ความจริงที่เปิดเผย
พระราชโองการลับที่อยู่ในมือสั่นเทาของพิมดาวหรือจักรพรรดินีจูเหมยบ่งบอกถึงความจริงที่เธอไม่เคยคาดคิด ฮ่องเต้เฉินหลงไม่ได้เป็นคนชั่วร้ายที่ใช้ชีวิตของจูเหมยตัวจริงเป็นเครื่องมือ แต่กลับเป็นผู้ที่รักและต้องการจะช่วยเหลือจูเหมยตัวจริงอย่างสุดหัวใจ การค้นพบนี้ทำให้พิมดาวรู้สึกเจ็บปวดและผิดหวังในตัวเองอย่างมหันต์ ที่สงสัยและเข้าใจผิดพระองค์มาโดยตลอด
เธอรีบเดินทางไปยังตำหนักใหญ่ด้วยความรู้สึกที่สับสนและหนักอึ้ง เธอไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร เธอจะต้องบอกความจริงกับฮ่องเต้เฉินหลงว่าเธอได้ค้นพบพระราชโองการลับนี้แล้ว และเธอจะต้องสารภาพความผิดของเธอที่สงสัยในตัวพระองค์
เมื่อมาถึงตำหนักใหญ่ ฮ่องเต้เฉินหลงประทับอยู่บนบัลลังก์ พระองค์ทรงมองมาที่เธอด้วยสายตาที่ลึกล้ำและยากจะคาดเดา
“ถวายบังคมเพคะฝ่าบาท” พิมดาวคุกเข่าลงอย่างนอบน้อม
“ลุกขึ้นเถิดจูเหมย” ฮ่องเต้กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำ “ข้ามีเรื่องสำคัญที่จะต้องหารือกับเจ้าเป็นการส่วนตัว”
พระองค์หันไปโบกมือ ขันทีและนางกำนัลทุกคนในตำหนักต่างพากันเดินออกไปจากห้องอย่างเงียบเชียบ จนกระทั่งเหลือเพียงฮ่องเต้เฉินหลงและพิมดาวสองคน
พิมดาวเงยหน้าขึ้นมองฮ่องเต้ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและเสียใจ “ฝ่าบาท...หม่อมฉัน...มีเรื่องสำคัญที่จะต้องกราบทูลเพคะ”
ฮ่องเต้เฉินหลงพยักหน้าเล็กน้อย “เจ้าต้องการจะกล่าวอะไร”
พิมดาวหยิบพระราชโองการลับออกมาจากแขนเสื้อ และยื่นให้ฮ่องเต้เฉินหลง “หม่อมฉันได้ค้นพบสิ่งนี้เพคะฝ่าบาท”
ฮ่องเต้เฉินหลงหยิบพระราชโองการลับขึ้นมาดู พระองค์ทรงมองเอกสารนั้นด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย แต่แววตาของพระองค์กลับสั่นไหวเล็กน้อย
“เจ้าค้นพบมันแล้วอย่างนั้นหรือ” ฮ่องเต้กล่าวเสียงเบา
พิมดาวพยักหน้า “เพคะฝ่าบาท หม่อมฉันขอประทานอภัยเพคะ ที่หม่อมฉันเข้าใจผิดฝ่าบาทมาโดยตลอด หม่อมฉันสงสัยในตัวฝ่าบาท และเข้าใจผิดการกระทำของฝ่าบาทมาโดยตลอด หม่อมฉันรู้สึกผิดอย่างมหันต์เพคะ”
พิมดาวรู้สึกถึงน้ำตาที่คลอเบ้า เธอไม่สามารถอดกลั้นความรู้สึกผิดและความเสียใจเอาไว้ได้อีกต่อไป
ฮ่องเต้เฉินหลงถอนหายใจออกมา พระองค์เดินเข้ามาหาพิมดาว พระองค์ทรงใช้มือข้างหนึ่งแตะลงบนใบหน้าของเธอ ดวงตาของพระองค์เต็มไปด้วยความเข้าใจและความเห็นใจ
“ไม่ต้องร้องไห้จูเหมย” ฮ่องเต้กล่าว “ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังสับสน และข้ารู้ว่าเจ้าเข้าใจผิดข้ามาโดยตลอด แต่ข้าก็ไม่ได้โกรธเจ้า”
“เพราะข้ารู้ว่าเจ้าไม่รู้ความจริงทั้งหมด” ฮ่องเต้กล่าวต่อ “ข้าตั้งใจที่จะปิดบังเรื่องนี้ไว้ เพื่อปกป้องเจ้า และเพื่อปกป้องความลับของจูเหมยตัวจริง”
พิมดาวมองฮ่องเต้ด้วยความสับสน “ความลับของจูเหมยตัวจริงอย่างนั้นหรือเพคะ”
ฮ่องเต้เฉินหลงพยักหน้า “เพคะ จูเหมยตัวจริง...นางไม่ได้ตายเพราะถูกสนมจิ้งเยว่วางยาพิษ”
พิมดาวเบิกตากว้างด้วยความตกใจอย่างที่สุด “อะไรนะเพคะ! นางไม่ได้ตายอย่างนั้นหรือ!?”
ฮ่องเต้เฉินหลงถอนหายใจออกมา “เพคะ จูเหมยตัวจริง...นางได้รับการช่วยเหลือจากคนสนิทของนาง และนางก็หนีออกจากวังหลวงไปแล้ว”
พิมดาวรู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ความจริงที่เปิดเผยออกมามันช่างน่าตกใจและน่าเหลือเชื่อเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการได้ จูเหมยตัวจริงยังมีชีวิตอยู่! และนางหนีออกจากวังหลวงไปแล้ว!
“แล้วทำไม...ฮ่องเต้ถึงไม่บอกหม่อมฉันเรื่องนี้เพคะ” พิมดาวถาม
ฮ่องเต้เฉินหลงมองไปนอกหน้าต่าง ดวงตาของพระองค์เต็มไปด้วยความมืดมิด “ข้าต้องการจะปกป้องนางจูเหมย และข้าก็ต้องการจะให้เจ้ามาทำหน้าที่แทนที่นาง เพื่อที่นางจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข และเพื่อที่จะให้นางได้ใช้ชีวิตในแบบที่นางต้องการ”
“จูเหมยตัวจริง...นางไม่ต้องการเป็นจักรพรรดินี ไม่ต้องการเป็นผู้สืบทอดบัลลังก์ใดๆ นางเพียงแค่ต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบสุข และหลีกหนีจากวังวนแห่งอำนาจที่โหดร้ายนี้” ฮ่องเต้กล่าวต่อ “ข้าจึงได้ตัดสินใจที่จะให้เจ้ามาทำหน้าที่แทนที่นาง และจะให้เจ้าเป็นจักรพรรดินีแห่งสองแคว้น”
พิมดาวรู้สึกราวกับถูกเปิดโลก เธอไม่คิดว่าฮ่องเต้เฉินหลงจะมีความรักที่ยิ่งใหญ่และเสียสละถึงเพียงนี้ พระองค์ยอมเสียสละบัลลังก์ อำนาจ และความรัก เพื่อให้จูเหมยตัวจริงได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข
“แล้ว...แล้วหม่อมฉัน...จะต้องทำอย่างไรต่อไปเพคะ” พิมดาวถาม
ฮ่องเต้เฉินหลงยิ้มเล็กน้อย “เจ้าก็แค่ใช้ชีวิตในฐานะจักรพรรดินีต่อไปจูเหมย และจงใช้ชีวิตในแบบที่เจ้าต้องการ”
“แต่ฝ่าบาท...” พิมดาวกล่าว “หม่อมฉัน...ไม่รู้ว่าหม่อมฉันควรจะอยู่ที่นี่หรือไม่เพคะ หม่อมฉันเป็นเพียงผู้หญิงจากอีกโลกหนึ่ง หม่อมฉันไม่คู่ควรที่จะเป็นจักรพรรดินีเพคะ”
ฮ่องเต้เฉินหลงเดินเข้ามาใกล้พิมดาว พระองค์ทรงใช้มือข้างหนึ่งแตะลงบนใบหน้าของเธอ ดวงตาของพระองค์เต็มไปด้วยความรักและความจริงใจ “เจ้าคู่ควรจูเหมย เจ้าคือผู้หญิงที่ฉลาด กล้าหาญ และมีจิตใจที่บริสุทธิ์ เจ้าคือผู้หญิงที่ข้ารัก และเจ้าคือผู้หญิงที่ข้าต้องการมาอยู่เคียงข้างข้าตลอดไป”
พิมดาวรู้สึกถึงความรักที่ฮ่องเต้มีต่อเธอ เธอรู้สึกถึงความผูกพันที่ลึกซึ้งที่เธอกับพระองค์มีต่อกัน เธอรู้ดีว่าเธอไม่สามารถทิ้งฮ่องเต้เฉินหลงไปได้ เธอรักพระองค์มากเกินกว่าที่จะจากไปได้
“หม่อมฉันจะอยู่ที่นี่เพคะฝ่าบาท” พิมดาวกล่าว “หม่อมฉันจะอยู่เคียงข้างฝ่าบาทตลอดไป และจะช่วยฝ่าบาทปกครองแผ่นดินนี้ให้เจริญรุ่งเรืองเพคะ”
ฮ่องเต้เฉินหลงยิ้มกว้าง พระองค์โอบกอดพิมดาวเข้ามาในอ้อมแขนอย่างอ่อนโยน พิมดาวรู้สึกถึงความอบอุ่นและความปลอดภัยที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย เธอรู้สึกราวกับว่าเธอได้พบกับความสุขที่แท้จริงในโลกที่แปลกประหลาดแห่งนี้แล้ว
หลังจากนั้น พิมดาวและฮ่องเต้เฉินหลงได้ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุข พวกเขาช่วยกันบริหารจัดการแผ่นดิน ทำให้แคว้นเฉินและแคว้นอู๋เจริญรุ่งเรืองอย่างรวดเร็ว
พิมดาวใช้ความรู้จากโลกปัจจุบันในการพัฒนาเทคโนโลยี การแพทย์ และการศึกษา ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เธอได้รับการยกย่องว่าเป็นจักรพรรดินีผู้ยิ่งใหญ่และฉลาดเฉลียว
แต่ถึงแม้ว่าเธอจะมีความสุขกับชีวิตใหม่ในฐานะจักรพรรดินี เธอก็ยังคงมีความคิดถึงโลกปัจจุบันอยู่บ้าง เธอคิดถึงครอบครัว คิดถึงเพื่อนๆ และคิดถึงสิ่งที่เธอจากมา
จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะที่พิมดาวกำลังเดินเล่นอยู่ในสวนดอกไม้ จู่ๆ เธอก็สังเกตเห็นว่ามีแสงสว่างวาบขึ้นมาจากต้นไม้ต้นหนึ่งในสวน แสงนั้นสว่างจ้ามาก จนเธอต้องหลับตาลง
เมื่อเธอค่อยๆ ลืมตาขึ้น แสงสว่างนั้นก็หายไปแล้ว แต่สิ่งที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าของเธอคือ...ประตูลึกลับบานหนึ่ง ประตูนั้นทำจากหินอ่อนสีขาว และมีลวดลายดอกเหมยอันอ่อนช้อยแกะสลักอยู่
พิมดาวเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอไม่เคยเห็นประตูบานนี้มาก่อนในสวนดอกไม้แห่งนี้ ประตูนั้นดูเหมือนประตูที่จะนำพาเธอไปยังสถานที่อื่น หรืออาจจะนำพาเธอกลับไปยังโลกของเธอ!
เธอเดินเข้าไปใกล้ประตู เธอเอื้อมมือไปสัมผัสประตู ประตูนั้นเย็นเฉียบและแข็งแรง พิมดาวรู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่มาจากประตู เธอรู้สึกราวกับว่าประตูบานนี้กำลังเรียกเธออยู่
“จูเหมย!” เสียงเรียกของฮ่องเต้เฉินหลงดังขึ้นจากด้านหลังของเธอ พิมดาวหันกลับไปมอง ฮ่องเต้กำลังเดินเข้ามาหาเธอด้วยสีหน้าที่ประหลาดใจ
“ฝ่าบาท” พิมดาวกล่าว “ดูนี่สิเพคะ”
ฮ่องเต้เฉินหลงมองไปยังประตูลึกลับบานนั้น พระองค์ทรงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “นี่มัน...อะไรกันจูเหมย”
พิมดาวส่ายหน้า “หม่อมฉันไม่ทราบเพคะฝ่าบาท แต่มันปรากฏขึ้นมาเองเพคะ”
ฮ่องเต้เฉินหลงเดินเข้าไปใกล้ประตู พระองค์ใช้ปลายนิ้วสัมผัสประตู “ประตูบานนี้...มันดูเหมือนประตูที่จะนำพาเราไปยังอีกโลกหนึ่ง”
พิมดาวมองฮ่องเต้ด้วยความสับสน “ฝ่าบาท...หมายความว่าอย่างไรเพคะ”
ฮ่องเต้เฉินหลงยิ้มเล็กน้อย “ข้ารู้สึกได้ว่าประตูบานนี้จะนำพาเจ้ากลับไปยังโลกของเจ้าได้จูเหมย”
พิมดาวเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอไม่คิดว่าฮ่องเต้จะรู้เรื่องนี้ และไม่คิดว่าฮ่องเต้จะยอมให้เธอกลับไป!
“แล้ว...แล้วฝ่าบาทจะอยู่ได้อย่างไรเพคะ” พิมดาวถาม “หม่อมฉันไม่สามารถทิ้งฝ่าบาทไปได้เพคะ”
ฮ่องเต้เฉินหลงโอบกอดพิมดาวเข้ามาในอ้อมแขนอย่างอ่อนโยน พระองค์ทรงจูบหน้าผากของเธอ “ไม่ต้องกังวลจูเหมย ไม่ว่าเจ้าจะอยู่ที่ไหน ข้าก็จะรักเจ้าเสมอ และข้าก็จะรอเจ้าอยู่ที่นี่เสมอ”
พิมดาวรู้สึกถึงน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม เธอไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือควรจะเสียใจ เธอคิดถึงโลกปัจจุบัน แต่เธอก็รักฮ่องเต้เฉินหลง และรักชีวิตใหม่ที่เธอมีในตอนนี้
ฮ่องเต้เฉินหลงเดินไปเปิดประตู ประตูนั้นเปิดออกอย่างช้าๆ แสงสว่างจ้าสาดส่องออกมาจากประตู พิมดาวมองเข้าไปในประตู เธอเห็นภาพของเมืองที่เต็มไปด้วยตึกสูงเสียดฟ้า รถยนต์ที่วิ่งไปมา และผู้คนที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่ทันสมัย เธอรู้ดีว่านี่คือโลกของเธอ!
ฮ่องเต้เฉินหลงหันมามองพิมดาว พระองค์ทรงยิ้มเล็กน้อย “ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องกลับบ้านแล้วจูเหมย”
พิมดาวมองฮ่องเต้ด้วยความสับสน เธอไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร เธอไม่สามารถทิ้งฮ่องเต้เฉินหลงไปได้ แต่เธอก็ต้องการกลับบ้าน เธอต้องการกลับไปเป็นพิมดาวคนเดิม
“ฝ่าบาท...” พิมดาวกล่าว “หม่อมฉัน...ไม่สามารถเลือกได้เพคะ”
ฮ่องเต้เฉินหลงเดินเข้ามาใกล้พิมดาว พระองค์ทรงจับมือของเธอไว้ “ไม่ต้องเลือกจูเหมย เจ้าสามารถไปได้ และเจ้าก็สามารถกลับมาได้เสมอ”
พิมดาวเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “หมายความว่าอย่างไรเพคะ”
ฮ่องเต้เฉินหลงยิ้มเล็กน้อย “ประตูบานนี้จะเชื่อมโยงสองโลกเข้าไว้ด้วยกัน เจ้าสามารถเดินทางไปมาระหว่างสองโลกได้เสมอ”
พิมดาวรู้สึกราวกับถูกเปิดโลก เธอไม่คิดว่าจะมีสิ่งมหัศจรรย์เช่นนี้เกิดขึ้นได้ เธอไม่คิดว่าเธอจะสามารถมีชีวิตในสองโลกได้! นี่คือสิ่งที่เธอต้องการมาโดยตลอด!
แต่ในขณะที่เธอกำลังจะก้าวเข้าไปในประตู จู่ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบดังขึ้นอีกครั้ง ขันทีคนสนิทของฮ่องเต้วิ่งเข้ามาด้วยใบหน้าที่ตื่นตระหนก
“ฝ่าบาท! จักรพรรดินี! เรื่องใหญ่แล้วเพคะ!” ขันทีกล่าวเสียงสั่นเครือ “มีกองกำลังลึกลับบุกเข้ามาในวังหลวงอีกแล้วเพคะ! คราวนี้พวกเขามาพร้อมกับอาวุธโบราณที่ทรงพลังที่สุด! และพวกเขากำลังมุ่งหน้ามายังตำหนักใหญ่เพคะ!”
พิมดาวและฮ่องเต้เฉินหลงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ กองกำลังลึกลับอีกแล้ว? และมาพร้อมกับอาวุธโบราณที่ทรงพลังที่สุด? ใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี้? และทำไมพวกเขาถึงยังไม่ยอมแพ้? นี่คือศึกสุดท้ายที่เธอจะต้องเผชิญหน้ากับมันอย่างกล้าหาญ! และคราวนี้เธอจะต้องใช้ความรู้จากสองโลกเพื่อปกป้องคนที่เธอรักและแผ่นดินที่เธอสร้างขึ้นมา!

สนมแค้นวังหลวง
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก