บัลลังก์แค้นวังหลัง

ตอนที่ 14 —

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

27 ตอน · 2,026 คำ

ท้องพระโรงยังคงตกอยู่ในความเงียบงันอึดอัดดุจหลุมศพที่ไร้ซึ่งลมหายใจ เสียงกระแอมไอเบาๆ จากใครบางคนยังก้องกังวานในโสตประสาทของข้าเหมยหลิง ราวกับมันเป็นเสียงป่าวประกาศถึงหายนะที่กำลังจะมาถึง แววตาที่เต็มไปด้วยความอำมหิตของเสนาบดีซ่งทำให้ข้ารู้สึกหนาวสะท้านไปถึงไขกระดูก ฮ่องเต้หลงเหยียนทรงกำพระหัตถ์แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน แสดงถึงความกราดเกรี้ยวที่กำลังเดือดพล่านอยู่ภายใน แต่พระองค์ก็ยังคงตรึงพระองค์ไว้ที่บัลลังก์หยก ‌ไม่ยอมให้ความโกรธเข้าครอบงำจนเสียการควบคุม พระพักตร์ของพระองค์ซีดเผือดลงเล็กน้อย ทว่าแววพระเนตรยังคงคมกริบดุจเหยี่ยวที่พร้อมจะจู่โจม

“น่ารังเกียจอย่างนั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ” เสนาบดีซ่งเอ่ยซ้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ดวงตาของเขากวาดมองไปทั่วท้องพระโรงอย่างผู้ชนะ พลางหยุดที่ใบหน้าของขุนนางแต่ละคน ราวกับจะประเมินท่าทีและความภักดีที่กำลังสั่นคลอน “สิ่งที่น่ารังเกียจกว่าคือความจริงเบื้องหลังม่านไหมแห่งราชวงศ์ ​ที่ท่านฮ่องเต้ทรงพยายามปิดบังเอาไว้มาตลอดหลายปีพ่ะย่ะค่ะ”

ลมหายใจของข้าสะดุดกึก ความตึงเครียดในท้องพระโรงเพิ่มขึ้นถึงขีดสุด ข้ารู้สึกได้ถึงเสียงหัวใจของตนเองที่เต้นระรัวราวกลองศึก กลิ่นอายของอันตรายแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณู เสนาบดีซ่งถอนหายใจช้าๆ อย่างจงใจ ก่อนจะเผยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจในความสำเร็จ “วันนี้...ข้า ‍เสนาบดีซ่ง ขอเป็นผู้เปิดโปงความจริงอันดำมืด ที่กัดกินราชบัลลังก์แห่งต้าหลงมาเนิ่นนาน!”

ฮ่องเต้หลงเหยียนทรงตวาดกร้าว “บังอาจ! เสนาบดีซ่ง เจ้ากล้าใส่ร้ายองค์จักรพรรดิเช่นนี้ เจ้าไม่กลัวโทษประหารเก้าชั่วโคตรเลยหรือ!”

“โทษประหารหรือพ่ะย่ะค่ะ?” เสนาบดีซ่งหัวเราะหึๆ ‌อย่างไม่สะทกสะท้าน “หากความจริงถูกเปิดเผย ผู้ที่จะต้องรับโทษประหารเก้าชั่วโคตร หาใช่ข้าไม่! หากแต่เป็นท่าน ฮ่องเต้หลงเหยียน ผู้ทรงชั่วช้าสามานย์ ผู้ทรงกระทำเรื่องมิบังควรต่อพระบิดาของพระองค์เอง!”

เสียงอื้ออึงเริ่มดังขึ้นในหมู่ขุนนางหลายคน ‍พวกเขาหันหน้ามองกันด้วยความตื่นตระหนก สายตาของข้าจับจ้องไปที่เสนาบดีซ่งอย่างไม่กะพริบตา นี่มันเรื่องอันใดกันแน่? เขาหมายความว่าอย่างไร? ข้าพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวในหัว แต่ก็ไม่อาจเข้าใจได้ทั้งหมด ทว่าความรู้สึกอันเลวร้ายกลับเกาะกุมจิตใจอย่างรุนแรง

“พระบิดาของข้า?” ฮ่องเต้หลงเหยียนทรงลุกขึ้นจากบัลลังก์ ​พระพักตร์แดงก่ำด้วยโทสะ “เจ้าบ้าไปแล้วหรือเสนาบดีซ่ง! พระบิดาของข้าสวรรคตเพราะพระโรคชราภาพ เป็นสิ่งที่ประจักษ์แก่สายตาของทุกคนในแผ่นดินนี้!”

“พระโรคชราภาพอย่างนั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ?” เสนาบดีซ่งเยาะเย้ย แววตาของเขาเต็มไปด้วยความแค้นเคือง “เป็นเพียงข้ออ้างที่ท่านใช้ปกปิดความชั่วช้าของตนเองต่างหาก! ความจริงคือ...ฮ่องเต้หลงเหยียน ​ท่านคือผู้ที่วางยาพิษปลิดชีพอดีตฮ่องเต้ พระบิดาของท่านเอง เพื่อเร่งรัดการขึ้นครองราชย์!”

คำกล่าวของเสนาบดีซ่งดังก้องไปทั่วท้องพระโรงราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ ขุนนางหลายคนถึงกับทรุดลงคุกเข่าด้วยความตกใจ บางคนเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน ข้ารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนคว้าง ภาพตรงหน้าพร่าเลือนไปชั่วขณะ หากสิ่งที่เขาพูดเป็นความจริง ​นั่นหมายความว่าฮ่องเต้หลงเหยียนคือผู้กระทำปิตุฆาต! เป็นผู้ที่สังหารพระบิดาของตนเองเพื่อชิงบัลลังก์! นี่มัน...เลวร้ายเกินกว่าที่ข้าจะจินตนาการได้

“เหลวไหล! โกหก! เจ้าใส่ร้ายองค์จักรพรรดิ!” ฮ่องเต้หลงเหยียนทรงชี้พระหัตถ์มาที่เสนาบดีซ่ง พระสุรเสียงสั่นเครือด้วยความโกรธและความเจ็บปวด “องครักษ์! จับตัวเสนาบดีซ่งไปประหารเดี๋ยวนี้!”

ทว่า...ไม่มีองครักษ์คนใดขยับตัว พวกเขายืนนิ่งราวกับรูปปั้น ดวงตาของข้ากวาดมองไปยังเหล่าองครักษ์ชุดดำที่ยืนรักษาการณ์อยู่หน้าท้องพระโรง พวกเขาล้วนเป็นองครักษ์ส่วนพระองค์ของฮ่องเต้ แต่บัดนี้กลับไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพระองค์ ข้ารู้สึกถึงความผิดปกติอย่างรุนแรง

“ไม่จำเป็นต้องประหารข้าพ่ะย่ะค่ะ” เสนาบดีซ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยชัยชนะ “เพราะหลังจากวันนี้ องค์ฮ่องเต้หลงเหยียนต่างหากที่จะถูกปลดออกจากบัลลังก์ และรับโทษทัณฑ์ตามกรรมที่ก่อไว้!”

“เจ้า...เจ้าหมายความว่าอย่างไร!” ฮ่องเต้หลงเหยียนทรงกัดพระโอษฐ์แน่น จนเลือดซึมออกมาจากมุมพระโอษฐ์เล็กน้อย

“หมายความว่า...ข้ามีหลักฐานพ่ะย่ะค่ะ” เสนาบดีซ่งยิ้มกว้างอย่างน่าขนลุก พลางตบมือสองครั้งเบาๆ เสียงตบมือดังก้องในความเงียบงันราวกับสัญญาณแห่งความตาย

ทันใดนั้นเอง ประตูท้องพระโรงที่เคยปิดสนิทก็ถูกผลักออกอย่างช้าๆ เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นดังขึ้นจากเบื้องนอก ร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่งก้าวเข้ามาในท้องพระโรง เขาผู้นั้นสวมชุดขุนนางสีดำประดับด้วยมังกรห้ากรงเล็บ ซึ่งเป็นตราประจำตำแหน่งของแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นต้าหลง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวที่พร้อมจะจู่โจมศัตรู

“แม่ทัพใหญ่เฉิน!” ขุนนางหลายคนอุทานขึ้นพร้อมกันด้วยความประหลาดใจ

ข้าเองก็ต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็น แม่ทัพใหญ่เฉินเป็นบุคคลสำคัญของราชสำนัก ผู้บัญชาการกองทัพหลวงทั้งหมด และเป็นผู้ที่ได้รับความไว้วางพระทัยจากฮ่องเต้หลงเหยียนมาโดยตลอด การปรากฏตัวของเขาในเวลานี้พร้อมกับท่าทีอันแปลกประหลาด ทำให้ข้ารู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง หรือว่า...แม่ทัพใหญ่เฉินจะเป็นพวกเดียวกับเสนาบดีซ่ง?

แม่ทัพใหญ่เฉินเดินเข้ามาในท้องพระโรงอย่างสง่างาม เขากำลังถือม้วนผ้าไหมสีเหลืองอร่ามไว้ในมือ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นราชโองการอันศักดิ์สิทธิ์ ขุนนางทุกคนต่างก้มหน้าลงด้วยความเคารพ แม้แต่ฮ่องเต้หลงเหยียนก็ยังทรงมองเขาด้วยแววพระเนตรที่อ่านไม่ออก

“แม่ทัพใหญ่เฉิน เจ้ามาที่นี่ด้วยเหตุอันใด!” ฮ่องเต้หลงเหยียนทรงถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามเก็บซ่อนความตื่นตระหนกเอาไว้

แม่ทัพใหญ่เฉินไม่ตอบคำถาม เขาเดินตรงไปยังกลางท้องพระโรง คุกเข่าลงข้างหนึ่ง และชูม้วนผ้าไหมขึ้นสูงเหนือศีรษะ “ใต้เท้าเสนาบดีซ่งกล่าวความจริงพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมมีหลักฐานยืนยันความชั่วช้าขององค์ฮ่องเต้หลงเหยียน!”

เสียงฮือฮาดังระงมไปทั่วท้องพระโรงราวกับผึ้งแตกรัง ฮ่องเต้หลงเหยียนทรงสบถออกมาด้วยความกราดเกรี้ยว “เจ้าทรยศ! เจ้าทั้งหมดทรยศต่อข้า!”

“มิได้ทรยศพ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพใหญ่เฉินเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและผิดหวัง “กระหม่อมเพียงทำในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อความผาสุกของแผ่นดินต้าหลง และเพื่อความเป็นธรรมแก่ดวงวิญญาณของอดีตฮ่องเต้!”

จากนั้น แม่ทัพใหญ่เฉินก็คลี่ม้วนผ้าไหมออกช้าๆ เผยให้เห็นลายพระหัตถ์ที่ประทับตราพระราชลัญจกรของอดีตฮ่องเต้ ข้าเห็นขุนนางหลายคนถึงกับเข่าอ่อนด้วยความตกใจ เพราะทุกคนจำลายพระหัตถ์นั้นได้ดี

“นี่คือพินัยกรรมลับของอดีตฮ่องเต้พ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพใหญ่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ก่อนที่พระองค์จะสวรรคต พระองค์ทรงระแวงว่าจะมีผู้ไม่ประสงค์ดีคิดร้ายต่อพระองค์ จึงได้ทรงเขียนพินัยกรรมลับฉบับนี้ขึ้น เพื่อเปิดโปงความจริง และเพื่อประกาศผู้สืบทอดบัลลังก์ที่แท้จริง หากเกิดเหตุอันใดขึ้นกับพระองค์อย่างกะทันหัน”

หัวใจของข้าเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง พินัยกรรมลับ! อะไรคือความจริงที่ซ่อนอยู่ในนั้นกันแน่? และใครคือผู้สืบทอดบัลลังก์ที่แท้จริง?

“ในพินัยกรรมนี้ อดีตฮ่องเต้ทรงระบุไว้อย่างชัดเจนว่า...พระองค์ทรงถูกวางยาพิษทีละน้อย และผู้ที่บงการอยู่เบื้องหลังก็คือ...องค์ชายหลงเหยียน ในขณะนั้น!” แม่ทัพใหญ่เฉินกล่าวเสียงดังฟังชัด ทั่วทั้งท้องพระโรงเงียบสนิทราวกับป่าช้า ทุกสายตาจับจ้องไปที่ฮ่องเต้หลงเหยียนที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่บนบัลลังก์

“ไม่จริง! เรื่องเหลวไหลทั้งเพ!” ฮ่องเต้หลงเหยียนทรงตะโกนปฏิเสธ แต่พระสุรเสียงของพระองค์กลับสั่นเครือจนน่าใจหาย “พินัยกรรมนั่นเป็นของปลอม! เจ้าทั้งหมดสมคบคิดกันเพื่อโค่นล้มข้า!”

“มิได้เป็นของปลอมพ่ะย่ะค่ะ” เสนาบดีซ่งก้าวเท้าเข้ามาใกล้ “หมอหลวงผู้ถวายการรักษาอดีตฮ่องเต้ หมอหลวงหวัง ได้ทำการชันสูตรพระศพอย่างลับๆ ตามรับสั่งของอดีตฮ่องเต้ และได้บันทึกผลการชันสูตรเอาไว้ในบันทึกลับส่วนตัวของเขาเอง บันทึกนั้นระบุไว้อย่างชัดเจนว่า มีสารพิษชนิดหนึ่งอยู่ในพระวรกายของอดีตฮ่องเต้ ซึ่งเป็นพิษที่ออกฤทธิ์ช้าๆ ทำให้ดูเหมือนเป็นโรคชรา แต่แท้จริงแล้ว...เป็นการลอบสังหาร!”

พร้อมกับคำกล่าวของเสนาบดีซ่ง หมอหลวงหวัง ชายชราหน้าตาซูบผอมก็ถูกพาตัวเข้ามาในท้องพระโรง เขาก้มหน้าต่ำ ไม่กล้าสบตาใคร แต่มือที่ถือม้วนบันทึกเล่มเล็กๆ ไว้กลับสั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด

“หมอหลวงหวัง เจ้า...เจ้ากล้าทำเช่นนี้กับข้าหรือ!” ฮ่องเต้หลงเหยียนทรงคำรามด้วยความกราดเกรี้ยว ดวงพระเนตรแดงก่ำราวกับเพลิง

หมอหลวงหวังทรุดตัวลงคุกเข่า ตัวสั่นเทา “ฝ่าบาท...กระหม่อมมิอาจหักหลังดวงวิญญาณของอดีตฮ่องเต้ได้พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมถูกบังคับให้ปิดปากมาตลอด แต่ความจริง...ย่อมเป็นความจริง”

ขุนนางหลายคนต่างพากันกระซิบกระซาบด้วยความตกใจระคนหวาดกลัว สถานการณ์ในท้องพระโรงกำลังพลิกผันไปอย่างรวดเร็ว ฮ่องเต้หลงเหยียนที่เคยทรงอำนาจสูงสุด บัดนี้กำลังเผชิญหน้ากับการเปิดโปงความจริงอันโหดร้ายที่สุดในชีวิตของพระองค์

“และนอกจากนี้พ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพใหญ่เฉินกล่าวต่อเสียงดังฟังชัด “ในพินัยกรรมลับฉบับนี้ อดีตฮ่องเต้ยังทรงระบุไว้อีกว่า หากเกิดเหตุร้ายกับพระองค์ ผู้ที่จะสืบทอดราชบัลลังก์ต่อไป มิใช่ฮ่องเต้หลงเหยียนผู้นี้ หากแต่เป็น...องค์ชายรอง หลี่อู่ ซึ่งในขณะนั้นถูกส่งไปประทับที่ตำหนักเย็นด้วยข้อหาที่ถูกใส่ร้ายป้ายสี!”

คำกล่าวของแม่ทัพใหญ่เฉินสร้างความตกตะลึงไปทั่วท้องพระโรงอีกครั้ง องค์ชายรองหลี่อู่! ข้ารู้จักองค์ชายรองผู้นี้ดี เขาเป็นโอรสองค์ที่สองของอดีตฮ่องเต้ มีบุคลิกสุภาพอ่อนโยนและเฉลียวฉลาด แต่กลับถูกฮ่องเต้หลงเหยียนในฐานะองค์รัชทายาทในขณะนั้นกล่าวหาว่าคิดกบฏ และถูกเนรเทศไปใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวในตำหนักเย็นมานานนับสิบปี ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดนี้จะซับซ้อนและโหดร้ายถึงเพียงนี้

“ทั้งหมดนี้เป็นแผนการที่วางเอาไว้ตั้งแต่แรก” เสนาบดีซ่งกล่าวเสริม “องค์ชายหลงเหยียนทรงต้องการกำจัดผู้ที่ขวางทางสู่บัลลังก์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นพระบิดาของพระองค์เอง หรือแม้แต่พระอนุชาต่างมารดาอย่างองค์ชายรองหลี่อู่”

ฮ่องเต้หลงเหยียนทรงทรุดตัวลงบนบัลลังก์หยก พระพักตร์ซีดเผือดราวกับไร้ซึ่งโลหิต พระวรกายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ แววพระเนตรเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวัง ความเย่อหยิ่งจองหองที่เคยมีหายไปสิ้น เหลือเพียงบุรุษผู้หนึ่งที่กำลังเผชิญหน้ากับการล่มสลายของอำนาจและชีวิต

“ไม่...ไม่จริง...” พระองค์พึมพำเสียงแผ่วเบา

“จริงพ่ะย่ะค่ะ” เสนาบดีซ่งกล่าวเสียงแข็ง “และเพื่อเป็นการยืนยันความบริสุทธิ์ขององค์ชายรองหลี่อู่ และเพื่อเปิดโปงแผนการอันชั่วร้ายขององค์ฮ่องเต้หลงเหยียน กระหม่อมจึงได้อัญเชิญองค์ชายรองหลี่อู่ให้เสด็จกลับเข้าวังหลวงในวันนี้ เพื่อทวงคืนสิ่งที่ควรจะเป็นของพระองค์!”

ทันใดนั้นเอง ประตูท้องพระโรงก็ถูกผลักออกอีกครั้ง เผยให้เห็นร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่ก้าวเข้ามาในท้องพระโรงอย่างช้าๆ เขาผู้นั้นสวมชุดสีขาวเรียบง่าย ใบหน้าแม้จะซีดเซียวจากการใช้ชีวิตอย่างยากลำบากในตำหนักเย็นมานานปี แต่แววตาของเขากลับเปี่ยมไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและความสง่างามที่มิอาจซ่อนเร้นได้ เขาคือองค์ชายรองหลี่อู่!

ข้าเหมยหลิงรู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ภาพขององค์ชายรองหลี่อู่ที่เคยถูกขับไล่ให้พ้นจากสายตาผู้คน บัดนี้กลับยืนตระหง่านอยู่กลางท้องพระโรง ท่ามกลางสายตาของขุนนางนับร้อย นี่คือการปฏิวัติ! เป็นการโค่นล้มราชบัลลังก์ที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาของข้า!

องค์ชายรองหลี่อู่เดินเข้ามาในท้องพระโรงอย่างช้าๆ ทุกย่างก้าวของพระองค์เต็มไปด้วยพลังที่สงบนิ่ง แต่เปี่ยมด้วยอำนาจ เขาหยุดยืนอยู่หน้าบัลลังก์หยก สบพระเนตรกับฮ่องเต้หลงเหยียนที่กำลังนั่งตัวสั่นเทาอยู่บนนั้น แววพระเนตรขององค์ชายรองเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยและความเจ็บปวด แต่ก็แฝงไว้ด้วยความมุ่งมั่นที่จะทวงคืนความยุติธรรม

“หลงเหยียน...เจ้า...เจ้าคิดจะทำอะไร” ฮ่องเต้หลงเหยียนทรงถามด้วยน้ำเสียงที่แทบจะไม่ได้ยิน

องค์ชายรองหลี่อู่ถอนหายใจช้าๆ “กระหม่อมไม่ได้คิดจะทำอะไรพ่ะย่ะค่ะเสด็จพี่ แต่กระหม่อมเพียงต้องการทวงคืนสิ่งที่ควรจะเป็นของกระหม่อม และสิ่งที่เสด็จพี่ได้ช่วงชิงไปจากกระหม่อม จากเสด็จพ่อ และจากแผ่นดินต้าหลง”

ขุนนางหลายคนเริ่มทยอยกันคุกเข่าลงต่อหน้าองค์ชายรองหลี่อู่ แสดงความภักดีต่อผู้ที่จะขึ้นมาเป็นฮ่องเต้องค์ใหม่ บรรยากาศในท้องพระโรงเต็มไปด้วยความตื่นเต้นระคนหวาดกลัว การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่กำลังจะเกิดขึ้น

“ไม่!” ฮ่องเต้หลงเหยียนทรงตะโกนสุดเสียง ทรงลุกขึ้นจากบัลลังก์อย่างบ้าคลั่ง “ข้าไม่ยอม! บัลลังก์นี้เป็นของข้า! ไม่มีใครจะมาช่วงชิงไปจากข้าได้!”

พระองค์ทรงพุ่งตรงไปยังองค์ชายรองหลี่อู่ราวกับคนเสียสติ ทว่าแม่ทัพใหญ่เฉินและองครักษ์ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ก็เข้ามาสกัดเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที ฮ่องเต้หลงเหยียนทรงดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง แต่ก็มิอาจต้านทานแรงของทหารหลายคนได้ พระองค์ถูกจับกุมตัวไว้และถูกตรึงอยู่กับพื้นอย่างหมดสภาพ

เสียงของข้าเหมยหลิงแทบจะไม่ได้ยิน เสียงหัวใจเต้นระรัวจนเจ็บปวด นี่คือจุดจบของฮ่องเต้หลงเหยียน! ผู้ที่เคยทอดทิ้งข้า ผู้ที่เคยขับไล่ข้าออกจากชีวิตของพระองค์ บัดนี้กลับต้องมาเผชิญหน้ากับความพินาศของตนเองต่อหน้าต่อตาข้า

องค์ชายรองหลี่อู่เดินเข้าไปใกล้ฮ่องเต้หลงเหยียนที่กำลังนอนสิ้นสภาพอยู่บนพื้น พระองค์ทรุดตัวลงคุกเข่าข้างๆ เสด็จพี่ของพระองค์ แววพระเนตรเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความผิดหวัง

“เสด็จพี่...ทำไมต้องทำถึงเพียงนี้” องค์ชายรองหลี่อู่ตรัสเสียงแผ่วเบา

ฮ่องเต้หลงเหยียนทรงเงยพระพักตร์ขึ้นมององค์ชายรอง ดวงพระเนตรแดงก่ำด้วยความเคียดแค้น “เพราะเจ้า! เพราะเจ้าคือผู้ที่ขวางทางข้า! ข้าไม่เคยอยากได้บัลลังก์นี้เลย หากไม่ติดว่าเจ้าเกิดมาพร้อมโชคลางที่เหนือกว่าข้า! หากเจ้าไม่เป็นภัยต่อข้า ข้าคงไม่จำเป็นต้องทำถึงเพียงนี้!”

คำกล่าวของฮ่องเต้หลงเหยียนราวกับมีดคมที่กรีดแทงลงมาในใจของข้า โชคลาง! นั่นหมายถึงคำทำนายที่เคยบอกว่าองค์ชายรองหลี่อู่คือผู้ที่จะนำพาความรุ่งเรืองมาสู่แคว้นต้าหลงใช่หรือไม่? แท้จริงแล้วความริษยาและหวาดกลัวอำนาจต่างหากที่บีบให้ฮ่องเต้หลงเหยียนกระทำเรื่องเลวร้ายถึงเพียงนี้

“โชคลางหรือพ่ะย่ะค่ะ?” องค์ชายรองหลี่อู่ถอนหายใจ “กระหม่อมไม่เคยต้องการอำนาจใดๆ เลย”

เสนาบดีซ่งก้าวเท้าเข้ามาใกล้ “พอแล้วพ่ะย่ะค่ะองค์ชายรอง เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาตัดพ้อต่อว่า ความจริงได้ถูกเปิดเผยแล้ว เวลานี้คือเวลาของการเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนผ่านจากยุคสมัยอันมืดมิด สู่ยุคสมัยแห่งความยุติธรรมและความรุ่งเรือง”

องค์ชายรองหลี่อู่ทรงพยักหน้าช้าๆ จากนั้นก็ทรงหันพระพักตร์มาทางขุนนางทั้งหมดที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้า “ในวันนี้ ข้าขอประกาศต่อหน้าเทพยดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ว่าข้า องค์ชายรองหลี่อู่ จะขอทวงคืนความยุติธรรมให้แก่เสด็จพ่อ และจะนำพาแคว้นต้าหลงไปสู่ความสงบสุขและความรุ่งเรือง”

เสียงโห่ร้องยินดีดังสนั่นไปทั่วท้องพระโรง เหล่าขุนนางและทหารต่างพากันก้มกราบถวายบังคมองค์ชายรองหลี่อู่ในฐานะฮ่องเต้องค์ใหม่ ฮ่องเต้หลงเหยียนยังคงถูกตรึงอยู่กับพื้น ทรงมองภาพเหล่านั้นด้วยแววตาที่ว่างเปล่าและความสิ้นหวังถึงขีดสุด

ข้าเหมยหลิงมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ปะปนกันไปหมด ความสะใจเล็กๆ ที่เห็นผู้ที่เคยทำให้ข้าเจ็บปวดได้รับผลกรรมในที่สุด แต่ก็มีความหวาดหวั่นที่ก่อตัวขึ้นในใจเช่นกัน ราชบัลลังก์ได้เปลี่ยนมือแล้ว และชีวิตของข้าในวังหลังแห่งนี้ก็ยังคงแขวนอยู่บนเส้นด้าย

องค์ชายรองหลี่อู่ทรงหันพระพักตร์มาทางเสนาบดีซ่งและแม่ทัพใหญ่เฉิน “จัดการเรื่องทั้งหมดให้เรียบร้อย และเตรียมการสำหรับพิธีบรมราชาภิเษกให้เร็วที่สุด”

“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท!” เสนาบดีซ่งและแม่ทัพใหญ่เฉินตอบรับพร้อมกัน

องค์ชายรองหลี่อู่ทรงกวาดพระเนตรมองไปทั่วท้องพระโรง พลางหยุดที่ใบหน้าของข้าเหมยหลิงอย่างไม่ตั้งใจ แววพระเนตรของพระองค์หยุดอยู่ที่ข้าเพียงชั่วครู่หนึ่ง ก่อนจะเลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ข้าไม่รู้ว่าพระองค์ทรงจำข้าได้หรือไม่ หรือทรงรับรู้ถึงการมีอยู่ของข้าในฐานะหนึ่งในพระสนมของอดีตฮ่องเต้ที่ถูกโค่นบัลลังก์

ราชบัลลังก์แห่งต้าหลงได้เปลี่ยนมือไปแล้ว การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กำลังจะมาถึง แต่สำหรับข้าเหมยหลิง ผู้ที่ชีวิตพลิกผันจากว่าที่ฮองเฮาสู่ตำแหน่งพระสนมต่ำต้อยของอดีตฮ่องเต้ที่ถูกโค่นบัลลังก์ อนาคตของข้าจะเป็นเช่นไรต่อไป? จะมีใครจดจำข้าได้บ้างไหม? หรือข้าจะต้องจมปลักอยู่ในวังหลังอันไร้ค่านี้ไปตลอดกาล?

ทันใดนั้นเอง...เสียงเปิดประตูท้องพระโรงก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเงาร่างของสตรีชุดขาวที่ก้าวเข้ามาอย่างช้าๆ นางสวมชุดขาวราวกับจะเข้าร่วมพิธีศพ ใบหน้าของนางงดงามหมดจด ทว่าแววตาของนางกลับเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยและอาฆาตแค้น นางเดินเข้ามาในท้องพระโรงอย่างมั่นคง ราวกับไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใด และหยุดยืนอยู่หน้าองค์ชายรองหลี่อู่ พร้อมกับชี้มือไปที่ฮ่องเต้หลงเหยียนที่ถูกจับกุมอยู่บนพื้น แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกดุจน้ำแข็งว่า...

“บัลลังก์นี้…จะเป็นของท่านไม่ได้หรอกเพคะองค์ชายรอง…เพราะการตายของเสด็จพ่อ…มันยังมีความจริงอีกด้านหนึ่ง…ที่ทุกคนยังไม่รู้…”

หน้านิยาย
หน้านิยาย
บัลลังก์แค้นวังหลัง

บัลลังก์แค้นวังหลัง

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!