พินัยกรรมลับและมรดกที่ซ่อนอยู่
แผ่นป้ายไม้แกะสลักที่มีคำว่า “พินัยกรรมลับ” สลักอยู่ ทำให้พิมดาวหรือจูเหมยรู้สึกราวกับถูกดึงเข้าไปในวังวนแห่งความลับที่ดำมืดอีกครั้ง เธอไม่คาดคิดว่าจะได้ค้นพบสิ่งนี้ในห้องเก็บของเก่าของวังบุปผา
พิมดาวหยิบตำราโบราณที่อยู่ในหีบไม้ออกมาดูทีละเล่ม ตำราเหล่านั้นส่วนใหญ่เป็นตำราเกี่ยวกับสมุนไพรโบราณ การปรุงยา และพิธีกรรมโบราณบางอย่าง แต่มีตำราเล่มหนึ่งที่ดูแตกต่างออกไป มันเป็นตำราที่ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าไหมสีแดงเก่าๆ และมีตราประทับของราชวงศ์เก่าแก่ของแคว้นอู๋
“นี่มัน...ตำราของราชวงศ์เก่า” พิมดาวพึมพำกับตัวเอง เธอจำได้ว่าฮ่องเต้เคยกล่าวว่าจูเหมยตัวจริงมาจากแคว้นอู๋ และมีความรู้เกี่ยวกับรหัสลับของราชวงศ์เก่า นั่นอาจจะหมายความว่าจูเหมยตัวจริงมีความเกี่ยวข้องกับราชวงศ์เก่าของแคว้นอู๋
พิมดาวรีบเปิดตำราเล่มนั้นออก ด้านในเต็มไปด้วยตัวอักษรจีนโบราณที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ แต่ชัดเจนว่ามันคือพินัยกรรมลับของใครบางคน
เธอพยายามอ่านพินัยกรรมนั้นอย่างช้าๆ แต่ตัวอักษรโบราณนั้นยากเกินกว่าที่เธอจะเข้าใจได้โดยลำพัง เธอจึงตัดสินใจที่จะนำตำราเล่มนี้ไปปรึกษาฮ่องเต้เฉินหลง
พิมดาวรีบนำตำราและแผ่นป้ายไม้ไปที่ตำหนักใหญ่ ฮ่องเต้เฉินหลงกำลังประทับอยู่บนบัลลังก์ พระองค์ทรงมองมาที่เธอด้วยสายตาที่ลึกล้ำ
“ถวายบังคมเพคะฝ่าบาท” พิมดาวคุกเข่าลง
“มีอะไรหรือจูเหมย” ฮ่องเต้ถาม
“หม่อมฉันได้ค้นพบสิ่งนี้เพคะฝ่าบาท” พิมดาวกล่าวพร้อมกับยื่นตำราและแผ่นป้ายไม้ให้ฮ่องเต้ “หม่อมฉันพบมันในห้องเก็บของเก่าของวังบุปผาเพคะ”
ฮ่องเต้เฉินหลงหยิบตำราและแผ่นป้ายไม้ขึ้นมาดู พระองค์ทรงมองแผ่นป้ายไม้ด้วยสีหน้าที่ประหลาดใจ
“พินัยกรรมลับอย่างนั้นหรือ” ฮ่องเต้พึมพำกับตัวเอง “นี่มัน...ตำราของราชวงศ์เก่าของแคว้นอู๋นี่นา”
พระองค์เปิดตำราออก และเริ่มอ่านพินัยกรรมนั้นอย่างช้าๆ ใบหน้าของพระองค์เปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ จากความประหลาดใจเป็นความโกรธ และจากความโกรธเป็นความเคร่งเครียด
พิมดาวมองฮ่องเต้ด้วยความกระวนกระวายใจ เธอไม่รู้ว่าพินัยกรรมนั้นเขียนเกี่ยวกับอะไร แต่เธอรู้สึกได้ถึงความสำคัญของมัน
ในที่สุด ฮ่องเต้เฉินหลงก็อ่านพินัยกรรมจบ พระองค์เงยหน้าขึ้นมองพิมดาว ดวงตาของพระองค์เต็มไปด้วยความมืดมิดและยากจะคาดเดา
“จูเหมย” ฮ่องเต้กล่าวเสียงเบา “พินัยกรรมนี้...คือพินัยกรรมของอดีตฮ่องเต้แห่งแคว้นอู๋”
พิมดาวเบิกตากว้างด้วยความตกใจ อดีตฮ่องเต้แห่งแคว้นอู๋? นั่นหมายความว่าจูเหมยตัวจริงเกี่ยวข้องกับราชวงศ์เก่าของแคว้นอู๋จริงๆ อย่างนั้นหรือ?
“พินัยกรรมนี้กล่าวถึง...การซ่อนสมบัติลับของราชวงศ์” ฮ่องเต้กล่าวต่อ “และกล่าวถึง...ผู้สืบทอดบัลลังก์ที่แท้จริงของแคว้นอู๋”
พิมดาวรู้สึกราวกับถูกกระชากลงสู่ห้วงเหวแห่งความลับที่ดำมืดที่สุด เธอไม่คิดว่าเรื่องราวจะซับซ้อนถึงเพียงนี้ พินัยกรรมนี้สามารถสั่นคลอนบัลลังก์ของฮ่องเต้เฉินหลงได้เลย
“และผู้สืบทอดบัลลังก์ที่แท้จริงของแคว้นอู๋นั้น...” ฮ่องเต้กล่าวเสียงเบา “ก็คือ...จูเหมยตัวจริง”
พิมดาวเบิกตากว้างด้วยความตกใจอย่างที่สุด จูเหมยตัวจริงคือเจ้าหญิงของแคว้นอู๋! และเป็นผู้สืบทอดบัลลังก์ที่แท้จริง! นี่คือเหตุผลที่นางถูกกำจัดอย่างนั้นหรือ?
“จูเหมยตัวจริงถูกส่งเข้ามาในวังของข้าเพื่อสืบหาพินัยกรรมลับนี้” ฮ่องเต้กล่าวต่อ “และเมื่อนางค้นพบมัน สนมจิ้งเยว่ก็วางแผนที่จะกำจัดนาง เพื่อที่จะช่วงชิงบัลลังก์ของแคว้นอู๋มาเป็นของตนเอง”
พิมดาวเข้าใจทุกอย่างแล้ว สนมจิ้งเยว่เป็นธิดาของอดีตขุนนางใหญ่ที่เคยคิดกบฏต่อราชวงศ์ของฮ่องเต้เฉินหลง และนางก็ต้องการช่วงชิงบัลลังก์ของแคว้นอู๋ด้วย นั่นหมายความว่าสนมจิ้งเยว่มีแผนการที่ใหญ่กว่าที่เธอคิดเอาไว้มาก
“แล้วสมบัติลับเล่าเพคะ” พิมดาวถาม “มันคืออะไร”
ฮ่องเต้เฉินหลงถอนหายใจออกมา “สมบัติลับนั้น...คือแผนที่ซ่อนอาวุธโบราณที่ทรงพลังที่สุดของแคว้นอู๋ หากใครได้ครอบครองมัน ก็จะสามารถครอบครองแผ่นดินได้”
พิมดาวรู้สึกราวกับถูกเปิดโลก เธอไม่คิดว่าเรื่องราวจะเกี่ยวข้องกับการเมืองการปกครองและสงครามถึงเพียงนี้ เธอรู้ดีว่าหากสมบัติลับนี้ตกไปอยู่ในมือของสนมจิ้งเยว่ ก็จะเกิดสงครามครั้งใหญ่เป็นแน่
“เจ้า...จงช่วยข้าค้นหาสมบัติลับนี้จูเหมย” ฮ่องเต้กล่าว “ก่อนที่สนมจิ้งเยว่จะค้นพบมัน และนำมาใช้ในการก่อกบฏ”
พิมดาวมองฮ่องเต้ด้วยความสับสน เธอไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร เธอไม่ต้องการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองการปกครอง แต่เธอก็รู้ดีว่าเธอไม่มีทางเลือกอื่น หากไม่ช่วยฮ่องเต้ค้นหาสมบัติลับนี้ ก็อาจจะเกิดสงครามครั้งใหญ่ และชีวิตของเธอเองก็อาจจะไม่ปลอดภัย
“น้อมรับพระบัญชาเพคะฝ่าบาท” พิมดาวตอบเสียงหนักแน่น
ฮ่องเต้เฉินหลงยิ้มเล็กน้อย “ดีมาก...จูเหมย ข้าเชื่อว่าเจ้าจะสามารถทำเรื่องนี้ให้สำเร็จได้”
พิมดาวได้รับมอบหมายภารกิจที่ใหญ่หลวงกว่าที่เธอเคยคิดเอาไว้ เธอต้องค้นหาสมบัติลับของแคว้นอู๋ และต้องหยุดยั้งแผนการก่อกบฏของสนมจิ้งเยว่ เธอรู้ดีว่านี่คือภารกิจที่อันตรายถึงชีวิต
เธอกลับมาที่ตำหนักเมฆาสีชมพู และเริ่มศึกษาตำราโบราณที่ค้นพบ เธออ่านพินัยกรรมลับซ้ำแล้วซ้ำเล่า พยายามทำความเข้าใจความหมายของตัวอักษรโบราณ และพยายามหาเบาะแสที่จะนำไปสู่สมบัติลับ
เธอใช้เวลาหลายวันในการค้นหาข้อมูล เธอไปที่ตำหนักหนังสือหลวงอีกครั้ง เพื่อค้นหาตำราที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของแคว้นอู๋ และตำราที่เกี่ยวข้องกับอาวุธโบราณ เธออ่านตำราหลายเล่ม จนกระทั่งวันหนึ่ง สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นภาพวาดแผนที่โบราณในตำราเล่มหนึ่ง แผนที่นั้นแสดงถึงสถานที่ที่ถูกซ่อนไว้ในเทือกเขาทางตอนเหนือของแคว้นอู๋ และมีสัญลักษณ์ของดอกเหมยปรากฏอยู่บนแผนที่นั้นด้วย
ดอกเหมย? พิมดาวรู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ดอกเหมยเป็นสัญลักษณ์ของจูเหมยตัวจริง และเป็นสัญลักษณ์ของราชวงศ์เก่าของแคว้นอู๋ นั่นหมายความว่าสถานที่ที่ซ่อนสมบัติลับคือสถานที่ที่มีความเกี่ยวข้องกับจูเหมยตัวจริง!
เธอรีบนำแผนที่นั้นไปปรึกษาฮ่องเต้เฉินหลง พระองค์ทรงมองแผนที่ด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด
“นี่คือแผนที่ซ่อนสมบัติลับอย่างนั้นหรือ” ฮ่องเต้ถาม
“หม่อมฉันเชื่อเช่นนั้นเพคะฝ่าบาท” พิมดาวตอบ “และหม่อมฉันคิดว่าสมบัติลับนั้นถูกซ่อนอยู่ในเทือกเขาทางตอนเหนือของแคว้นอู๋เพคะ”
ฮ่องเต้เฉินหลงพยักหน้าเล็กน้อย “ดีมาก...จูเหมย เจ้าฉลาดมาก”
“ข้าจะส่งกองทัพออกไปค้นหาสมบัติลับนี้ทันที” ฮ่องเต้กล่าว “และข้าจะให้เจ้าเป็นผู้บัญชาการกองทัพในการค้นหาสมบัติลับนี้!”
พิมดาวเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ผู้บัญชาการกองทัพ? เธอไม่เคยนำทัพออกศึกมาก่อน จะทำได้อย่างไร? นี่คือภารกิจที่อันตรายถึงชีวิต และเธอจะต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายที่ใหญ่หลวงกว่าที่เธอเคยคิดเอาไว้มาก!

สนมแค้นวังหลวง
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก