ปิ่นหยกสื่อปริศนา
ปิ่นปักผมหยกสีเขียวมรกตที่อยู่ในกล่องผ้าไหมส่งประกายวาววับ มันเป็นปิ่นที่สวยงามและดูมีราคา แต่สิ่งที่ทำให้พิมดาวหรือจูเหมยรู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงคือความผูกพันของมันกับจูเหมยตัวจริง มันเป็นสิ่งของชิ้นเดียวที่เธอจำได้จากเศษเสี้ยวความทรงจำ และการที่สนมเยว่หนี่ว์ส่งคืนมาเช่นนี้ ยิ่งทำให้ปริศนาทวีความซับซ้อนขึ้นไปอีก
“สนมเยว่หนี่ว์ทรงมีรับสั่งว่า” นางกำนัลกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ปิ่นอันนี้เป็นของรักของจูเหมยตัวจริง สนมเยว่หนี่ว์ไม่ต้องการเก็บสิ่งของที่นำความโชคร้ายมาไว้กับตัว จึงส่งคืนให้เจ้าเพคะ”
คำพูดของนางกำนัลราวกับคมมีดที่กรีดแทงเข้ามาในใจพิมดาว สนมเยว่หนี่ว์ต้องการเยาะเย้ยและย้ำเตือนถึงความพ่ายแพ้ของจูเหมยตัวจริงอย่างนั้นหรือ? หรือว่านางต้องการจะสื่อสารอะไรบางอย่าง
“ขอบใจที่นำมาให้” พิมดาวตอบด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเรียบ เธอไม่ต้องการแสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา
นางกำนัลจ้องมองพิมดาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา ก่อนจะโค้งคำนับอย่างไม่เต็มใจและเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
เสี่ยวฮุ่ยรีบเข้ามาหา “จูเหมย! เหตุใดสนมเยว่หนี่ว์จึงส่งปิ่นอันนี้มาให้เจ้าเพคะ! นางต้องการจะทำอะไรกันแน่!”
พิมดาวหยิบปิ่นปักผมขึ้นมาดูใกล้ๆ ปิ่นหยกสลักลวดลายดอกเหมยอันอ่อนช้อย มันเย็นเฉียบเมื่อสัมผัสปลายนิ้ว ความรู้สึกบางอย่างผุดขึ้นมาในใจ ราวกับว่าปิ่นนี้กำลังจะบอกอะไรบางอย่างกับเธอ
“ข้าก็ไม่รู้” พิมดาวตอบเสียงเบา “แต่ข้าคิดว่า...มันต้องมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ในปิ่นอันนี้เป็นแน่”
เธอพยายามตรวจสอบปิ่นปักผมอย่างละเอียด เธอใช้ปลายนิ้วลูบไล้ไปตามลวดลายดอกเหมย สังเกตดูรอยแกะสลักอย่างถี่ถ้วน พลันสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นรอยบากเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่บริเวณก้านของปิ่น รอยบากนั้นเล็กมากจนแทบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ราวกับมีใครบางคนจงใจสร้างมันขึ้นมา
พิมดาวลองขยับรอยบากนั้นเบาๆ ปิ่นปักผมก็แยกออกเป็นสองส่วน ด้านในของปิ่นกลวงโบ๋ และมีกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่พับไว้จนแน่นซ่อนอยู่
“อะไรกันเพคะ!” เสี่ยวฮุ่ยร้องออกมาด้วยความตกใจ
พิมดาวหยิบกระดาษแผ่นเล็กๆ นั้นออกมา เธอคลี่กระดาษออกอย่างระมัดระวัง ข้อความที่เขียนอยู่บนกระดาษนั้นทำให้เธอเบิกตากว้าง ข้อความนั้นเขียนด้วยลายมือหวัดๆ แต่ชัดเจนว่าไม่ใช่ลายมือของจูเหมยตัวจริง
ข้อความนั้นเขียนว่า: “วังบุปผา ซ่อนเร้นพิษร้าย”
วังบุปผา? พิมดาวขมวดคิ้ว วังบุปผาเป็นตำหนักของเหล่าสนมที่ได้รับความโปรดปราน มีสนมอาวุโสหลายท่านอาศัยอยู่ที่นั่น ซ่อนเร้นพิษร้าย? นี่หมายความว่าอะไร? ใครคือผู้ที่ซ่อนพิษร้ายไว้ในวังบุปผา?
“จูเหมย! นี่มันอะไรกันเพคะ!” เสี่ยวฮุ่ยถามอย่างร้อนรน
พิมดาวรู้สึกราวกับถูกกระชากลงสู่ห้วงเหวแห่งความลับที่ดำมืดอีกครั้ง รหัสลับในฉลองพระองค์บ่งบอกว่าสนมเยว่หนี่ว์เกี่ยวข้องกับการวางยาพิษ และปิ่นปักผมนี้กลับบอกว่ามีพิษร้ายซ่อนอยู่ในวังบุปผา ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีสนมหลายคนอาศัยอยู่ นั่นหมายความว่าอาจจะมีขบวนการที่ใหญ่กว่าที่เธอคิดเอาไว้
“เสี่ยวฮุ่ย” พิมดาวพูดเสียงเบา “เก็บปิ่นอันนี้ไว้ให้ดี อย่าให้ใครรู้ว่ามันมีความลับซ่อนอยู่ และอย่าให้ใครรู้ว่าเราค้นพบมัน”
เสี่ยวฮุ่ยพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง นางรู้ดีว่าสถานการณ์เริ่มอันตรายขึ้นเรื่อยๆ
พิมดาวนั่งครุ่นคิดถึงความหมายของข้อความในกระดาษ เธอพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมด จูเหมยตัวจริงถูกใส่ร้ายว่าวางยาพิษฮ่องเต้ แต่ความจริงแล้วสนมเยว่หนี่ว์เป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด และตอนนี้เธอก็ได้รับข้อความปริศนาว่ามีพิษร้ายซ่อนอยู่ในวังบุปผา
เป็นไปได้หรือไม่ว่าจูเหมยตัวจริงไม่ได้ตายเพราะถูกโบยอย่างเดียว แต่ถูกวางยาพิษด้วย? และพิษนั้นอาจจะถูกซ่อนอยู่ในวังบุปผา? หรือว่าพิษร้ายนั้นกำลังจะถูกใช้กับใครบางคนในวังบุปผา?
พิมดาวตัดสินใจว่าเธอจะต้องสืบหาความจริงเกี่ยวกับวังบุปผา เธอจะต้องรู้ว่าใครคือผู้ที่ซ่อนพิษร้ายไว้ที่นั่น และเพื่ออะไร
วันรุ่งขึ้น พิมดาวหรือจูเหมยเริ่มใช้ชีวิตในตำหนักฉงเยว่ เธอพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด เธอออกไปเดินเล่นในสวนดอกไม้บ้าง ไปตำหนักหนังสือหลวงเพื่ออ่านตำราบ้าง เพื่อให้ดูเหมือนสนมคนโปรดที่ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย แต่ในใจของเธอเต็มไปด้วยแผนการและภารกิจที่ต้องทำ
เธอพยายามสังเกตการณ์วังบุปผาจากระยะไกล วังบุปผาเป็นตำหนักที่อยู่ถัดจากตำหนักฉงเยว่ไม่ไกลนัก มีสนมอาวุโสหลายท่านอาศัยอยู่ที่นั่น และเป็นแหล่งรวมของเหล่าสนมที่มีอิทธิพลในวัง
พิมดาวพยายามรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสนมที่อาศัยอยู่ในวังบุปผา เสี่ยวฮุ่ยช่วยเธอรวบรวมข้อมูลอย่างลับๆ พวกเธอรู้ว่าสนมที่สำคัญที่สุดในวังบุปผาคือ สนมจิ้งเยว่ ผู้เป็นสนมอาวุโสที่ได้รับความเคารพจากเหล่าสนมคนอื่นๆ และสนมหลิงหลง ผู้เป็นสนมคนโปรดอีกคนหนึ่งที่มีฐานะไม่ต่างจากสนมเยว่หนี่ว์
“จูเหมย” เสี่ยวฮุ่ยกระซิบ “วังบุปผามีชื่อเสียงเรื่องการปลูกดอกไม้เพคะ โดยเฉพาะดอกเหมย ซึ่งเป็นดอกไม้โปรดของฮ่องเต้”
ดอกเหมย? พิมดาวขมวดคิ้ว ดอกเหมยเป็นสัญลักษณ์ของจูเหมยตัวจริง และเป็นชื่อของตำหนักที่เธอเคยอยู่ นั่นอาจจะมีความเกี่ยวข้องบางอย่าง
พิมดาวตัดสินใจว่าเธอจะต้องหาวิธีเข้าไปในวังบุปผาเพื่อสืบหาความจริง เธอจะต้องหาโอกาสที่จะเข้าไปในตำหนักแห่งนั้นอย่างแนบเนียน เพื่อไม่ให้ใครสงสัย
วันหนึ่ง ในขณะที่พิมดาวกำลังเดินเล่นอยู่ในสวนดอกไม้ใกล้กับวังบุปผา จู่ๆ เธอก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของผู้หญิงดังออกมาจากวังบุปผา เธอรีบวิ่งเข้าไปดู
ภาพที่เห็นทำให้พิมดาวถึงกับเบิกตากว้าง นางกำนัลคนหนึ่งกำลังนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ใบหน้าของนางซีดเซียว และมีฟองออกจากปาก ราวกับถูกวางยาพิษ! และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ สนมเยว่หนี่ว์กำลังยืนอยู่ข้างๆ ร่างของนางกำนัลด้วยใบหน้าที่ตกใจและหวาดกลัว
เหล่าสนมและนางกำนัลคนอื่นๆ ต่างพากันแตกตื่น ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“เกิดอะไรขึ้น!?” พิมดาวถามเสียงดัง
สนมเยว่หนี่ว์หันมามองพิมดาว ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความหวาดกลัว “นาง...นางกำนัลผู้นี้...จู่ๆ ก็ล้มลงและสิ้นใจไปเพคะ! ราวกับถูกยาพิษ!”
พิมดาวมองไปยังร่างของนางกำนัล แล้วมองไปยังสนมเยว่หนี่ว์ในใจของเธอเต็มไปด้วยความสงสัย นี่คือสิ่งที่ข้อความในปิ่นปักผมเตือนไว้ใช่หรือไม่? พิษร้ายในวังบุปผา! แต่ใครคือผู้ที่วางยาพิษ? และทำไม?
ฮ่องเต้เฉินหลงเสด็จมาถึงที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเหล่าขันทีและหมอหลวง พระองค์ทรงมองร่างของนางกำนัลด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด
“เกิดอะไรขึ้น” ฮ่องเต้ถามเสียงเข้ม
สนมเยว่หนี่ว์รีบคุกเข่าลง “ฝ่าบาท หม่อมฉันไม่ทราบเพคะ นางกำนัลผู้นี้จู่ๆ ก็ล้มลงและสิ้นใจไปต่อหน้าหม่อมฉัน! ราวกับถูกยาพิษเพคะ!”
หมอหลวงรีบเข้าไปตรวจสอบร่างของนางกำนัล ไม่นานนักเขาก็เงยหน้าขึ้นด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด “ฝ่าบาท นางกำนัลผู้นี้...ถูกยาพิษเพคะ เป็นยาพิษร้ายแรงที่ออกฤทธิ์เร็วมาก”
ฮ่องเต้เฉินหลงหันไปมองเหล่าสนมและนางกำนัลที่อยู่ในเหตุการณ์ “ใครคือผู้ที่วางยาพิษผู้นี้!”
ไม่มีใครตอบ ทุกคนต่างมองหน้ากันด้วยความหวาดกลัว
พิมดาวมองไปยังสนมเยว่หนี่ว์อีกครั้ง นางกำลังยืนตัวสั่นเทิ้มด้วยความกลัว แต่พิมดาวสังเกตเห็นแววตาบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความกลัวนั้น แววตาที่เหมือนกำลังกังวลถึงบางสิ่งบางอย่าง
“ฝ่าบาท” พิมดาวตัดสินใจก้าวออกไปข้างหน้า “หม่อมฉันมีบางอย่างที่ต้องการจะทูลเพคะ”
ทุกคนหันมามองพิมดาวด้วยความประหลาดใจ โดยเฉพาะสนมเยว่หนี่ว์ นางมองพิมดาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง
“เจ้าต้องการจะทูลอะไร” ฮ่องเต้ถาม
“หม่อมฉัน...ได้ค้นพบข้อความปริศนาที่ซ่อนอยู่ในปิ่นปักผมเก่าของหม่อมฉันเพคะ” พิมดาวกล่าว “ข้อความนั้นเขียนว่า ‘วังบุปผา ซ่อนเร้นพิษร้าย’ เพคะ”
คำพูดของพิมดาวทำให้ทุกคนในที่นั้นถึงกับอึ้ง ฮ่องเต้เฉินหลงจ้องมองพิมดาวด้วยสายตาที่คมกริบ
“เจ้าค้นพบสิ่งนี้เมื่อใด” ฮ่องเต้ถามเสียงเข้ม
“เมื่อไม่นานมานี้เพคะ” พิมดาวตอบ “และหม่อมฉันเชื่อว่า...มันต้องมีความเกี่ยวข้องกับการตายของนางกำนัลผู้นี้เป็นแน่เพคะ”
สนมเยว่หนี่ว์หน้าซีดเผือด “เจ้า...เจ้ากำลังจะใส่ร้ายหม่อมฉันอีกแล้วอย่างนั้นหรือจูเหมย!”
“หม่อมฉันมิได้ใส่ร้ายใครเพคะ” พิมดาวตอบอย่างใจเย็น “หม่อมฉันเพียงแค่ทูลความจริงที่หม่อมฉันค้นพบเท่านั้นเพคะ”
ฮ่องเต้เฉินหลงมองไปยังสนมเยว่หนี่ว์อีกครั้ง แล้วมองกลับมาที่พิมดาว “เจ้าเชื่อว่าวังบุปผามีพิษร้ายซ่อนอยู่จริงอย่างนั้นหรือ”
“หม่อมฉันเชื่อเช่นนั้นเพคะฝ่าบาท” พิมดาวตอบอย่างมั่นใจ “และหม่อมฉันเชื่อว่าจูเหมยตัวจริงก็ต้องการจะเตือนถึงเรื่องนี้เช่นกันเพคะ”
ฮ่องเต้เฉินหลงถอนหายใจออกมา “เอาล่ะ...ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าจะสั่งให้คนค้นหาวังบุปผาทั้งหมด เพื่อค้นหาพิษร้ายที่เจ้ากล่าวถึง”
คำสั่งของฮ่องเต้ทำให้สนมเยว่หนี่ว์ดูตกใจอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าของนางซีดเผือดและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว พิมดาวมองเห็นปฏิกิริยาของนางแล้วก็มั่นใจว่าสนมเยว่หนี่ว์ต้องรู้เรื่องพิษร้ายนี้เป็นแน่
แต่ในขณะที่ฮ่องเต้กำลังจะออกคำสั่ง จู่ๆ สนมจิ้งเยว่ ผู้เป็นสนมอาวุโสที่อาศัยอยู่ในวังบุปผาก็เดินออกมาจากกลุ่มคน นางมีใบหน้าที่เรียบเฉย แต่ดวงตาของนางกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา
“ฝ่าบาท” สนมจิ้งเยว่กล่าวเสียงนุ่มนวล “หม่อมฉันเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้...เป็นเพียงแค่ความบังเอิญเพคะ ไม่ได้มีพิษร้ายใดๆ ซ่อนอยู่ในวังบุปผาแห่งนี้เลยเพคะ”
พิมดาวเบิกตากว้าง สนมจิ้งเยว่กำลังพยายามปกป้องใครบางคนอยู่หรือเปล่า? หรือว่านางเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย? ความจริงเบื้องหลังวังบุปผาและพิษร้ายนี้กำลังจะถูกเปิดเผย และดูเหมือนว่ามันจะซับซ้อนกว่าที่เธอคิดเอาไว้มาก!

สนมแค้นวังหลวง
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก