สนมแค้นวังหลวง

ตอนที่ 5 — ปริศนาตำหนักหนังสือหลวง

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

40 ตอน · 1,025 คำ

ตำราโบราณและความลับ

คำสั่งให้ไปตำหนักหนังสือหลวงทำให้พิมดาวหรือจูเหมยรู้สึกประหลาดใจระคนสงสัย ตำหนักหนังสือหลวงคือสถานที่เก็บตำราและเอกสารสำคัญของราชสำนัก ไม่ใช่สถานที่ที่สนมตกอับอย่างเธอจะสามารถเข้าออกได้ง่ายๆ ยิ่งกว่านั้น ฮ่องเต้เฉินหลงยังบอกว่ามีบางอย่างที่เธอต้องตรวจสอบเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปักฉลองพระองค์ มันต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังที่มากกว่าที่เธอคิดเป็นแน่

“ไปกันเถอะ” พิมดาวบอกเสี่ยวฮุ่ยที่กำลังมองเธอด้วยความกังวล

เสี่ยวฮุ่ยพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง นางรู้ดีว่านายสาวของตนเองได้เปลี่ยนไปแล้ว ‌ตั้งแต่วันที่ตื่นขึ้นมา นางดูเข้มแข็งขึ้น ฉลาดขึ้น และเด็ดเดี่ยวขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ

ขันทีนำทางพิมดาวไปยังตำหนักหนังสือหลวง ทางเดินสู่ตำหนักแห่งนี้เงียบสงัดและเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของกระดาษเก่าและหมึกจีน เมื่อมาถึง ประตูไม้บานใหญ่ที่แกะสลักลวดลายเมฆามงคลก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ขันทีเปิดประตูออก ​พิมดาวก้าวเข้าไปด้านใน ภาพที่ปรากฏทำให้เธอถึงกับอ้าปากค้าง

ภายในตำหนักหนังสือหลวงกว้างใหญ่โอ่อ่ากว่าที่เธอคิดไว้มาก ชั้นหนังสือสูงจรดเพดานเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบสุดลูกหูลูกตา เต็มไปด้วยตำราและม้วนเอกสารที่ดูเก่าแก่และทรงคุณค่า มีโต๊ะทำงานไม้ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลางห้อง และมีขันทีอาวุโสท่านหนึ่งกำลังนั่งอ่านตำราอยู่

ขันทีที่พาเธอมาโค้งคำนับขันทีอาวุโส “เรียนท่านขันทีเว่ย ข้าน้อยนำสนมจูเหมยมาตามรับสั่งของฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”

ขันทีอาวุโสผู้นั้นเงยหน้าขึ้น ‍ดวงตาของเขาดูเฉลียวฉลาดและเต็มไปด้วยความรู้ เขากวาดสายตามองพิมดาวตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับกำลังประเมินอะไรบางอย่างอยู่

“สนมจูเหมย” ขันทีเว่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยความน่าเกรงขาม “ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้เจ้ามาค้นหาตำราการปักมังกรโบราณ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขฉลองพระองค์ของพระองค์”

พิมดาวพยักหน้าอย่างนอบน้อม “หม่อมฉันน้อมรับพระบัญชาเพคะ”

“ตำราเหล่านั้นอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของตำหนักนี้” ‌ขันทีเว่ยกล่าวพร้อมกับชี้ไปทางด้านในสุดของห้อง “เจ้ามีเวลาหนึ่งชั่วยามในการค้นหา และต้องนำสิ่งที่ค้นพบกลับไปแก้ไขฉลองพระองค์ให้สมบูรณ์ที่สุด”

พิมดาวมองไปยังชั้นหนังสือที่สูงลิบลิ่ว และทอดตัวยาวเข้าไปในความมืดมิดของตำหนัก เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกโยนลงไปในมหาสมุทรที่เต็มไปด้วยความรู้ เธอไม่เคยอ่านตำราโบราณพวกนี้มาก่อน จะหาเจอได้อย่างไรในเวลาเพียงหนึ่งชั่วยาม

“เสี่ยวฮุ่ย เจ้าช่วยข้าหาด้วย” ‍พิมดาวกระซิบสั่ง

พวกเธอเดินเข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุดของตำหนักหนังสือหลวง กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและฝุ่นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ พิมดาวเริ่มค้นหาตำราที่เกี่ยวข้องกับการปักมังกร เธอพยายามใช้ความทรงจำที่ตกค้างของจูเหมย แต่ความทรงจำเหล่านั้นก็ดูเลือนรางและไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว พิมดาวเริ่มรู้สึกร้อนรน เธอหยิบตำราออกมาดูหลายเล่ม แต่ส่วนใหญ่เป็นตำราเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ​วรรณกรรม หรือปรัชญา ไม่ใช่ตำราเกี่ยวกับการปักเลย เธอเหลือบมองนาฬิกาทรายที่ขันทีเว่ยตั้งไว้ เวลาเริ่มเหลือน้อยลงเรื่อยๆ

“จูเหมย! ดูนี่สิเพคะ!” เสี่ยวฮุ่ยร้องขึ้นด้วยความตื่นเต้น นางถือตำราเล่มเล็กๆ ​ที่ห่อหุ้มด้วยผ้าไหมเก่าๆ ไว้ในมือ

พิมดาวรีบเข้าไปดู ตำราเล่มนั้นมีชื่อว่า “เคล็ดวิชาปักมังกรแห่งจักรพรรดินีหวัง” ชื่อของจักรพรรดินีหวังเป็นชื่อที่ปรากฏในประวัติศาสตร์ว่าเป็นจักรพรรดินีผู้เลอโฉมและมีความสามารถโดดเด่นในด้านศิลปะและการเย็บปักถักร้อย

พิมดาวรีบเปิดตำราออก ด้านในเต็มไปด้วยภาพวาดลายมังกรที่ละเอียดอ่อนและคำอธิบายวิธีการปักที่ซับซ้อน เธออ่านไปเรื่อยๆ หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น ​ตำราเล่มนี้อธิบายถึงเทคนิคการปักมังกรในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะส่วนหัวมังกรที่ยากที่สุด ซึ่งต้องใช้ด้ายหลายสีและเทคนิคการปักแบบพิเศษ เพื่อให้ดูมีชีวิตชีวาและสง่างามที่สุด

ในขณะที่เธอกำลังอ่านตำราอยู่นั้น เธอก็สังเกตเห็นว่ามีตัวอักษรเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ภาพวาดลายมังกร มันเป็นข้อความที่เขียนด้วยหมึกจางๆ และดูเหมือนจะเป็นลายมือของจูเหมยตัวจริง

ข้อความนั้นเขียนไว้ว่า: “ลายปักนี้...คือรหัสลับ”

พิมดาวเบิกตากว้าง รหัสลับ? อะไรคือรหัสลับ? เธออ่านข้อความต่อไปอย่างรวดเร็ว ข้อความนั้นอธิบายถึงวิธีการใช้ลายปักมังกรเพื่อซ่อนสารลับบางอย่าง โดยการใช้จำนวนเส้นด้าย สีของด้าย และทิศทางการปักเพื่อสร้างรหัสลับที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

“นี่มัน...อะไรกัน” พิมดาวพึมพำกับตัวเอง เธอรู้สึกเหมือนกำลังค้นพบความลับอันดำมืดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการตายของจูเหมยตัวจริง

“จูเหมย! เวลาหมดแล้วเพคะ!” เสี่ยวฮุ่ยเตือน

พิมดาวรีบปิดตำราลง เธอเก็บตำราเล่มนั้นไว้ในอ้อมแขนอย่างระมัดระวัง และรีบเดินกลับไปยังตำหนักใหญ่ พร้อมกับเสี่ยวฮุ่ย เมื่อกลับมาถึงห้องทำงาน ขันทีก็ยืนรออยู่แล้ว

“เจ้าได้สิ่งที่ต้องการแล้วหรือ” ขันทีถาม

พิมดาวพยักหน้า “ได้แล้วเพคะ”

ขันทีมองตำราในมือของเธอด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร เขาเพียงแค่บอกให้เธอรีบลงมือแก้ไขฉลองพระองค์ให้เสร็จโดยเร็ว

พิมดาวรีบลงมือแก้ไขฉลองพระองค์ เธอใช้เทคนิคการปักที่ได้จากตำราโบราณ และพยายามทำตามคำแนะนำในตำราอย่างละเอียด นิ้วมือของเธอเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วราวกับถูกนำทางด้วยพลังลึกลับ เธอปักส่วนหัวมังกรอย่างประณีต ด้ายสีทองและสีแดงสลับกันไปมาอย่างงดงาม จนกระทั่งลายมังกรกลับมาดูมีชีวิตชีวาและสง่างามอีกครั้ง

แต่ในขณะที่เธอกำลังปักอยู่นั้น เธอก็พยายามถอดรหัสลับที่ซ่อนอยู่ในตำรา เธออ่านข้อความนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และพยายามนำหลักการถอดรหัสมาใช้กับฉลองพระองค์ที่กำลังปักอยู่ เธอสังเกตเห็นว่าลายปักส่วนหางมังกรที่เธอปักไปก่อนหน้านี้ มีจำนวนเส้นด้ายและทิศทางการปักที่แตกต่างจากส่วนอื่นๆ ราวกับมีใครบางคนจงใจสร้างรหัสลับเอาไว้

“จูเหมยตัวจริง...กำลังจะบอกอะไรบางอย่างกับฉัน” พิมดาวคิดในใจ

เธอพยายามปะติดปะต่อเรื่องราว และเริ่มเข้าใจว่าทำไมจูเหมยตัวจริงถึงได้ถูกใส่ร้ายและถูกกำจัด อาจจะเป็นเพราะนางได้ค้นพบความลับบางอย่าง และพยายามที่จะส่งสารลับนั้นออกมา โดยใช้ฉลองพระองค์ของฮ่องเต้เป็นสื่อกลาง

แต่สารลับนั้นคืออะไร? และใครคือผู้ที่จูเหมยต้องการจะสื่อสารด้วย? ฮ่องเต้เฉินหลงหรือ? หากเป็นเช่นนั้น ฮ่องเต้จะสามารถถอดรหัสลับนี้ได้หรือไม่?

พิมดาวมองไปยังรอยปักบนฉลองพระองค์ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เธอไม่รู้ว่าการกระทำของเธอจะนำพาไปสู่สิ่งใด แต่เธอก็รู้ว่าเธอจะต้องทำมันให้สำเร็จ เพื่อที่จะค้นหาความจริงเบื้องหลังการตายของจูเหมยตัวจริง และเพื่อที่จะเอาชีวิตรอดในวังแห่งนี้ให้ได้

เธอแก้ไขฉลองพระองค์จนเสร็จสมบูรณ์ในที่สุด ลายมังกรทองอันสง่างามกลับมาดูมีชีวิตชีวาและเปล่งประกายอีกครั้ง ราวกับว่าไม่มีสิ่งผิดพลาดใดๆ เกิดขึ้นเลย พิมดาวมองผลงานของตนเองด้วยความภาคภูมิใจ

“เสี่ยวฮุ่ย” พิมดาวเรียก “นำฉลองพระองค์นี้ไปให้ขันที เพื่อส่งไปยังฮ่องเต้ได้เลย”

เสี่ยวฮุ่ยรับฉลองพระองค์ไปจากมือของพิมดาว นางมองผลงานนั้นด้วยความตกตะลึง “จูเหมย...มันงดงามมากเพคะ! งดงามกว่าที่สนมเยว่หนี่ว์เคยปักเสียอีก!”

พิมดาวเพียงแค่ยิ้มเล็กน้อย เธอรู้ดีว่านี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของการต่อสู้ เธอต้องรอการตัดสินใจของฮ่องเต้เฉินหลง เธอไม่รู้ว่าพระองค์จะพอพระทัยหรือไม่ และที่สำคัญที่สุด...พระองค์จะสามารถถอดรหัสลับที่ซ่อนอยู่ในลายปักนี้ได้หรือไม่

เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า พิมดาวนั่งรออยู่ในห้องด้วยความกระวนกระวายใจ เธอไม่รู้ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร เธอหวังเพียงว่าความพยายามของเธอจะไม่สูญเปล่า และสารลับที่จูเหมยทิ้งไว้จะไปถึงมือผู้ที่ควรจะได้รับมัน

ในที่สุด เสียงฝีเท้าของขันทีก็ดังขึ้นที่หน้าประตูอีกครั้ง พิมดาวหัวใจเต้นระรัว ขันทีคนเดิมเดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึมกว่าเดิม

“จูเหมย” ขันทีกล่าวเสียงเรียบ “ฮ่องเต้...ทรงพอพระทัยในฉลองพระองค์ของเจ้ามาก”

พิมดาวถอนหายใจด้วยความโล่งอก เธอรอดตายแล้ว!

“แต่” ขันทีกล่าวต่อ “ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้เจ้าเข้าเฝ้าเดี๋ยวนี้! พระองค์ทรงมีเรื่องสำคัญที่จะต้องสอบถามเจ้าเป็นการส่วนตัว! และพระองค์ยังทรงมีพระราชโองการให้จัดเตรียมตำหนักฉงเยว่ ให้เป็นที่ประทับแห่งใหม่ของสนมจูเหมยด้วยเพคะ!”

พิมดาวเบิกตากว้าง ตำหนักฉงเยว่! นั่นคือตำหนักที่อยู่ใกล้ตำหนักใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง และเป็นตำหนักที่สนมคนโปรดเท่านั้นที่จะได้รับอนุญาตให้อาศัยอยู่ได้! นี่มันหมายความว่าฮ่องเต้กำลังจะคืนความโปรดปรานให้เธออย่างนั้นหรือ? หรือว่า...พระองค์ทรงถอดรหัสลับนั้นได้แล้ว และต้องการจะสอบถามความจริงจากเธอ? สิ่งที่รอเธออยู่เบื้องหน้าคืออะไรกันแน่! ไม่ว่าจะเป็นโอกาส หรืออันตรายที่ใหญ่หลวงกว่าเดิม

หน้านิยาย
หน้านิยาย
สนมแค้นวังหลวง

สนมแค้นวังหลวง

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!