ตอนที่ 22 — เปิดโปงคนทรยศและเงาอดีตที่ตามหลอน
แค้นรักวังหลวง · 23 ตอน
หลังจากคำสารภาพของสนมเอกหรง วังหลวงก็กลับคืนสู่ความสงบชั่วคราว แต่สำหรับหลี่เหมยแล้ว ความสงบนั้นเป็นเพียงภาพลวงตา เพราะความแค้นที่ฝังลึกยังคงคุกรุ่นอยู่ในใจ นางรู้ดีว่าการแก้แค้นยังไม่จบลง ตราบใดที่ชายผู้ทรยศที่แทงน้ำฟ้าในโลกเดิมยังคงลอยนวลอยู่
ฮ่องเต้ทรงมอบหมายให้หลี่เหมยเป็นผู้ดูแลการสืบสวนคดีที่เกี่ยวข้องกับสนมเอกหรงและตระกูลหลิน โดยมีราชองครักษ์และขันทีผู้ซื่อสัตย์คอยให้ความช่วยเหลือ หลี่เหมยใช้โอกาสนี้ในการค้นหาเบาะแสเกี่ยวกับชายผู้ทรยศที่นางเห็นในภาพมายาจากกระจกบานเก่า
นางเริ่มจากการตรวจสอบรายชื่อข้าราชบริพารทั้งหมดที่เคยใกล้ชิดกับสนมเอกหรง และอัครเสนาบดีซ้าย นางพยายามค้นหาผู้ที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับชายผู้นั้น แต่ก็ยังไม่พบใครที่ตรงกับภาพในความทรงจำของนาง
วันหนึ่ง ขณะที่หลี่เหมยกำลังตรวจสอบเอกสารเก่าๆ ในห้องสมุดลับของตำหนักเฉียนชิง นางก็สะดุดกับภาพวาดชายคนหนึ่งที่ติดอยู่บนผนังห้อง ภาพวาดนั้นเป็นภาพวาดของบุรุษหนุ่มรูปงามคนหนึ่ง ซึ่งมีใบหน้าคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดใจ และเมื่อนางจ้องมองไปที่ภาพวาดนั้นอย่างละเอียด นางก็รู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่าลงกลางใจอีกครั้ง
"นี่มัน..." หลี่เหมยพึมพำด้วยความตกใจ ใบหน้าในภาพวาดนั้นคือใบหน้าของ "ชายผู้ทรยศ" ที่แทงน้ำฟ้าในโลกเดิม!
นางรีบตรวจสอบข้อมูลใต้ภาพวาด พบว่าชายผู้นั้นมีชื่อว่า "หลี่จิน" เป็นบุตรชายของอัครเสนาบดีซ้าย และเป็นน้องชายของสนมเอกหรง เขาเคยเป็นขุนนางหนุ่มผู้มากความสามารถ แต่ได้หายตัวไปอย่างลึกลับเมื่อหลายปีก่อน ไม่มีใครรู้ว่าเขาหายไปไหน และไม่มีใครเคยพูดถึงเขาอีกเลย
"หลี่จิน...น้องชายของสนมเอกหรง" หลี่เหมยพึมพำด้วยความตกใจ นางไม่คิดว่าชายผู้ทรยศจะเป็นคนในตระกูลหลิน และเป็นน้องชายของสนมเอกหรงด้วยเช่นกัน
นางรีบนำภาพวาดนั้นไปให้ฮ่องเต้ทอดพระเนตร ฮ่องเต้ทรงทอดพระเนตรภาพวาดด้วยความสงสัย "นี่คือหลี่จิน บุตรชายของอัครเสนาบดีซ้าย เขาหายตัวไปอย่างลึกลับเมื่อหลายปีก่อน เจ้าพบภาพวาดนี้ได้อย่างไร"
หลี่เหมยเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่นางค้นพบให้ฮ่องเต้ฟัง ฮ่องเต้ทรงมีพระพักตร์เคร่งขรึมและเต็มไปด้วยความโกรธแค้น "เช่นนั้นหลี่จินก็คือชายผู้ทรยศที่เจ้าตามหาอย่างนั้นหรือ"
"เพคะฝ่าบาท เขาคือคนที่แทงหม่อมฉันในชาติภพเดิม และเขาจะต้องเป็นคนบงการที่อยู่เบื้องหลังแผนการทั้งหมดนี้ด้วยเช่นกัน" หลี่เหมยกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "เราจะต้องตามหาเขาให้พบ และจะต้องทำให้เขาสารภาพความจริงทั้งหมดให้ได้เพคะ"
ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้ราชองครักษ์ออกตามหาหลี่จินทันที โดยระดมกำลังทหารทั้งหมดที่มีอยู่ในวังหลวง หลี่เหมยเองก็เข้าร่วมในการตามหาด้วย นางรู้สึกว่านางจะต้องเผชิญหน้ากับหลี่จินด้วยตัวเอง เพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับน้ำฟ้า
การตามหาหลี่จินเป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะเขาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่มีใครรู้ว่าเขาหายไปไหน และไม่มีใครเคยเห็นเขาอีกเลย หลี่เหมยรู้สึกท้อแท้เล็กน้อย แต่นางก็ไม่ยอมแพ้
จนกระทั่งวันหนึ่ง ในขณะที่หลี่เหมยกำลังเดินสำรวจในป่าลึกนอกวังหลวง ซึ่งเป็นป่าที่เชื่อกันว่ามีวิญญาณสิงสถิตอยู่ นางก็บังเอิญพบกับกระท่อมร้างหลังหนึ่ง กระท่อมหลังนั้นดูเก่าคร่ำคร่า ผุพัง และปกคลุมด้วยเถาวัลย์
หลี่เหมยตัดสินใจที่จะเข้าไปสำรวจในกระท่อม นางรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ออกมาจากกระท่อมหลังนั้น เมื่อเข้าไปในกระท่อม นางก็พบกับชายคนหนึ่งที่กำลังนั่งอยู่บนพื้นดิน ชายผู้นั้นมีใบหน้าที่ซูบผอม ดวงตาโหลลึก และมีเส้นผมยาวรุงรัง
เมื่อชายผู้นั้นเงยหน้าขึ้น หลี่เหมยก็ถึงกับตกใจ ใบหน้าของเขาคือใบหน้าของ "หลี่จิน" ชายผู้ทรยศที่นางตามหามาตลอด!
หลี่จินมองหลี่เหมยด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตกใจและความหวาดกลัว "เจ้า...เจ้าเป็นใคร"
"ข้าคือหลี่เหมย...และข้าก็คือน้ำฟ้าในชาติภพเดิม" หลี่เหมยกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "เจ้ายังจำข้าได้หรือไม่หลี่จิน"
หลี่จินถึงกับตัวสั่น ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับคนตาย "เป็นไปไม่ได้...เจ้าตายไปแล้ว...เจ้าไม่มีทางกลับมาได้"
"ข้ากลับมาแล้วหลี่จิน ข้ากลับมาเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับน้ำฟ้า และเพื่อเปิดโปงความชั่วร้ายของเจ้าทั้งหมด" หลี่เหมยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น
หลี่จินพยายามที่จะวิ่งหนี แต่ก็ถูกทหารหลวงที่ตามมาจับตัวไว้
"สารภาพความจริงออกมาหลี่จิน ว่าเจ้าเป็นคนบงการที่อยู่เบื้องหลังการตายของน้ำฟ้า และแผนการทั้งหมดนี้" หลี่เหมยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
หลี่จินทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสำนึกผิด "หม่อมฉัน...หม่อมฉันสารภาพเพคะฝ่าบาท หม่อมฉันเป็นคนบงการที่อยู่เบื้องหลังการตายของน้ำฟ้า และแผนการทั้งหมดนี้"
คำสารภาพของหลี่จินทำให้หลี่เหมยรู้สึกเจ็บปวดและโกรธแค้นอย่างยิ่ง นางไม่คิดว่าความโลภและความทะเยอทะยานจะสามารถผลักดันให้คนคนหนึ่งทำเรื่องเลวร้ายได้ถึงเพียงนี้
"เหตุใดเจ้าจึงทำเช่นนี้หลี่จิน" หลี่เหมยถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด
"หม่อมฉัน...หม่อมฉันถูกพี่สาวของหม่อมฉัน สนมเอกหรง ชักชวนให้ทำเพคะ นางบอกว่าหากเราสามารถกำจัดน้ำฟ้าได้ เราก็จะสามารถครอบครองอำนาจทั้งหมดในวังหลวงได้" หลี่จินกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "และนางก็บอกว่านางจะช่วยให้หม่อมฉันได้ขึ้นเป็นฮ่องเต้ด้วยเพคะ"
หลี่เหมยฟังแล้วรู้สึกโกรธแค้นอย่างยิ่ง นางไม่คิดว่าแผนการทั้งหมดนี้จะซับซ้อนและชั่วร้ายได้ถึงเพียงนี้
"เจ้าจะต้องได้รับการลงโทษอย่างสาสมหลี่จิน" หลี่เหมยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "เจ้าจะต้องชดใช้ให้กับทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้าทำไป"
ในคืนนั้นเอง หลี่จินก็ถูกนำตัวไปจองจำในคุกหลวง และจะต้องได้รับโทษประหารชีวิตในวันรุ่งขึ้น การเปิดโปงความจริงทั้งหมดนี้ทำให้ความแค้นในใจของหลี่เหมยเริ่มคลี่คลายลงบ้าง แต่นางก็ยังคงรู้สึกเจ็บปวดกับอดีตที่โหดร้าย
เมื่อกลับมาถึงตำหนัก หลี่เหมยก็นั่งลงอย่างเหนื่อยอ่อน นางมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมายังสวนหลวงอันเงียบสงบ แต่ในความสงบนั้น นางยังคงรู้สึกถึงเงาของอดีตที่ตามหลอน
"น้ำฟ้า...เจ้าได้เห็นแล้วใช่หรือไม่ว่าความยุติธรรมได้กลับคืนมาแล้ว" หลี่เหมยพึมพำกับตัวเอง น้ำตาไหลอาบแก้ม
นางรู้ดีว่าการแก้แค้นได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่ชีวิตของนางในฐานะหลี่เหมยยังคงต้องดำเนินต่อไป นางจะต้องเผชิญหน้ากับอนาคตที่ไม่แน่นอน และจะต้องสร้างชีวิตใหม่ให้กับตัวเองในวังหลวงแห่งนี้ ไม่ว่ามันจะยากลำบากเพียงใดก็ตาม
และบางที การที่นางได้มาอยู่ในร่างของหลี่เหมย อาจจะไม่ใช่แค่การแก้แค้น แต่เป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ที่จะทำให้นางได้ค้นพบความหมายที่แท้จริงของชีวิต และความรักที่แท้จริง
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก