สนมแค้นวังหลวง

ตอนที่ 4 — แผนพลิกวิกฤต

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

40 ตอน · 1,284 คำ

แผนพลิกวิกฤต

“หม่อมฉันไม่ได้ทำ!” พิมดาวหรือจูเหมยร้องออกมาอย่างเหลืออด ความรู้สึกที่ถูกปรักปรำซ้ำซ้อนทำให้เธอแทบคลุ้มคลั่ง เธอแทบอยากจะตะโกนใส่หน้าขันทีผู้นั้นว่าเธอเพิ่งถูกถอดถอนจากงานปักฉลองพระองค์ไปเมื่อไม่กี่ชั่วยามที่ผ่านมา จะไปทำอะไรให้เกิดข้อผิดพลาดได้อย่างไร

แต่ขันทีกลับมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว “ไม่ว่าเจ้าจะทำหรือไม่ แต่ฮ่องเต้ทรงเชื่อเช่นนั้น! ฝ่าบาททรงพิโรธมาก! ‌หากเจ้าไม่รีบไปเข้าเฝ้าและอธิบายให้พระองค์ทรงพอพระทัย...เจ้าจะต้องตายแน่!”

เสี่ยวฮุ่ยที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งกับพื้น นางก้มหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น “จูเหมย...ทำอย่างไรดีเพคะ ฮ่องเต้ทรงพิโรธถึงเพียงนี้ พวกเราจะเอาชีวิตรอดได้อย่างไรเล่า”

พิมดาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เธอรู้ดีว่าการคร่ำครวญไม่ใช่ทางออกในสถานการณ์เช่นนี้ เธอจะต้องคิด ​เธอจะต้องหาทางพลิกวิกฤตนี้ให้เป็นโอกาสให้ได้ เธอจะต้องใช้สมองที่เคยใช้ในการแก้ปัญหางานอันซับซ้อนในโลกปัจจุบันมาใช้ในการเอาชีวิตรอดในโลกอดีตแห่งนี้

“พาข้าไปเดี๋ยวนี้” พิมดาวพูดด้วยเสียงที่หนักแน่น เธอตัดสินใจแล้วว่าต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์นี้

ขันทีนำพิมดาวไปยังตำหนักใหญ่ด้วยท่าทีที่เร่งรีบและเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ระหว่างทางพิมดาวพยายามคิดวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เธอรู้ดีว่าสนมเยว่หนี่ว์ไม่มีทางยอมให้เกิดข้อผิดพลาดในการปักฉลองพระองค์ของฮ่องเต้เป็นแน่ เพราะนั่นหมายถึงการทำลายชื่อเสียงของนางเอง และจะทำให้นางต้องถูกลงโทษอย่างรุนแรงเช่นกัน ‍หากมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นจริง นั่นหมายความว่าอาจจะมีคนอื่นที่อยู่เบื้องหลังอีกชั้นหนึ่ง หรือไม่ก็เป็นอุบายที่ซับซ้อนกว่าที่เธอคิด

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือ การพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง และการทำให้ฮ่องเต้เชื่อว่าเธอไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทำลายฉลองพระองค์

เมื่อมาถึงตำหนักใหญ่ บรรยากาศภายในตำหนักดูตึงเครียดกว่าครั้งก่อนหลายเท่าตัว ขันทีและนางกำนัลทุกคนต่างก้มหน้าต่ำ ไม่มีใครกล้าเงยหน้าขึ้นมามอง ‌ฮ่องเต้เฉินหลงประทับอยู่บนบัลลังก์ ดวงตาของพระองค์แดงก่ำด้วยความพิโรธ ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้บูดบึ้งน่ากลัว

เบื้องหน้าบัลลังก์นั้น มีฉลองพระองค์สีเหลืองทองที่ถูกปักลวดลายมังกรอันงดงามวางอยู่ แต่สิ่งที่ทำให้พิมดาวเบิกตากว้างคือบริเวณหัวมังกรที่เธอจำได้ว่าสนมเยว่หนี่ว์เป็นผู้สานต่อ บัดนี้มีรอยปักที่ผิดเพี้ยนอย่างเห็นได้ชัด ลายเส้นของหนวดมังกรดูบิดเบี้ยว ไม่สมส่วน ‍และมีด้ายบางเส้นที่ขาดรุ่ยออกมา ซึ่งเป็นข้อผิดพลาดที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นกับฉลองพระองค์ของฮ่องเต้โดยเด็ดขาด

สนมเยว่หนี่ว์ยืนอยู่ข้างๆ ฉลองพระองค์นั้น ใบหน้าของนางซีดเผือด นางอยู่ในชุดอาภรณ์หรูหรา แต่ดูไร้สง่าราศี ดวงตาของนางมองมาที่พิมดาวด้วยความโกรธแค้นและเกลียดชัง

“ถวายบังคมเพคะฝ่าบาท” พิมดาวทรุดตัวลงคุกเข่า ​ก้มหน้าต่ำอย่างนอบน้อม

“จูเหมย!” ฮ่องเต้เฉินหลงตวาดเสียงดัง “เจ้ากล้าดียังไงถึงได้ทำเรื่องอัปยศเช่นนี้! ทำลายฉลองพระองค์ของข้า! และใส่ร้ายป้ายสีสนมเยว่หนี่ว์! เจ้าต้องการจะล้มสนมเยว่หนี่ว์ผู้นี้อย่างนั้นหรือ!”

พิมดาวเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย สบตากับฮ่องเต้เฉินหลง ดวงตาของพระองค์ยังคงเต็มไปด้วยความพิโรธ ​แต่เธอก็สังเกตเห็นแววตาบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความโกรธนั้น แววตาที่เหมือนกำลังพิจารณาอะไรบางอย่างอยู่

“ฝ่าบาท โปรดทรงสดับฟังหม่อมฉันก่อนเพคะ” พิมดาวกล่าวเสียงเรียบ พยายามให้เสียงของเธอดูสงบที่สุด “หม่อมฉันมิได้ทำเรื่องเช่นนั้นเลยเพคะ”

“โกหก!” สนมเยว่หนี่ว์ตวาด “ฮ่องเต้เพคะ ​นางจูเหมยผู้นี้อิจฉาริษยาหม่อมฉันมาโดยตลอด นางตั้งใจจะทำลายชื่อเสียงของหม่อมฉัน โดยการทำให้ฉลองพระองค์ของฝ่าบาทเกิดข้อผิดพลาด แล้วป้ายความผิดให้หม่อมฉันเพคะ!”

พิมดาวมองไปยังสนมเยว่หนี่ว์ด้วยสายตาที่เย็นชา นางทำหน้าเจ็บปวดและหวาดกลัวได้อย่างแนบเนียน แต่พิมดาวรู้ดีว่านี่คือละครฉากหนึ่งที่นางกำลังแสดง

“หากหม่อมฉันต้องการจะทำลายสนมเยว่หนี่ว์” พิมดาวพูดด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นเล็กน้อย “ไยหม่อมฉันจึงไม่ทำให้ฉลองพระองค์นี้ผิดพลาดตั้งแต่แรก? ทั้งที่หม่อมฉันเป็นคนปักส่วนใหญ่ของฉลองพระองค์นี้ด้วยตนเองเพคะ”

คำพูดของพิมดาวทำให้ฮ่องเต้เฉินหลงชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาของพระองค์มองไปยังฉลองพระองค์ พิมดาวปักไปแล้วเกือบทั้งหมด มีเพียงส่วนหัวมังกรเท่านั้นที่สนมเยว่หนี่ว์เป็นผู้สานต่อ หากเธอต้องการทำลายจริงๆ เธอคงจะทำตั้งแต่แรกแล้ว ไม่ใช่รอจนงานเกือบจะสำเร็จ

“นั่นก็เพราะนางต้องการป้ายความผิดให้หม่อมฉันอย่างไรเล่าเพคะ!” สนมเยว่หนี่ว์แก้ตัวอย่างรวดเร็ว “นางต้องการให้ทุกคนเข้าใจผิดว่าหม่อมฉันปักฉลองพระองค์ผิดพลาดเอง!”

พิมดาวเม้มปาก เธอต้องหาหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเธอให้ได้

“ฝ่าบาท” พิมดาวกล่าว “หม่อมฉันขออนุญาตตรวจสอบรอยปักบนฉลองพระองค์เพคะ”

ฮ่องเต้เฉินหลงมองพิมดาวด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา “เจ้าต้องการจะตรวจสอบอะไร”

“หม่อมฉันเชื่อว่ารอยปักที่ผิดพลาดนี้...มิได้เกิดจากความตั้งใจเพคะ แต่เกิดจากวิธีการปักที่ผิดพลาดจากความเร่งรีบ หรือการขาดความชำนาญในส่วนนั้นๆ เพคะ” พิมดาวพูดอย่างมั่นใจ เธอจำได้ว่าจูเหมยมีความเชี่ยวชาญในการปักดอกเหมยและลวดลายอ่อนช้อย แต่ไม่แน่ใจว่าจูเหมยจะเชี่ยวชาญการปักลวดลายมังกรที่แข็งแกร่งและซับซ้อนได้มากแค่ไหน

ฮ่องเต้เฉินหลงพยักหน้าเล็กน้อย “อนุญาต”

พิมดาวคลานเข้าไปใกล้ฉลองพระองค์ เธอบรรจงใช้ปลายนิ้วสัมผัสรอยปักที่ผิดพลาดบริเวณหัวมังกร เธอใช้ความรู้ที่ได้จากความทรงจำของจูเหมย และประสบการณ์จากการปักมาตลอดเจ็ดวันในการวิเคราะห์ เธอสังเกตเห็นว่ารอยปักที่ผิดพลาดนั้นมีลักษณะเฉพาะ ด้ายที่ใช้ปักนั้นมีความตึงที่ไม่สม่ำเสมอ และมีการสอดเข็มที่ไม่ถูกหลักการปักลายมังกรที่ซับซ้อน ทำให้เกิดการบิดเบี้ยวของลายเส้น

“ฝ่าบาท” พิมดาวหันไปกล่าวกับฮ่องเต้ “รอยปักส่วนหัวมังกรนี้...มีลักษณะการปักที่ไม่เป็นไปตามหลักการปักลายมังกรชั้นสูงเพคะ ลายเส้นของหนวดมังกรควรจะต้องพริ้วไหวและแข็งแรง แต่รอยปักนี้กลับดูแข็งทื่อและบิดเบี้ยว สาเหตุอาจเกิดจากผู้ปักไม่มีความชำนาญเพียงพอในการปักลายมังกรที่ซับซ้อน หรืออาจจะเกิดจากความเร่งรีบในการทำงานเพคะ”

สนมเยว่หนี่ว์หน้าซีดเผือด “เจ้า...เจ้ากำลังกล่าวว่าหม่อมฉันไม่มีความชำนาญอย่างนั้นหรือ!?”

“หม่อมฉันมิได้กล่าวเช่นนั้นเพคะ” พิมดาวตอบอย่างใจเย็น “หม่อมฉันเพียงแค่กล่าวตามสิ่งที่หม่อมฉันเห็นจากรอยปักเท่านั้นเพคะ หากฝ่าบาทไม่ทรงเชื่อ โปรดให้ช่างปักหลวงมาตรวจสอบได้เพคะ”

คำพูดของพิมดาวมีน้ำหนัก ฮ่องเต้เฉินหลงหันไปมองสนมเยว่หนี่ว์อย่างพิจารณา สนมเยว่หนี่ว์เป็นสนมที่ได้รับการโปรดปราน แต่พระองค์ก็รู้ดีว่านางไม่ได้มีความสามารถโดดเด่นในด้านการเย็บปักถักร้อยมากนัก และการที่นางต้องการแย่งงานปักนี้ไปทำเองอย่างเร่งรีบ ก็อาจจะเป็นเพราะต้องการแสดงผลงานต่อหน้าพระองค์

“แล้วหากเจ้าเป็นผู้ลงมือทำจริงๆ” ฮ่องเต้ถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เจ้าจะอธิบายเรื่องนี้ได้อย่างไร”

“หากหม่อมฉันเป็นผู้ลงมือทำจริงๆ” พิมดาวกล่าวเสียงดังฟังชัด “หม่อมฉันจะไม่มีทางเลือกวิธีการปักที่ซับซ้อนและผิดพลาดเช่นนี้เป็นแน่เพคะ หม่อมฉันจะเลือกใช้วิธีที่ง่ายกว่า และทำให้ฮ่องเต้ทรงพิโรธตั้งแต่แรก มิใช่รอจนกระทั่งงานเกือบจะสำเร็จแล้วจึงมาทำเช่นนี้เพคะ”

พิมดาวมองไปยังสนมเยว่หนี่ว์อีกครั้ง “อีกทั้ง...เหตุใดสนมเยว่หนี่ว์จึงต้องรีบร้อนแย่งงานปักนี้ไปทำด้วยตนเอง ทั้งที่หม่อมฉันก็กำลังปักอย่างเต็มที่อยู่แล้วเพคะ”

คำถามของพิมดาวทำให้สนมเยว่หนี่ว์ถึงกับผงะ นางไม่สามารถตอบได้ ฮ่องเต้เฉินหลงจ้องมองสนมเยว่หนี่ว์ด้วยสายตาที่คมกริบ

“ฝ่าบาท” พิมดาวกล่าวต่อ “หม่อมฉันเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้...เป็นความบังเอิญเพคะ หรือไม่ก็เป็นความพยายามที่จะใส่ร้ายหม่อมฉันโดยใช้ความผิดพลาดของผู้อื่นบังหน้าเพคะ”

ฮ่องเต้เฉินหลงเงียบไปครู่หนึ่ง พระองค์กวาดสายตามองไปที่พิมดาวและสนมเยว่หนี่ว์สลับกัน พิมดาวรู้สึกเหมือนถูกกดดันอย่างหนัก เธอรู้ดีว่าคำพูดของเธออาจจะทำให้สนมเยว่หนี่ว์เกลียดชังเธอมากยิ่งขึ้น แต่เธอไม่มีทางเลือก เธอต้องเอาชีวิตรอด

ในที่สุด ฮ่องเต้เฉินหลงก็ถอนหายใจออกมา “เอาล่ะ...ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าจะให้โอกาสเจ้าอีกครั้งจูเหมย”

พิมดาวเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ เธอไม่คิดว่าฮ่องเต้จะให้โอกาสเธออีกครั้งหลังจากที่ถูกลงโทษมาแล้วถึงสองครั้ง

“เจ้าจงแก้ไขฉลองพระองค์นี้เสีย” ฮ่องเต้กล่าวเสียงเรียบ “ทำให้มันงดงามและสมบูรณ์แบบที่สุด และหากมีข้อผิดพลาดแม้แต่น้อย...โทษทัณฑ์ของเจ้าจะหนักกว่าเดิมเป็นทวีคูณ และคราวนี้...จะไม่มีใครช่วยเจ้าได้อีก”

พิมดาวรู้สึกราวกับถูกยกภูเขาออกจากอก แต่ในขณะเดียวกัน ภารกิจที่ได้รับมอบหมายก็หนักหนาสาหัสยิ่งกว่าเดิม เธอต้องแก้ไขสิ่งที่คนอื่นทำผิดพลาด และต้องทำให้มันสมบูรณ์แบบที่สุดในเวลาที่จำกัด

“แล้วสนมเยว่หนี่ว์เล่าเพคะ?” พิมดาวอดถามไม่ได้ นางจะต้องได้รับโทษเช่นกันหรือไม่?

ฮ่องเต้เฉินหลงเหลือบมองสนมเยว่หนี่ว์ที่กำลังยืนตัวสั่นด้วยความกลัว “สนมเยว่หนี่ว์...เจ้าจงไปคัดลอกตำราพระธรรมหนึ่งร้อยจบในเจ็ดวัน เพื่อเป็นการสำนึกในความประมาทเลินเล่อ”

สนมเยว่หนี่ว์หน้าซีดเผือด นางได้รับโทษที่เบากว่าพิมดาวมาก แต่ถึงกระนั้นนางก็รู้สึกโกรธแค้นพิมดาวจับใจ ดวงตาของนางมองมาที่พิมดาวด้วยความเกลียดชังที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

พิมดาวโค้งคำนับฮ่องเต้ “น้อมรับพระบัญชาเพคะฝ่าบาท”

เธอถูกพาไปยังห้องทำงานเดิมอีกครั้ง คราวนี้เธอไม่ได้อยู่เพียงลำพัง เสี่ยวฮุ่ยวิ่งตามมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโล่งอก

“จูเหมย! เจ้าเก่งมากเพคะ! เจ้าสามารถเอาชีวิตรอดจากสถานการณ์เลวร้ายมาได้!” เสี่ยวฮุ่ยร้องออกมาด้วยความดีใจ

พิมดาวมองฉลองพระองค์ที่วางอยู่เบื้องหน้า เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่มันเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเกมที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับสนมเยว่หนี่ว์ได้เปลี่ยนไปแล้ว และฮ่องเต้เฉินหลง...ก็ดูเหมือนจะเริ่มสังเกตเห็นอะไรบางอย่างในตัวเธอ

เธอหยิบเข็มขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้มือของเธอนิ่งและมั่นคงกว่าเดิม ความแค้นที่สั่งสมอยู่ในใจทำให้เธอมีความมุ่งมั่นที่จะทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ เธอจะต้องแก้ไขฉลองพระองค์นี้ให้สมบูรณ์แบบ และจะทำให้ทุกคนที่ดูถูกเธอต้องประหลาดใจ

แต่ในขณะที่เธอกำลังจะเริ่มลงมือปัก เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นก็ดังขึ้นที่ประตู ขันทีคนสนิทของฮ่องเต้เดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม

“จูเหมย” ขันทีกล่าวเสียงเรียบ “ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้เจ้าไปตำหนักหนังสือหลวงเดี๋ยวนี้ มีบางอย่างที่เจ้าจะต้องตรวจสอบเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปักฉลองพระองค์”

พิมดาวเลิกคิ้ว ตำหนักหนังสือหลวง? ทำไมจู่ๆ ฮ่องเต้ถึงได้ส่งเธอไปที่นั่น? และมีอะไรที่เธอต้องตรวจสอบเพิ่มเติม? หรือว่า...ฮ่องเต้ทรงยังไม่เชื่อคำอธิบายของเธอทั้งหมด และต้องการจะทดสอบอะไรเธออีกอย่างนั้นหรือ? นี่มันช่างเป็นกับดักที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนจริงๆ!

หน้านิยาย
หน้านิยาย
สนมแค้นวังหลวง

สนมแค้นวังหลวง

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!