ตำหนักใหม่และรหัสปริศนา
คำว่า “ตำหนักฉงเยว่” ยังคงก้องอยู่ในหัวของพิมดาวหรือจูเหมย เธอไม่คาดคิดว่าฮ่องเต้จะเปลี่ยนใจเร็วขนาดนี้ จากสนมตกอับในตำหนักเย็น บัดนี้เธอได้รับอนุญาตให้ย้ายมายังตำหนักฉงเยว่ ซึ่งเป็นตำหนักของสนมคนโปรด นั่นหมายถึงฐานะของเธอกำลังจะถูกยกระดับขึ้นมาอีกครั้ง
แต่สิ่งที่ทำให้พิมดาวกังวลมากกว่าความดีใจคือคำว่า “เรื่องสำคัญที่จะต้องสอบถามเป็นการส่วนตัว” เธอรู้ดีว่านี่ต้องเกี่ยวข้องกับรหัสลับที่ซ่อนอยู่ในฉลองพระองค์ ฮ่องเต้เฉินหลงคงจะถอดรหัสได้แล้ว และนั่นหมายความว่าความจริงเบื้องหลังการตายของจูเหมยกำลังจะถูกเปิดเผย
พิมดาวเดินทางไปยังตำหนักฉงเยว่พร้อมกับเสี่ยวฮุ่ย ขันทีที่นำทางทำท่าทางนอบน้อมกว่าเดิมหลายเท่า ตำหนักฉงเยว่โอ่อ่าและสวยงามกว่าตำหนักเหมยฮวาหลายเท่าตัว มีสวนดอกไม้ที่จัดแต่งอย่างประณีต สระบัวที่ส่งกลิ่นหอม และเรือนพักที่กว้างขวาง ภายในตำหนักตกแต่งด้วยผ้าไหมชั้นดีและเฟอร์นิเจอร์ไม้แกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง
“จูเหมย! ดูสิเพคะ! ที่นี่สวยงามมากเลยนะเพคะ!” เสี่ยวฮุ่ยร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น นางมีความสุขกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อย่างมาก
พิมดาวมองสำรวจไปรอบๆ ด้วยสายตาที่สุขุม เธอรู้ดีว่าความหรูหราเหล่านี้มาพร้อมกับความอันตรายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง เธอต้องระมัดระวังตัวให้มากยิ่งขึ้น
เมื่อจัดการข้าวของที่จำเป็นเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขันทีคนเดิมก็มาแจ้งว่าฮ่องเต้ทรงรออยู่ที่ตำหนักใหญ่แล้ว
พิมดาวเดินทางไปยังตำหนักใหญ่พร้อมกับเสี่ยวฮุ่ย ครั้งนี้เธอไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเท่าครั้งก่อน แต่กลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะค้นหาความจริง เธอรู้ดีว่าการเผชิญหน้ากับฮ่องเต้ในครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของเธอ
เมื่อเข้ามาในตำหนักใหญ่ ฮ่องเต้เฉินหลงประทับอยู่บนบัลลังก์ พระองค์ทรงมองมาที่เธอด้วยสายตาที่ลึกล้ำและยากจะคาดเดา เบื้องหน้าบัลลังก์ มีฉลองพระองค์ที่เธอแก้ไขจนเสร็จสมบูรณ์วางอยู่
“ถวายบังคมเพคะฝ่าบาท” พิมดาวคุกเข่าลงอย่างนอบน้อม
“ลุกขึ้นเถิดจูเหมย” ฮ่องเต้กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำและแฝงไปด้วยบางสิ่งบางอย่างที่พิมดาวจับต้องไม่ได้ “เจ้าทำงานได้ดีมาก ฉลองพระองค์นี้งดงามและสมบูรณ์แบบอย่างที่ข้าต้องการ”
“เป็นพระมหากรุณาธิคุณเพคะฝ่าบาท” พิมดาวตอบ เธอยืนขึ้นตรงอย่างมั่นคง
ฮ่องเต้เฉินหลงกวาดสายตามองมาที่เธออีกครั้ง “แต่...ข้ามีเรื่องบางอย่างที่ต้องการสอบถามเจ้าเป็นการส่วนตัว”
พระองค์หันไปโบกมือ ขันทีและนางกำนัลทุกคนในตำหนักต่างพากันก้มหน้าโค้งคำนับและเดินออกไปจากห้องอย่างเงียบเชียบ จนกระทั่งเหลือเพียงฮ่องเต้เฉินหลงและพิมดาวสองคนในห้องที่กว้างขวางและเงียบสงัด
บรรยากาศในห้องดูตึงเครียดขึ้นมาทันที พิมดาวรู้สึกเหมือนถูกกดดันอย่างหนัก เธอรู้ดีว่านี่คือช่วงเวลาสำคัญ เธอจะต้องระมัดระวังคำพูดทุกคำ
ฮ่องเต้เฉินหลงลุกขึ้นจากบัลลังก์ พระองค์เดินเข้ามาใกล้ฉลองพระองค์ที่วางอยู่ พระองค์ใช้ปลายนิ้วสัมผัสไปที่ลายปักส่วนหางมังกรที่พิมดาวได้แก้ไขและซ่อนรหัสลับเอาไว้
“จูเหมย” ฮ่องเต้กล่าวเสียงเบา “เจ้า...ได้ปักรหัสลับบางอย่างลงบนฉลองพระองค์นี้อย่างนั้นหรือ”
พิมดาวเบิกตากว้าง หัวใจของเธอเต้นรัวอย่างรุนแรง เธอรู้ดีว่าเธอไม่สามารถโกหกฮ่องเต้ได้ เธอจะต้องบอกความจริง แต่ต้องบอกอย่างระมัดระวังที่สุด
“ฝ่าบาท” พิมดาวกล่าว “หม่อมฉัน...ไม่ได้ปักรหัสลับนั้นลงไปเพคะ”
ฮ่องเต้เฉินหลงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตาของพระองค์จ้องมองมาที่เธออย่างไม่วางตา “เช่นนั้น...ใครคือผู้ที่ปักมันลงไป”
“หม่อมฉัน...คิดว่าน่าจะเป็น...จูเหมยตัวจริงเพคะ” พิมดาวตอบอย่างตรงไปตรงมา “หม่อมฉันได้ค้นพบตำราโบราณเล่มหนึ่งที่อธิบายถึงวิธีการใช้ลายปักเพื่อซ่อนรหัสลับ และในตำราเล่มนั้น...มีลายมือของจูเหมยตัวจริงเขียนกำกับไว้ว่า 'ลายปักนี้...คือรหัสลับ' เพคะ”
ฮ่องเต้เฉินหลงเงียบไปครู่หนึ่ง พระองค์ใช้ปลายนิ้วสัมผัสรอยปักบนฉลองพระองค์อีกครั้ง ราวกับกำลังใช้สัมผัสในการถอดรหัสลับนั้น
“และเจ้ารู้ความหมายของรหัสลับนี้หรือไม่” ฮ่องเต้ถามเสียงเรียบ
พิมดาวส่ายหน้า “หม่อมฉันไม่ทราบเพคะ หม่อมฉันพยายามถอดรหัสแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถเข้าใจความหมายที่แท้จริงได้เพคะ” เธอไม่ได้โกหก เธอพยายามถอดรหัสแล้ว แต่รหัสลับนั้นซับซ้อนเกินกว่าที่เธอจะเข้าใจได้โดยลำพัง
ฮ่องเต้เฉินหลงถอนหายใจออกมาเล็กน้อย “รหัสลับนี้...มีความหมายว่า ‘หยกเยว่ ซ่อนพิษ’”
พิมดาวเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หยกเยว่? นั่นหมายถึงสนมเยว่หนี่ว์! ซ่อนพิษ? นั่นหมายความว่าสนมเยว่หนี่ว์เป็นคนวางยาพิษฮ่องเต้จริงๆ อย่างนั้นหรือ!?
“จูเหมยตัวจริง...ต้องการจะบอกข้าว่าสนมเยว่หนี่ว์เป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด” ฮ่องเต้กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา “นางพยายามจะเตือนข้า แต่กลับถูกสนมเยว่หนี่ว์จับได้ และถูกใส่ร้ายจนต้องมาจบชีวิตลงเช่นนี้”
พิมดาวรู้สึกราวกับถูกกระชากลงสู่ห้วงเหวแห่งความจริงที่โหดร้าย เธอไม่คาดคิดว่าความจริงจะออกมาเป็นเช่นนี้ สนมเยว่หนี่ว์ผู้เป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้ กลับเป็นผู้ที่ทรยศหักหลังพระองค์อย่างเลือดเย็น
“แล้วทำไม...ฮ่องเต้ถึงทรงทราบความหมายของรหัสลับนี้ได้เพคะ” พิมดาวถามด้วยความสงสัย
ฮ่องเต้เฉินหลงมองมาที่เธอ “ข้าก็เช่นเดียวกับเจ้า ที่ไม่เชื่อว่าจูเหมยจะกล้าวางยาพิษข้า และเมื่อเห็นลายปักที่ผิดพลาดบนฉลองพระองค์ ก็ยิ่งทำให้ข้าสงสัยในความบริสุทธิ์ของสนมเยว่หนี่ว์ เมื่อเจ้าปักฉลองพระองค์จนสำเร็จ ข้าได้ตรวจสอบรอยปักอีกครั้ง และพบว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่”
“ข้าจึงได้นำตำราโบราณที่เกี่ยวกับรหัสลับมาศึกษา และถอดรหัสจากลายปักที่เจ้าแก้ไขไป” ฮ่องเต้กล่าวต่อ “ลายปักนี้...เป็นรหัสลับที่ใช้ในราชวงศ์เก่าแก่ของแคว้นอู๋ ซึ่งเป็นแคว้นบ้านเกิดของจูเหมย”
พิมดาวรู้สึกราวกับถูกเปิดโลก เธอไม่คาดคิดว่าเรื่องราวจะซับซ้อนถึงเพียงนี้ จูเหมยตัวจริงเป็นธิดาของขุนนางเล็กๆ แต่กลับมีความรู้เกี่ยวกับรหัสลับของราชวงศ์เก่าแก่ นั่นหมายความว่าภูมิหลังของจูเหมยอาจจะไม่ธรรมดาอย่างที่เธอคิด
“ฝ่าบาท...แล้วจะทรงทำอย่างไรกับเรื่องนี้เพคะ” พิมดาวถาม เธอรู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย มันอาจจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวังหลวง
ฮ่องเต้เฉินหลงมองไปนอกหน้าต่าง ดวงตาของพระองค์เต็มไปด้วยความมืดมิด “ความจริงที่ถูกเปิดเผย...ต้องชดใช้ด้วยชีวิต”
คำพูดของฮ่องเต้ทำให้พิมดาวเย็นวาบไปทั้งตัว เธอรู้ดีว่าสนมเยว่หนี่ว์จะต้องถูกลงโทษอย่างหนัก แต่สิ่งที่ทำให้เธอกังวลคือ ฮ่องเต้จะเชื่อคำพูดของเธอทั้งหมดหรือไม่? หรือว่าพระองค์ยังคงสงสัยในตัวเธออยู่?
“แต่” ฮ่องเต้กล่าวต่อ “ข้าจะยังไม่ลงโทษสนมเยว่หนี่ว์ในตอนนี้ ข้าต้องการหลักฐานที่ชัดเจนกว่านี้ และต้องการจะสืบสาวราวเรื่องทั้งหมด ว่าใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังการวางแผนในครั้งนี้”
พิมดาวถอนหายใจด้วยความโล่งอก อย่างน้อยเธอก็ยังพอมีเวลา หวังว่าเธอจะสามารถใช้โอกาสนี้ในการค้นหาความจริงเพิ่มเติมได้
“เจ้า...จงช่วยข้าสืบเรื่องนี้จูเหมย” ฮ่องเต้กล่าว “เจ้าเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องรหัสลับนี้ และเป็นคนเดียวที่สนมเยว่หนี่ว์คาดไม่ถึง”
พิมดาวเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ ฮ่องเต้กำลังขอให้เธอเป็นสายสืบอย่างนั้นหรือ? นี่มันอันตรายเกินไป!
“แต่ฝ่าบาท...หม่อมฉัน...เป็นเพียงสนมเล็กๆ จะทำเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไรเพคะ” พิมดาวพยายามปฏิเสธ เธอรู้ดีว่าหากถูกจับได้ เธอจะต้องตายอย่างแน่นอน
“เจ้าไม่ต้องทำอะไรมาก” ฮ่องเต้กล่าวเสียงเรียบ “เพียงแค่เจ้าใช้ชีวิตในตำหนักฉงเยว่ต่อไป และสังเกตสิ่งผิดปกติรอบตัว และรายงานให้ข้าทราบเป็นระยะๆ”
ฮ่องเต้เฉินหลงเดินเข้ามาใกล้พิมดาว พระองค์ใช้มือข้างหนึ่งแตะลงบนไหล่ของเธอ ดวงตาคมกริบจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเธอ “เจ้าเป็นคนเดียวที่ข้าเชื่อใจในตอนนี้จูเหมย อย่าทำให้ข้าผิดหวัง”
พิมดาวรู้สึกถึงความกดดันอย่างมหาศาล เธอรู้ดีว่าเธอไม่มีทางเลือกอื่น เธอจะต้องตอบรับคำขอของฮ่องเต้ และก้าวเข้าสู่เกมอำนาจที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม เธอจะต้องสวมบทบาทเป็นจูเหมยผู้เข้มแข็งและฉลาดเฉลียว เพื่อที่จะค้นหาความจริง และเอาชีวิตรอดจากวังแห่งนี้ให้ได้
“น้อมรับพระบัญชาเพคะฝ่าบาท” พิมดาวตอบเสียงหนักแน่น
ฮ่องเต้เฉินหลงยิ้มเล็กน้อย รอยยิ้มของพระองค์ดูเย็นชาและลึกลับราวกับมีแผนการบางอย่างซ่อนอยู่ “ดีมาก...จูเหมย”
พิมดาวถวายบังคมและเดินออกจากตำหนักใหญ่ด้วยความรู้สึกที่สับสนและหวาดหวั่น เธอไม่รู้ว่าสิ่งที่รอเธออยู่เบื้องหน้าคืออะไร เธอรู้เพียงว่าชีวิตของเธอได้เปลี่ยนไปแล้วอย่างสิ้นเชิง บัดนี้เธอไม่ได้เป็นเพียงแค่สนมตกอับที่ต้องการเอาชีวิตรอดอีกต่อไป แต่เธอกลับกลายเป็นเบี้ยตัวหนึ่งในเกมการเมืองที่ซับซ้อนของวังหลวง
เมื่อกลับมาถึงตำหนักฉงเยว่ เสี่ยวฮุ่ยรีบเข้ามาหา “จูเหมย! เป็นอย่างไรบ้างเพคะ ฮ่องเต้ทรงลงโทษอะไรเจ้าหรือไม่”
พิมดาวมองเสี่ยวฮุ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ไม่...แต่เรื่องราวกลับซับซ้อนกว่าที่เจ้าคิดไว้มากเสี่ยวฮุ่ย เราต้องระมัดระวังตัวให้มากยิ่งขึ้น เพราะบัดนี้...เรากำลังตกอยู่ในอันตรายที่ใหญ่หลวงกว่าเดิมหลายเท่าตัว”
เสี่ยวฮุ่ยหน้าซีด “อะไรกันเพคะจูเหมย!”
พิมดาวมองไปยังตำหนักของสนมเยว่หนี่ว์ที่อยู่ไม่ไกลจากตำหนักของเธอ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและแข็งกร้าว “เราจะต้องสืบหาความจริงทั้งหมดเสี่ยวฮุ่ย ว่าใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังการวางแผนในครั้งนี้ และใครกันแน่ที่สมรู้ร่วมคิดกับสนมเยว่หนี่ว์”
ในขณะที่เธอกำลังคิดถึงแผนการในอนาคต จู่ๆ ก็มีนางกำนัลจากตำหนักสนมเยว่หนี่ว์เดินเข้ามาที่ตำหนักฉงเยว่ นางถือกล่องผ้าไหมสีแดงใบเล็กๆ ไว้ในมือ และมองมาที่พิมดาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาและเกลียดชัง
“สนมจูเหมย” นางกำนัลกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา “สนมเยว่หนี่ว์ทรงมีรับสั่งให้ข้านำของสิ่งนี้มามอบให้เจ้าเพคะ”
พิมดาวเลิกคิ้ว เธอเปิดกล่องผ้าไหมออก ด้านในมีปิ่นปักผมหยกสีเขียวอันงดงามวางอยู่ แต่สิ่งที่ทำให้พิมดาวเบิกตากว้างคือ ปิ่นปักผมนั้น...เป็นปิ่นปักผมเดียวกับที่จูเหมยตัวจริงเคยใส่อยู่ในความทรงจำที่เลือนรางของเธอ และเป็นปิ่นที่หายสาบสูญไปหลังจากที่จูเหมยถูกลงโทษ!
“นี่มัน...อะไรกัน” พิมดาวพึมพำกับตัวเอง สนมเยว่หนี่ว์ส่งปิ่นปักผมนี้มาให้เธอทำไม? นี่คือคำเตือน หรือการท้าทาย? หรือว่า...ปิ่นปักผมนี้มีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ ที่เกี่ยวข้องกับการตายของจูเหมยตัวจริง? อันตรายกำลังจะมาเยือนเธออีกแล้วอย่างนั้นหรือ?

สนมแค้นวังหลวง
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก