บัลลังก์แค้นวังหลัง

ตอนที่ 1 — วิวาห์ล่ม จักรพรรดิสวรรคต

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

27 ตอน · 801 คำ

วิวาห์ล่ม ดั่งฟ้าผ่ากลางใจ

แสงทองอร่ามยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามายังห้องบรรทมอันวิจิตรขององค์รัชทายาท ข้า ‘เหมยหลิง’ บุตรีคนโตของเสนาบดีกรมพิธีการ ผู้ซึ่งได้รับการอบรมเลี้ยงดูมาอย่างสมบูรณ์แบบเพื่อเตรียมตัวเป็นพระชายาเอกขององค์รัชทายาทมาตั้งแต่เยาว์วัย วันนี้เป็นวันมงคลฤกษ์ที่ข้าและองค์รัชทายาทจะเข้าพิธีอภิเษกสมรส ทว่าเหตุการณ์ไม่คาดฝันกลับเกิดขึ้นก่อนที่พิธีจะเริ่มขึ้น ‌เมื่อองค์จักรพรรดิผู้เป็นพระบิดาขององค์รัชทายาทประชวรหนักและสวรรคตอย่างกะทันหัน ทำให้องค์รัชทายาท ‘หลงเหยียน’ ต้องขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้โดยทันที พิธีอภิเษกจึงถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด เพื่อให้เป็นไปตามธรรมเนียมการไว้ทุกข์ของแผ่นดิน และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวอันซับซ้อนและเจ็บปวดในชีวิตของข้า

สามเดือนผ่านไปไวเหมือนโกหก การไว้ทุกข์จบลง ​ข้าคาดหวังว่าพิธีอภิเษกจะดำเนินต่อไปอย่างสมบูรณ์ และข้าจะได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งฮองเฮาคู่บัลลังก์อย่างสง่างาม ทว่าเช้าวันหนึ่ง ขันทีคนสนิทของฮ่องเต้ก็มาเรียกข้าไปเข้าเฝ้ายังท้องพระโรง ข้าตื่นเต้นปนดีใจ หลงคิดว่าฮ่องเต้คงจะมาแจ้งข่าวดีเรื่องวันอภิเษกใหม่ ทว่าเมื่อไปถึง ภาพที่เห็นคือฮ่องเต้หลงเหยียนประทับอยู่บนบัลลังก์มังกรสีทองอร่าม ‍ในชุดมังกรที่ขับให้พระองค์ดูสง่างามและน่าเกรงขามยิ่งนัก เบื้องพระพักตร์ของพระองค์ปรากฏสตรีอีกนางหนึ่งคุกเข่าอยู่ สวมอาภรณ์หรูหรา ใบหน้าของนางงดงามดุจเทพธิดา แต่แววตาของนางกลับซ่อนเร้นบางสิ่งบางอย่างที่ข้าไม่อาจเข้าใจได้

“เหมยหลิง…เจ้ามาแล้วหรือ” สุรเสียงของฮ่องเต้หลงเหยียนเย็นชาจนน่าตกใจ ดวงเนตรคมกริบคู่เดิมที่เคยทอดมองข้าด้วยความอ่อนโยน บัดนี้กลับฉายแววห่างเหินและเด็ดขาด ‌“ข้ามีเรื่องจะแจ้งให้เจ้าทราบ”

หัวใจของข้าเต้นรัวอย่างผิดจังหวะ ความรู้สึกบางอย่างบอกว่าเรื่องที่จะได้ยินต่อไปนี้คงไม่ใช่เรื่องดีแน่ “เพคะ ฝ่าบาท” ข้าค้อมกายลงตอบรับอย่างนอบน้อม

“เนื่องจากสถานการณ์ในราชสำนักและประเพณีที่เคร่งครัด…ตำแหน่งฮองเฮาย่อมมีความสำคัญอย่างยิ่ง” ฮ่องเต้หลงเหยียนตรัสด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ข้าตัดสินใจแล้วว่าจะสถาปนาพระสนมหลิวซื่อขึ้นเป็นฮองเฮา ส่วนเจ้า…เหมยหลิง ‍ข้าจะแต่งตั้งเจ้าเป็นพระสนมขั้นต่ำสุด และให้ไปพำนักในตำหนักเหมยฮวา”

คำประกาศิตดุจสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจของข้า ร่างกายของข้าชาวาบไปทั้งตัว โลหิตในกายเย็นเยียบจนรู้สึกเหมือนจะหยุดไหล ตำแหน่งฮองเฮาที่ข้าเฝ้ารอคอยมาทั้งชีวิต ตำแหน่งที่เคยเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว บัดนี้กลับถูกมอบให้กับสตรีอื่น และที่เลวร้ายกว่านั้นคือข้าถูกลดขั้นลงเป็นเพียงพระสนมชั้นต่ำสุด ​แถมยังถูกส่งไปอยู่ตำหนักเหมยฮวา ซึ่งเป็นตำหนักที่เงียบเหงาและถูกทอดทิ้งมานานปี ดุจดังการถูกเนรเทศจากสายตาของทุกคนในวังหลวง

ข้าเงยหน้าขึ้นมองฮ่องเต้หลงเหยียนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน “ฝ่าบาท…ท่านตรัสอันใดเพคะ? ท่าน…ท่านลืมไปแล้วหรือว่าพวกเราเคยมีพันธะสัญญาต่อกันอย่างไร? เราถูกหมั้นหมายกันมาตั้งแต่เยาว์วัย มิใช่หรือเพคะ!” น้ำเสียงของข้าสั่นเครือ ​ไม่อาจเก็บซ่อนความรู้สึกที่แตกสลายไว้ได้อีกต่อไป

“พันธะสัญญาเหล่านั้นเป็นเรื่องของการเมือง” ฮ่องเต้หลงเหยียนตรัสตอบด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าวขึ้น “และข้า…ไม่ได้รักเจ้า”

คำพูดเพียงไม่กี่คำนั้นดุจมีดกรีดแทงลงมากลางอกของข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า หัวใจของข้าปวดร้าวรุนแรงจนแทบหยุดหายใจ ข้าพยายามจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่ให้ไหลรินต่อหน้าพระองค์และสตรีผู้นั้นที่คุกเข่าอยู่ข้างๆ แต่หยาดน้ำใสๆ ก็ยังคงรื้นขึ้นมาคลอเบ้าตา “ฝ่าบาท…ท่านโกหก! ​ท่านเคยบอกว่า…ท่านรักข้า ท่านลืมไปแล้วหรือเพคะ!” ข้าตะโกนออกไปอย่างไม่อาจควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป

พระสนมหลิวซื่อที่คุกเข่าอยู่ข้างๆ ฮ่องเต้ถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองข้าด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา มีทั้งความสงสารและความสมเพชปะปนกันไป

“พอแล้วเหมยหลิง” ฮ่องเต้หลงเหยียนตรัสด้วยน้ำเสียงที่ไร้ซึ่งความอดทน “จากนี้ไป เจ้าคือพระสนมเหมย จงจำตำแหน่งของตนเองไว้ให้ดี และอย่าได้คิดโอหังอีก!”

สิ้นคำตรัส ข้ารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบได้พังทลายลงตรงหน้า หัวใจของข้าแหลกสลายเป็นเสี่ยงๆ ความฝันทุกอย่างที่เคยวาดไว้กับฮ่องเต้หลงเหยียนมลายหายไปในพริบตา ความรักความผูกพันที่เคยคิดว่ามีให้กันมาตลอดนั้นเป็นเพียงภาพลวงตาอย่างนั้นหรือ? หรือว่าข้าเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในกระดานอำนาจของราชวงศ์แห่งนี้?

ข้าถูกนำตัวไปยังตำหนักเหมยฮวาในทันที ตำหนักที่เคยสวยงามแต่บัดนี้กลับรกร้างไร้การดูแล กลิ่นอับชื้นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ต้นเหมยที่เคยออกดอกสะพรั่ง บัดนี้กลับแห้งเหี่ยวไร้ชีวิตชีวา ดุจเดียวกับหัวใจของข้าในตอนนี้ เมื่อเข้าไปในตำหนัก ข้าพบว่ามีเพียงนางกำนัลชราไม่กี่คนคอยปรนนิบัติ และไม่มีผู้ใดสนใจจะมาเยี่ยมเยือนอีกเลย ข้ากลายเป็นเพียงเศษธุลีในวังหลวงอันกว้างใหญ่

ค่ำคืนนั้น ข้านอนจมอยู่กับความมืดมิดภายในตำหนักที่ไร้ซึ่งแสงสว่าง นอกจากตะเกียงน้ำมันเพียงดวงเดียวที่ให้แสงสลัวๆ ดวงจันทร์เต็มดวงสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานใหญ่ ทำให้ข้ามองเห็นเงาของตัวเองที่สะท้อนอยู่บนพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ ข้าร้องไห้จนน้ำตาเหือดแห้งไปแล้ว แต่ความเจ็บปวดในใจยังคงรุนแรงไม่ลดเลือน ทำไมฮ่องเต้ถึงได้ใจร้ายกับข้าถึงเพียงนี้? เขาเคยกระซิบข้างหูข้าว่าข้าคือดวงใจของเขา เขาเคยสาบานว่าจะดูแลข้าไปตลอดชีวิต แล้วเหตุใด…เหตุใดจึงเปลี่ยนไปราวกับคนละคน

ข้าลุกขึ้นนั่งบนเตียง สายตาพลันเหลือบไปเห็นหยกแกะสลักรูปมังกรคู่หงส์ที่ฮ่องเต้เคยให้ข้าเป็นของขวัญวันเกิดเมื่อปีที่แล้ว ข้ากำหยกนั้นไว้แน่นจนรู้สึกถึงความเย็นเฉียบของมัน ความทรงจำเก่าๆ หลั่งไหลเข้ามาในหัว ภาพรอยยิ้มของเขา เสียงหัวเราะของเขา ความอบอุ่นที่เคยมอบให้ข้า…ทั้งหมดเป็นเรื่องโกหกอย่างนั้นหรือ

ในขณะที่ข้ากำลังจมดิ่งอยู่กับความสิ้นหวัง จู่ๆ ข้าก็ได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบามาจากนอกหน้าต่าง “ฮองเฮาหลิว…นางไม่ใช่คนที่จะมาทำร้ายใครได้หรอกเพคะ…คนที่อยู่เบื้องหลังความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้…น่ากลัวกว่าที่ฝ่าบาทคิดนัก”

เสียงนั้นแผ่วเบามากจนข้าเกือบจะไม่ได้ยิน แต่คำว่า ‘ฮองเฮาหลิว’ และ ‘คนที่อยู่เบื้องหลัง’ ทำให้ข้าขนลุกซู่ไปทั้งตัว ไม่ใช่ฮองเต้หลงเหยียนที่เป็นคนสั่งการด้วยพระองค์เองทั้งหมดอย่างนั้นหรือ? ใครกัน…ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดนี้? และทำไมฮ่องเต้หลงเหยียนถึงยอมตกเป็นเครื่องมือของผู้ใดโดยไม่ขัดขืน? หรือว่าความรักที่พระองค์เคยมีให้ข้านั้น…เป็นเพียงสิ่งที่บังหน้าความจริงอันโหดร้ายของวังหลวงแห่งนี้?

ความสิ้นหวังในใจเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นที่จะหาความจริงให้ได้ ข้าจะไม่มีวันยอมให้ใครมาทำร้ายข้าได้ง่ายๆ ข้าจะค้นหาความจริงเบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดนี้ให้ได้ ไม่ว่ามันจะซ่อนอยู่ลึกแค่ไหนก็ตาม

หน้านิยาย
หน้านิยาย
บัลลังก์แค้นวังหลัง

บัลลังก์แค้นวังหลัง

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!