แผนร้ายเบื้องหลังบุปผา
รอยยิ้มชั่วร้ายของสนมเยว่หนี่ว์ทำให้พิมดาวหรือจูเหมยรู้สึกหนาวไปถึงกระดูก เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่สนมเยว่หนี่ว์มาปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้ นางจะต้องติดตามเธอมา และกำลังวางแผนอะไรบางอย่างอยู่
“เจ้า...รู้เรื่องทั้งหมดแล้วใช่หรือไม่สนมเยว่หนี่ว์” พิมดาวถามด้วยเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย เธอพยายามเก็บซ่อนความกลัวเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
สนมเยว่หนี่ว์หัวเราะเสียงแหลม “หึหึหึ ใช่! ข้ารู้เรื่องทั้งหมด! ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังสืบหาความจริงเกี่ยวกับพิษร้ายในวังบุปผา และข้ารู้ว่าเจ้าได้ค้นพบงูพิษตัวนี้แล้ว” นางเดินเข้ามาใกล้พิมดาวอีกก้าวหนึ่ง ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและเกลียดชัง
“เจ้าคิดว่าเจ้าจะทำลายข้าได้ง่ายๆ อย่างนั้นหรือจูเหมย!” สนมเยว่หนี่ว์ตวาด “เจ้าไม่มีทางรู้หรอกว่าแผนการของข้าซับซ้อนแค่ไหน! และเจ้าก็ไม่มีทางรู้หรอกว่าใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี้!”
พิมดาวมองไปยังงูพิษในกรงไม้ แล้วมองกลับมาที่สนมเยว่หนี่ว์ “ใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลัง?”
สนมเยว่หนี่ว์ยิ้มเยาะ “เจ้าคิดว่าข้าจะบอกเจ้าง่ายๆ อย่างนั้นหรือ? หึหึหึ”
จากนั้นนางก็ชี้ไปยังงูพิษในกรงไม้ “งูพิษตัวนี้...มันคืออาวุธสำคัญของข้า! มันถูกฝึกมาอย่างดี เพื่อใช้ในการกำจัดศัตรูของข้า! และศัตรูคนต่อไปของข้า...ก็คือเจ้าจูเหมย!”
พิมดาวเบิกตากว้าง เธอไม่คิดว่าสนมเยว่หนี่ว์จะกล้าทำเรื่องเช่นนี้ในวังหลวง เธอรู้ดีว่างูพิษเป็นสัตว์อันตราย และการนำมันเข้ามาซ่อนไว้ในวังย่อมเป็นความผิดร้ายแรง
“เจ้าบ้าไปแล้วสนมเยว่หนี่ว์!” พิมดาวร้องออกมา “หากฮ่องเต้ทรงทราบเรื่องนี้เข้า เจ้าจะต้องถูกลงโทษอย่างหนักเป็นแน่!”
สนมเยว่หนี่ว์หัวเราะเสียงแหลมอีกครั้ง “ฮ่องเต้จะไม่มีทางทราบเรื่องนี้หรอก! เพราะเจ้า...จะไม่มีโอกาสได้บอกเรื่องนี้กับใครอีก!”
นางกำมือแน่น “ข้าจะใช้เจ้างูพิษตัวนี้จัดการกับเจ้า! และจะทำให้ทุกคนคิดว่าเจ้าตายเพราะถูกงูพิษกัดตายด้วยความประมาทเลินเล่อของเจ้าเอง! ฮ่าๆๆๆ”
สนมเยว่หนี่ว์ก้าวเข้ามาใกล้พิมดาวอีกก้าวหนึ่ง เธอเอื้อมมือไปที่กรงไม้ และเตรียมจะปล่อยงูพิษออกมา พิมดาวรู้สึกถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา เธอพยายามถอยหลัง แต่ก็ถูกสนมเยว่หนี่ว์ผลักเข้าใส่ จนเธอเซถลาไปชนกับต้นเหมย
“ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องตายแล้วจูเหมย!” สนมเยว่หนี่ว์ตะโกน นางเตรียมจะเปิดกรงงูพิษ
พิมดาวหลับตาลง เธอไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป เธอไม่มีทางสู้กับสนมเยว่หนี่ว์ได้ และเธอจะไม่มีทางรอดจากงูพิษตัวนี้ได้เลย
แต่ในขณะที่สนมเยว่หนี่ว์กำลังจะปล่อยงูพิษออกมา จู่ๆ ก็มีเสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยอำนาจดังขึ้นจากด้านหลังของสนมเยว่หนี่ว์
“สนมเยว่หนี่ว์! เจ้ากำลังทำอะไรอยู่!”
สนมเยว่หนี่ว์ถึงกับผงะ นางหันกลับไปมองด้วยความตกใจ ภาพที่ปรากฏทำให้ใบหน้าของนางซีดเผือด ฮ่องเต้เฉินหลงกำลังยืนจ้องมองนางอยู่ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความพิโรธ เบื้องหลังพระองค์มีเหล่าขันทีและทหารหลวงยืนเรียงราย
พิมดาวเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ ฮ่องเต้มาที่นี่ได้อย่างไร? และมาในเวลาที่พอเหมาะพอเจาะถึงเพียงนี้? หรือว่าฮ่องเต้ได้วางแผนบางอย่างไว้แล้ว?
“ฝ่าบาท!” สนมเยว่หนี่ว์ร้องออกมาด้วยความตกใจ นางรีบคุกเข่าลง “หม่อมฉัน...หม่อมฉันไม่ได้ทำอะไรเลยเพคะ! หม่อมฉันเพียงแค่...มาเดินเล่นในสวนเท่านั้นเพคะ!”
ฮ่องเต้เฉินหลงไม่สนใจคำแก้ตัวของนาง พระองค์เดินตรงเข้ามาหา พิมดาวมองเห็นความโกรธแค้นที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาของพระองค์
“เจ้าคิดว่าข้าเป็นคนโง่งมอย่างนั้นหรือสนมเยว่หนี่ว์!” ฮ่องเต้ตวาดเสียงดัง “เจ้าคิดว่าข้าจะมองไม่เห็นแผนการอันชั่วร้ายของเจ้าอย่างนั้นหรือ!”
ฮ่องเต้ชี้ไปยังกรงงูพิษที่สนมเยว่หนี่ว์ถืออยู่ในมือ “นี่คืออะไร! เจ้าเอางูพิษเข้ามาซ่อนไว้ในวังหลวงเพื่ออะไร! และเจ้ากำลังจะใช้มันทำอะไรกับสนมจูเหมย!”
สนมเยว่หนี่ว์ตัวสั่นเทิ้มด้วยความกลัว นางไม่สามารถตอบอะไรได้เลย
“เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยเจ้าไปง่ายๆ อย่างนั้นหรือ!” ฮ่องเต้กล่าวเสียงดังฟังชัด “เจ้าวางยาพิษข้า! เจ้าใส่ร้ายสนมจูเหมย! และเจ้ากำลังจะฆ่านาง!”
ฮ่องเต้หันไปสั่งทหารหลวง “จับนางไป! ลงโทษโบยห้าสิบที! และส่งไปยังตำหนักเย็นตลอดชีวิต! ห้ามใครเข้าใกล้! และห้ามใครให้อาหารนางจนกว่าข้าจะสั่ง!”
คำสั่งของฮ่องเต้ทำให้สนมเยว่หนี่ว์ถึงกับร้องกรี๊ดออกมา นางไม่คาดคิดว่าจะต้องได้รับโทษที่รุนแรงถึงเพียงนี้ นางถูกทหารหลวงจับตัวไปอย่างรวดเร็ว เสียงกรีดร้องของนางยังคงดังก้องอยู่ในวังบุปผา
พิมดาวมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความตกตะลึง เธอไม่คิดว่าฮ่องเต้จะจัดการกับสนมเยว่หนี่ว์ได้รวดเร็วและเด็ดขาดถึงเพียงนี้ และที่สำคัญที่สุด ฮ่องเต้เชื่อใจเธอ! ฮ่องเต้รู้ความจริงทั้งหมด!
ฮ่องเต้เฉินหลงหันมามองพิมดาว พระองค์เดินเข้ามาใกล้เธอ ดวงตาของพระองค์ยังคงเต็มไปด้วยความโกรธแค้น แต่ก็แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่พิมดาวจับต้องไม่ได้
“เจ้าสบายดีหรือไม่จูเหมย” ฮ่องเต้ถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลง
พิมดาวพยักหน้า “หม่อมฉันสบายดีเพคะฝ่าบาท”
“ข้ารู้ดีว่าเจ้าไม่ได้ทำอะไรผิด” ฮ่องเต้กล่าว “ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นคนดี และข้ารู้ว่าเจ้ากำลังพยายามค้นหาความจริง”
พิมดาวรู้สึกราวกับถูกยกภูเขาออกจากอก ในที่สุดเธอก็ได้รับการยอมรับจากฮ่องเต้ เธอได้รับการพิสูจน์ความบริสุทธิ์แล้ว
“ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท” พิมดาวตอบด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
ฮ่องเต้เฉินหลงยิ้มเล็กน้อย พระองค์ใช้มือข้างหนึ่งแตะลงบนไหล่ของเธอ “เจ้าฉลาดและกล้าหาญมากจูเหมย เจ้าสมควรได้รับรางวัล”
พิมดาวมองฮ่องเต้ด้วยความประหลาดใจ รางวัล? อะไรคือรางวัลที่ฮ่องเต้จะมอบให้เธอ?
“ข้าจะแต่งตั้งเจ้าเป็น...สนมเอกจูเหมย” ฮ่องเต้กล่าวเสียงดังฟังชัด “เจ้าจะได้ย้ายไปประทับในตำหนักเมฆาสีชมพู และจะมีอำนาจในการดูแลกิจการบางอย่างในวังหลวง”
พิมดาวเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง สนมเอก! นี่เป็นตำแหน่งที่สูงที่สุดในบรรดาสนมทั้งหมด และตำหนักเมฆาสีชมพูก็เป็นตำหนักที่หรูหราและสวยงามที่สุดในวังหลวง นอกจากนี้เธอยังมีอำนาจในการดูแลกิจการบางอย่างในวังหลวงอีกด้วย นี่คือการพลิกชีวิตอย่างแท้จริง!
“ฝ่าบาท...นี่เป็นพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่เพคะ” พิมดาวคุกเข่าลง “หม่อมฉันจะขอถวายความจงรักภักดีต่อฝ่าบาทไปตลอดชีวิตเพคะ”
ฮ่องเต้เฉินหลงยิ้มเล็กน้อย พระองค์ช่วยพยุงพิมดาวให้ลุกขึ้น “เจ้าสมควรได้รับมันจูเหมย”
พิมดาวมองไปยังงูพิษในกรงไม้ แล้วมองกลับมาที่ฮ่องเต้ “ฝ่าบาท...งูพิษตัวนี้...มันถูกนำมาซ่อนไว้ที่นี่เพื่ออะไรกันแน่เพคะ”
ฮ่องเต้เฉินหลงมองไปยังงูพิษด้วยสายตาที่เย็นชา “งูพิษตัวนี้...มันคืออาวุธลับของข้าจูเหมย”
พิมดาวเบิกตากว้างด้วยความตกใจ อาวุธลับของฮ่องเต้? นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน?
“ข้าได้ยินข่าวลือมานานแล้วว่ามีคนพยายามจะวางยาพิษข้า” ฮ่องเต้กล่าวต่อ “ข้าจึงวางแผนที่จะใช้จูเหมยตัวจริงเป็นเหยื่อล่อ และใช้รหัสลับในฉลองพระองค์เป็นช่องทางในการส่งข่าวให้ข้าทราบ”
พิมดาวรู้สึกราวกับถูกกระชากลงสู่ห้วงเหวแห่งความมืดมิด เธอไม่คิดว่าฮ่องเต้จะโหดเหี้ยมและซับซ้อนถึงเพียงนี้ ฮ่องเต้ใช้จูเหมยตัวจริงเป็นเครื่องมือในการจับตัวคนร้าย! แล้วจูเหมยตัวจริงล่ะ? นางรู้เรื่องนี้หรือไม่?
“แต่” ฮ่องเต้กล่าวต่อ “จูเหมยตัวจริงกลับถูกสนมเยว่หนี่ว์จัดการไปเสียก่อนที่แผนการของข้าจะสำเร็จ ข้าจึงได้ให้คนนำงูพิษตัวนี้มาซ่อนไว้ที่วังบุปผา เพื่อเป็นกับดักล่อให้สนมเยว่หนี่ว์เผยตัวออกมา”
พิมดาวมองฮ่องเต้ด้วยความรู้สึกที่สับสน เธอไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอย่างไร เธอรู้สึกขอบคุณที่ฮ่องเต้ช่วยชีวิตเธอไว้ แต่เธอก็รู้สึกโกรธแค้นที่ฮ่องเต้ใช้ชีวิตของจูเหมยตัวจริงเป็นเครื่องมือ
“แล้วทำไม...ฮ่องเต้ถึงทรงเชื่อใจหม่อมฉันเพคะ” พิมดาวถาม เธอต้องการรู้เหตุผลที่แท้จริง
ฮ่องเต้เฉินหลงยิ้มเล็กน้อย “เพราะเจ้าแตกต่างจากจูเหมยคนเดิม จูเหมยคนเดิมเป็นคนอ่อนแอและไม่ฉลาด แต่เจ้า...เจ้าฉลาดและกล้าหาญ ข้าเห็นแววตาของเจ้าตั้งแต่แรกที่เจ้าเข้าเฝ้าข้า”
พิมดาวรู้สึกราวกับถูกเปิดเผยความลับ ฮ่องเต้รู้ว่าเธอไม่ใช่จูเหมยตัวจริงอย่างนั้นหรือ? หรือว่าพระองค์เพียงแค่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวเธอ?
“ฝ่าบาท...หมายความว่าอย่างไรเพคะ” พิมดาวถามเสียงเบา
ฮ่องเต้เฉินหลงเดินเข้ามาใกล้พิมดาวอีกก้าวหนึ่ง พระองค์ใช้ปลายนิ้วสัมผัสไปที่ใบหน้าของเธอ ดวงตาของพระองค์เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา “ข้ารู้ว่าเจ้ามีความลับบางอย่างจูเหมย แต่ข้าจะยังไม่ถามเจ้าในตอนนี้ ข้าจะให้เวลาเจ้าได้ทำความคุ้นเคยกับตำแหน่งใหม่ และจะให้เวลาเจ้าได้สืบหาความจริงเบื้องหลังทั้งหมด”
“ข้าเชื่อว่าเจ้าจะสามารถไขปริศนาทั้งหมดนี้ได้” ฮ่องเต้กล่าว “และข้าเชื่อว่าเจ้าจะสามารถเป็นสนมเอกที่คู่ควรกับข้าได้”
พิมดาวมองฮ่องเต้ด้วยความสับสน เธอไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือควรจะหวาดกลัว สิ่งที่รอเธออยู่เบื้องหน้าคืออะไรกันแน่? และฮ่องเต้เฉินหลง...พระองค์คือมิตรหรือศัตรู? นี่คือบททดสอบครั้งใหม่ที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิมหลายเท่าตัว!

สนมแค้นวังหลวง
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก