ตอนที่ 21 — คำสารภาพใต้เงาจันทร์
แค้นรักวังหลวง · 23 ตอน
หลี่เหมยยังคงไม่ลืมภาพที่เห็นในกระจกบานเก่า ความจริงอันโหดร้ายว่าสนมเอกหรงคือผู้บงการเบื้องหลังการตายของน้ำฟ้า และชายผู้ทรยศก็เป็นคนสนิทของนาง ทำให้จิตใจของหลี่เหมยเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและเจ็บปวด นางรู้ดีว่าการแก้แค้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็เป็นสิ่งที่นางต้องทำ เพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับน้ำฟ้า
ในวันรุ่งขึ้น หลี่เหมยตัดสินใจที่จะไปหาฮ่องเต้ นางรู้ดีว่านี่คือโอกาสสุดท้ายที่จะเปิดโปงความจริงทั้งหมด ก่อนที่สนมเอกหรงจะวางแผนร้ายที่ซับซ้อนกว่าเดิม
เมื่อได้รับอนุญาตให้เข้าเฝ้า หลี่เหมยก็เดินเข้าไปในตำหนักเฉียนชิงด้วยท่าทีสงบนิ่ง แต่ในใจกลับเต้นระรัว ฮ่องเต้ประทับอยู่บนบัลลังก์ ทรงมีพระพักตร์เคร่งขรึมและดูเหนื่อยล้าจากการตรวจราชการ
"ถวายพระพรเพคะฝ่าบาท" หลี่เหมยทำความเคารพอย่างนอบน้อม
"หลี่เหมย มีเรื่องอันใดหรือ" ฮ่องเต้ทรงถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"หม่อมฉันมีเรื่องสำคัญที่อยากจะกราบทูลฝ่าบาทเพคะ" หลี่เหมยกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการสิ้นพระชนม์ของสนมหลิง และเรื่องราวลึกลับที่เกิดขึ้นในวังหลวงเพคะ"
ฮ่องเต้ทรงเลิกพระขนงขึ้นเล็กน้อย "เจ้ามีเบาะแสอันใดหรือ"
"เพคะฝ่าบาท หม่อมฉันได้ค้นพบความจริงบางอย่าง ที่อาจจะเชื่อมโยงเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกันเพคะ" หลี่เหมยกล่าวพลางหยิบตำรา "บันทึกตำนานวิญญาณแค้น" และถุงผ้าไหมดำที่นางนำมาจากห้องสมุดลับของตำหนักเฉียนชิง ออกมาวางบนโต๊ะ
ฮ่องเต้ทรงทอดพระเนตรไปยังตำราและถุงผ้าไหมดำด้วยความสงสัย "นี่คืออะไร"
หลี่เหมยอธิบายเรื่องราวทั้งหมดที่นางค้นพบ ตั้งแต่เรื่องราวของคำสาปเงาจันทรา พิธีคืนชีพวิญญาณ วิญญาณแห่งความแค้นจากบึงโลหิต และการที่สนมเอกหรงเป็นคนในตระกูลหลิน ซึ่งเป็นตระกูลที่มีความสามารถพิเศษในการใช้ไสยเวท
"และที่สำคัญที่สุดเพคะฝ่าบาท หม่อมฉันได้เห็นภาพในอดีตจากกระจกบานเก่าของตำหนักหม่อมฉัน ภาพนั้นแสดงให้เห็นว่าสนมเอกหรงคือผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังการตายของสนมหลิง และ...และนางยังเป็นผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังการตายของหม่อมฉันในชาติภพเดิมด้วยเพคะ" หลี่เหมยกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอเบ้า
ฮ่องเต้ทรงนิ่งเงียบ พระพักตร์ของพระองค์เปลี่ยนเป็นสีหน้าตกใจและโกรธแค้น "เจ้ากล่าวว่าสนมเอกหรงเป็นผู้บงการเรื่องทั้งหมดนี้อย่างนั้นหรือ"
"เพคะฝ่าบาท นางได้วางแผนร้ายอย่างแยบยล เพื่อกำจัดผู้ที่นางไม่ต้องการ และเพื่อครอบครองอำนาจทั้งหมดในวังหลวงเพคะ" หลี่เหมยกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "และชายผู้ทรยศที่แทงหม่อมฉันในชาติภพเดิม ก็เป็นคนสนิทของสนมเอกหรงด้วยเช่นกันเพคะ"
ฮ่องเต้ทรงลุกขึ้นจากบัลลังก์ พระองค์ทรงเดินเข้ามาใกล้หลี่เหมย พระพักตร์ของพระองค์เต็มไปด้วยความโกรธแค้น "หากสิ่งที่เจ้ากล่าวมาเป็นความจริง สนมเอกหรงจะต้องได้รับการลงโทษอย่างสาสม"
"แต่เรายังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนพอที่จะมัดตัวนางได้เพคะฝ่าบาท" หลี่เหมยกล่าว "นางเป็นคนเจ้าเล่ห์ และมีอำนาจมาก นางคงจะวางแผนป้องกันตัวเองไว้แล้ว"
ฮ่องเต้ทรงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "เช่นนั้น เจ้ามีแผนการอันใดที่จะเปิดโปงความจริงทั้งหมดนี้ได้บ้าง"
หลี่เหมยยิ้มอย่างมีเลศนัย "หม่อมฉันมีแผนการที่จะให้สนมเอกหรงเปิดเผยความจริงออกมาด้วยตัวของนางเองเพคะฝ่าบาท"
ในคืนนั้นเอง ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้จัดงานเลี้ยงเล็กๆ ขึ้นที่ตำหนักเฉียนชิง โดยเชิญสนมเอกหรง สนมเอกลี่ สนมคนอื่นๆ และอัครเสนาบดีซ้าย ซึ่งเป็นบิดาของสนมเอกหรง เข้าร่วมงานเลี้ยงด้วย
งานเลี้ยงดำเนินไปอย่างคึกคัก สนมทุกคนต่างพูดคุยและดื่มอวยพรกันอย่างสนุกสนาน แต่หลี่เหมยก็ยังคงระแวดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา
จนกระทั่งถึงช่วงเวลาที่ฮ่องเต้ทรงลุกขึ้นยืน พระองค์ทรงยกจอกเหล้าขึ้น "คืนนี้เป็นคืนพิเศษ ข้าอยากจะประกาศเรื่องสำคัญอย่างหนึ่ง"
ทุกคนในงานเลี้ยงต่างหันมามองฮ่องเต้อย่างสนใจ สนมเอกหรงเองก็มองฮ่องเต้ด้วยรอยยิ้มที่ดูมั่นใจ
"ข้าได้สืบทราบมาว่า การสิ้นพระชนม์ของสนมหลิงนั้น ไม่ใช่เรื่องธรรมชาติ" ฮ่องเต้ทรงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "และข้าก็มีเบาะแสที่เชื่อมโยงเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกัน"
คำกล่าวของฮ่องเต้ทำให้ทุกคนในงานเลี้ยงถึงกับตกใจ สนมเอกหรงหน้าซีดเผือด นางหันไปมองอัครเสนาบดีซ้ายด้วยความกังวล
"เบาะแสที่ว่านั้นคือ 'คำสาปเงาจันทรา' และ 'วิญญาณแห่งความแค้นจากบึงโลหิต' ที่ถูกใช้ในการทำร้ายสนมหลิง" ฮ่องเต้ทรงกล่าวต่อ "และผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี้ ก็คือผู้ที่มี 'โลหิตบริสุทธิ์' และมีความสามารถในการใช้ไสยเวท"
คำกล่าวของฮ่องเต้ทำให้สนมเอกหรงถึงกับตัวสั่น นางรู้ดีว่าฮ่องเต้กำลังกล่าวถึงนาง
"และข้าก็รู้ว่าใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี้" ฮ่องเต้ทรงกล่าวพลางจ้องมองไปยังสนมเอกหรงด้วยสายพระเนตรที่คมกริบ "เจ้าสนมเอกหรง!"
คำกล่าวของฮ่องเต้ทำให้ทุกคนในงานเลี้ยงถึงกับตกใจ สนมเอกหรงหน้าซีดเผือดราวกับคนตาย นางลุกขึ้นยืนทันที
"ฝ่าบาททรงกล่าวหาหม่อมฉันเช่นนี้ได้อย่างไรเพคะ หม่อมฉันไม่เคยทำเรื่องเช่นนั้น" สนมเอกหรงกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"เจ้ายังจะปฏิเสธอีกหรือ" ฮ่องเต้ทรงกล่าวพลางหยิบถุงผ้าไหมดำที่หลี่เหมยนำมาให้ ออกมาวางบนโต๊ะ "นี่คือหลักฐานที่พบใต้ต้นสนยักษ์ในตำหนักของสนมหลิง ภายในถุงนี้มีปอยผม เสื้อผ้า และตุ๊กตาฟางที่ใช้ในการประกอบพิธีสาปแช่ง"
สนมเอกหรงถึงกับตัวสั่น นางมองไปยังถุงผ้าไหมดำด้วยความตกใจ
"และที่สำคัญที่สุด ข้าได้เห็นภาพในอดีตจากกระจกบานเก่าของตำหนักพระสนมหลี่เหมย ภาพนั้นแสดงให้เห็นว่าเจ้าเป็นผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังการตายของสนมหลิง และ...และเจ้ายังเป็นผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังการตายของพระสนมหลี่เหมยในชาติภพเดิมด้วย!" ฮ่องเต้ทรงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น
คำกล่าวของฮ่องเต้ทำให้ทุกคนในงานเลี้ยงถึงกับตกตะลึง สนมเอกหรงทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น ใบหน้าของนางซีดเผือดราวกับคนตาย
"ฝ่าบาททรงเชื่อในเรื่องเหลวไหลเช่นนั้นได้อย่างไรเพคะ หม่อมฉันไม่เคยทำเรื่องเช่นนั้น" สนมเอกหรงกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตาไหลอาบแก้ม
"เจ้ายังจะปฏิเสธอีกหรือ" ฮ่องเต้ทรงกล่าวพลางหันไปมองหลี่เหมย "หลี่เหมย เจ้ามีอะไรจะกล่าวอีกหรือไม่"
หลี่เหมยเดินเข้ามาใกล้สนมเอกหรง นางมองสนมเอกหรงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น "สนมเอกหรง เจ้ายังจำ 'น้ำฟ้า' ได้หรือไม่"
คำกล่าวของหลี่เหมยทำให้สนมเอกหรงถึงกับตัวสั่น ใบหน้าของนางซีดเผือดราวกับคนตาย นางจ้องมองหลี่เหมยด้วยความตกใจ
"น้ำฟ้า...เจ้าหมายถึงใคร" สนมเอกหรงถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"น้ำฟ้า คือชื่อของข้าในชาติภพเดิมเพคะ" หลี่เหมยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด "ข้าถูกเจ้าหักหลังอย่างโหดเหี้ยม เจ้าใช้ชายผู้ทรยศแทงข้าจนตาย เพื่อแย่งชิงทุกสิ่งทุกอย่างไปจากข้า"
สนมเอกหรงถึงกับตัวสั่น นางมองหลี่เหมยด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกลัว "เป็นไปไม่ได้...เจ้าตายไปแล้ว...เจ้าไม่มีทางกลับมาได้"
"ข้ากลับมาแล้วสนมเอกหรง ข้ากลับมาเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับน้ำฟ้า และเพื่อเปิดโปงความชั่วร้ายของเจ้าทั้งหมด" หลี่เหมยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
สนมเอกหรงถึงกับกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ นางพยายามที่จะวิ่งหนี แต่ก็ถูกทหารหลวงจับตัวไว้
"ฝ่าบาททรงเชื่อหม่อมฉันเถิดเพคะ หม่อมฉันไม่เคยทำเรื่องเช่นนั้น" สนมเอกหรงกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"เจ้ายังจะปฏิเสธอีกหรือสนมเอกหรง" ฮ่องเต้ทรงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น "เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อคำกล่าวอ้างของเจ้าหรือ ในเมื่อหลักฐานทั้งหมดมันชัดเจนถึงเพียงนี้"
"หม่อมฉันไม่ได้ทำเพคะฝ่าบาท หม่อมฉันถูกใส่ร้าย" สนมเอกหรงกล่าวพลางมองไปยังอัครเสนาบดีซ้ายด้วยสายตาที่ขอความช่วยเหลือ
อัครเสนาบดีซ้ายเดินเข้ามาใกล้สนมเอกหรง เขาก้มลงกระซิบกับสนมเอกหรง "เจ้าสารภาพความจริงเสียเถิดหรงเอ๋อร์ หากเจ้ายังปฏิเสธ ฮ่องเต้จะทรงลงโทษเจ้าหนักกว่าเดิม"
สนมเอกหรงเงยหน้าขึ้นมองอัครเสนาบดีซ้ายด้วยความตกใจ น้ำตาไหลอาบแก้ม นางรู้ดีว่านางไม่มีทางรอดแล้ว
"หม่อมฉัน...หม่อมฉันสารภาพเพคะฝ่าบาท" สนมเอกหรงกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "หม่อมฉันเป็นคนบงการที่อยู่เบื้องหลังการตายของสนมหลิง และ...และหม่อมฉันก็เป็นคนบงการที่อยู่เบื้องหลังการตายของหลี่เหมยในชาติภพเดิมด้วยเพคะ"
คำสารภาพของสนมเอกหรงทำให้ทุกคนในงานเลี้ยงถึงกับตกตะลึง ฮ่องเต้ทรงมีพระพักตร์ที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและผิดหวัง
"เหตุใดเจ้าจึงทำเช่นนี้สนมเอกหรง" ฮ่องเต้ทรงถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง
"หม่อมฉัน...หม่อมฉันรักฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันอยากจะเป็นที่หนึ่งในดวงใจของฝ่าบาท หม่อมฉันอยากจะครอบครองอำนาจทั้งหมดในวังหลวง" สนมเอกหรงกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "และหลี่เหมยในชาติภพเดิม นางเป็นผู้หญิงที่สวยงามและฉลาดเฉลียว นางเป็นคู่แข่งของหม่อมฉัน หม่อมฉันจึงต้องกำจัดนางให้พ้นทางเพคะ"
หลี่เหมยฟังแล้วรู้สึกเจ็บปวดและโกรธแค้นอย่างยิ่ง นางไม่คิดว่าความริษยาจะสามารถผลักดันให้คนคนหนึ่งทำเรื่องเลวร้ายได้ถึงเพียงนี้
"เจ้าจะต้องได้รับการลงโทษอย่างสาสมสนมเอกหรง" ฮ่องเต้ทรงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น "ข้าจะปลดเจ้าออกจากตำแหน่งสนมเอก และส่งเจ้าไปจองจำในคุกหลวงตลอดชีวิต ส่วนอัครเสนาบดีซ้าย...เจ้าจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของบุตรีเจ้าด้วยเช่นกัน"
คำตัดสินของฮ่องเต้ทำให้สนมเอกหรงและอัครเสนาบดีซ้ายถึงกับตัวสั่น พวกเขาทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น ร้องขอความเมตตาจากฮ่องเต้ แต่ฮ่องเต้ก็ทรงไม่เมตตา
หลี่เหมยมองไปยังสนมเอกหรงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความโกรธแค้น "นี่คือผลกรรมที่เจ้าก่อไว้สนมเอกหรง เจ้าจะต้องชดใช้ให้กับทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้าทำไป"
ในคืนนั้นเอง สนมเอกหรงและอัครเสนาบดีซ้ายก็ถูกนำตัวไปจองจำในคุกหลวงตลอดชีวิต วังหลวงกลับมาสู่ความสงบอีกครั้ง แต่ความเจ็บปวดและความโกรธแค้นในใจของหลี่เหมยยังคงไม่จางหายไป
นางรู้ดีว่าการแก้แค้นยังไม่จบลง เพราะยังมีชายผู้ทรยศที่แทงน้ำฟ้าในโลกเดิม ที่ยังคงลอยนวลอยู่ และนางจะต้องตามหาเขาให้พบ และจะต้องทำให้เขาสารภาพความจริงทั้งหมดให้ได้ ไม่ว่ามันจะต้องแลกมาด้วยสิ่งใดก็ตาม
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก