หัวใจที่สับสนและบัลลังก์คู่
คำขอแต่งงานจากฮ่องเต้เฉินหลงราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจของพิมดาวหรือจูเหมย เธอไม่เคยคิดฝันว่าจะต้องมาอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ เธอเป็นเพียงผู้หญิงจากโลกปัจจุบันที่ติดอยู่ในร่างของจูเหมย และไม่เคยคิดว่าจะได้ผูกพันกับฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่แห่งราชวงศ์นี้มาก่อน
หัวใจของเธอเต้นระรัว เธอพยายามรวบรวมสติทั้งหมดที่มี แต่สายตาที่เต็มไปด้วยความจริงใจและความรักที่ฮ่องเต้ส่งมาให้ ทำให้เธอรู้สึกอ่อนไหวอย่างประหลาด เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นบางอย่างที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ
“ฝ่าบาท...” พิมดาวพึมพำเสียงเบา เธอไม่รู้จะตอบว่าอย่างไรดี
ฮ่องเต้เฉินหลงยิ้มเล็กน้อย พระองค์ใช้มือข้างหนึ่งแตะลงบนใบหน้าของเธอ “ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังสับสนจูเหมย แต่ข้าขอให้เจ้าเชื่อในความรู้สึกของข้า ข้าต้องการเจ้ามาเป็นจักรพรรดินีของข้า และต้องการให้เจ้ามาอยู่เคียงข้างข้าตลอดไป”
พิมดาวมองฮ่องเต้ ดวงตาของพระองค์เต็มไปด้วยความจริงใจ เธอเห็นความรักที่ซับซ้อนซ่อนอยู่ในแววตาคู่นั้น ความรักที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความใคร่ในฐานะฮ่องเต้กับสนม แต่เป็นความผูกพันที่ลึกซึ้งกว่านั้น
เธอหลับตาลงชั่วขณะ เธอระลึกถึงเรื่องราวทั้งหมดที่ผ่านมา ตั้งแต่เธอตื่นขึ้นมาในร่างของจูเหมย ถูกใส่ร้าย ถูกลงโทษ เอาชีวิตรอดจากแผนการร้ายต่างๆ และได้รับการช่วยเหลือจากฮ่องเต้เฉินหลง แม้ว่าพระองค์จะเคยใช้เธอเป็นเบี้ยตัวหนึ่งในเกมการเมือง แต่พระองค์ก็เป็นผู้ที่ช่วยชีวิตเธอไว้ และเป็นผู้ที่เชื่อในตัวเธอ
“ฝ่าบาท...” พิมดาวกล่าว “หม่อมฉัน...จะยอมแต่งงานกับฝ่าบาทเพคะ”
ฮ่องเต้เฉินหลงยิ้มกว้าง รอยยิ้มของพระองค์ดูสดใสและอบอุ่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน พระองค์โอบกอดพิมดาวเข้ามาในอ้อมแขนอย่างอ่อนโยน พิมดาวรู้สึกถึงความอบอุ่นและความปลอดภัยที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย เธอรู้สึกราวกับว่าเธอได้พบกับที่พึ่งในโลกที่แปลกประหลาดแห่งนี้แล้ว
“ขอบใจจูเหมย” ฮ่องเต้กล่าวเสียงเบา “ขอบใจที่เจ้าเชื่อในตัวข้า”
ข่าวการอภิเษกสมรสระหว่างฮ่องเต้เฉินหลงและสนมเอกจูเหมยสร้างความตกตะลึงไปทั่วแผ่นดิน ไม่มีใครคาดคิดว่าฮ่องเต้จะตัดสินใจแต่งงานกับสนมที่เคยถูกเนรเทศไปยังตำหนักเย็น แต่ถึงกระนั้นทุกคนก็ยอมรับการตัดสินใจของฮ่องเต้ เพราะจูเหมยได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่านางเป็นผู้หญิงที่ฉลาด กล้าหาญ และมีจิตใจที่บริสุทธิ์
งานอภิเษกสมรสจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และสมพระเกียรติ พิมดาวในชุดจักรพรรดินีที่งดงามและหรูหราเดินเคียงข้างฮ่องเต้เฉินหลงเข้าสู่พิธี นางรู้สึกตื่นเต้นและประหม่า แต่ก็รู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองที่สามารถก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ มาได้จนถึงวันนี้
เธอได้รับการแต่งตั้งเป็นจักรพรรดินีแห่งราชวงศ์เฉิน และเป็นจักรพรรดินีแห่งแคว้นอู๋ด้วย เธอมีอำนาจในการปกครองสองแคว้น และมีหน้าที่ในการดูแลกิจการทั้งหมดในวังหลวง
หลังจากงานอภิเษกสมรส พิมดาวหรือจักรพรรดินีจูเหมยเริ่มทำหน้าที่จักรพรรดินีอย่างเต็มที่ เธอใช้ความรู้และประสบการณ์จากโลกปัจจุบันในการบริหารจัดการกิจการต่างๆ ของวังหลวง เธอปฏิรูปการปกครอง ปรับปรุงกฎหมาย และส่งเสริมการศึกษา ทำให้แคว้นเฉินและแคว้นอู๋เจริญรุ่งเรืองอย่างรวดเร็ว
เธอและฮ่องเต้เฉินหลงทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด พวกเขาปรึกษาหารือกันในทุกเรื่อง และช่วยกันบริหารจัดการแผ่นดินอย่างมีประสิทธิภาพ ความสัมพันธ์ของพวกเขายิ่งลึกซึ้งและผูกพันกันมากยิ่งขึ้น
แต่ถึงแม้ว่าพิมดาวจะมีความสุขกับชีวิตใหม่ในฐานะจักรพรรดินี เธอก็ยังคงมีความกังวลบางอย่างอยู่ในใจ เธอไม่เคยลืมว่าเธอไม่ใช่จูเหมยตัวจริง และเธอไม่เคยลืมว่าเธอมาจากโลกอื่น เธอไม่รู้ว่าเธอจะสามารถปกปิดความลับนี้ไปได้นานแค่ไหน
ฮ่องเต้เฉินหลงดูเหมือนจะทราบเรื่องนี้ พระองค์ทรงสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวเธอตั้งแต่แรก และพระองค์ก็ไม่เคยถามเรื่องนี้กับเธอโดยตรง แต่สายตาที่พระองค์มองมาที่เธอในบางครั้ง มันเต็มไปด้วยคำถามที่ซับซ้อน
จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะที่พิมดาวและฮ่องเต้เฉินหลงกำลังเดินเล่นอยู่ในสวนดอกไม้ ฮ่องเต้ก็เอ่ยปากถามขึ้นมาว่า “จูเหมย...เจ้ามาจากที่ใดกันแน่”
พิมดาวเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอไม่คิดว่าฮ่องเต้จะถามคำถามนี้กับเธอ เธอไม่รู้ว่าจะตอบว่าอย่างไรดี
“ฝ่าบาท...หมายความว่าอย่างไรเพคะ” พิมดาวพยายามบ่ายเบี่ยง
ฮ่องเต้เฉินหลงยิ้มเล็กน้อย “ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ใช่จูเหมยคนเดิม จูเหมยคนเดิมไม่ฉลาดและไม่กล้าหาญเช่นเจ้า เจ้ามีความรู้และทักษะที่แตกต่างจากผู้หญิงในยุคนี้ และเจ้ามีความคิดที่ล้ำสมัยกว่าใครๆ”
“เจ้า...มาจากที่ใดกันแน่จูเหมย” ฮ่องเต้ถามซ้ำ ดวงตาของพระองค์เต็มไปด้วยความจริงจัง
พิมดาวรู้ดีว่าเธอไม่สามารถโกหกฮ่องเต้ได้อีกต่อไป เธอจะต้องบอกความจริงกับพระองค์ ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรก็ตาม
“ฝ่าบาท...” พิมดาวกล่าว “หม่อมฉัน...มาจากอีกโลกหนึ่งเพคะ”
ฮ่องเต้เฉินหลงเลิกคิ้วเล็กน้อย “อีกโลกหนึ่งอย่างนั้นหรือ? โลกแบบไหน”
พิมดาวเริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฮ่องเต้เฉินหลงฟัง เธอเล่าถึงโลกปัจจุบันที่เธอจากมา เล่าถึงรถยนต์ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ และสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ที่ไม่มีในโลกโบราณนี้ เธอเล่าถึงการที่เธอประสบอุบัติเหตุและตื่นขึ้นมาในร่างของจูเหมย
ฮ่องเต้เฉินหลงฟังเรื่องราวของพิมดาวอย่างตั้งใจ พระองค์ทรงนิ่งเงียบไปชั่วขณะ หลังจากที่พิมดาวเล่าเรื่องทั้งหมดจบ พระองค์ก็ถอนหายใจออกมาเล็กน้อย
“ช่างเป็นเรื่องราวที่เหลือเชื่อยิ่งนักจูเหมย” ฮ่องเต้กล่าว “แต่ข้าก็เชื่อเจ้า”
พิมดาวเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ เธอไม่คิดว่าฮ่องเต้จะเชื่อเรื่องราวที่เหลือเชื่อเช่นนี้
“เพราะข้ารักเจ้าจูเหมย” ฮ่องเต้กล่าว “และข้ารู้ว่าเจ้าไม่มีทางโกหกข้า”
พิมดาวรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ เธอโอบกอดฮ่องเต้เข้ามาในอ้อมแขนอย่างอ่อนโยน เธอรู้สึกราวกับว่าเธอได้พบกับความรักที่แท้จริงในโลกที่แปลกประหลาดแห่งนี้แล้ว
“แล้วเจ้าต้องการจะกลับไปที่โลกของเจ้าหรือไม่จูเหมย” ฮ่องเต้ถาม
พิมดาวเงียบไป เธอไม่รู้ว่าควรจะตอบว่าอย่างไรดี เธอคิดถึงโลกปัจจุบัน คิดถึงครอบครัว คิดถึงเพื่อนๆ แต่เธอก็รักฮ่องเต้เฉินหลง และรักชีวิตใหม่ที่เธอมีในตอนนี้
“หม่อมฉันไม่รู้เพคะฝ่าบาท” พิมดาวตอบอย่างตรงไปตรงมา “หม่อมฉันไม่รู้ว่าควรจะเลือกทางไหนดี”
ฮ่องเต้เฉินหลงยิ้มเล็กน้อย “ไม่ต้องกังวลจูเหมย ไม่ว่าเจ้าจะเลือกทางไหน ข้าก็จะอยู่เคียงข้างเจ้าเสมอ”
พิมดาวรู้สึกซาบซึ้งในความรักและความเข้าใจของฮ่องเต้ เธอรู้ดีว่าเธอโชคดีแค่ไหนที่ได้พบกับผู้ชายคนนี้
แต่ในขณะที่พวกเขากำลังยืนกอดกันอยู่ในสวนดอกไม้ จู่ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบดังขึ้น ขันทีคนสนิทของฮ่องเต้วิ่งเข้ามาด้วยใบหน้าที่ตื่นตระหนก
“ฝ่าบาท! จักรพรรดินี! เรื่องใหญ่แล้วเพคะ!” ขันทีกล่าวเสียงสั่นเครือ “มีกองกำลังลึกลับบุกเข้ามาในวังหลวง! พวกเขากำลังมุ่งหน้ามายังตำหนักใหญ่เพคะ!”
พิมดาวและฮ่องเต้เฉินหลงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ กองกำลังลึกลับ? ใครกันแน่ที่บุกเข้ามาในวังหลวง? และพวกเขามีจุดประสงค์อะไร? นี่มันเป็นกับดักอีกแล้วอย่างนั้นหรือ? และคราวนี้...ใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี้!

สนมแค้นวังหลวง
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก