื่อค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับไสยเวทและการแก้คำสาป นางหวังว่า "โลหิตบริสุทธิ์" ที่ตำรากล่าวถึง จะสามารถช่วยนางถอนคำสาปและไขปริศนาที่ค้างคาใจนางได้
วันหนึ่ง ขันทีผู้ดูแลห้องสมุดลับของตำหนักเฉียนชิง ซึ่งเป็นขันทีสูงวัยที่มีความรู้กว้างขวาง ได้สังเกตเห็นหลี่เหมยกำลังอ่านตำราเกี่ยวกับพิธีกรรมโบราณด้วยความสนใจเป็นพิเศษ
"พระสนมหลี่เหมยทรงสนใจตำราเหล่านี้ด้วยหรือพ่ะย่ะค่ะ" ขันทีหลี่ถามด้วยรอยยิ้ม
หลี่เหมยหันไปมองขันทีหลี่ "เพคะท่านขันที ข้าแค่อยากจะเรียนรู้เรื่องราวเก่าๆ ของแผ่นดินนี้ให้มากขึ้นเพคะ"
ขันทีหลี่ยิ้มอย่างมีเลศนัย "ตำราเหล่านี้ล้วนเต็มไปด้วยเรื่องราวลึกลับและอาถรรพ์พ่ะย่ะค่ะ หากพระสนมทรงสนใจเรื่องเช่นนี้ หม่อมฉันพอจะมีตำราเล่มหนึ่งที่น่าสนใจยิ่งนัก"
"ตำราอันใดหรือเพคะ" หลี่เหมยถามด้วยความสนใจ
ขันทีหลี่เดินไปยังมุมหนึ่งของห้องสมุด แล้วหยิบตำราเก่าคร่ำคร่าเล่มหนึ่งออกมา ตำราเล่มนั้นดูเก่าแก่มาก ปกทำจากหนังสีดำ และมีอักษรโบราณเขียนไว้ที่ปก ขันทีหลี่ยื่นตำราเล่มนั้นให้หลี่เหมย
"ตำราเล่มนี้มีชื่อว่า 'บันทึกตำนานวิญญาณแค้น' พ่ะย่ะค่ะ เป็นตำราที่รวบรวมเรื่องราวของวิญญาณแค้นที่สิงสถิตอยู่ในวังหลวงแห่งนี้มาตั้งแต่สมัยโบราณ" ขันทีหลี่อธิบาย "ว่ากันว่าวิญญาณแค้นเหล่านี้ บางครั้งก็ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการแก้แค้น หรือทำร้ายผู้อื่นด้วยไสยเวทพ่ะย่ะค่ะ"
หลี่เหมยรับตำราเล่มนั้นมาเปิดอ่าน นางรู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่ค้นพบ ภายในตำรามีภาพประกอบที่วาดด้วยหมึกสีดำ ดูลึกลับและน่าขนลุก และมีเรื่องราวมากมายที่เกี่ยวข้องกับวิญญาณแค้นและการใช้ไสยเวทในการทำร้ายผู้อื่น
นางอ่านไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงบทหนึ่งที่กล่าวถึง "วิญญาณแห่งความแค้นจากบึงโลหิต" ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับ "วิญญาณแห่งความแค้น" ที่ตำราพิธีสาปแช่งเงาจันทรากล่าวถึง
ตำรากล่าวว่า "วิญญาณแห่งความแค้นจากบึงโลหิต" คือวิญญาณของหญิงสาวผู้บริสุทธิ์ที่ถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม และวิญญาณของนางไม่สามารถไปผุดไปเกิดได้ จึงยังคงวนเวียนอยู่เพื่อรอคอยการแก้แค้น วิญญาณนี้มีพลังอำนาจมหาศาล และสามารถถูกนำมาใช้ในการประกอบพิธีสาปแช่งได้ หากผู้ที่ทำพิธีมี "โลหิตบริสุทธิ์" ของตนเองเป็นสื่อกลาง
หลี่เหมยรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่าลงกลางใจ "โลหิตบริสุทธิ์" นั่นเอง! มันคือโลหิตของผู้ที่ทำพิธีสาปแช่ง ผู้ซึ่งใช้โลหิตของตนเองเป็นสื่อกลางในการอัญเชิญวิญญาณแค้นให้มาทำร้ายผู้อื่น นั่นหมายความว่าคนที่ทำพิธีสาปแช่งสนมหลิง จะต้องเป็นผู้ที่มี "โลหิตบริสุทธิ์" ตามที่ตำรากล่าวถึง
และสิ่งที่ทำให้หลี่เหมยตกใจยิ่งกว่านั้นคือ ตำราเล่มนี้ยังกล่าวถึงพิธี "คืนชีพวิญญาณ" ซึ่งเป็นพิธีที่สามารถนำวิญญาณของคนตายกลับมาสู่ร่างของคนเป็นได้ หากมี "โลหิตบริสุทธิ์" ของผู้ที่ทำพิธีเป็นสื่อกลาง และมี "วิญญาณแค้น" ที่ต้องการกลับมาแก้แค้นเป็นเชื้อเพลิง
หลี่เหมยรู้สึกขนลุกซู่กับสิ่งที่อ่าน นางนึกถึงชีวิตของน้ำฟ้าที่ถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม และการที่นางมาอยู่ในร่างของหลี่เหมยในตอนนี้ นี่มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน
"พิธีคืนชีพวิญญาณ...โลหิตบริสุทธิ์...วิญญาณแค้น..." หลี่เหมยพึมพำกับตัวเอง นางเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวต่างๆ เข้าด้วยกัน นี่อาจจะเป็นคำตอบของปริศนาที่ค้างคาใจนางมาโดยตลอด
"เป็นอะไรไปหรือพ่ะย่ะค่ะพระสนม" ขันทีหลี่ถามด้วยความแปลกใจที่เห็นหลี่เหมยมีสีหน้าตกใจ
"มิได้เพคะท่านขันที ข้าแค่รู้สึกประหลาดใจกับเรื่องราวในตำราเล่มนี้เท่านั้นเพคะ" หลี่เหมยพยายามเก็บอาการ นางรู้ดีว่าไม่ควรเปิดเผยความลับนี้ให้ใครรู้
หลี่เหมยขออนุญาตขันทีหลี่ยืมตำราเล่มนั้นกลับไปอ่านที่ตำหนัก ขันทีหลี่ก็อนุญาตอย่างเต็มใจ
ในคืนนั้นเอง หลี่เหมยได้อ่านตำรา "บันทึกตำนานวิญญาณแค้น" อย่างละเอียดอีกครั้ง นางพบว่ามีข้อมูลมากมายที่เชื่อมโยงกับปริศนาของนาง และสิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ ตำราได้กล่าวถึงตระกูลหนึ่งที่มีความสามารถพิเศษในการติดต่อกับวิญญาณ และสามารถใช้ไสยเวทในการทำร้ายผู้อื่นได้ ตระกูลนั้นมีชื่อว่า "ตระกูลหลิน" ซึ่งเป็นตระกูลเก่าแก่ที่มีอิทธิพลในวังหลวงมาตั้งแต่สมัยโบราณ
"ตระกูลหลิน" หลี่เหมยพึมพำกับตัวเอง นางนึกถึงสนมเอกหรง ที่เป็นบุตรีของอัครเสนาบดีซ้าย และเป็นคนในตระกูลหลิน
"เป็นไปไม่ได้" หลี่เหมยคิดในใจ "สนมเอกหรงเป็นผู้หญิงที่ร้ายกาจ แต่ถึงขั้นใช้ไสยเวทฆ่าคนเลยหรือ"
แต่เมื่อนางคิดถึงความแค้นที่สนมเอกหรงมีต่อนาง และความต้องการที่จะกำจัดสนมหลิงให้พ้นทาง ก็เป็นไปได้ว่าสนมเอกหรงอาจจะเป็นผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้
หลี่เหมยตัดสินใจว่านางจะต้องสืบหาความจริงเกี่ยวกับตระกูลหลิน และสนมเอกหรงให้ได้ นางจะต้องหาหลักฐานที่สามารถมัดตัวคนร้ายได้ ไม่ว่าคนร้ายคนนั้นจะเป็นใครก็ตาม
ในคืนนั้นเอง ขณะที่หลี่เหมยกำลังนอนหลับ นางก็ฝันถึงภาพเหตุการณ์ในอดีตอีกครั้ง แต่คราวนี้ ภาพในฝันกลับชัดเจนยิ่งขึ้น นางเห็นน้ำฟ้ากำลังถูกแทงด้วยมีดอย่างโหดเหี้ยม เลือดสีแดงฉานไหลอาบไปทั่วพื้น และคนที่แทงนางคือชายผู้ทรยศ ที่มีใบหน้าคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดใจ
และข้างๆ ชายผู้นั้น มีหญิงสาวอีกคนหนึ่งยืนอยู่ หญิงสาวผู้นั้นมีใบหน้าสวยงาม แต่รอยยิ้มของนางกลับชั่วร้ายยิ่งนัก และนางก็มีใบหน้า...ที่คล้ายกับสนมเอกหรงอย่างน่าขนลุก!
หลี่เหมยสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ เหงื่อกาฬไหลท่วมตัว นางหายใจหอบถี่ หัวใจเต้นระรัว ภาพในฝันนั้นราวกับจริงยิ่งกว่าจริง นางรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่าลงกลางใจอีกครั้ง
"สนมเอกหรง...นางเป็นคนอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี้หรือ" หลี่เหมยพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
หากเป็นเช่นนั้นจริง นั่นหมายความว่าการตายของน้ำฟ้า การจุติใหม่ของหลี่เหมย และการตายของสนมหลิง ล้วนเชื่อมโยงกันด้วยแผนการอันชั่วร้ายของสนมเอกหรง และตระกูลหลิน
หลี่เหมยรู้ดีว่านางได้ล่วงรู้ความลับที่อันตรายยิ่งกว่าเดิมแล้ว ชีวิตของนางกำลังตกอยู่ในอันตรายร้ายแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ในวันรุ่งขึ้น หลี่เหมยตัดสินใจที่จะไปหาเสี่ยวฮวา และเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่นางค้นพบให้เสี่ยวฮวาฟัง แม้จะรู้ว่ามันอาจจะทำให้เสี่ยวฮวาตกอยู่ในอันตรายด้วยก็ตาม แต่หลี่เหมยก็ไม่มีใครให้พึ่งพาอีกแล้วนอกจากเสี่ยวฮวา
เมื่อเสี่ยวฮวาได้ยินเรื่องราวทั้งหมดที่หลี่เหมยเล่าให้ฟัง นางก็หน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ "คุณหนูเพคะ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ยิ่งนัก หากเป็นเช่นนั้นจริง สนมเอกหรงก็เป็นคนร้ายกาจยิ่งนักเพคะ"
"ใช่เสี่ยวฮวา นางร้ายกาจยิ่งกว่าที่เราคิดไว้มาก" หลี่เหมยกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "แต่เราจะต้องหาหลักฐานที่สามารถมัดตัวนางได้ ไม่เช่นนั้นเราก็จะไม่สามารถทำอะไรนางได้เลย"
"แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไปเพคะคุณหนู" เสี่ยวฮวาถามด้วยความกังวล
หลี่เหมยคิดอย่างหนัก นางรู้ดีว่าการจะโค่นล้มสนมเอกหรงและตระกูลหลิน ไม่ใช่เรื่องง่ายดายเลย เพราะตระกูลหลินเป็นตระกูลที่มีอำนาจและอิทธิพลในวังหลวงมาอย่างยาวนาน
"เราจะต้องหาทางถอนคำสาปเงาจันทราให้ได้ก่อนเสี่ยวฮวา" หลี่เหมยกล่าว "และเราจะต้องใช้พิธีคืนชีพวิญญาณ เพื่อค้นหาความจริงเกี่ยวกับผู้ที่อยู่เบื้องหลังการตายของน้ำฟ้า"
"แต่พิธีคืนชีพวิญญาณนั้นอันตรายยิ่งนักนะเพคะคุณหนู" เสี่ยวฮวากล่าวด้วยความตกใจ
"ข้ารู้เสี่ยวฮวา แต่อาจจะเป็นหนทางเดียวที่เราจะค้นหาความจริงได้" หลี่เหมยกล่าวอย่างมุ่งมั่น "และเราจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับคืนเดือนเพ็ญที่จะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า"
หลี่เหมยรู้ดีว่านางกำลังเดินเข้าสู่เส้นทางที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม แต่นางก็ไม่สามารถถอยกลับได้อีกแล้ว เพราะชีวิตของนางไม่ได้เป็นของนางเพียงคนเดียวอีกต่อไปแล้ว แต่มันเชื่อมโยงกับชีวิตของน้ำฟ้า และความแค้นที่ยังคงรอคอยการชำระ

แค้นรักวังหลวง
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก