ยามเช้าตรู่ของอีกวันหนึ่ง แสงอรุณรำไรสาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาในตำหนักฉางชุน หลี่เฟยตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่นกว่าทุกวันที่ผ่านมา หลังจากที่ได้ตัดสินใจที่จะลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนสิ่งที่ควรจะเป็นของนาง จิตใจของนางก็กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง แม้จะรู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยอุปสรรคและอันตราย แต่นางก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมันแล้ว
"หลี่เฟยเพคะ ได้เวลาแต่งองค์แล้วเพคะ" ซูซูเอ่ยขึ้นเบาๆ พร้อมกับเดินเข้ามาในห้องด้วยถาดที่วางชุดผ้าไหมงดงาม
หลี่เฟยพยักหน้า นางลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปยังโต๊ะเครื่องแป้ง นางมองสะท้อนใบหน้าของตัวเองในกระจก ใบหน้าที่เคยงดงามและสดใส บัดนี้กลับดูซีดเซียวและอ่อนล้า แต่ในดวงตาคู่สวยนั้น กลับมีประกายไฟแห่งความมุ่งมั่นที่ไม่มีวันดับลง
"วันนี้ข้าจะไปเยี่ยมเยียนพระสนมซูฮุ่ย" หลี่เฟยเอ่ยเสียงเรียบ
ซูซูชะงักไปเล็กน้อย "พระสนมซูฮุ่ยหรือเพคะ? แต่พระสนมซูฮุ่ยทรงเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้มากนะเพคะ หากหลี่เฟยทรงไปเยี่ยมเยียน อาจจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นได้"
"ข้ารู้" หลี่เฟยเอ่ย "แต่ข้าก็ต้องไป ข้าอยากจะรู้ว่าพระสนมซูฮุ่ยเป็นคนอย่างไร และนางมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องของข้ามากน้อยแค่ไหน"
ซูซูถอนหายใจออกมาเบาๆ เขารู้ดีว่าไม่สามารถห้ามหลี่เฟยได้ เมื่อนางตัดสินใจแล้ว ก็ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนใจนางได้
"เพคะหลี่เฟย" ซูซูเอ่ย "กระหม่อมจะเตรียมรถม้าให้เพคะ"
หลังจากแต่งองค์เสร็จ หลี่เฟยก็เดินออกจากตำหนักฉางชุนพร้อมกับซูซูและนางกำนัลอีกสองสามคน นางนั่งรถม้าไปยังตำหนักจิงหยาง ซึ่งเป็นตำหนักของพระสนมซูฮุ่ย
เมื่อรถม้ามาถึงตำหนักจิงหยาง หลี่เฟยก็ลงจากรถม้าแล้วเดินเข้าไปในตำหนัก บรรยากาศภายในตำหนักจิงหยางดูโอ่อ่าและงดงามกว่าตำหนักฉางชุนมาก แสดงให้เห็นถึงความโปรดปรานของฮ่องเต้ที่มีต่อพระสนมซูฮุ่ย
"ถวายพระพรหลี่เฟยเพคะ" เหล่านางกำนัลและขันทีในตำหนักจิงหยางต่างพากันคุกเข่าถวายความเคารพ
"ลุกขึ้นเถิด" หลี่เฟยเอ่ยเสียงเรียบ "พระสนมซูฮุ่ยอยู่ที่ใด"
"พระสนมซูฮุ่ยทรงประทับอยู่ในสวนดอกไม้เพคะ" นางกำนัลคนหนึ่งตอบ
หลี่เฟยพยักหน้าแล้วเดินตรงไปยังสวนดอกไม้ เมื่อมาถึงสวนดอกไม้ นางก็เห็นพระสนมซูฮุ่ยกำลังนั่งจิบชาอยู่ใต้ต้นเหมยที่กำลังออกดอกสะพรั่ง พระสนมซูฮุ่ยเป็นสตรีที่งดงามมาก ใบหน้าของนางอ่อนหวานและบอบบาง ดวงตาคู่สวยของนางฉายแววไร้เดียงสา ราวกับไม่เคยผ่านโลกมามาก่อน
"ถวายพระพรพระสนมซูฮุ่ยเพคะ" หลี่เฟยเอ่ยขึ้นเบาๆ
พระสนมซูฮุ่ยหันมามองหลี่เฟยด้วยความตกใจเล็กน้อย นางลุกขึ้นยืนแล้วถวายความเคารพ "ถวายพระพรหลี่เฟยเพคะ ไม่คิดว่าหลี่เฟยจะเสด็จมาเยี่ยมเยียนหม่อมฉันถึงตำหนักจิงหยาง"
"ข้าแค่ผ่านมาแถวนี้ เลยแวะมาเยี่ยมเยียนเจ้า" หลี่เฟยเอ่ยเสียงเรียบ "เจ้าสบายดีหรือ"
"หม่อมฉันสบายดีเพคะ ขอบพระทัยที่หลี่เฟยทรงเป็นห่วง" พระสนมซูฮุ่ยเอ่ยด้วยรอยยิ้มหวาน "เชิญหลี่เฟยประทับเพคะ"
หลี่เฟยพยักหน้าแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ที่ว่างอยู่ นางมองสำรวจพระสนมซูฮุ่ยอย่างละเอียด นางพยายามจะอ่านสีหน้าและแววตาของพระสนมซูฮุ่ย แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ พระสนมซูฮุ่ยดูเหมือนจะเป็นสตรีที่อ่อนหวานและไร้เดียงสาจริงๆ
"เจ้าดื่มชาอะไรอยู่หรือ" หลี่เฟยเอ่ยถาม
"หม่อมฉันดื่มชาดอกเหมยเพคะ" พระสนมซูฮุ่ยตอบ "ชาดอกเหมยมีกลิ่นหอมและช่วยให้จิตใจสงบเพคะ"
"ข้าขอชิมได้หรือไม่" หลี่เฟยเอ่ย
"ได้สิเพคะ" พระสนมซูฮุ่ยเอ่ยด้วยรอยยิ้ม แล้วรินชาให้หลี่เฟย
หลี่เฟยรับถ้วยชามาจิบช้าๆ กลิ่นหอมของชาดอกเหมยทำให้จิตใจของนางรู้สึกผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย
"พระสนมซูฮุ่ยทรงมีพระสิริโฉมงดงามมากเพคะ" หลี่เฟยเอ่ย "สมแล้วที่เป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้"
รอยยิ้มของพระสนมซูฮุ่ยดูจะกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำชมนั้น "หลี่เฟยทรงชมเกินไปแล้วเพคะ หม่อมฉันเป็นเพียงสตรีธรรมดาเท่านั้น"
"เจ้าถ่อมตัวเกินไปแล้ว" หลี่เฟยเอ่ย "ความงามของเจ้านั้นยากที่จะหาใครเทียบได้"
พระสนมซูฮุ่ยหัวเราะคิกคัก "หลี่เฟยทรงมีพระอารมณ์ขันมากเพคะ"
หลี่เฟยไม่ได้ตอบอะไร นางยังคงจิบชาเงียบๆ พลางมองสำรวจพระสนมซูฮุ่ยอย่างละเอียด นางพยายามจะหาจุดอ่อนหรือสิ่งผิดปกติใดๆ ในตัวของพระสนมซูฮุ่ย แต่ก็ไม่พบสิ่งใดเลย
"หลี่เฟยทรงมีเรื่องอันใดจะตรัสกับหม่อมฉันหรือเพคะ" พระสนมซูฮุ่ยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
หลี่เฟยชะงักไปเล็กน้อย นางรู้ดีว่าไม่สามารถเปิดเผยความสงสัยของนางให้พระสนมซูฮุ่ยรู้ได้ในตอนนี้
"ไม่มีอะไรมาก" หลี่เฟยเอ่ย "ข้าแค่รู้สึกคิดถึงเจ้า เลยแวะมาเยี่ยมเยียน"
พระสนมซูฮุ่ยยิ้มหวาน "หม่อมฉันก็รู้สึกดีใจมากที่หลี่เฟยทรงมาเยี่ยมเยียนหม่อมฉันเพคะ"
ทั้งสองนั่งคุยกันไปเรื่อยๆ เกี่ยวกับเรื่องสัพเพเหระต่างๆ หลี่เฟยพยายามจะชวนพระสนมซูฮุ่ยคุยเรื่องฮ่องเต้ แต่พระสนมซูฮุ่ยก็เลี่ยงที่จะตอบคำถามเหล่านั้นเสมอ
หลังจากนั่งคุยกันได้สักพัก หลี่เฟยก็รู้สึกว่าไม่มีอะไรที่จะได้จากพระสนมซูฮุ่ยอีกแล้ว นางจึงตัดสินใจที่จะกลับ
"ข้าคงต้องขอตัวกลับก่อน" หลี่เฟยเอ่ย "ข้ายังมีธุระต้องจัดการอีกหลายอย่าง"
"เพคะหลี่เฟย" พระสนมซูฮุ่ยเอ่ย "หม่อมฉันจะไปส่งเพคะ"
พระสนมซูฮุ่ยลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปส่งหลี่เฟยที่หน้าตำหนัก เมื่อมาถึงหน้าตำหนัก หลี่เฟยก็หันไปมองพระสนมซูฮุ่ยอีกครั้ง
"ขอบใจเจ้ามากที่ต้อนรับข้าอย่างดี" หลี่เฟยเอ่ย
"ไม่เป็นไรเพคะหลี่เฟย" พระสนมซูฮุ่ยเอ่ยด้วยรอยยิ้มหวาน "หม่อมฉันยินดีเสมอที่ได้ต้อนรับหลี่เฟย"
หลี่เฟยพยักหน้าแล้วเดินขึ้นรถม้าไป เมื่อรถม้าเริ่มเคลื่อนตัวออกไป หลี่เฟยก็หันกลับไปมองพระสนมซูฮุ่ยอีกครั้ง พระสนมซูฮุ่ยยังคงยืนอยู่ที่หน้าตำหนัก โบกมือลาให้นางด้วยรอยยิ้มหวาน
"เจ้าคิดว่าอย่างไรซูซู" หลี่เฟยเอ่ยถามซูซูที่นั่งอยู่ข้างๆ นาง "เจ้าคิดว่าพระสนมซูฮุ่ยเป็นคนอย่างไร"
ซูซูเงียบไปชั่วขณะ "พระสนมซูฮุ่ยทรงดูอ่อนหวานและไร้เดียงสามากเพคะ" ซูซูเอ่ย "แต่กระหม่อมรู้สึกว่ารอยยิ้มของนางดูเหมือนจะซ่อนคมมีดเอาไว้"
คำพูดของซูซูทำให้หลี่เฟยชะงักไปชั่วขณะ นางหันไปมองซูซูด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย
"เจ้าหมายความว่าอย่างไร" หลี่เฟยเอ่ยถาม
"กระหม่อมรู้สึกว่าพระสนมซูฮุ่ยทรงไม่ได้เป็นอย่างที่เห็นภายนอกเพคะ" ซูซูเอ่ย "นางอาจจะดูอ่อนหวานและไร้เดียงสา แต่ภายในอาจจะเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและความทะเยอทะยาน"
หลี่เฟยพยักหน้าอย่างครุ่นคิด นางก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน รอยยิ้มของพระสนมซูฮุ่ยดูเหมือนจะซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้
"เจ้าต้องช่วยข้าจับตาดูพระสนมซูฮุ่ยให้ดี" หลี่เฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "ข้าเชื่อว่านางจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องราวทั้งหมดนี้อย่างแน่นอน"
ซูซูพยักหน้าอย่างหนักแน่น "กระหม่อมจะทำตามที่หลี่เฟยรับสั่งทุกประการเพคะ"
รถม้ายังคงเคลื่อนตัวต่อไป หลี่เฟยยังคงนั่งเงียบๆ พลางนึกถึงรอยยิ้มของพระสนมซูฮุ่ย รอยยิ้มที่ดูเหมือนจะซ่อนคมมีดเอาไว้
"ข้าจะไม่มีวันยอมแพ้" หลี่เฟยเอ่ยเสียงกระซิบ "ข้าจะทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่ควรจะเป็นของข้า และข้าจะทำให้ผู้ที่ทำร้ายข้าต้องชดใช้ในสิ่งที่พวกเขาทำ"
คำพูดของหลี่เฟยดังก้องอยู่ในความเงียบงันของรถม้า ราวกับเป็นคำสาบานที่นางจะไม่มีวันลืม นางรู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะเป็นการต่อสู้ที่ยาวนานและยากลำบาก แต่ในตอนนี้ นางก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมันแล้ว
หลี่เฟยหลับตาลงช้าๆ พยายามจะข่มตาให้หลับ แต่ภาพรอยยิ้มของพระสนมซูฮุ่ยก็ยังคงตามหลอกหลอนนางไม่หยุดหย่อน
นางถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางพลิกตัวไปมาบนเบาะรถม้า นางรู้ดีว่าคืนนี้คงเป็นอีกคืนหนึ่งที่นางจะนอนไม่หลับ แต่ในตอนนี้ นางก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
หลี่เฟยลืมตาขึ้นช้าๆ แล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง แสงแดดยามเช้ายังคงสาดส่องลงมาต้องรถม้า แต่ในตอนนี้ บรรยากาศภายในรถม้ากลับไม่เงียบเหงาและสิ้นหวังอีกต่อไป ประกายไฟแห่งความมุ่งมั่นได้จุดขึ้นในดวงตาของหลี่เฟย นางรู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยอุปสรรคและอันตราย แต่ในตอนนี้ นางก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมันแล้ว
"ข้าจะไม่มีวันยอมแพ้" หลี่เฟยเอ่ยเสียงกระซิบ "ข้าจะทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่ควรจะเป็นของข้า และข้าจะทำให้ผู้ที่ทำร้ายข้าต้องชดใช้ในสิ่งที่พวกเขาทำ"
คำพูดของหลี่เฟยดังก้องอยู่ในความเงียบงันของรถม้า ราวกับเป็นคำสาบานที่นางจะไม่มีวันลืม นางรู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะเป็นการต่อสู้ที่ยาวนานและยากลำบาก แต่ในตอนนี้ นางก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมันแล้ว

บัลลังก์แค้นวังหลัง
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก