สนมแค้นวังหลวง

ตอนที่ 23 — เผชิญหน้ากับองค์หญิงและมิตรภาพที่เปราะบาง

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

40 ตอน · 1,328 คำ

รุ่งเช้าของอีกวัน เหมยลี่ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้าจากการขบคิดปริศนาที่กำลังคุกคามชีวิตของนาง ทว่าในความเหนื่อยล้าก็มีความมุ่งมั่นอันแรงกล้าที่จะสืบหาความจริงให้ได้ นางจัดเก็บตำราโบราณและสิ่งของทั้งหมดไว้อย่างมิดชิดที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะใช้เวลาครุ่นคิดถึงขั้นตอนต่อไป

"แดนบูรพา" "อาณาจักรเหมย" และสัญลักษณ์ลับประจำตระกูล ชิ้นส่วนเหล่านี้กำลังนำพานางไปสู่ความลับที่ยิ่งใหญ่กว่าที่คิดไว้มากนัก ‌หากสนมเหมยเฟยเป็นทายาทของราชวงศ์โบราณจริง การตายของนางย่อมไม่ใช่เรื่องธรรมดา และผู้ที่อยู่เบื้องหลังก็ย่อมมีอำนาจและอิทธิพลมหาศาล

ในระหว่างที่เหมยลี่กำลังทบทวนความคิดอยู่นั้น เสียงนางกำนัลก็ดังขึ้นที่หน้าประตู แจ้งว่าองค์หญิงจูหลิน เสด็จมาเยี่ยมเยียน เหมยลี่รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย องค์หญิงจูหลินเป็นพระธิดาองค์เดียวของฮ่องเต้จ้าวเหรินกับฮองเฮาหลิว ​นางมีพระชันษาเพียงแปดขวบ เป็นเด็กหญิงที่น่ารัก เฉลียวฉลาด และมักจะมาเยี่ยมเยียนเหมยลี่อยู่เสมอตั้งแต่เหมยลี่เพิ่งย้ายมาตำหนักเหมันต์ ความสัมพันธ์ระหว่างเหมยลี่กับองค์หญิงจึงค่อนข้างสนิทสนม

เหมยลี่รีบจัดแจงเสื้อผ้าและสีหน้าท่าทางให้ดูเป็นปกติที่สุดก่อนจะเชื้อเชิญองค์หญิงเข้ามาในห้อง องค์หญิงจูหลินในชุดอาภรณ์สีชมพูสดใส เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มที่บริสุทธิ์ ดวงตาเป็นประกายแวววาวราวกับดวงดาวบนฟากฟ้า

"สนมเหมยเฟย! ‍วันนี้หม่อมฉันนำขนมดอกบัวมาฝากเพคะ" องค์หญิงตรัสด้วยน้ำเสียงสดใสพลางยื่นถุงผ้าไหมเล็กๆ ให้กับเหมยลี่

เหมยลี่ยิ้มรับอย่างอ่อนโยน "ขอบพระทัยเพคะองค์หญิง ไม่ต้องทรงลำบากเช่นนี้เลยเพคะ"

"ไม่ลำบากเลยเพคะ หม่อมฉันอยากมาหาท่าน" องค์หญิงตรัสพลางเข้ามาจับมือเหมยลี่ "ท่านดูไม่สดใสเลยนะเพคะ ‌มีเรื่องใดไม่สบายพระทัยหรือเปล่า?"

คำถามอันไร้เดียงสาขององค์หญิงทำให้เหมยลี่รู้สึกอบอุ่นใจ หากแต่ก็มีความกังวลฉายชัดอยู่ในแววตา เหมยลี่รู้สึกผูกพันกับองค์หญิงจูหลินอย่างมาก นางเป็นเสมือนแสงสว่างเล็กๆ ในวังหลวงอันมืดมิดแห่งนี้ และในยามนี้นางก็กำลังคิดถึงเรื่องที่เพิ่งค้นพบ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบถึงราชสำนักและองค์หญิงได้

เหมยลี่ส่ายหน้าเบาๆ "ไม่มีอะไรหรอกเพคะองค์หญิง ‍เพียงแต่หม่อมฉันคิดถึงบ้านเก่าของหม่อมฉันเท่านั้น"

องค์หญิงจูหลินพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ "หม่อมฉันก็คิดถึงตำหนักของเสด็จแม่เช่นกันเพคะ บางครั้งวังหลวงก็ดูอ้างว้างเหลือเกิน"

คำพูดขององค์หญิงทำให้เหมยลี่รู้สึกเศร้าใจ วังหลวงแห่งนี้ใหญ่โตและงดงาม แต่กลับเต็มไปด้วยความเหงาและความอ้างว้าง เหมยลี่ตัดสินใจที่จะไม่เล่าเรื่องที่นางค้นพบให้องค์หญิงฟัง เพราะมันอาจจะนำพาอันตรายมาสู่นางน้อยผู้นี้ได้

ทั้งสองสนทนากันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งองค์หญิงจูหลินพลันชี้ไปที่กำไลหยกสีเขียวมรกตที่เหมยลี่สวมอยู่ ​"สนมเหมยเฟย กำไลนั่นงดงามยิ่งนักเลยเพคะ หม่อมฉันไม่เคยเห็นท่านสวมมันมาก่อนเลย"

เหมยลี่มองตามสายตาขององค์หญิง กำไลหยกเส้นนั้นเป็นของที่นางได้มาจากสนมเหมยเฟยในความฝันเมื่อครั้งก่อน นางสวมมันไว้ตลอดเวลาเพราะรู้สึกว่ามันเป็นของนำโชค และอาจจะมีความเชื่อมโยงกับเจ้าของร่างเดิม

"นี่เป็นของเก่าแก่เพคะองค์หญิง เป็นของระลึกจากครอบครัวของหม่อมฉัน" เหมยลี่ตอบ

องค์หญิงจูหลินพยักหน้า ​ก่อนจะเหลือบไปเห็นตำราโบราณที่เหมยลี่ซ่อนไว้ครึ่งๆ กลางๆ ใต้ผ้าคลุม "นั่นคือหนังสืออะไรหรือเพคะสนมเหมยเฟย ดูเก่าแก่ผิดปกติ"

หัวใจของเหมยลี่เต้นรัวอีกครั้ง นางลืมไปว่าไม่ได้ซ่อนตำราเล่มนั้นอย่างมิดชิดพอ นางพยายามปั้นสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด "อ้อ ​นี่เป็นตำราเก่าแก่เกี่ยวกับเรื่องราวของดอกไม้เพคะองค์หญิง หม่อมฉันเพิ่งค้นพบในชั้นหนังสือของตำหนักแห่งนี้"

องค์หญิงจูหลินดูจะเชื่อคำพูดของเหมยลี่ นางหันไปสนใจขนมดอกบัวที่นำมาฝากแทน เหมยลี่ถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะรู้สึกผิดเล็กน้อยที่ต้องโกหกองค์หญิง

หลังจากองค์หญิงจูหลินเสด็จกลับไป เหมยลี่ก็ยิ่งรู้สึกถึงความเร่งด่วนในการสืบหาความจริง นางรู้ดีว่าเวลานางเหลือไม่มากนัก หากมีใครค้นพบความจริงเรื่องอาณาจักรเหมยก่อนนาง หรือหากความลับนี้ถูกเปิดเผยออกไปโดยไม่ทันตั้งตัว ชีวิตของนางและอาจจะรวมถึงชีวิตขององค์หญิงจูหลินก็จะตกอยู่ในอันตราย

เหมยลี่ตัดสินใจที่จะหาโอกาสไปเยี่ยมชมห้องเก็บเอกสารโบราณของวังหลวง แม้จะรู้ว่ามันเป็นสถานที่ที่เข้าถึงได้ยากยิ่งนัก และเต็มไปด้วยสายตาที่จับจ้อง แต่หากนางต้องการค้นคว้าเรื่องราวของอาณาจักรเหมยให้ลึกซึ้งกว่านี้ นี่คือทางเดียว

วันรุ่งขึ้น เหมยลี่เริ่มวางแผนอย่างรอบคอบ นางขออนุญาตจากขันทีผู้ดูแลตำหนักเพื่อที่จะไปเยือนห้องสมุดหลวง อ้างว่าต้องการค้นคว้าตำราเกี่ยวกับพิธีการโบราณเพื่อช่วยงานในวัง ขันทีผู้นั้นมองนางด้วยสายตาประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็มิได้คัดค้าน เพราะสนมเหมยเฟยผู้นี้ดูจะเป็นคนรักการอ่านมาแต่ไหนแต่ไร

เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว เหมยลี่ก็เตรียมตัวอย่างดี นางสวมชุดที่เรียบง่ายที่สุด พยายามไม่ให้เป็นจุดสนใจมากเกินไป แม้ว่าในใจจะเต้นระรัวด้วยความกังวล

เมื่อมาถึงห้องสมุดหลวง ซึ่งเป็นอาคารขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของวัง เหมยลี่รู้สึกทึ่งในความใหญ่โตของมัน ภายในเต็มไปด้วยชั้นหนังสือสูงเสียดฟ้า เรียงรายไปด้วยตำราโบราณมากมายนับไม่ถ้วน กลิ่นกระดาษเก่าและหมึกจีนอบอวลไปทั่วห้อง

เหมยลี่เดินสำรวจไปตามชั้นหนังสือต่างๆ อย่างช้าๆ แกล้งทำเป็นค้นหาตำราเกี่ยวกับพิธีการต่างๆ แต่สายตาของนางกลับกวาดมองหาตำราที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์โบราณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำราที่กล่าวถึงอาณาจักรที่ล่มสลายไปแล้ว

ขณะที่นางกำลังค้นหาอยู่นั้น ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง "สนมเหมยเฟย ท่านก็ชอบอ่านหนังสือเช่นกันหรือ?"

เหมยลี่หันกลับไปมอง พบว่าเป็นสนมหลันฮวา สนมคนสนิทของฮองเฮาหลิว สนมหลันฮวาเป็นสตรีที่งดงามและสง่างาม แต่ดวงตาของนางมักจะฉายแววเย็นชาและเย่อหยิ่ง เหมยลี่ไม่เคยสนิทสนมกับนางมากนัก เพราะสนมหลันฮวาเป็นหนึ่งในผู้ที่มักจะดูถูกเหยียดหยามสนมเหมยเฟยอยู่เสมอ

"เพคะสนมหลันฮวา หม่อมฉันเพียงแต่มาหาตำราที่น่าสนใจอ่านเท่านั้นเพคะ" เหมยลี่ตอบอย่างนอบน้อม

สนมหลันฮวาเดินเข้ามาใกล้ ยิ้มเยาะเล็กน้อย "น่าสนใจอย่างนั้นหรือ? ข้าคิดว่าสนมเหมยเฟยคงจะสนใจแต่เรื่องราวไร้สาระมากกว่า"

เหมยลี่พยายามระงับความไม่พอใจในใจ นางรู้ดีว่าสนมหลันฮวาเป็นคนปากร้ายและมักจะหาเรื่องนางอยู่เสมอ "หม่อมฉันขอตัวก่อนนะเพคะ"

แต่สนมหลันฮวามิได้ปล่อยให้นางไปง่ายๆ "เดี๋ยวสิสนมเหมยเฟย ข้าได้ยินมาว่าท่านได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้เมื่อไม่นานมานี้ ดูเหมือนว่าท่านจะไม่ได้ต่ำศักดิ์อย่างที่ข้าคิดเสียแล้ว"

คำพูดของสนมหลันฮวาทำให้เหมยลี่รู้สึกถึงภัยคุกคามที่กำลังคืบคลานเข้ามา นางรู้ดีว่าการได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้เพียงเล็กน้อย ก็สามารถนำมาซึ่งความอิจฉาริษยาและอันตรายได้มากมายในวังแห่งนี้

"สนมหลันฮวาคงเข้าใจผิดไปแล้วเพคะ ฮ่องเต้ทรงเมตตาหม่อมฉันเป็นพิเศษเท่านั้นเอง" เหมยลี่ตอบอย่างใจเย็น

สนมหลันฮวาหัวเราะเบาๆ "เมตตาหรือ? ข้าว่าคงไม่ใช่แค่เมตตาหรอกกระมัง ท่านคงจะมีดีอะไรบางอย่างที่ทำให้ฮ่องเต้ทรงสนใจเป็นพิเศษ" นางจ้องมองเหมยลี่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความริษยา "แต่ไม่ว่าท่านจะมีดีอะไร ขอให้ท่านระมัดระวังตัวให้ดี อย่าได้ทำอะไรที่เกินตัว เพราะบางครั้ง... การก้าวขึ้นสูงเกินไป ก็อาจจะหมายถึงการล้มลงอย่างเจ็บปวด"

คำพูดของสนมหลันฮวาเต็มไปด้วยคำเตือนที่ชัดเจน เหมยลี่รู้สึกได้ถึงความอันตรายที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงของนาง หากแต่สนมหลันฮวาจะรู้เรื่องอะไรที่นางไม่รู้บ้างหรือไม่?

"ขอบพระทัยสำหรับคำเตือนเพคะสนมหลันฮวา หม่อมฉันจะระมัดระวังตัวให้ดี" เหมยลี่ตอบอย่างไม่ลดละ

สนมหลันฮวากระตุกยิ้มมุมปาก ก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้เหมยลี่ยืนนิ่งอยู่กลางห้องสมุด ความรู้สึกหวาดหวั่นเข้าเกาะกุมหัวใจของนางอีกครั้ง

เหมยลี่ตัดสินใจว่าจะต้องรีบหาข้อมูลให้ได้ก่อนที่จะมีใครมาขัดขวางหรือทำอันตรายนาง นางเดินลึกเข้าไปในส่วนที่เก่าแก่ที่สุดของห้องสมุด ซึ่งเต็มไปด้วยตำราที่ถูกเก็บไว้ในหีบไม้โบราณ ที่นี่ดูเงียบสงบและมืดมิดกว่าส่วนอื่นๆ ราวกับเป็นสถานที่ที่ถูกลืมเลือน

ในที่สุด สายตาของนางก็ไปสะดุดเข้ากับหีบไม้ขนาดใหญ่ที่ถูกวางไว้มุมห้อง หีบนั้นดูเก่าแก่และเต็มไปด้วยฝุ่นผง ราวกับไม่มีใครเคยเปิดมันมานานแสนนาน เหมยลี่ค่อยๆ เปิดหีบออก ภายในนั้นเต็มไปด้วยม้วนกระดาษและตำราที่เขียนด้วยภาษาโบราณที่ยากจะเข้าใจ

นางหยิบม้วนกระดาษม้วนหนึ่งขึ้นมา มันเป็นแผนที่เก่าแก่ที่วาดด้วยมือ แผนที่นั้นแสดงถึงอาณาจักรโบราณต่างๆ ที่เคยมีอยู่ในอดีต และบนแผนที่นั้น มีจุดหนึ่งที่ถูกทำเครื่องหมายไว้อย่างชัดเจน นั่นคืออาณาจักรเหมย!

แผนที่เล่มนี้ยังชี้ให้เห็นถึงเส้นทางการค้าโบราณ และเส้นทางลับที่เชื่อมโยงระหว่างอาณาจักรเหมยกับอาณาจักรอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีเส้นทางหนึ่งที่มุ่งตรงไปยังเมืองหลวงของแคว้นในปัจจุบัน

เหมยลี่รู้สึกตื่นเต้นอย่างที่สุด นี่คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ยืนยันว่าอาณาจักรเหมยเคยมีอยู่จริง และมันก็มีความเกี่ยวข้องกับแคว้นในปัจจุบัน ไม่ใช่แค่ตำนานเล่าขาน แต่เป็นประวัติศาสตร์ที่ถูกฝังกลบไว้

นางค้นหาต่อไป และได้พบกับม้วนกระดาษอีกม้วนหนึ่งซึ่งเป็นบันทึกส่วนตัวของนักประวัติศาสตร์โบราณ บันทึกนั้นกล่าวถึงเหตุการณ์การล่มสลายของอาณาจักรเหมยอย่างละเอียด นักประวัติศาสตร์ผู้นั้นเขียนว่าอาณาจักรเหมยถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของพันธมิตรที่ทรยศหักหลัง เพื่อช่วงชิงอำนาจและทรัพยากร และทายาทของราชวงศ์เหมยถูกสังหารจนสิ้น ยกเว้นเพียง "องค์หญิงผู้รอดชีวิต" ที่ถูกพาตัวหนีไปพร้อมกับสมบัติล้ำค่าของราชวงศ์ นั่นคือ "ปิ่นดอกบัวแห่งแสงจันทร์"

"ปิ่นดอกบัวแห่งแสงจันทร์" เหมยลี่นึกถึงปิ่นทองคำรูปดอกบัวที่นางค้นพบในผอบ มันคือปิ่นเดียวกันหรือไม่? และหากเป็นเช่นนั้น สนมเหมยเฟยก็คือทายาทผู้รอดชีวิตของอาณาจักรเหมยอย่างแน่นอน!

บันทึกยังกล่าวต่อไปว่า องค์หญิงผู้รอดชีวิตได้สาบานว่าจะกลับมาแก้แค้นและฟื้นฟูอาณาจักรเหมยให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง แต่แล้วเรื่องราวของนางก็หายไปในประวัติศาสตร์ ไม่มีใครทราบชะตากรรมของนางอีกเลย

เหมยลี่ปิดบันทึกลงด้วยมือที่สั่นเทา เรื่องราวทั้งหมดเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ สนมเหมยเฟยคือทายาทของราชวงศ์เหมย นางเข้ามาในวังหลวงเพื่อสืบหาความจริงและอาจจะเพื่อแก้แค้น แต่แล้วนางก็ถูกสังหารเสียก่อนที่จะทำภารกิจสำเร็จ

แต่ใครกันเล่าที่สังหารนาง? และใครคือผู้ที่ทรยศหักหลังอาณาจักรเหมยในอดีต? ผู้คนเหล่านั้นยังคงมีอำนาจอยู่ในราชสำนักปัจจุบันหรือไม่?

เหมยลี่รู้สึกราวกับว่านางกำลังยืนอยู่บนปากเหวแห่งความลับที่ดำมืดที่สุดของราชสำนัก การค้นพบครั้งนี้ไม่เพียงแต่ตอบคำถามเรื่องการตายของสนมเหมยเฟย แต่ยังเปิดเผยถึงความลับที่ใหญ่หลวงกว่านั้นมาก ความลับที่อาจจะสั่นคลอนบัลลังก์ของฮ่องเต้จ้าวเหรินได้เลยทีเดียว

นางจะทำอย่างไรกับความลับนี้? จะเปิดเผยมันออกมาได้อย่างไรโดยที่ตัวเองไม่ตกอยู่ในอันตราย? และจะเชื่อใจใครได้บ้างในวังหลวงแห่งนี้?

เหมยลี่ซ่อนแผนที่และบันทึกโบราณไว้ใต้เสื้อคลุมอย่างมิดชิด ก่อนจะเดินออกจากห้องสมุดหลวงด้วยหัวใจที่เต้นรัว ความรู้สึกเหมือนมีสายตานับร้อยคู่จับจ้องมาที่นางตลอดเวลา นางรู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้าเต็มไปด้วยอันตรายที่ยากจะคาดเดา แต่นางก็ไม่สามารถหันหลังกลับได้อีกต่อไปแล้ว

หน้านิยาย
หน้านิยาย
สนมแค้นวังหลวง

สนมแค้นวังหลวง

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!