การบุกรุกและเผชิญหน้ากับอดีต
คำเตือนจากขันทีทำให้วังหลวงตื่นตระหนกอย่างรวดเร็ว พิมดาวหรือจักรพรรดินีจูเหมยและฮ่องเต้เฉินหลงมองหน้ากันด้วยความเคร่งเครียด ใครกันแน่ที่กล้าบุกรุกวังหลวงในยามนี้? และกองกำลังลึกลับนี้มาจากไหน?
“เตรียมการป้องกันวังหลวง!” ฮ่องเต้เฉินหลงสั่งเสียงดัง “ส่งทหารหลวงออกไปต้านทานข้าศึก! และปกป้องตำหนักใหญ่ให้ถึงที่สุด!”
ทหารหลวงรีบออกไปทำตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว พิมดาวและฮ่องเต้เฉินหลงรีบเดินทางไปยังห้องบัญชาการรบ เพื่อประเมินสถานการณ์
ภายในห้องบัญชาการรบเต็มไปด้วยแม่ทัพนายกองที่กำลังวุ่นวายกับการวางแผนการรบ พิมดาวมองแผนที่ที่กางอยู่บนโต๊ะ เธอเห็นว่ากองกำลังลึกลับกำลังบุกเข้ามาจากหลายทิศทาง และกำลังมุ่งหน้ามายังตำหนักใหญ่
“ฝ่าบาท” แม่ทัพหลินรายงาน “กองกำลังที่บุกเข้ามามีจำนวนมาก และดูเหมือนว่าจะได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี พวกเขาเคลื่อนทัพรวดเร็วมากเพคะ”
พิมดาวขมวดคิ้ว เธอพยายามคิดว่าใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังกองกำลังลึกลับนี้
“พวกเขามีธงสัญลักษณ์อะไรหรือไม่” พิมดาวถาม
แม่ทัพหลินพยักหน้า “มีเพคะจักรพรรดินี ธงสัญลักษณ์ของพวกเขาเป็นรูป...หงส์เพคะ”
หงส์? พิมดาวเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอจำได้ว่าหงส์เป็นสัญลักษณ์ของราชวงศ์เก่าของแคว้นอู๋ นั่นหมายความว่ากองกำลังลึกลับนี้มาจากแคว้นอู๋!
“พวกเขามาจากแคว้นอู๋อย่างนั้นหรือ” พิมดาวพึมพำกับตัวเอง
“เพคะจักรพรรดินี” แม่ทัพหลินตอบ “แต่แคว้นอู๋เพิ่งจะถูกรวมเข้ากับแคว้นของเรา จะมีกองกำลังลึกลับมาจากที่นั่นได้อย่างไรเพคะ”
พิมดาวมองฮ่องเต้เฉินหลงด้วยสายตาที่เคร่งเครียด เธอรู้ดีว่านี่ต้องเกี่ยวข้องกับพินัยกรรมลับและสมบัติลับที่เธอค้นพบ และต้องเกี่ยวข้องกับจูเหมยตัวจริง
“ข้ารู้ว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี้” พิมดาวกล่าวเสียงเบา “พวกเขาคือคนที่ต้องการช่วงชิงบัลลังก์ของแคว้นอู๋คืนไป และเป็นคนที่ต้องการทำลายราชวงศ์ของเรา”
ฮ่องเต้เฉินหลงมองพิมดาวด้วยสายตาที่ลึกล้ำ “เจ้าหมายถึง...ญาติของจูเหมยตัวจริงอย่างนั้นหรือ”
พิมดาวพยักหน้า “เพคะฝ่าบาท หม่อมฉันเชื่อว่าพวกเขาคือคนที่ต้องการจะแก้แค้นให้กับจูเหมยตัวจริง และต้องการจะช่วงชิงบัลลังก์ของแคว้นอู๋คืนไป”
ฮ่องเต้เฉินหลงถอนหายใจออกมา “ข้ารู้ดีว่าจะมีวันนี้ แต่ข้าไม่คิดว่ามันจะมาถึงเร็วถึงเพียงนี้”
“เราจะทำอย่างไรดีเพคะฝ่าบาท” พิมดาวถาม “กองกำลังของพวกเขามีจำนวนมาก และดูเหมือนจะเตรียมพร้อมมาเป็นอย่างดี”
ฮ่องเต้เฉินหลงมองพิมดาวด้วยสายตาที่มุ่งมั่น “เราจะสู้! เราจะปกป้องแผ่นดินของเรา และเราจะปกป้องราชวงศ์ของเราให้ถึงที่สุด!”
พิมดาวพยักหน้า เธอรู้ดีว่าเธอจะต้องสู้ เธอจะต้องปกป้องฮ่องเต้เฉินหลง ปกป้องแผ่นดินนี้ และปกป้องชีวิตใหม่ที่เธอมี
การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด เสียงดาบฟาดฟันกัน เสียงร้องของทหาร และเสียงการปะทะกันของอาวุธดังก้องไปทั่ววังหลวง กองกำลังลึกลับบุกเข้ามาในวังอย่างไม่หยุดยั้ง ทหารหลวงของฮ่องเต้พยายามต้านทานข้าศึกอย่างเต็มที่
พิมดาวในชุดเกราะนักรบจับดาบขึ้นมา เธอเดินทางไปยังแนวหน้าของการต่อสู้ เธอช่วยแม่ทัพหลินบัญชาการรบ และร่วมต่อสู้กับกองกำลังลึกลับอย่างกล้าหาญ
เธอใช้ทักษะการต่อสู้ที่ได้เรียนรู้มาอย่างเต็มที่ เธอฟาดฟันดาบเข้าใส่ศัตรูอย่างไม่หยุดยั้ง จนกระทั่งเธอสามารถเอาชนะทหารของกองกำลังลึกลับได้หลายคน
แต่กองกำลังลึกลับก็มีจำนวนมากเกินไป พวกเขาบุกเข้ามาไม่หยุดหย่อน พิมดาวรู้สึกอ่อนแรงและเหนื่อยล้า บาดแผลเก่าที่แขนและขาเริ่มปวดร้าวอีกครั้ง
ในขณะที่พิมดาวกำลังต่อสู้อยู่นั้น จู่ๆ ก็มีบุรุษผู้หนึ่งบุกเข้ามาหาเธอ บุรุษผู้นั้นสวมชุดเกราะสีดำ และมีใบหน้าที่หล่อเหลาและคมคาย แต่ดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและเกลียดชัง
“เจ้าคือจูเหมยอย่างนั้นหรือ!” บุรุษผู้นั้นตะโกน “เจ้าคือผู้ที่ช่วงชิงบัลลังก์ของแคว้นอู๋ไปจากข้า!”
พิมดาวเบิกตากว้างด้วยความตกใจ บุรุษผู้นี้คือใครกันแน่? และเขาต้องการอะไรจากเธอ?
“ข้าคือองค์ชายเหยียนหลง” บุรุษผู้นั้นกล่าว “ข้าคือโอรสของอดีตฮ่องเต้แห่งแคว้นอู๋ และข้าคือผู้สืบทอดบัลลังก์ที่แท้จริงของแคว้นอู๋!”
พิมดาวรู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจ องค์ชายเหยียนหลง! เขาคือญาติของจูเหมยตัวจริง และเป็นผู้ที่ต้องการช่วงชิงบัลลังก์ของแคว้นอู๋คืนไป! นั่นหมายความว่าเขาคือผู้อยู่เบื้องหลังกองกำลังลึกลับนี้!
“เจ้าเข้าใจผิดแล้วองค์ชายเหยียนหลง” พิมดาวกล่าว “ข้าไม่ใช่ผู้ที่ช่วงชิงบัลลังก์ของแคว้นอู๋ไปจากเจ้า”
“โกหก!” องค์ชายเหยียนหลงตวาด “เจ้าคือผู้ที่สมคบคิดกับฮ่องเต้เฉินหลงในการช่วงชิงบัลลังก์ของแคว้นอู๋ไปจากข้า! และเจ้าคือผู้ที่ฆ่าจูเหมยตัวจริง!”
พิมดาวเบิกตากว้าง เธอไม่เคยคิดว่าองค์ชายเหยียนหลงจะเข้าใจผิดถึงเพียงนี้ เธอไม่ได้ฆ่าจูเหมยตัวจริง แต่สนมจิ้งเยว่ต่างหากที่เป็นผู้ลงมือ!
“ข้าไม่ได้ฆ่าจูเหมยตัวจริง” พิมดาวกล่าว “สนมจิ้งเยว่ต่างหากที่เป็นผู้ลงมือ! นางวางแผนที่จะช่วงชิงบัลลังก์ของแคว้นอู๋ และเป็นผู้ที่ฆ่าจูเหมยตัวจริง!”
องค์ชายเหยียนหลงหัวเราะเยาะเย้ย “เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อคำพูดของเจ้าอย่างนั้นหรือ? หึหึหึ เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อคำพูดของผู้หญิงที่ทรยศหักหลังญาติของตัวเองอย่างนั้นหรือ!”
องค์ชายเหยียนหลงชักดาบออกมารับมือ เขาพุ่งเข้ามาหาพิมดาวอย่างรวดเร็ว พิมดาวไม่มีทางเลือก เธอต้องสู้เพื่อปกป้องตัวเอง เธอจับดาบขึ้นมา และต่อสู้กับองค์ชายเหยียนหลงอย่างดุเดือด
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด ดาบขององค์ชายเหยียนหลงฟาดฟันเข้าใส่พิมดาวอย่างรวดเร็วและแม่นยำ พิมดาวพยายามหลบหลีกและป้องกันตัว เธอใช้ทักษะทั้งหมดที่มีในการต่อสู้กับองค์ชายเหยียนหลง
แต่องค์ชายเหยียนหลงเป็นนักรบที่มีฝีมือ เขามีพละกำลังและความเร็วเหนือกว่าพิมดาวหลายเท่า พิมดาวรู้สึกอ่อนแรงและเหนื่อยล้า บาดแผลที่แขนและขาเริ่มปวดร้าวอีกครั้ง
ในขณะที่พิมดาวกำลังต่อสู้อยู่นั้น จู่ๆ องค์ชายเหยียนหลงก็ใช้ดาบฟันเข้าที่ไหล่ของเธอ พิมดาวร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ดาบของเธอหลุดมือ เธอทรุดตัวลงกับพื้น
“ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องตายแล้วจูเหมย!” องค์ชายเหยียนหลงตะโกน นางเตรียมจะฟันดาบลงมาที่พิมดาวเพื่อปลิดชีพเธอ
พิมดาวหลับตาลง เธอรู้สึกถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา เธอไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป เธอไม่มีทางรอดจากองค์ชายเหยียนหลงได้เลย!
แต่ในขณะที่องค์ชายเหยียนหลงกำลังจะฟันดาบลงมา จู่ๆ ก็มีเสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยอำนาจดังขึ้นจากด้านหลังขององค์ชายเหยียนหลง
“หยุดเดี๋ยวนี้องค์ชายเหยียนหลง!”
องค์ชายเหยียนหลงถึงกับผงะ เขาหันกลับไปมองด้วยความตกใจ ภาพที่ปรากฏทำให้ใบหน้าของเขาซีดเผือด ฮ่องเต้เฉินหลงกำลังยืนจ้องมองเขาอยู่ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความพิโรธ เบื้องหลังพระองค์มีกองกำลังขนาดใหญ่ยืนเรียงราย! ฮ่องเต้มาที่นี่ได้อย่างไร? และมาในเวลาที่พอเหมาะพอเจาะถึงเพียงนี้?
“ฝ่าบาท!” องค์ชายเหยียนหลงร้องออกมาด้วยความตกใจ “เจ้า...มาที่นี่ได้อย่างไร!”
ฮ่องเต้เฉินหลงไม่สนใจคำถามของเขา พระองค์เดินตรงเข้ามาหาพิมดาว พระองค์ทรงมองบาดแผลที่ไหล่ของเธอด้วยความกังวล
“เจ้าบาดเจ็บหนักหรือไม่จูเหมย” ฮ่องเต้ถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
พิมดาวส่ายหน้า “หม่อมฉันไม่เป็นไรเพคะฝ่าบาท”
ฮ่องเต้เฉินหลงหันไปมององค์ชายเหยียนหลงด้วยสายตาที่เย็นชา “องค์ชายเหยียนหลง! เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยเจ้าไปง่ายๆ อย่างนั้นหรือ! เจ้าคิดว่าข้าจะไม่รู้แผนการชั่วร้ายของเจ้าอย่างนั้นหรือ!”
องค์ชายเหยียนหลงมองฮ่องเต้ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและเกลียดชัง “ฮ่องเต้! เจ้าไม่มีทางเอาชนะข้าได้หรอก! ข้าจะช่วงชิงบัลลังก์ของแคว้นอู๋คืนไป! และจะทำลายราชวงศ์ของเจ้าให้สิ้นซาก!”
ฮ่องเต้เฉินหลงไม่สนใจคำพูดของเขา พระองค์หันไปสั่งทหารหลวง “จับมันไป! และจัดการกับกองกำลังของมันให้สิ้นซาก!”
คำสั่งของฮ่องเต้ทำให้องค์ชายเหยียนหลงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เขาไม่คาดคิดว่าจะต้องได้รับโทษที่รุนแรงถึงเพียงนี้ เขาถูกทหารหลวงจับตัวไปอย่างรวดเร็ว เสียงกรีดร้องของเขายังคงดังก้องไปทั่ววังหลวง
การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไปอีกชั่วขณะ จนกระทั่งกองกำลังลึกลับขององค์ชายเหยียนหลงถูกจัดการไปจนสิ้นซาก วังหลวงกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง
ฮ่องเต้เฉินหลงเข้ามาประคองพิมดาวขึ้นมา พระองค์ทรงมองบาดแผลที่ไหล่ของเธอด้วยความกังวล “เจ้ากล้าหาญมากจูเหมย เจ้าช่วยข้าปกป้องแผ่นดินนี้ไว้ได้”
พิมดาวมองฮ่องเต้ด้วยความรู้สึกที่สับสน เธอไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอย่างไร เธอรู้สึกขอบคุณที่ฮ่องเต้ช่วยชีวิตเธอไว้ แต่เธอก็รู้สึกโกรธแค้นที่ฮ่องเต้ใช้เธอเป็นเครื่องมือในการจัดการกับศัตรู
“ฝ่าบาท...ทำไม...ฮ่องเต้ถึงไม่บอกหม่อมฉันเรื่ององค์ชายเหยียนหลงเพคะ” พิมดาวถาม
ฮ่องเต้เฉินหลงถอนหายใจออกมา “ข้าต้องการจะให้เจ้าเรียนรู้ที่จะเข้มแข็งด้วยตัวของเจ้าเองจูเหมย และข้าก็ต้องการจะดูว่าเจ้าจะสามารถรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้ได้อย่างไร”
พิมดาวมองฮ่องเต้ด้วยความสับสน เธอไม่รู้ว่าฮ่องเต้เฉินหลงกำลังคิดอะไรอยู่ เธอไม่รู้ว่าพระองค์คือมิตรหรือศัตรู? แต่เธอรู้ดีว่าเธอจะต้องเผชิญหน้ากับความจริงทั้งหมด และจะต้องค้นหาว่าใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังแผนการทั้งหมดนี้จริงๆ!

สนมแค้นวังหลวง
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก