ตอนที่ 15 — แผนซ้อนแผนและพิธีกลางดึก
แค้นรักวังหลวง · 23 ตอน
แสงจันทร์สีนวลผ่องสาดส่องลงมายังตำหนักอันเงียบสงบของหลี่เหมย นางนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง มองดูเงาสะท้อนของตนเองในกระจก ดวงตาคู่โตฉายแววมุ่งมั่นและแข็งกร้าว แผนการที่จะถอนคำสาปเงาจันทรา และเปิดโปงความจริงเบื้องหลังการตายของสนมหลิง รวมไปถึงการไขปริศนาการจุติใหม่ของนางเอง ได้ถูกวางไว้อย่างรอบคอบในความคิดของนางแล้ว
หลังจากที่ได้ปรึกษากับเสี่ยวฮวา หลี่เหมยตัดสินใจที่จะดำเนินการตามแผนที่นางวางไว้ แม้จะรู้ว่ามันเต็มไปด้วยความเสี่ยง แต่นางก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว หากนางต้องการที่จะอยู่รอดและทวงคืนความยุติธรรมให้กับน้ำฟ้า
สิ่งแรกที่นางต้องทำคือการเตรียมอุปกรณ์สำหรับพิธีถอนคำสาปและพิธีคืนชีพวิญญาณ ซึ่งล้วนเป็นของหายากและต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในการจัดหา หลี่เหมยมอบหมายให้เสี่ยวฮวาไปจัดหา "สมุนไพรราตรีเรืองแสง" ซึ่งเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการขับไล่วิญญาณชั่วร้าย และ "อัญมณีสีเลือด" ที่เชื่อกันว่าเป็นสื่อกลางในการติดต่อกับวิญญาณ โดยให้นางกำนัลของตำหนักที่สนิทใจไปหาซื้อจากตลาดมืดในเมืองหลวง โดยอ้างว่าเป็นเครื่องประดับสำหรับหลี่เหมย
ในขณะเดียวกัน หลี่เหมยก็พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด นางยังคงเข้าเฝ้าฮ่องเต้เพื่อถวายการปรนนิบัติชงชาในยามบ่ายอย่างสม่ำเสมอ และพยายามสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวของสนมเอกหรงและคนในตระกูลหลิน นางต้องการที่จะรู้ว่าพวกเขากำลังวางแผนอะไรอยู่ และจะสามารถใช้ข้อมูลนั้นในการป้องกันตัวเองได้อย่างไร
วันหนึ่ง ขณะที่หลี่เหมยกำลังเดินเล่นในสวนหลวง นางก็บังเอิญได้ยินเสียงสนทนาของสนมเอกหรงกับนางกำนัลคนสนิท สนมเอกหรงกำลังพูดถึง "งานเฉลิมฉลองครบรอบวันประสูติของพระสนมเอกหรง" ที่กำลังจะจัดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า และเรื่องที่นางจะเชิญสนมทุกคนเข้าร่วมงาน
"คืนวันงานเฉลิมฉลองของข้า จะต้องเป็นคืนที่น่าจดจำสำหรับทุกคน โดยเฉพาะสำหรับพระสนมหลี่เหมย" สนมเอกหรงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา "ข้ามีของขวัญพิเศษสำหรับนางโดยเฉพาะ"
หลี่เหมยเดินผ่านไปอย่างเงียบเชียบ ราวกับไม่ได้ยินอะไร แต่ในใจกลับจดจำทุกถ้อยคำ นางรู้แล้วว่าสนมเอกหรงกำลังวางแผนอะไรบางอย่าง และงานเฉลิมฉลองวันประสูติของนาง อาจจะเป็นกับดักที่นางวางไว้เพื่อเล่นงานหลี่เหมยอีกครั้ง
เมื่อกลับมาถึงตำหนัก หลี่เหมยก็เล่าเรื่องที่ได้ยินให้เสี่ยวฮวาฟัง เสี่ยวฮวาหน้าซีดเผือด "คุณหนูเพคะ เราจะทำอย่างไรดีเพคะ หากสนมเอกหรงวางแผนร้ายในงานเลี้ยงนั้น"
"เราจะใช้โอกาสนี้ในการทำลายแผนการของนาง และเปิดโปงความจริงทั้งหมด" หลี่เหมยกล่าวด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น "และเราจะใช้คืนวันงานเฉลิมฉลองวันประสูติของสนมเอกหรง ในการประกอบพิธีถอนคำสาปเงาจันทรา และพิธีคืนชีพวิญญาณ"
เสี่ยวฮวาถึงกับตกใจ "คุณหนูเพคะ จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร งานเลี้ยงนั้นจะต้องมีคนอยู่มากมาย และหากเราทำพิธีในคืนนั้น ก็อาจจะถูกจับได้เพคะ"
"นั่นคือแผนการของข้าเสี่ยวฮวา" หลี่เหมยยิ้มอย่างมีเลศนัย "สนมเอกหรงคงไม่คาดคิดว่าข้าจะกล้าทำเช่นนั้นในงานเลี้ยงของนาง และนั่นคือข้อได้เปรียบของเรา"
หลี่เหมยอธิบายแผนการของนางให้เสี่ยวฮวาฟังอย่างละเอียด นางวางแผนที่จะใช้ความวุ่นวายในงานเลี้ยง เพื่อแอบเข้าไปในตำหนักของสนมเอกหรง และนำสิ่งของที่ใช้ในการสาปแช่งออกจากถุงผ้าไหมดำที่นางซ่อนไว้ในห้องสมุดลับของตำหนักเฉียนชิง มาทำลายในคืนวันเดือนเพ็ญ ซึ่งเป็นคืนเดียวกันกับงานเฉลิมฉลองวันประสูติของสนมเอกหรง
"เราจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับคืนนั้นเสี่ยวฮวา" หลี่เหมยกล่าว "ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราจะต้องทำตามแผนของเราให้สำเร็จให้ได้"
เสี่ยวฮวารับคำอย่างแข็งขัน แม้จะรู้สึกหวาดกลัว แต่ความภักดีที่นางมีต่อหลี่เหมยก็ผลักดันให้นางก้าวต่อไป
ในคืนงานเฉลิมฉลองวันประสูติของสนมเอกหรง วังหลวงดูคึกคักเป็นพิเศษ แสงโคมไฟหลากสีส่องสว่างไสวไปทั่วตำหนักของสนมเอกหรง ดนตรีบรรเลงอย่างไพเราะ การแสดงร่ายรำอันอ่อนช้อย และอาหารเลิศรสถูกจัดเตรียมไว้อย่างอลังการ สนมทุกคนต่างแต่งกายด้วยชุดที่สวยงามที่สุด เพื่อร่วมงานเฉลิมฉลองนี้
หลี่เหมยเองก็สวมชุดผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ ที่ดูเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความสง่างาม ผมยาวสลวยถูกเกล้าขึ้นอย่างประณีตประดับด้วยปิ่นเงินรูปดอกเหมย นางเดินเข้าไปในงานเลี้ยงอย่างสง่างาม โดยมีเสี่ยวฮวาเดินตามหลังอย่างไม่ห่าง
เมื่อนางปรากฏตัวในงานเลี้ยง สายตาทุกคู่ก็หันมาจับจ้องที่นาง สนมเอกหรงที่ประทับอยู่ข้างฮ่องเต้ ชายตามองมาที่หลี่เหมยด้วยรอยยิ้มที่ดูมีเลศนัย
งานเลี้ยงดำเนินไปอย่างคึกคัก หลี่เหมยพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด นางพูดคุยกับสนมคนอื่นๆ และร่วมดื่มอวยพรตามธรรมเนียม แต่สายตาของนางก็คอยสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวของสนมเอกหรงอยู่ตลอดเวลา
จนกระทั่งถึงช่วงเวลาที่สนมเอกหรงลุกขึ้นยืน เพื่อกล่าวขอบคุณแขกทุกคน และเชิญชวนให้ทุกคนร่วมสนุกกับกิจกรรมพิเศษที่นางเตรียมไว้
"คืนนี้เป็นคืนพิเศษสำหรับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงอยากจะมอบความสุขให้กับทุกท่าน ด้วยการแสดงพิเศษจากคณะกายกรรมชื่อดัง" สนมเอกหรงกล่าว
เมื่อการแสดงกายกรรมเริ่มต้นขึ้น ความสนใจของทุกคนก็พุ่งไปที่การแสดง หลี่เหมยฉวยโอกาสที่ทุกคนกำลังจดจ่ออยู่กับการแสดง แอบกระซิบกับเสี่ยวฮวา "ได้เวลาแล้วเสี่ยวฮวา เจ้าไปเตรียมตัวให้พร้อม"
เสี่ยวฮวาพยักหน้า แล้วแอบเดินออกไปจากงานเลี้ยงอย่างเงียบเชียบ หลี่เหมยเองก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ แล้วแอบเดินไปยังห้องสมุดลับของตำหนักเฉียนชิงอย่างรวดเร็ว
เมื่อมาถึงห้องสมุดลับ หลี่เหมยก็รีบหยิบถุงผ้าไหมดำที่ซ่อนไว้ขึ้นมา แล้วนำสมุนไพรราตรีเรืองแสงและอัญมณีสีเลือดที่เสี่ยวฮวาจัดหามา วางลงบนโต๊ะไม้จันทน์
นางเริ่มประกอบพิธีถอนคำสาปเงาจันทราตามตำราโบราณอย่างเคร่งครัด นางวางปอยผมของสนมหลิง เสื้อผ้าของนาง และตุ๊กตาฟางลงบนผ้าไหมสีขาว แล้วโรยสมุนไพรราตรีเรืองแสงลงไปรอบๆ แล้วจุดเทียนหอมที่ทำจากไขผึ้งบริสุทธิ์
หลี่เหมยหลับตาลง นางร่ายมนตร์โบราณที่นางจำได้จากตำราอย่างเงียบๆ เสียงมนตร์สะท้อนก้องไปทั่วห้องสมุดลับ บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไป รู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้น
ขณะที่กำลังทำพิธีอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านนอกห้องสมุดลับ หลี่เหมยตกใจ นางรีบดับเทียนหอมทันที แล้วซ่อนตัวอยู่หลังชั้นหนังสือ
เสียงฝีเท้าเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ไม่นานนัก ประตูห้องสมุดลับก็ถูกเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างของขันทีหลี่ ที่เดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทีระแวดระวัง
"มีใครอยู่ในนี้หรือไม่" ขันทีหลี่ถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัย
หลี่เหมยซ่อนตัวอยู่เงียบๆ หัวใจเต้นระรัว นางภาวนาให้ขันทีหลี่ไม่พบตัวนาง
ขันทีหลี่เดินสำรวจไปทั่วห้องสมุดลับ สายตาของเขาจ้องมองไปยังโต๊ะไม้จันทน์ที่หลี่เหมยเพิ่งทำพิธีไป เขาเห็นร่องรอยของสมุนไพรและผ้าไหมสีขาวที่วางอยู่บนโต๊ะ
"นี่มัน..." ขันทีหลี่พึมพำด้วยความตกใจ
ในขณะที่ขันทีหลีกำลังจะเดินเข้ามาใกล้โต๊ะ จู่ๆ ก็มีเสียงกรีดร้องดังมาจากด้านนอกห้องสมุดลับ เสียงกรีดร้องนั้นดังมากจนทำให้ขันทีหลี่ต้องหยุดชะงัก
"เกิดอะไรขึ้น" ขันทีหลี่พึมพำ แล้วรีบวิ่งออกไปจากห้องสมุดลับทันที
หลี่เหมยถอนหายใจอย่างโล่งอก นางรอดตัวมาได้หวุดหวิด นางรีบออกมาจากที่ซ่อน แล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นแสงไฟที่ส่องสว่างขึ้นมาจากตำหนักของสนมเอกหรง และได้ยินเสียงกรีดร้องที่ดังขึ้นอีกครั้ง
"เกิดอะไรขึ้นในงานเลี้ยงกันแน่" หลี่เหมยพึมพำ
นางตัดสินใจที่จะกลับไปยังงานเลี้ยง เพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น และเพื่อดำเนินการตามแผนการที่เหลือของนางให้สำเร็จ
เมื่อกลับมาถึงงานเลี้ยง หลี่เหมยก็เห็นว่างานเลี้ยงตกอยู่ในความโกลาหล สนมทุกคนต่างวิ่งหนีกันอย่างอลหม่าน และมีแสงไฟที่ส่องสว่างขึ้นมาจากบริเวณตำหนักของสนมเอกหรง
"เกิดอะไรขึ้นเสี่ยวฮวา" หลี่เหมยถามเสี่ยวฮวาที่วิ่งมาหานางด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด
"คุณหนูเพคะ มีคนพบ 'ศพ' ของหญิงชราคนหนึ่งในห้องบรรทมของสนมเอกหรงเพคะ" เสี่ยวฮวากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ ศพนั้นมีสภาพแห้งเหี่ยวราวกับถูกดูดพลังชีวิตไปจนหมด และที่สำคัญคือ มี 'อัญมณีสีเลือด' วางอยู่บนร่างของศพด้วยเพคะ"
หลี่เหมยถึงกับช็อกกับสิ่งที่ได้ยิน "อัญมณีสีเลือด...เป็นไปไม่ได้"
นางนึกถึงอัญมณีสีเลือดที่นางเตรียมไว้สำหรับพิธีคืนชีพวิญญาณ และสมุนไพรราตรีเรืองแสงที่นางใช้ในการถอนคำสาป
"ใครเป็นคนนำอัญมณีสีเลือดไปวางไว้ที่นั่น" หลี่เหมยพึมพำ
ทันใดนั้นเอง นางก็นึกถึงเหตุการณ์ที่ขันทีหลี่เดินเข้ามาในห้องสมุดลับ และเห็นร่องรอยของสมุนไพรและผ้าไหมสีขาวที่วางอยู่บนโต๊ะ
"เป็นไปไม่ได้...ขันทีหลี่เป็นคนทำอย่างนั้นหรือ" หลี่เหมยพึมพำกับตัวเอง
หลี่เหมยรู้ดีว่านางได้ตกอยู่ในแผนซ้อนแผนที่ซับซ้อนกว่าที่นางคิดไว้มาก การตายของหญิงชราในห้องบรรทมของสนมเอกหรง และการพบอัญมณีสีเลือดบนร่างของศพ ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน
และสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ การตายของหญิงชราคนนั้น อาจจะเป็น "วิญญาณแห่งความแค้น" ที่ถูกอัญเชิญมาในพิธีสาปแช่งเงาจันทรา และถูกใช้เป็นเครื่องมือในการทำร้ายสนมหลิง
หลี่เหมยรู้ดีว่านางได้ล่วงรู้ความลับที่อันตรายยิ่งกว่าเดิมแล้ว ชีวิตของนางกำลังตกอยู่ในอันตรายร้ายแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา แต่นางก็ไม่สามารถถอยกลับได้อีกแล้ว เพราะนางจะต้องค้นหาความจริงให้ได้ ไม่ว่ามันจะต้องแลกมาด้วยสิ่งใดก็ตาม
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก