สนมแค้นวังหลวง

ตอนที่ 21 — เงาดำในเงามืดและปริศนาใต้คิมหันต์

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

40 ตอน · 1,459 คำ

ยามค่ำคืนในตำหนักเหมันต์มิได้นำพาซึ่งความสงบดุจดังชื่อ เหมยลี่ขยับกายบนเตียงไม้จันทน์หอมกรุ่น พลิกซ้ายพลิกขวาอยู่หลายครา เปลือกตาที่ปิดลงมิอาจบดบังภาพเหตุการณ์ที่เพิ่งประสบพบเจอ ความรู้สึกร้อนรุ่มประหนึ่งเปลวไฟแผดเผาจิตใจ นางยังคงนึกถึงสายตาเย็นชาของฮ่องเต้จ้าวเหรินยามที่พระองค์ทรงมีพระดำรัสกับนางในวันนั้น น้ำเสียงที่ราบเรียบ หากแฝงไว้ด้วยอำนาจที่ยากจะหยั่งถึง ‌คำเตือนที่คล้ายจะอ่อนโยนแต่กลับหนักแน่นประหนึ่งค้อนเหล็กทุบลงกลางใจ "อย่าได้พยายามขุดคุ้ยสิ่งใดที่เกินอำนาจของเจ้า"

คำพูดนั้นยังคงก้องอยู่ในหูของเหมยลี่ นางเข้าใจดีว่าฮ่องเต้กำลังเตือนเรื่องใด พระองค์ทรงทราบถึงการเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ ของนาง การที่นางพยายามสืบสาวเรื่องราวการตายของสนมเหมยเฟย เจ้าของร่างเดิมนี้ ​ฮ่องเต้ทรงทราบดีถึงทุกย่างก้าว ทุกการกระทำภายในวังหลวงแห่งนี้ ไม่มีสิ่งใดเล็ดลอดพ้นจากสายพระเนตรอันเฉียบคมของพระองค์ไปได้เลยแม้แต่น้อย ความจริงข้อนี้ทำให้เหมยลี่รู้สึกหนาวสะท้านถึงขั้วหัวใจ นางกำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายบางเฉียบที่พร้อมจะขาดสะบั้นลงได้ทุกเมื่อ หากพลาดพลั้งเพียงก้าวเดียว ชีวิตของนางก็อาจจะจบสิ้นลงเช่นเดียวกับเหมยเฟย

แต่จะให้นางหยุดได้อย่างไร? คำถามนี้ผุดขึ้นมาในห้วงความคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ‍การที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในร่างของผู้อื่น การที่ต้องแบกรับความไม่เป็นธรรมที่เจ้าของร่างเดิมได้รับ มันเป็นพันธนาการที่มองไม่เห็น แต่กลับรัดรึงจิตใจของเหมยลี่เอาไว้แน่นหนา นางไม่อาจปล่อยผ่านเรื่องราวนี้ไปได้อย่างไร้เยื่อใย ไม่ว่าจะเป็นเพราะความรับผิดชอบต่อร่างที่นางอาศัยอยู่ หรือเป็นเพราะจิตวิญญาณนักสืบที่ยังคงฝังลึกอยู่ในสายเลือด เหมยลี่รู้ดีว่านางจะต้องค้นหาความจริงให้ได้ ‌ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยสิ่งใดก็ตาม

เช้าวันรุ่งขึ้น แสงอรุณสาดส่องเข้ามาในตำหนักเหมันต์ เหมยลี่ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งในอก นางเดินไปที่ริมหน้าต่าง มองออกไปยังสวนดอกไม้ที่บัดนี้เริ่มผลิดอกออกใบต้อนรับฤดูคิมหันต์ สายลมพัดเอื่อยพากลิ่นหอมของดอกกุ้ยฮวาโชยมาแตะจมูก สวนแห่งนี้เคยเป็นสถานที่โปรดของสนมเหมยเฟย นางมักจะมานั่งวาดภาพและบรรเลงฉินอยู่ที่นี่เสมอ ‍นั่นคือสิ่งที่เหมยลี่ได้ยินมาจากนางกำนัลเก่าแก่ของตำหนัก

พลันนั้น สายตาของเหมยลี่ก็พลันไปสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้พุ่มกุ้ยฮวาเก่าแก่ นางหรี่ตามองอย่างตั้งใจก่อนจะตัดสินใจเดินลงไปที่สวน เถาวัลย์ที่เลื้อยพันกันเป็นปมดูรกเรื้อ บดบังบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องล่าง ด้วยความสงสัย เหมยลี่ค่อยๆ แหวกเถาวัลย์เหล่านั้นออก ​มือบางเอื้อมไปหยิบสิ่งนั้นขึ้นมา มันคือผอบไม้สลักลวดลายงดงาม หากแต่บัดนี้เต็มไปด้วยฝุ่นผงและคราบดินที่เกาะกรัง เหมยลี่เช็ดถูผอบนั้นอย่างเบามือ เผยให้เห็นลายสลักรูปหงส์คู่ที่กำลังโผบินขึ้นสู่ท้องฟ้า

หัวใจของเหมยลี่เต้นรัว นางรู้สึกได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายในผอบนี้ มันไม่ใช่แค่ของเก่าธรรมดา ผอบนี้ถูกซ่อนไว้อย่างจงใจ ​ราวกับเจ้าของต้องการให้มันถูกค้นพบในภายหลัง แต่ใครกันเล่าที่ซ่อนมันไว้? และเหตุใดจึงต้องเป็นที่นี่?

นางนำผอบกลับขึ้นมายังตำหนัก เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องส่วนตัว นางกำนัลรับใช้ก็รีบเข้ามาปรนนิบัติ เหมยลี่ส่ายหน้าเบาๆ บอกให้พวกนางออกไปก่อน นางต้องการอยู่เพียงลำพังกับสิ่งของที่เพิ่งค้นพบนี้ ​เมื่อประตูปิดลง เหมยลี่ก็วางผอบลงบนโต๊ะเครื่องแป้งอย่างระมัดระวัง มือบางค่อยๆ เปิดฝาผอบออก ภายในนั้นมีผ้าแพรไหมสีแดงเลือดนกพับซ้อนกันไว้อย่างประณีต และใต้ผ้าแพรนั้น มีสิ่งของสองสามอย่างวางเรียงอยู่

สิ่งแรกคือปิ่นปักผมทองคำรูปดอกบัวประดับหยกสีเขียวมรกต มันดูงดงามและล้ำค่าอย่างยิ่ง ปิ่นนี้เป็นที่คุ้นตาของเหมยลี่ เพราะมันปรากฏอยู่ในภาพวาดของสนมเหมยเฟยหลายภาพ ราวกับเป็นของรักของหวงของนาง สิ่งที่สองคือจดหมายม้วนเล็กๆ ที่เขียนด้วยหมึกจางๆ บนกระดาษเก่าคร่ำคร่า และสิ่งที่สามคือกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่พับไว้หลายทบ

เหมยลี่หยิบจดหมายม้วนนั้นขึ้นมา เปิดออกอ่านด้วยความระมัดระวัง ตัวอักษรที่ปรากฏอยู่บนกระดาษนั้นเล็กและหวัด อ่านยากพอสมควร แต่ใจความของมันกลับทำให้เหมยลี่ต้องกลั้นหายใจ

"ถึงน้องรัก... หากเจ้าได้อ่านจดหมายนี้ แสดงว่าข้าคงมิอาจอยู่เคียงข้างเจ้าได้อีกต่อไปแล้ว พี่ขอให้เจ้าระมัดระวังตัวให้มาก อย่าได้ไว้ใจผู้ใดในวังแห่งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... นางงูพิษที่ซ่อนตัวอยู่ใต้เงามืด ความจริงกำลังจะถูกเปิดเผย แต่พี่คงมิอาจรอถึงวันนั้นได้ ขอให้เจ้าเข้มแข็งและจงหาความจริงให้ได้ ปิ่นดอกบัวนี้คือสิ่งสุดท้ายที่พี่จะมอบให้เจ้า จงใช้มันให้เป็นประโยชน์..."

จดหมายไม่มีชื่อผู้เขียน ไม่มีวันเดือนปีที่เขียน มีเพียงใจความที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและคำเตือนที่น่าขนลุก เหมยลี่รู้สึกหนาวสะท้านไปทั่วทั้งร่าง "น้องรัก" ที่ถูกกล่าวถึงในจดหมายนี้คือใครกันแน่? และ "นางงูพิษ" ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้เงามืดนั้นหมายถึงใคร?

นางวางจดหมายลง แล้วหยิบกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่พับไว้หลายทบขึ้นมา คลี่มันออกช้าๆ บนกระดาษแผ่นนั้นมีเพียงภาพวาดง่ายๆ เป็นรูปดอกกุ้ยฮวาหนึ่งดอก และข้างๆ กันเป็นสัญลักษณ์คล้ายอักษรโบราณที่เหมยลี่ไม่เคยเห็นมาก่อน มันดูคล้ายกับตัวอักษรจีนโบราณบางตัว แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด

เหมยลี่จ้องมองภาพวาดนั้นอย่างครุ่นคิด ดอกกุ้ยฮวา... เป็นดอกไม้ที่ขึ้นอยู่เต็มสวนตำหนักเหมันต์ เป็นดอกไม้โปรดของสนมเหมยเฟย และผอบนี้ก็ถูกซ่อนอยู่ใต้พุ่มกุ้ยฮวา... สัญลักษณ์นี้จะต้องมีความหมายบางอย่าง แต่หมายถึงอะไรกัน?

ในขณะที่เหมยลี่กำลังจมดิ่งอยู่กับความคิด เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตูตำหนัก นางเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจก่อนจะรีบซ่อนผอบและสิ่งของทั้งหมดไว้ใต้หมอนอย่างรวดเร็ว ประตูห้องเปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงสง่าของฮ่องเต้จ้าวเหรินที่ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับขันทีข้างกาย

เหมยลี่รีบลุกขึ้นถวายความเคารพอย่างนอบน้อม หัวใจของนางเต้นระรัวด้วยความประหวั่นพรั่นพรึง ไม่ใช่เพียงเพราะการมาเยือนที่ไม่คาดฝันของพระองค์ แต่เป็นเพราะสิ่งที่นางเพิ่งค้นพบ และความรู้สึกว่าพระองค์กำลังจับจ้องนางอยู่ทุกฝีก้าว

"ไม่ต้องมากพิธี" ฮ่องเต้ตรัสด้วยน้ำเสียงเย็นชา ดวงพระเนตรคมกริบกวาดมองไปทั่วห้องราวกับกำลังค้นหาสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ก่อนจะหยุดลงที่ใบหน้าของเหมยลี่ "วันนี้เจ้าดูซีดเซียว มีเรื่องกังวลใจอันใดหรือ?"

คำถามนั้นทำให้เหมยลี่สะดุ้งเล็กน้อย นางพยายามรวบรวมสติและปั้นสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด "หม่อมฉันมิได้เป็นอันใดเพคะ เพียงแต่เมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับพ่ะย่ะค่ะ" นางตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้เป็นธรรมชาติที่สุด

ฮ่องเต้จ้าวเหรินมิได้ตรัสตอบ พระองค์เพียงแต่จ้องมองนางด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ท่าทางของพระองค์ทำให้เหมยลี่รู้สึกเหมือนถูกเปลือยเปล่าต่อหน้าพระพักตร์ ราวกับความลับทั้งหมดที่นางซ่อนอยู่กำลังจะถูกเปิดเผยออกไป

"วังแห่งนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวที่ซับซ้อนเกินกว่าที่เจ้าจะเข้าใจ" ฮ่องเต้ตรัสขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงของพระองค์ฟังดูคล้ายจะเตือน แต่ก็แฝงไว้ด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย "บางครั้ง การไม่รู้ย่อมดีกว่าการรู้ทุกสิ่ง"

เหมยลี่เงยหน้าขึ้นสบพระเนตรของพระองค์แวบหนึ่ง ก่อนจะก้มลงต่ำอย่างรวดเร็ว นางไม่รู้ว่าควรจะตอบอย่างไรกับคำพูดเช่นนั้น ฮ่องเต้กำลังเตือนนางอีกครั้ง แต่มันก็เหมือนเป็นการท้าทายให้นางยิ่งอยากค้นหาความจริงมากขึ้นไปอีก

"หม่อมฉันเพียงแต่ปรารถนาความสงบสุขเพคะ" เหมยลี่ตอบอย่างนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามแสดงออกถึงความบริสุทธิ์ใจ

ฮ่องเต้ทรงยิ้มมุมพระโอษฐ์เล็กน้อย รอยยิ้มนั้นมิได้นำพาซึ่งความอบอุ่น หากแต่กลับทำให้เหมยลี่รู้สึกเย็นเยียบถึงขั้วหัวใจ "ความสงบสุขในวังหลวงนั้นหายากยิ่งนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เข้ามาพัวพันกับเงาแห่งอดีต"

พระองค์ตรัสจบก็ทรงหันหลังกลับ เสด็จออกจากตำหนักไป ทิ้งให้เหมยลี่ยืนนิ่งอยู่กลางห้อง หัวใจของนางยังคงเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ คำพูดของฮ่องเต้เปรียบเสมือนคมดาบที่กรีดแทงเข้ามาในจิตใจของนาง พระองค์ทรงทราบทุกอย่างจริงๆ หรือ? หรือเพียงแค่ทรงคาดเดาจากพฤติกรรมของนาง?

เหมยลี่เดินกลับไปที่เตียง ดึงผอบและสิ่งของที่ซ่อนไว้ใต้หมอนออกมาอีกครั้ง นางจ้องมองจดหมายและภาพวาดนั้นอย่างตั้งใจ ฮ่องเต้ตรัสถึง "เงาแห่งอดีต" นั่นหมายถึงการตายของเหมยเฟยใช่หรือไม่? และหากเป็นเช่นนั้น ใครคือผู้ที่เกี่ยวข้องกับ "เงา" นั้น?

นางหยิบปิ่นดอกบัวทองคำขึ้นมา ปิ่นนี้ดูงดงามและเรียบง่าย หากแต่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่าง เหมยลี่ลองพิจารณาปิ่นนั้นอย่างละเอียด นางสัมผัสถึงรอยสลักที่ละเอียดอ่อนบนกลีบดอกบัวแต่ละกลีบ พลันสายตาของนางก็ไปสะดุดเข้ากับร่องรอยเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้กลีบดอกบัวชั้นในสุด มันคือรอยสลักที่แทบจะมองไม่เห็น เป็นอักษรเล็กๆ สี่ตัวที่สลักไว้ด้วยความประณีต

"หวนคืนสู่แดนบูรพา"

เหมยลี่อ่านออกเสียงเบาๆ อักษรสี่ตัวนี้มีความหมายอันใดกันแน่? แดนบูรพา? มันคือสถานที่ หรือเป็นเพียงคำเปรียบเปรย? และ "หวนคืน" หมายถึงการกลับไปที่ใดที่หนึ่ง?

สมองของเหมยลี่ประมวลผลข้อมูลที่ได้รับมาทั้งหมดอย่างรวดเร็ว จดหมาย ปิ่นดอกบัว ภาพวาดดอกกุ้ยฮวากับสัญลักษณ์ประหลาด และคำเตือนของฮ่องเต้ ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนจะเชื่อมโยงกันอย่างเป็นปริศนา หากแต่ยังไม่มีชิ้นส่วนใดที่สามารถนำมาต่อกันได้อย่างสมบูรณ์

นางเดินไปที่ชั้นหนังสือเก่าคร่ำคร่าของตำหนักเหมันต์ สนมเหมยเฟยเป็นสตรีที่รักการอ่านและศิลปะ นางได้สะสมหนังสือและตำราไว้มากมาย เหมยลี่เริ่มค้นหาหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และวัฒนธรรมโบราณของแคว้น เพื่อหวังว่าจะได้พบเบาะแสเกี่ยวกับ "แดนบูรพา" และสัญลักษณ์ประหลาดนั้น

เวลาผ่านไปเนิ่นนาน เหมยลี่นั่งอ่านหนังสืออยู่หลายเล่ม จนแสงอาทิตย์เริ่มอ่อนแรงลง ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมม่วง นางแทบจะสิ้นหวังแล้ว แต่ในที่สุด สายตาของนางก็ไปสะดุดเข้ากับตำราโบราณเล่มหนึ่งที่ถูกซ่อนอยู่ด้านหลังของชั้นหนังสือ มันเป็นตำราที่ดูเก่าแก่ที่สุดในบรรดาหนังสือทั้งหมด ปกของมันทำจากไม้เนื้อแข็งสีดำ มีอักษรโบราณสลักไว้ที่ปกหน้า

"ตำนานแห่งอาณาจักรเหมย"

ชื่อตำราทำให้เหมยลี่รู้สึกใจเต้นระรัว "เหมย" เช่นเดียวกับชื่อของสนมเหมยเฟย และผอบที่ค้นพบก็มีสลักรูปหงส์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของราชวงศ์ที่สูงศักดิ์ นางเปิดตำราออกอย่างระมัดระวัง กระดาษภายในนั้นเป็นสีเหลืองซีดจาง ตัวอักษรที่เขียนด้วยลายมือโบราณนั้นดูคุ้นตาอย่างประหลาด ราวกับเป็นลายมือเดียวกับที่เขียนจดหมายเตือน

เหมยลี่เริ่มอ่านตำราเล่มนั้นอย่างช้าๆ มันเป็นเรื่องราวของอาณาจักรโบราณแห่งหนึ่งทางทิศตะวันออกที่เคยรุ่งเรืองอย่างมากก่อนที่จะล่มสลายไปเมื่อหลายร้อยปีก่อน ผู้คนในอาณาจักรนั้นมีความเชื่อในเทพธิดาดอกบัว และใช้สัญลักษณ์ดอกกุ้ยฮวาเป็นเครื่องหมายแห่งความบริสุทธิ์ และมีสัญลักษณ์ลับประจำตระกูลที่สืบทอดกันมา ซึ่งสัญลักษณ์นั้นก็คือ... สัญลักษณ์เดียวกับที่ปรากฏอยู่ในภาพวาดที่นางค้นพบ!

หัวใจของเหมยลี่เต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง นางรู้สึกเหมือนได้ค้นพบชิ้นส่วนสำคัญที่หายไปของปริศนาทั้งหมด อาณาจักรเหมย... แดนบูรพา... ดอกกุ้ยฮวา... สัญลักษณ์โบราณ... ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังเชื่อมโยงกันอย่างมีนัยยะสำคัญ

สนมเหมยเฟยไม่ใช่สนมต่ำศักดิ์ธรรมดาๆ นางอาจจะเป็นทายาทคนสุดท้ายของอาณาจักรโบราณที่ล่มสลายไปแล้วก็เป็นได้ และการตายของนางก็อาจจะไม่ใช่เพียงแค่การแก่งแย่งชิงดีในวังหลวง แต่เป็นเรื่องราวที่ใหญ่โตกว่านั้นมาก อาจจะเกี่ยวข้องกับการเมือง การช่วงชิงอำนาจ หรือแม้กระทั่งการฟื้นฟูอาณาจักรที่สาบสูญไป

เหมยลี่ปิดตำราลงอย่างช้าๆ ความรู้สึกหวาดหวั่นเข้าเกาะกุมหัวใจของนาง นี่ไม่ใช่เรื่องที่นางจะสามารถจัดการได้โดยลำพัง หากสิ่งที่นางค้นพบเป็นความจริง ชีวิตของนางอาจจะตกอยู่ในอันตรายที่ร้ายแรงยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา การเกี่ยวข้องกับราชวงศ์ที่ล่มสลาย อาจหมายถึงการเป็นกบฏ หรือเป็นภัยคุกคามต่อบัลลังก์ของฮ่องเต้จ้าวเหริน

ในยามนี้ เหมยลี่รู้สึกราวกับว่าเงามืดขนาดใหญ่กำลังโอบล้อมนางเอาไว้ เงาแห่งอดีตที่ฮ่องเต้ตรัสถึง บัดนี้มันได้ปรากฏตัวขึ้นแล้ว และมันก็ดูเหมือนจะน่าสะพรึงกลัวกว่าที่นางคาดคิดไว้มากนัก

นางจะทำอย่างไรต่อไป? จะเปิดเผยความจริงนี้ได้อย่างไร? และจะไว้ใจใครได้บ้างในวังหลวงที่เต็มไปด้วยคมดาบแห่งการทรยศหักหลังแห่งนี้? คำถามเหล่านี้วนเวียนอยู่ในหัวของเหมยลี่ตลอดทั้งคืน โดยที่นางมิอาจข่มตาให้หลับลงได้เลยแม้แต่น้อย

หน้านิยาย
หน้านิยาย
สนมแค้นวังหลวง

สนมแค้นวังหลวง

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!