เกมอำนาจในเงาแห่งความมืด
ข้าเหมยหลิงจ้องมองผ้าคลุมสีดำและมีดสั้นที่สลักตราสำนักเงาโลหิตด้วยความรู้สึกหวาดหวั่นปนสับสน สำนักเงาโลหิตเป็นกลุ่มมือสังหารที่รับใช้แต่ผู้มีอำนาจสูงสุด และพวกเขาไม่เคยทิ้งร่องรอยไว้ การที่สิ่งเหล่านี้ถูกทิ้งไว้ในห้องลับแห่งนี้ หมายความว่ามีใครบางคนกำลังใช้สำนักเงาโลหิต และบุคคลผู้นั้นอาจจะเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังแผนการทั้งหมดนี้ หรืออาจจะกำลังสืบหาความจริงเช่นเดียวกับเรา?
“ชิงเอ๋อร์ เก็บมันให้ดี” ข้าสั่งด้วยเสียงที่แผ่วเบา “อย่าให้ใครเห็นสิ่งนี้เป็นอันขาด”
ชิงเอ๋อร์รีบเก็บผ้าคลุมและมีดสั้นไว้ในหีบไม้ ก่อนจะปิดมันลงอย่างรวดเร็ว ข้าพยายามคิดวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ องค์ชายรองและเสนาบดีซ่งกำลังวางแผนโค่นล้มบัลลังก์ของฮ่องเต้หลงเหยียน และกำลังตามหาตราประทับแห่งราชวงศ์ ตระกูลลี่ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏก็ดูเหมือนจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับสมบัติลับนี้ และตอนนี้ก็มีสำนักเงาโลหิตเข้ามาพัวพันอีก นี่มันซับซ้อนเกินกว่าที่ข้าจะจินตนาการได้
ข้าตัดสินใจที่จะไม่เล่าเรื่องผ้าคลุมและมีดสั้นให้ฮ่องเต้ฟังในตอนนี้ เพราะกลัวว่ามันจะทำให้พระองค์ตกใจและเป็นกังวลมากเกินไป ข้าจะต้องสืบหาความจริงเกี่ยวกับสำนักเงาโลหิตด้วยตัวเองก่อน
วันรุ่งขึ้น ข้าตัดสินใจที่จะใช้ความรู้เรื่องทางลับในแผนที่ เพื่อแอบออกไปจากตำหนักเหมยฮวาในยามค่ำคืน ข้าต้องการที่จะสืบข่าวในตำหนักด้านใน และหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับองค์ชายรองและเสนาบดีซ่ง ชิงเอ๋อร์พยายามห้ามข้า แต่ข้าก็ยืนยันที่จะไปให้ได้
“ชิงเอ๋อร์ เจ้าอยู่ดูแลตำหนักให้ดี ข้าจะกลับมาอย่างปลอดภัย” ข้ากล่าว
ข้าใช้ทางลับที่เชื่อมจากห้องลับใต้ดินไปยังอุโมงค์ใต้ดินของวังหลวง ข้าเดินไปตามทางเดินมืดๆ จนมาถึงจุดที่เชื่อมกับตำหนักด้านใน ข้าแอบปีนขึ้นมาทางช่องระบายอากาศ และซ่อนตัวอยู่บนหลังคาตำหนัก ข้ามองเห็นแสงไฟที่สว่างไสวจากตำหนักของพระสนมหลิวซื่อ ข้าตัดสินใจที่จะไปที่นั่นก่อน เพราะนางน่าจะมีข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับเสนาบดีซ่งและองค์ชายรอง
ข้าปีนลงมาจากหลังคาตำหนักอย่างเงียบเชียบ และแอบซ่อนตัวอยู่ตามซอกมุมของตำหนัก ข้ามองเห็นพระสนมหลิวซื่อกำลังนั่งคุยอยู่กับนางกำนัลคนสนิทของนาง น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความโกรธและความไม่พอใจ
“เสนาบดีซ่ง! ท่านพ่อกำลังทำอะไรอยู่กันแน่!” พระสนมหลิวซื่อกล่าว “ข้าบอกให้ท่านค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป อย่าเพิ่งรีบร้อน แต่ท่านกลับไม่เชื่อฟังข้าเลย!”
“พระสนมเพคะ” นางกำนัลคนสนิทตอบ “เสนาบดีซ่งต้องการที่จะขึ้นมามีอำนาจให้เร็วที่สุดเพคะ ท่านกลัวว่าหากชักช้า อาจจะถูกคนอื่นชิงตัดหน้าไปก่อน”
“แต่เขากำลังเล่นกับไฟ!” พระสนมหลิวซื่อกล่าว “องค์ชายรองเองก็ไม่ใช่คนที่จะควบคุมได้ง่ายๆ หากแผนการของพวกเขาผิดพลาดไปแม้แต่น้อย ทุกอย่างก็จะพังทลายลง!”
ข้าแอบฟังพวกนางคุยกันต่อไปอีกพักใหญ่ จนได้ความว่าพระสนมหลิวซื่อเองก็ไม่ได้เห็นด้วยกับแผนการของบิดาและองค์ชายรองเท่าไรนัก นางต้องการที่จะขึ้นมามีอำนาจอย่างมั่นคงและปลอดภัย ไม่ใช่ด้วยวิธีการที่เสี่ยงอันตรายเช่นนี้ นางดูเหมือนจะรู้ความลับบางอย่างเกี่ยวกับองค์ชายรองและเสนาบดีซ่งด้วย
ในขณะที่กำลังแอบฟังอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีเงาของบุรุษผู้หนึ่งปรากฏขึ้นจากด้านหลังของข้า ข้าตกใจจนแทบสิ้นสติ พยายามจะหันกลับไปมอง แต่ก็ถูกมืออันแข็งแกร่งจับไหล่ของข้าไว้แน่น
“พระสนมเหมย…เจ้ามาทำอะไรที่นี่?” สุรเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังของข้า เขาคือ…ฮ่องเต้หลงเหยียน!
ข้าหันกลับไปมองพระองค์ด้วยความตกใจ “ฝ่าบาท…ท่าน…ท่านมาที่นี่ได้อย่างไรเพคะ”
“ข้าตามเจ้ามา” ฮ่องเต้หลงเหยียนตอบด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียด “ข้ารู้ว่าเจ้าจะต้องแอบออกมาจากตำหนักเหมยฮวา และข้าก็รู้ว่าเจ้ากำลังสืบเรื่องอะไรอยู่”
ข้ารู้สึกผิดที่ปิดบังเรื่องนี้จากพระองค์ “หม่อมฉันขออภัยเพคะฝ่าบาท”
“ไม่เป็นไร” ฮ่องเต้หลงเหยียนกล่าว “แต่ตอนนี้เราต้องรีบกลับไปที่ตำหนักเหมยฮวา ก่อนที่จะมีใครมาเห็นเรา”
ข้ากับฮ่องเต้หลงเหยียนรีบกลับไปที่ตำหนักเหมยฮวาด้วยทางลับเส้นทางเดิม เมื่อมาถึงห้องลับใต้ดิน ฮ่องเต้หลงเหยียนก็มองมาที่ข้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย
“เหมยหลิง เจ้าเล่าเรื่องทั้งหมดให้ข้าฟังเถอะ” ฮ่องเต้หลงเหยียนกล่าว “เรื่องที่เจ้าได้ยินจากพระสนมหลิวซื่อ และเรื่องที่เจ้าซ่อนอะไรบางอย่างไว้จากข้า”
ข้าตัดสินใจที่จะเล่าเรื่องทั้งหมดให้พระองค์ฟัง ตั้งแต่เรื่องพัดของตระกูลลี่ บันทึกของอดีตพระสนม เรื่องผ้าคลุมและมีดสั้นของสำนักเงาโลหิต และเรื่องที่ข้าแอบฟังพระสนมหลิวซื่อคุยกับนางกำนัล
ฮ่องเต้หลงเหยียนฟังเรื่องราวทั้งหมดด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดขึ้นเรื่อยๆ “สำนักเงาโลหิตอย่างนั้นหรือ? และพระสนมหลิวซื่อเองก็ไม่ได้เห็นด้วยกับแผนการของบิดานางอย่างนั้นหรือ?”
“เพคะ” ข้าตอบ “ดูเหมือนว่าพระสนมหลิวซื่อจะมีความคิดเป็นของตัวเอง และนางก็ไม่ได้ต้องการที่จะเป็นหุ่นเชิดของเสนาบดีซ่ง”
“นี่เป็นเรื่องที่น่าสนใจ” ฮ่องเต้หลงเหยียนกล่าว “บางทีเราอาจจะใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้ได้”
“ฝ่าบาทหมายความว่าอย่างไรเพคะ” ข้าถาม
“เราอาจจะใช้พระสนมหลิวซื่อเป็นหมากตัวหนึ่งในกระดานแห่งอำนาจนี้” ฮ่องเต้หลงเหยียนตอบ “นางอาจจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เราเปิดโปงแผนการขององค์ชายรองและเสนาบดีซ่งได้”
ข้ารู้สึกประหลาดใจกับความคิดของฮ่องเต้หลงเหยียน พระองค์ฉลาดกว่าที่ข้าคิดนัก แต่การใช้พระสนมหลิวซื่อเป็นหมากตัวหนึ่ง…มันจะไม่อันตรายเกินไปหรือ?
ในขณะที่พวกเรากำลังวางแผนกันอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านบนของตำหนักเหมยฮวา ข้ากับฮ่องเต้หลงเหยียนมองหน้ากันด้วยความตกใจ ใครกันที่มาที่นี่ในยามวิกาลเช่นนี้? และพวกเขามาทำอะไร?
เสียงฝีเท้าค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าห้องลับของเรา ข้ากับฮ่องเต้หลงเหยียนได้ยินเสียงคนพยายามเปิดประตูห้องลับจากด้านบน พวกเขากำลังพยายามจะเข้ามาในห้องลับแห่งนี้! ใครกันที่รู้เรื่องห้องลับแห่งนี้? หรือว่ามีใครบางคนกำลังจับตาดูเราอยู่ตลอดเวลา และรู้ว่าเราอยู่ที่นี่?
ฮ่องเต้หลงเหยียนหยิบมีดสั้นที่ข้าเก็บไว้จากหีบไม้ขึ้นมาถือไว้ในมือ พระองค์มองมาที่ข้าด้วยแววตาที่ฉายแววความเด็ดเดี่ยว “เหมยหลิง ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เจ้าต้องอยู่ข้างหลังข้า และจงจำไว้ว่า…อย่าเชื่อใจใคร”
ทันใดนั้น ประตูห้องลับก็ถูกเปิดออกอย่างแรง เผยให้เห็นเงาของบุรุษผู้หนึ่งกำลังเดินเข้ามาในห้อง เขาคือ…องค์ชายรอง!
องค์ชายรองมองมาที่พวกเราด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความชั่วร้าย “อ้าว…องค์ฮ่องเต้และพระสนมเหมย มาทำอะไรที่นี่กันในยามวิกาลเช่นนี้หรือพ่ะย่ะค่ะ? หรือว่ากำลังวางแผนร้ายอะไรกันอยู่?”
ข้ากับฮ่องเต้หลงเหยียนมองหน้ากันด้วยความตกใจ องค์ชายรองมาที่นี่ได้อย่างไร? และเขารู้เรื่องห้องลับแห่งนี้ได้อย่างไร? แผนการของพวกเรากำลังจะถูกเปิดโปงแล้วอย่างนั้นหรือ? และชีวิตของพวกเราก็กำลังตกอยู่ในอันตรายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

บัลลังก์แค้นวังหลัง
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก