ศึกชิงสมบัติและแผนร้ายที่ถูกเปิดเผย
คำกล่าวของสนมจิ้งเยว่ราวกับก้องสะท้อนไปทั่วห้องโถงที่เต็มไปด้วยความมืดมิด พิมดาวหรือจูเหมยรู้ดีว่านี่คือสถานการณ์คับขันที่สุดในชีวิตของเธอ เธอหันไปมองแม่ทัพหลินที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาดูเคร่งเครียดเช่นกัน กองกำลังของสนมจิ้งเยว่มีจำนวนมากกว่ากองทัพของเธอหลายเท่าตัว และพวกเขาก็ดูเหมือนจะเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้มาเป็นอย่างดี
“สนมจิ้งเยว่” พิมดาวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น แม้ในใจจะหวาดกลัวเพียงใด “เจ้าจะทำอะไร! เจ้าต้องการจะก่อกบฏอย่างนั้นหรือ!”
สนมจิ้งเยว่หัวเราะเสียงแหลม “ฮ่าๆๆๆ กบฏอย่างนั้นหรือ? นี่ไม่ใช่การกบฏจูเหมย แต่มันคือการทวงคืนสิ่งที่ควรจะเป็นของข้า! บัลลังก์ของแคว้นอู๋ และสมบัติลับนี้! ทุกสิ่งทุกอย่างจะเป็นของข้า!”
นางโบกมือให้กองกำลังของนางเดินเข้ามาใกล้ แม่ทัพหลินชักดาบออกมารับมือ ทหารหลวงของฮ่องเต้ต่างพากันตั้งแนวป้องกัน พิมดาวรู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดและอาจจะนำไปสู่ความพ่ายแพ้ของเธอได้
“เจ้าไม่มีทางเอาชนะข้าได้หรอกจูเหมย!” สนมจิ้งเยว่ตะโกน “เจ้าเป็นเพียงแค่สนมเล็กๆ ที่ไม่มีอำนาจใดๆ!”
พิมดาวกำดาบแน่น เธอหลับตาลงชั่วขณะ เธอระลึกถึงความทรงจำที่ตกค้างของจูเหมยตัวจริง ภาพของจูเหมยที่ถูกกดขี่ข่มเหง ถูกใส่ร้าย และถูกฆ่าตายผุดขึ้นมาในหัว ความแค้นของจูเหมยตัวจริงผสมผสานเข้ากับความแค้นของเธออย่างสมบูรณ์
“ข้าไม่ใช่จูเหมยคนเดิมอีกต่อไปสนมจิ้งเยว่!” พิมดาวประกาศเสียงดังฟังชัด “ข้าคือสนมเอกจูเหมย ผู้ที่จะปกป้องแผ่นดินนี้ และจะหยุดยั้งแผนการชั่วร้ายของเจ้าให้ได้!”
สนมจิ้งเยว่ไม่สนใจคำพูดของพิมดาว นางสั่งให้กองกำลังของนางเข้าโจมตีทันที การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด เสียงดาบฟาดฟันกัน เสียงร้องของทหาร และเสียงการปะทะกันของอาวุธดังก้องไปทั่วถ้ำ
พิมดาวชักดาบออกมารับมือ เธอต่อสู้กับกองกำลังของสนมจิ้งเยว่อย่างดุเดือด เธอใช้ทักษะการต่อสู้ที่ได้เรียนรู้มาอย่างเต็มที่ เธอฟาดฟันดาบเข้าใส่ศัตรูอย่างไม่หยุดยั้ง จนกระทั่งเธอสามารถเอาชนะทหารของสนมจิ้งเยว่ได้หลายคน
แม่ทัพหลินและทหารหลวงของฮ่องเต้ต่างพากันต่อสู้กับกองกำลังของสนมจิ้งเยว่อย่างกล้าหาญ พวกเขาสู้เพื่อปกป้องพิมดาวและปกป้องสมบัติลับ
แต่กองกำลังของสนมจิ้งเยว่มีจำนวนมากกว่า และพวกเขาก็ดูเหมือนจะได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด พิมดาวรู้สึกอ่อนแรงและเหนื่อยล้า บาดแผลเก่าที่แขนเริ่มปวดร้าวอีกครั้ง
ในขณะที่พิมดาวกำลังต่อสู้อยู่นั้น จู่ๆ สนมจิ้งเยว่ก็พุ่งเข้ามาหาเธอ นางชักดาบออกมารับมือ พิมดาวรู้ดีว่าการต่อสู้กับสนมจิ้งเยว่จะเป็นการต่อสู้ที่ยากลำบาก
สนมจิ้งเยว่เป็นนักรบที่มีฝีมือ นางฟาดฟันดาบเข้าใส่พิมดาวอย่างรวดเร็วและแม่นยำ พิมดาวพยายามหลบหลีกและป้องกันตัว เธอใช้ทักษะทั้งหมดที่มีในการต่อสู้กับสนมจิ้งเยว่
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด ดาบของสนมจิ้งเยว่ฟาดฟันเข้าใส่พิมดาวอย่างไม่หยุดยั้ง พิมดาวพยายามหลบหลีก แต่ก็ถูกดาบของสนมจิ้งเยว่ฟันเข้าที่ต้นขาของเธอ พิมดาวรู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรง เธอทรุดตัวลงกับพื้น
“ฮ่าๆๆๆ เจ้าไม่มีทางเอาชนะข้าได้หรอกจูเหมย!” สนมจิ้งเยว่หัวเราะเยาะเย้ย นางเตรียมจะฟันดาบลงมาที่พิมดาวเพื่อปลิดชีพเธอ
แต่ในขณะที่สนมจิ้งเยว่กำลังจะฟันดาบลงมา จู่ๆ ก็มีลูกธนูดอกหนึ่งพุ่งเข้ามาปักเข้าที่ไหล่ของนาง สนมจิ้งเยว่ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด นางทรุดตัวลงกับพื้น
พิมดาวเงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจ ภาพที่ปรากฏทำให้เธอถึงกับช็อก ฮ่องเต้เฉินหลงกำลังยืนจ้องมองเธออยู่ด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียด เบื้องหลังพระองค์มีกองกำลังขนาดใหญ่ยืนเรียงราย! ฮ่องเต้มาที่นี่ได้อย่างไร? และมาในเวลาที่พอเหมาะพอเจาะถึงเพียงนี้?
“ฝ่าบาท!” พิมดาวร้องออกมาด้วยความดีใจ
ฮ่องเต้เฉินหลงเดินเข้ามาหาพิมดาว พระองค์ทรงมองสนมจิ้งเยว่ด้วยสายตาที่เย็นชา
“สนมจิ้งเยว่” ฮ่องเต้กล่าวเสียงดังฟังชัด “เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยเจ้าไปง่ายๆ อย่างนั้นหรือ! เจ้าคิดว่าข้าจะไม่รู้แผนการชั่วร้ายของเจ้าอย่างนั้นหรือ!”
สนมจิ้งเยว่มองฮ่องเต้ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและเกลียดชัง “ฮ่องเต้! เจ้าไม่มีทางเอาชนะข้าได้หรอก! ข้าจะช่วงชิงบัลลังก์ของแคว้นอู๋ และจะทำลายราชวงศ์ของเจ้าให้สิ้นซาก!”
ฮ่องเต้เฉินหลงไม่สนใจคำพูดของนาง พระองค์หันไปสั่งทหารหลวง “จับนางไป! ลงโทษโบยร้อยที! และประหารชีวิตนางเสีย!”
คำสั่งของฮ่องเต้ทำให้สนมจิ้งเยว่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ นางไม่คาดคิดว่าจะต้องได้รับโทษที่รุนแรงถึงเพียงนี้ นางถูกทหารหลวงจับตัวไปอย่างรวดเร็ว เสียงกรีดร้องของนางยังคงดังก้องอยู่ในถ้ำ
ฮ่องเต้เฉินหลงเดินเข้ามาหาพิมดาว พระองค์ทรงมองบาดแผลที่ขาของเธอด้วยความกังวล
“เจ้าบาดเจ็บหนักหรือไม่จูเหมย” ฮ่องเต้ถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
พิมดาวส่ายหน้า “หม่อมฉันไม่เป็นไรเพคะฝ่าบาท”
“เจ้ากล้าหาญมากจูเหมย” ฮ่องเต้กล่าว “เจ้าทำภารกิจนี้สำเร็จแล้ว เจ้าค้นพบสมบัติลับของราชวงศ์อู๋ และเจ้าได้หยุดยั้งแผนการก่อกบฏของสนมจิ้งเยว่”
พิมดาวมองไปยังกล่องไม้โบราณที่วางอยู่บนแท่นบูชา เธอรู้ดีว่านี่คือสมบัติลับที่จูเหมยตัวจริงพยายามจะปกป้อง
ฮ่องเต้เฉินหลงเดินเข้าไปเปิดกล่องไม้ ภายในกล่องไม้นั้นมีม้วนแผนที่เก่าๆ วางอยู่ และมีคัมภีร์โบราณเล่มหนึ่งวางอยู่ด้วย
“นี่คือแผนที่ซ่อนอาวุธโบราณที่ทรงพลังที่สุดของแคว้นอู๋” ฮ่องเต้กล่าว “และนี่คือคัมภีร์โบราณที่บันทึกวิชาการใช้พลังปราณโบราณของราชวงศ์อู๋”
พิมดาวเบิกตากว้าง อาวุธโบราณและคัมภีร์วิชาการใช้พลังปราณ? นี่มันน่าทึ่งเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการได้
“ข้าจะมอบสมบัติเหล่านี้ให้เจ้าจูเหมย” ฮ่องเต้กล่าว “เจ้าเป็นผู้สืบทอดบัลลังก์ที่แท้จริงของแคว้นอู๋ เจ้าสมควรได้รับมัน”
พิมดาวมองฮ่องเต้ด้วยความสับสน เธอไม่ต้องการเป็นเจ้าหญิง ไม่ต้องการเป็นผู้สืบทอดบัลลังก์ใดๆ เธอเพียงแค่ต้องการกลับบ้าน เธอต้องการกลับไปเป็นพิมดาวคนเดิม
“ฝ่าบาท...หม่อมฉัน...ไม่ต้องการเป็นผู้สืบทอดบัลลังก์เพคะ” พิมดาวกล่าว “หม่อมฉันเพียงแค่ต้องการกลับบ้าน หม่อมฉันต้องการกลับไปใช้ชีวิตอย่างปกติสุขเพคะ”
ฮ่องเต้เฉินหลงมองพิมดาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ “กลับบ้านอย่างนั้นหรือ? เจ้าจะกลับไปที่ไหน”
พิมดาวเงียบไป เธอไม่รู้ว่าจะอธิบายเรื่องนี้กับฮ่องเต้ได้อย่างไร เธอไม่สามารถบอกความจริงทั้งหมดได้ เธอรู้ดีว่าหากบอกความจริงออกไป ฮ่องเต้จะต้องคิดว่าเธอเสียสติเป็นแน่
“ข้า...ข้าหมายถึง...ข้าต้องการกลับไปใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเพคะ” พิมดาวแก้ตัว
ฮ่องเต้เฉินหลงยิ้มเล็กน้อย “ข้ารู้ว่าเจ้าต้องการอะไรจูเหมย แต่เจ้าไม่สามารถหลีกหนีชะตาชีวิตของเจ้าได้ เจ้าคือผู้สืบทอดบัลลังก์ที่แท้จริงของแคว้นอู๋ และเจ้าคือผู้ที่จะนำความสงบสุขกลับคืนมาสู่แผ่นดิน”
“ข้าจะแต่งตั้งเจ้าเป็น...จักรพรรดินีแห่งแคว้นอู๋” ฮ่องเต้กล่าว “และข้าจะแต่งตั้งเจ้าเป็น...จักรพรรดินีแห่งราชวงศ์ของข้าด้วย”
พิมดาวเบิกตากว้างด้วยความตกใจอย่างที่สุด จักรพรรดินี! นี่มันอะไรกัน? ฮ่องเต้กำลังจะให้เธอเป็นจักรพรรดินีแห่งสองแคว้นอย่างนั้นหรือ? นี่มันเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการได้!
“ฝ่าบาท...นี่เป็นพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่เพคะ” พิมดาวกล่าว “แต่หม่อมฉัน...ไม่คู่ควรเพคะ”
ฮ่องเต้เฉินหลงเดินเข้ามาใกล้พิมดาว พระองค์ใช้มือข้างหนึ่งแตะลงบนใบหน้าของเธอ ดวงตาของพระองค์เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา “เจ้าคู่ควรจูเหมย เจ้าคือผู้หญิงที่ฉลาด กล้าหาญ และมีจิตใจที่บริสุทธิ์ เจ้าคือผู้หญิงที่ข้าต้องการ”
พิมดาวมองฮ่องเต้ด้วยความสับสน เธอไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือควรจะหวาดกลัว สิ่งที่รอเธออยู่เบื้องหน้าคืออะไรกันแน่? และเธอจะต้องทำอย่างไรกับชีวิตใหม่ที่เธอไม่ได้ต้องการนี้?
ฮ่องเต้เฉินหลงโค้งตัวลงเล็กน้อย และตรัสด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน “จูเหมย...เจ้าจะยอมแต่งงานกับข้าหรือไม่”
พิมดาวเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอไม่คาดคิดว่าฮ่องเต้จะขอเธอแต่งงาน! หัวใจของเธอเต้นระรัว เธอไม่รู้ว่าควรจะตอบว่าอย่างไรดี เธอรู้สึกสับสนและหวาดหวั่น เธอไม่เคยคิดฝันว่าจะต้องมาตกหลุมรักกับฮ่องเต้ในโลกโบราณเช่นนี้ แต่สายตาของฮ่องเต้ที่มองมาที่เธอในตอนนี้ มันเต็มไปด้วยความจริงใจและความรักที่ซับซ้อน และนั่นทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมดิ่งลงไปในวังวนแห่งความรู้สึกที่เธอไม่เข้าใจ

สนมแค้นวังหลวง
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก