รุ่งเช้าของวันถัดมา หลี่เฟยตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกตื่นเต้นและกังวลใจระคนกันไป วันนี้จะเป็นวันที่ความจริงทุกอย่างจะถูกเปิดเผย นางรู้ดีว่าการกระทำครั้งนี้มีความเสี่ยงสูง แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว หากไม่เปิดโปงแผนร้ายขององค์ชายรองและพระสนมซูฮุ่ย ฮ่องเต้ก็อาจจะตกอยู่ในอันตรายได้
"หลี่เฟยเพคะ ได้เวลาแต่งองค์แล้วเพคะ" ซูซูเอ่ยขึ้นเบาๆ พร้อมกับเดินเข้ามาในห้องด้วยถาดที่วางชุดผ้าไหมงดงาม
หลี่เฟยพยักหน้า นางลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปยังโต๊ะเครื่องแป้ง นางมองสะท้อนใบหน้าของตัวเองในกระจก ใบหน้าที่เคยงดงามและสดใส บัดนี้กลับดูซีดเซียวและอ่อนล้า แต่ในดวงตาคู่สวยนั้น กลับมีประกายไฟแห่งความมุ่งมั่นที่ไม่มีวันดับลง
"ซูซู เจ้าเตรียมจดหมายลับฉบับนั้นไว้พร้อมแล้วใช่หรือไม่" หลี่เฟยเอ่ยถาม
"พร้อมแล้วเพคะหลี่เฟย" ซูซูตอบ พลางหยิบจดหมายลับฉบับนั้นออกมาจากเสื้อคลุม
หลี่เฟยรับจดหมายลับมาดูอย่างละเอียด จดหมายฉบับนี้เป็นหลักฐานสำคัญที่จะเปิดโปงแผนร้ายขององค์ชายรองและพระสนมซูฮุ่ย
"วันนี้ข้าจะไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้" หลี่เฟยเอ่ยเสียงเรียบ "เจ้าต้องช่วยข้าหาโอกาสที่จะนำจดหมายฉบับนี้ไปให้ฮ่องเต้ทอดพระเนตร"
ซูซูพยักหน้าอย่างหนักแน่น "กระหม่อมจะทำตามที่หลี่เฟยรับสั่งทุกประการเพคะ"
หลังจากแต่งองค์เสร็จ หลี่เฟยก็เดินออกจากตำหนักฉางชุนพร้อมกับซูซูและนางกำนัลอีกสองสามคน นางนั่งรถม้าไปยังตำหนักเฉียนชิง ซึ่งเป็นตำหนักของฮ่องเต้
เมื่อรถม้ามาถึงตำหนักเฉียนชิง หลี่เฟยก็ลงจากรถม้าแล้วเดินเข้าไปในตำหนัก บรรยากาศภายในตำหนักเฉียนชิงดูโอ่อ่าและสง่างามสมกับเป็นตำหนักของฮ่องเต้
"ถวายพระพรหลี่เฟยเพคะ" เหล่านางกำนัลและขันทีในตำหนักเฉียนชิงต่างพากันคุกเข่าถวายความเคารพ
"ลุกขึ้นเถิด" หลี่เฟยเอ่ยเสียงเรียบ "ฮ่องเต้ทรงอยู่ที่ใด"
"ฮ่องเต้ทรงประทับอยู่ในท้องพระโรงเพคะ" นางกำนัลคนหนึ่งตอบ
หลี่เฟยพยักหน้าแล้วเดินตรงไปยังท้องพระโรง เมื่อมาถึงท้องพระโรง นางก็เห็นฮ่องเต้กำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์ทองคำ พระสนมซูฮุ่ยกำลังนั่งอยู่ข้างกายฮ่องเต้ และองค์ชายรองก็ยืนอยู่ข้างๆ พระสนมซูฮุ่ย
หลี่เฟยเดินเข้าไปในท้องพระโรงแล้วคุกเข่าถวายความเคารพ "ถวายพระพรฮ่องเต้เพคะ"
"ลุกขึ้นเถิดหลี่เฟย" ฮ่องเต้เอ่ยเสียงเรียบ "เจ้ามีเรื่องอันใดจะกราบทูลหรือ"
"หม่อมฉันมีเรื่องสำคัญจะกราบทูลเพคะ" หลี่เฟยเอ่ย "เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของราชวงศ์เพคะ"
ฮ่องเต้เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "เรื่องอะไรกัน"
พระสนมซูฮุ่ยและองค์ชายรองต่างพากันมองหน้ากันด้วยความตกใจเล็กน้อย
"หม่อมฉันขอทูลเกล้าฯ ถวายจดหมายฉบับนี้ให้ฮ่องเต้ทอดพระเนตรเพคะ" หลี่เฟยเอ่ย พลางยื่นจดหมายลับฉบับนั้นให้ซูซู ซูซูรับจดหมายลับมาแล้วเดินไปถวายให้ฮ่องเต้
ฮ่องเต้รับจดหมายลับมาแล้วเปิดอ่าน เมื่อฮ่องเต้อ่านจดหมายลับจบ ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีหน้าโกรธเกรี้ยว
"นี่มันอะไรกัน" ฮ่องเต้เอ่ยเสียงดัง "องค์ชายรอง เจ้ากล้าดียังไงถึงได้คิดจะโค่นล้มข้า"
องค์ชายรองตกใจมาก เขารีบคุกเข่าลงแล้วถวายความเคารพ "ฝ่าบาท กระหม่อมไม่ทราบเรื่องนี้เพคะ กระหม่อมถูกใส่ร้ายเพคะ"
"ใส่ร้ายอย่างนั้นหรือ" ฮ่องเต้เอ่ยเสียงดัง "จดหมายฉบับนี้เป็นลายมือของเจ้าอย่างแน่นอน"
"ฝ่าบาท กระหม่อมไม่เคยเขียนจดหมายฉบับนี้เพคะ" องค์ชายรองเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
"แล้วพระสนมซูฮุ่ยเล่า" ฮ่องเต้เอ่ย "เจ้ามีความสัมพันธ์ลับๆ กับองค์ชายรองอย่างนั้นหรือ"
พระสนมซูฮุ่ยตกใจมาก นางรีบคุกเข่าลงแล้วถวายความเคารพ "ฝ่าบาท หม่อมฉันไม่ทราบเรื่องนี้เพคะ หม่อมฉันถูกใส่ร้ายเพคะ"
"ใส่ร้ายอย่างนั้นหรือ" ฮ่องเต้เอ่ยเสียงดัง "หลี่เฟย เจ้ามีหลักฐานอะไรอีกหรือไม่"
"หม่อมฉันมีพยานเพคะ" หลี่เฟยเอ่ย "พยานคนนี้เคยเห็นพระสนมซูฮุ่ยทรงแอบพบกับองค์ชายรองในตำหนักร้างเพคะ"
ฮ่องเต้หันไปมองพระสนมซูฮุ่ยและองค์ชายรองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
"พวกเจ้ากล้าดียังไงถึงได้วางแผนร้ายเช่นนี้" ฮ่องเต้เอ่ยเสียงดัง "พวกเจ้าจะต้องได้รับโทษอย่างสาสม"
องค์ชายรองและพระสนมซูฮุ่ยต่างพากันตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว พวกเขารู้ดีว่าความผิดของพวกเขาในครั้งนี้ร้ายแรงมาก
"ฝ่าบาท ได้โปรดประทานอภัยให้หม่อมฉันด้วยเพคะ" พระสนมซูฮุ่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอ้อนวอน
"ฝ่าบาท ได้โปรดประทานอภัยให้กระหม่อมด้วยเพคะ" องค์ชายรองเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอ้อนวอน
"ไม่มีทาง" ฮ่องเต้เอ่ยเสียงดัง "พวกเจ้าจะต้องได้รับโทษอย่างสาสม"
ฮ่องเต้มีรับสั่งให้ทหารจับกุมองค์ชายรองและพระสนมซูฮุ่ยไปขังคุก แล้วมีรับสั่งให้สอบสวนเรื่องนี้อย่างละเอียด
หลี่เฟยยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสีหน้าเรียบเฉย นางรู้สึกโล่งใจที่ความจริงทุกอย่างได้ถูกเปิดเผยแล้ว
"หลี่เฟย เจ้าทำความดีความชอบในครั้งนี้มาก" ฮ่องเต้เอ่ย "เจ้าต้องการสิ่งใดเป็นรางวัลหรือไม่"
หลี่เฟยคุกเข่าลงแล้วถวายความเคารพ "หม่อมฉันไม่ต้องการสิ่งใดเป็นรางวัลเพคะ หม่อมฉันแค่ต้องการให้ความจริงปรากฏออกมาเพคะ"
ฮ่องเต้พยักหน้า "เจ้าเป็นสตรีที่ซื่อสัตย์และภักดีมากหลี่เฟย ข้าขอโทษที่เคยเข้าใจเจ้าผิดไป"
หลี่เฟยเงยหน้าขึ้นมองฮ่องเต้ ดวงตาคู่สวยของนางฉายแววเจ็บปวด "ฝ่าบาท ทรงเคยตรัสว่าทรงไม่เคยรักหม่อมฉันเพคะ"
คำพูดของหลี่เฟยทำให้ฮ่องเต้ชะงักไปชั่วขณะ เขารู้สึกผิดมากที่เคยตรัสถ้อยคำเหล่านั้นออกไป
"ข้าขอโทษหลี่เฟย" ฮ่องเต้เอ่ย "ข้าผิดไปแล้ว ข้าขอสารภาพว่าข้ารักเจ้ามาโดยตลอด"
หลี่เฟยน้ำตาไหลออกมา นางไม่คิดว่าฮ่องเต้จะตรัสคำเหล่านี้ออกมา
"ฝ่าบาท ทรงตรัสจริงหรือเพคะ" หลี่เฟยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวัง
"จริงสิหลี่เฟย" ฮ่องเต้เอ่ย "ข้ารักเจ้ามาโดยตลอด และข้าก็เสียใจมากที่เคยทำร้ายเจ้า"
หลี่เฟยน้ำตาไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย นางรู้สึกดีใจมากที่ฮ่องเต้ยังคงรักนางอยู่
"ฝ่าบาท หม่อมฉันก็รักฝ่าบาทเพคะ" หลี่เฟยเอ่ย
ฮ่องเต้ลุกขึ้นจากบัลลังก์แล้วเดินเข้าไปหาหลี่เฟย เขายื่นมือออกไปเช็ดน้ำตาให้นาง
"หลี่เฟย ข้าจะแต่งตั้งเจ้าเป็นฮองเฮา" ฮ่องเต้เอ่ย "เจ้าจะเป็นฮองเฮาของข้า และเราจะปกครองแผ่นดินนี้ไปด้วยกัน"
หลี่เฟยตกใจมาก นางไม่คิดว่าฮ่องเต้จะแต่งตั้งนางเป็นฮองเฮา
"ฝ่าบาท ทรงตรัสจริงหรือเพคะ" หลี่เฟยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่เชื่อ
"จริงสิหลี่เฟย" ฮ่องเต้เอ่ย "เจ้าเหมาะสมที่จะเป็นฮองเฮาของข้ามากที่สุด"
หลี่เฟยน้ำตาไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย นางรู้สึกดีใจมากที่ความฝันของนางได้เป็นจริงแล้ว
"ขอบพระทัยฝ่าบาทเพคะ" หลี่เฟยเอ่ย "หม่อมฉันจะทำหน้าที่ฮองเฮาให้ดีที่สุดเพคะ"
ฮ่องเต้ยิ้มให้หลี่เฟย เขารู้สึกดีใจมากที่ได้หลี่เฟยกลับคืนมา
"หลี่เฟย ข้าจะจัดงานแต่งงานให้เจ้าอย่างยิ่งใหญ่" ฮ่องเต้เอ่ย "เจ้าจะเป็นฮองเฮาที่งดงามที่สุดในแผ่นดินนี้"
หลี่เฟยยิ้มให้ฮ่องเต้ นางรู้สึกมีความสุขมากในตอนนี้
"ฝ่าบาท หม่อมฉันรักฝ่าบาทเพคะ" หลี่เฟยเอ่ย
"ข้าก็รักเจ้าหลี่เฟย" ฮ่องเต้เอ่ย
ทั้งสองโอบกอดกันด้วยความรักและความอบอุ่น เหล่านางกำนัลและขันทีในท้องพระโรงต่างพากันยิ้มแย้มยินดีกับความรักของฮ่องเต้และหลี่เฟย
ในที่สุด ความจริงทุกอย่างก็ได้ถูกเปิดเผยแล้ว และหลี่เฟยก็ได้กลับมาเป็นที่รักของฮ่องเต้อีกครั้ง นางรู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้าจะยังคงมีอุปสรรคอยู่บ้าง แต่ในตอนนี้ นางก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมันแล้ว
"บัลลังก์หงส์นี้ จะต้องเป็นของข้า" หลี่เฟยเอ่ยเสียงกระซิบ "และผู้ที่ริอาจช่วงชิงมันไปจากข้า จะต้องได้รับผลกรรมอย่างสาสม"
คำพูดของหลี่เฟยดังก้องอยู่ในความเงียบงันของท้องพระโรง ราวกับเป็นคำสาบานที่นางจะไม่มีวันลืม นางรู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะเป็นการต่อสู้ที่ยาวนานและยากลำบาก แต่ในตอนนี้ นางก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมันแล้ว
หลี่เฟยหลับตาลงช้าๆ พยายามจะข่มตาให้หลับ แต่ภาพความทรงจำอันเจ็บปวดก็ยังคงตามหลอกหลอนนางไม่หยุดหย่อน
นางถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางพลิกตัวไปมาบนบัลลังก์ นางรู้ดีว่าคืนนี้คงเป็นอีกคืนหนึ่งที่นางจะนอนไม่หลับ แต่ในตอนนี้ นางก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
หลี่เฟยลืมตาขึ้นช้าๆ แล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง แสงจันทร์ยังคงสาดส่องลงมาต้องท้องพระโรง แต่ในตอนนี้ บรรยากาศภายในท้องพระโรงกลับไม่เงียบเหงาและสิ้นหวังอีกต่อไป ประกายไฟแห่งความมุ่งมั่นได้จุดขึ้นในดวงตาของหลี่เฟย นางรู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยอุปสรรคและอันตราย แต่ในตอนนี้ นางก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมันแล้ว
"ข้าจะไม่มีวันยอมแพ้" หลี่เฟยเอ่ยเสียงกระซิบ "ข้าจะทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่ควรจะเป็นของข้า และข้าจะทำให้ผู้ที่ทำร้ายข้าต้องชดใช้ในสิ่งที่พวกเขาทำ"
คำพูดของหลี่เฟยดังก้องอยู่ในความเงียบงันของท้องพระโรง ราวกับเป็นคำสาบานที่นางจะไม่มีวันลืม นางรู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะเป็นการต่อสู้ที่ยาวนานและยากลำบาก แต่ในตอนนี้ นางก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมันแล้ว

บัลลังก์แค้นวังหลัง
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก