สนมแค้นวังหลวง

ตอนที่ 19 — ศึกสุดท้ายสองโลก

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

40 ตอน · 1,168 คำ

ศึกสุดท้ายของสองโลก

เสียงไซเรนเตือนภัยดังลั่นไปทั่ววังหลวง กองกำลังลึกลับที่มาพร้อมอาวุธโบราณอันทรงพลังกำลังบุกเข้ามาอย่างไม่ลดละ พิมดาวหรือจักรพรรดินีจูเหมยและฮ่องเต้เฉินหลงมองหน้ากันด้วยความเคร่งเครียด พวกเขารู้ดีว่านี่คือศึกสุดท้ายที่ต้องตัดสินชะตาของทั้งสองแคว้น และอาจรวมถึงชะตาของสองโลกด้วย

“เตรียมการป้องกันวังหลวง!” ฮ่องเต้เฉินหลงสั่งเสียงดัง “แม่ทัพหลิน! นำทัพออกไปต้านทานข้าศึก! ‌อย่าให้พวกเขาบุกเข้ามาในตำหนักใหญ่ได้แม้แต่ก้าวเดียว!”

แม่ทัพหลินรับคำสั่งและรีบนำทัพออกไปทำตาม พิมดาวหันไปมองประตูลึกลับที่เชื่อมโยงสองโลกไว้ด้วยกัน เธอรู้ดีว่าเธอมีทางเลือก เธอจะกลับไปโลกของเธอตอนนี้ก็ได้ แต่เธอไม่สามารถทิ้งฮ่องเต้เฉินหลงและแผ่นดินนี้ไปได้

“ฝ่าบาท” พิมดาวกล่าว “หม่อมฉันจะอยู่เคียงข้างฝ่าบาท และจะช่วยฝ่าบาทปกป้องแผ่นดินนี้เพคะ”

ฮ่องเต้เฉินหลงยิ้มเล็กน้อย ​“ขอบใจจูเหมย ข้ารู้ว่าเจ้าจะอยู่เคียงข้างข้าเสมอ”

พวกเขาเดินทางไปยังห้องบัญชาการรบอีกครั้ง ภายในห้องเต็มไปด้วยแม่ทัพนายกองที่กำลังวุ่นวายกับการวางแผนการรบ พิมดาวมองแผนที่ที่กางอยู่บนโต๊ะ เธอเห็นว่ากองกำลังลึกลับมีจำนวนมาก และมีอาวุธโบราณที่ทรงพลัง เช่น หอกเพลิง ‍ธนูอาบยาพิษ และโล่เหล็กที่ไม่มีใครสามารถทะลวงผ่านได้

“ฝ่าบาท” แม่ทัพหลินรายงาน “กองกำลังของพวกเขามีอาวุธโบราณที่ทรงพลังมากเพคะ ทหารของเราไม่สามารถต้านทานได้ พวกเขากำลังบุกเข้ามาเรื่อยๆ เพคะ”

พิมดาวขมวดคิ้ว เธอพยายามคิดว่าใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังกองกำลังลึกลับนี้ ‌และพวกเขาได้อาวุธโบราณเหล่านี้มาจากไหน

“พวกเขาต้องมีผู้นำที่ฉลาดและมีอำนาจมาก” พิมดาวพึมพำกับตัวเอง “และผู้นำคนนั้น...ต้องเกี่ยวข้องกับจูเหมยตัวจริงและพินัยกรรมลับ”

ฮ่องเต้เฉินหลงมองพิมดาวด้วยสายตาที่ลึกล้ำ “เจ้าคิดว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังจูเหมย”

พิมดาวเงียบไป เธอพยายามคิดทบทวนเรื่องราวทั้งหมดที่ผ่านมา ใครกันแน่ที่เหลืออยู่ และใครกันแน่ที่ยังคงมีความแค้นกับฮ่องเต้เฉินหลงและจูเหมยตัวจริง

จู่ๆ ภาพบางอย่างก็แวบเข้ามาในหัวของพิมดาว ‍เป็นภาพของสนมจิ้งเยว่ที่ถูกประหารชีวิต และภาพขององค์ชายเหยียนหลงที่ถูกจับกุม เธอจำได้ว่าสนมจิ้งเยว่เคยกล่าวว่า “เจ้าไม่มีทางรู้หรอกว่าใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี้!” นั่นหมายความว่ายังมีใครบางคนอยู่เบื้องหลังแผนการชั่วร้ายนี้อีก!

“ฝ่าบาท” พิมดาวกล่าว “หม่อมฉันคิดว่าหม่อมฉันรู้แล้วว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี้”

ฮ่องเต้เฉินหลงมองพิมดาวด้วยความประหลาดใจ “ใครกันแน่”

“อดีตฮ่องเต้แห่งแคว้นอู๋” ​พิมดาวตอบ “พระองค์ยังไม่ตายเพคะ! และพระองค์ก็คือผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี้!”

ทุกคนในห้องบัญชาการรบต่างพากันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ อดีตฮ่องเต้แห่งแคว้นอู๋? นั่นมันเป็นไปได้อย่างไร? เขาควรจะตายไปนานแล้ว!

ฮ่องเต้เฉินหลงมองพิมดาวด้วยสายตาที่เคร่งเครียด “เจ้าหมายความว่าอย่างไรจูเหมย”

พิมดาวเริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฮ่องเต้เฉินหลงและเหล่าแม่ทัพนายกองฟัง เธอเล่าถึงการที่จูเหมยตัวจริงเป็นผู้สืบทอดบัลลังก์ที่แท้จริงของแคว้นอู๋ ​และเล่าถึงพินัยกรรมลับและสมบัติลับที่เธอค้นพบ เธอเชื่อว่าอดีตฮ่องเต้แห่งแคว้นอู๋ปลอมแปลงการตายของตัวเอง เพื่อที่จะวางแผนช่วงชิงบัลลังก์ของแคว้นอู๋คืนไป และทำลายราชวงศ์ของฮ่องเต้เฉินหลง

“และอาวุธโบราณที่พวกเขากำลังใช้อยู่นั้น” พิมดาวกล่าว “ก็คืออาวุธโบราณที่ถูกซ่อนไว้ในเทือกเขาทางตอนเหนือของแคว้นอู๋ นั่นคือสมบัติลับของราชวงศ์อู๋!”

ฮ่องเต้เฉินหลงมองพิมดาวด้วยสายตาที่ลึกล้ำ “เจ้าฉลาดมากจูเหมย ​เจ้าค้นพบความจริงที่ข้าไม่เคยคาดคิดมาก่อน”

“เราจะทำอย่างไรดีเพคะฝ่าบาท” พิมดาวถาม “กองกำลังของพวกเขามีจำนวนมาก และอาวุธของพวกเขาก็ทรงพลังมาก”

ฮ่องเต้เฉินหลงมองพิมดาวด้วยสายตาที่มุ่งมั่น “เราจะสู้! เราจะปกป้องแผ่นดินของเรา และเราจะปกป้องราชวงศ์ของเราให้ถึงที่สุด!”

พิมดาวพยักหน้า เธอรู้ดีว่าเธอจะต้องสู้ เธอจะต้องปกป้องฮ่องเต้เฉินหลง ปกป้องแผ่นดินนี้ และปกป้องชีวิตใหม่ที่เธอมี

การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด เสียงดาบฟาดฟันกัน เสียงร้องของทหาร และเสียงการปะทะกันของอาวุธดังก้องไปทั่ววังหลวง กองกำลังของอดีตฮ่องเต้แห่งแคว้นอู๋บุกเข้ามาในวังอย่างไม่หยุดยั้ง ทหารหลวงของฮ่องเต้เฉินหลงพยายามต้านทานข้าศึกอย่างเต็มที่

พิมดาวในชุดเกราะนักรบจับดาบขึ้นมา เธอเดินทางไปยังแนวหน้าของการต่อสู้ เธอช่วยแม่ทัพหลินบัญชาการรบ และร่วมต่อสู้กับกองกำลังของอดีตฮ่องเต้แห่งแคว้นอู๋อย่างกล้าหาญ

เธอใช้ทักษะการต่อสู้ที่ได้เรียนรู้มาอย่างเต็มที่ เธอฟาดฟันดาบเข้าใส่ศัตรูอย่างไม่หยุดยั้ง จนกระทั่งเธอสามารถเอาชนะทหารของอดีตฮ่องเต้แห่งแคว้นอู๋ได้หลายคน

แต่กองกำลังของอดีตฮ่องเต้แห่งแคว้นอู๋ก็มีจำนวนมากเกินไป พวกเขาบุกเข้ามาไม่หยุดหย่อน พิมดาวรู้สึกอ่อนแรงและเหนื่อยล้า บาดแผลเก่าที่ไหล่และขาเริ่มปวดร้าวอีกครั้ง

ในขณะที่พิมดาวกำลังต่อสู้อยู่นั้น จู่ๆ ก็มีบุรุษผู้หนึ่งบุกเข้ามาหาเธอ บุรุษผู้นั้นสวมชุดเกราะสีดำ และมีใบหน้าที่หล่อเหลาและคมคาย แต่ดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและเกลียดชัง เขาคืออดีตฮ่องเต้แห่งแคว้นอู๋!

“ในที่สุดเจ้าก็มาพบข้าจนได้จูเหมย!” อดีตฮ่องเต้แห่งแคว้นอู๋ตะโกน “เจ้าคิดว่าเจ้าจะทำลายแผนการของข้าได้ง่ายๆ อย่างนั้นหรือ!”

พิมดาวจับดาบขึ้นมา เธอรู้ดีว่าการต่อสู้กับอดีตฮ่องเต้แห่งแคว้นอู๋จะเป็นการต่อสู้ที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตของเธอ

อดีตฮ่องเต้แห่งแคว้นอู๋เป็นนักรบที่มีฝีมือ เขามีพละกำลังและความเร็วเหนือกว่าพิมดาวหลายเท่า พิมดาวรู้สึกอ่อนแรงและเหนื่อยล้า บาดแผลที่ไหล่และขาเริ่มปวดร้าวอีกครั้ง

ในขณะที่พิมดาวกำลังต่อสู้อยู่นั้น จู่ๆ อดีตฮ่องเต้แห่งแคว้นอู๋ก็ใช้ดาบฟันเข้าที่ท้องของเธอ พิมดาวร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ดาบของเธอหลุดมือ เธอทรุดตัวลงกับพื้น เลือดสีแดงฉานไหลอาบท้องของเธอ

“ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องตายแล้วจูเหมย!” อดีตฮ่องเต้แห่งแคว้นอู๋ตะโกน เขาเตรียมจะฟันดาบลงมาที่พิมดาวเพื่อปลิดชีพเธอ

พิมดาวหลับตาลง เธอรู้สึกถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา เธอไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป เธอไม่มีทางรอดจากอดีตฮ่องเต้แห่งแคว้นอู๋ได้เลย!

แต่ในขณะที่อดีตฮ่องเต้แห่งแคว้นอู๋กำลังจะฟันดาบลงมา จู่ๆ ก็มีเสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยอำนาจดังขึ้นจากด้านหลังของเขา

“หยุดเดี๋ยวนี้!”

อดีตฮ่องเต้แห่งแคว้นอู๋ถึงกับผงะ เขาหันกลับไปมองด้วยความตกใจ ภาพที่ปรากฏทำให้ใบหน้าของเขาซีดเผือด ฮ่องเต้เฉินหลงกำลังยืนจ้องมองเขาอยู่ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความพิโรธ เบื้องหลังพระองค์มีกองกำลังขนาดใหญ่ยืนเรียงราย! ฮ่องเต้มาที่นี่ได้อย่างไร? และมาในเวลาที่พอเหมาะพอเจาะถึงเพียงนี้?

“ฝ่าบาท!” อดีตฮ่องเต้แห่งแคว้นอู๋ร้องออกมาด้วยความตกใจ “เจ้า...มาที่นี่ได้อย่างไร!”

ฮ่องเต้เฉินหลงไม่สนใจคำถามของเขา พระองค์เดินตรงเข้ามาหาพิมดาว พระองค์ทรงมองบาดแผลที่ท้องของเธอด้วยความกังวล

“เจ้าบาดเจ็บหนักหรือไม่จูเหมย” ฮ่องเต้ถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

พิมดาวส่ายหน้า “หม่อมฉันไม่เป็นไรเพคะฝ่าบาท”

ฮ่องเต้เฉินหลงหันไปมองอดีตฮ่องเต้แห่งแคว้นอู๋ด้วยสายตาที่เย็นชา “เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยเจ้าไปง่ายๆ อย่างนั้นหรือ! เจ้าคิดว่าข้าจะไม่รู้แผนการชั่วร้ายของเจ้าอย่างนั้นหรือ!”

อดีตฮ่องเต้แห่งแคว้นอู๋มองฮ่องเต้ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและเกลียดชัง “ฮ่องเต้! เจ้าไม่มีทางเอาชนะข้าได้หรอก! ข้าจะช่วงชิงบัลลังก์ของแคว้นอู๋คืนไป! และจะทำลายราชวงศ์ของเจ้าให้สิ้นซาก!”

ฮ่องเต้เฉินหลงไม่สนใจคำพูดของเขา พระองค์หันไปสั่งทหารหลวง “จับมันไป! และจัดการกับกองกำลังของมันให้สิ้นซาก!”

คำสั่งของฮ่องเต้ทำให้อดีตฮ่องเต้แห่งแคว้นอู๋เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เขาไม่คาดคิดว่าจะต้องได้รับโทษที่รุนแรงถึงเพียงนี้ เขาถูกทหารหลวงจับตัวไปอย่างรวดเร็ว เสียงกรีดร้องของเขายังคงดังก้องไปทั่ววังหลวง

การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไปอีกชั่วขณะ จนกระทั่งกองกำลังของอดีตฮ่องเต้แห่งแคว้นอู๋ถูกจัดการไปจนสิ้นซาก วังหลวงกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง

ฮ่องเต้เฉินหลงเข้ามาประคองพิมดาวขึ้นมา พระองค์ทรงมองบาดแผลที่ท้องของเธอด้วยความกังวล “เจ้ากล้าหาญมากจูเหมย เจ้าช่วยข้าปกป้องแผ่นดินนี้ไว้ได้”

พิมดาวมองฮ่องเต้ด้วยความรู้สึกที่สับสน เธอไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอย่างไร เธอรู้สึกขอบคุณที่ฮ่องเต้ช่วยชีวิตเธอไว้ แต่เธอก็รู้สึกโกรธแค้นที่ฮ่องเต้ใช้เธอเป็นเครื่องมือในการจัดการกับศัตรู

“ฝ่าบาท...” พิมดาวกล่าว “ทำไม...ฮ่องเต้ถึงไม่บอกหม่อมฉันเรื่องอดีตฮ่องเต้แห่งแคว้นอู๋เพคะ”

ฮ่องเต้เฉินหลงถอนหายใจออกมา “ข้าต้องการจะให้เจ้าเรียนรู้ที่จะเข้มแข็งด้วยตัวของเจ้าเองจูเหมย และข้าก็ต้องการจะดูว่าเจ้าจะสามารถรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้ได้อย่างไร”

พิมดาวมองฮ่องเต้ด้วยความสับสน เธอไม่รู้ว่าฮ่องเต้เฉินหลงกำลังคิดอะไรอยู่ เธอไม่รู้ว่าพระองค์คือมิตรหรือศัตรู? แต่เธอรู้ดีว่าเธอจะต้องเผชิญหน้ากับความจริงทั้งหมด และจะต้องค้นหาว่าใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังแผนการทั้งหมดนี้จริงๆ!

แต่ในขณะที่เธอและฮ่องเต้กำลังยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของวังหลวงที่เงียบสงัด จู่ๆ ประตูลึกลับบานนั้นก็ส่องแสงสว่างจ้าอีกครั้ง แสงนั้นสว่างกว่าครั้งไหนๆ และมันกำลังดึงดูดเธออย่างรุนแรง พิมดาวรู้สึกถึงแรงดึงดูดที่มาจากประตู เธอรู้ดีว่านี่คือโอกาสสุดท้ายที่จะกลับบ้าน

“ฝ่าบาท...” พิมดาวกล่าว “หม่อมฉัน...ต้องไปแล้วเพคะ”

ฮ่องเต้เฉินหลงมองพิมดาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย พระองค์รู้ดีว่าเธอต้องไป แต่พระองค์ก็ไม่อยากให้เธอจากไป

“ไปเถิดจูเหมย” ฮ่องเต้กล่าวเสียงเบา “ข้าจะรอเจ้าอยู่ที่นี่เสมอ”

พิมดาวรู้สึกถึงน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม เธอโอบกอดฮ่องเต้เฉินหลงเข้ามาในอ้อมแขนอย่างอ่อนโยน เธอจูบพระองค์เบาๆ ที่ริมฝีปาก แล้วค่อยๆ ก้าวเข้าไปในประตู แสงสว่างจ้าสาดส่องเข้ามาในดวงตาของเธอ จนกระทั่งทุกอย่างดับวูบไป...

หน้านิยาย
หน้านิยาย
สนมแค้นวังหลวง

สนมแค้นวังหลวง

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!