สนมแค้นวังหลวง

ตอนที่ 25 — แผนการใต้เงามืดและสายพระเนตรที่จับจ้อง

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

40 ตอน · 1,304 คำ

หลังจากที่เหมยลี่ได้ค้นพบความลับอันยิ่งใหญ่ในห้องสมุดหลวง นางก็กลับมายังตำหนักเหมันต์ด้วยหัวใจที่หนักอึ้งและเต็มไปด้วยความคิดมากมาย สมองของนางประมวลผลข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับมาอย่างรวดเร็ว เรื่องราวของอาณาจักรเหมยที่ล่มสลาย ปิ่นดอกบัวแห่งแสงจันทร์ และการตายของสนมเหมยเฟย ทุกสิ่งทุกอย่างเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ และมันก็ชี้ไปที่ความจริงอันน่าสะพรึงกลัว

สนมเหมยเฟยคือทายาทของอาณาจักรเหมย ‌นางเข้ามาในวังหลวงแห่งนี้ด้วยจุดประสงค์บางอย่าง อาจจะเป็นการฟื้นฟูราชวงศ์ หรือการแก้แค้นให้บรรพบุรุษ แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด การกระทำของนางก็ย่อมถือเป็นการคุกคามต่อราชบัลลังก์ของฮ่องเต้จ้าวเหริน และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้นางต้องตายอย่างเป็นปริศนา

แต่ใครกันเล่าคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังการล่มสลายของอาณาจักรเหมยในอดีต? และใครคือผู้ที่สังหารสนมเหมยเฟย? ผู้คนเหล่านั้นยังคงมีอำนาจอยู่ในราชสำนักปัจจุบันหรือไม่?

เหมยลี่รู้ดีว่านางกำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่อันตรายอย่างยิ่ง ​หากความลับนี้ถูกเปิดเผยออกมาโดยไม่ระมัดระวัง ชีวิตของนางก็จะจบลงอย่างแน่นอน นางจะต้องหาทางเปิดเผยความจริงนี้อย่างชาญฉลาดที่สุด โดยไม่ให้ตัวเองต้องตกอยู่ในอันตราย

นางตัดสินใจว่าจะต้องหาพันธมิตร แต่ในวังหลวงที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงดี ใครกันเล่าที่นางจะสามารถไว้ใจได้? ฮ่องเต้จ้าวเหริน? พระองค์ทรงดูเหมือนจะเย็นชาและซับซ้อนเกินกว่าที่นางจะคาดเดาได้ ‍ฮองเฮาหลิว? พระนางทรงมีอำนาจและอิทธิพล แต่ก็เป็นปรปักษ์กับเหมยลี่มาโดยตลอด

เหมยลี่นึกถึงองค์หญิงจูหลิน ความไร้เดียงสาของนางดูจะเป็นสิ่งเดียวที่บริสุทธิ์ในวังแห่งนี้ แต่นางก็ยังเด็กเกินไปที่จะช่วยอะไรได้

ในที่สุด เหมยลี่ก็นึกถึงขันทีหลี่ ขันทีคนสนิทของฮ่องเต้จ้าวเหริน เขาเป็นคนเงียบขรึมและไม่ค่อยแสดงอารมณ์ ‌แต่ก็ดูเหมือนจะมีความเมตตาอยู่บ้าง และที่สำคัญ เขาเป็นคนเดียวที่อยู่ใกล้ชิดฮ่องเต้มากที่สุด อาจจะพอรู้เรื่องราวบางอย่างที่นางไม่รู้

แต่การจะเข้าหาขันทีหลี่นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เขาเป็นคนระมัดระวังตัวอย่างมาก และไม่เคยเปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงออกมาเลย เหมยลี่จะต้องหาโอกาสและวิธีการที่เหมาะสมที่สุด

ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เหมยลี่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในตำหนักของนาง ‍อ่านตำราโบราณที่ค้นพบ และพยายามทำความเข้าใจสัญลักษณ์โบราณต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ในบันทึกและแผนที่ นางพยายามเชื่อมโยงเรื่องราวเข้าด้วยกันอย่างระมัดระวังที่สุด

ในขณะเดียวกัน นางก็รู้สึกได้ถึงสายตาที่จับจ้องมาจากทุกทิศทุกทาง นางรู้ดีว่าหลังจากที่ได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้เพียงเล็กน้อย ก็ยิ่งมีคนจับจ้องและริษยานางมากขึ้นไปอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสนมหลันฮวาและฮองเฮาหลิว

วันหนึ่ง ​ฮองเฮาหลิวทรงมีรับสั่งให้เหมยลี่เข้าเฝ้าที่ตำหนักฟีนิกซ์ ซึ่งเป็นตำหนักส่วนพระองค์ของฮองเฮา เหมยลี่รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ นางแต่งกายด้วยชุดที่เรียบง่ายที่สุด ก่อนจะเดินทางไปยังตำหนักฟีนิกซ์พร้อมกับนางกำนัลสองสามคน

เมื่อมาถึงตำหนักฟีนิกซ์ เหมยลี่ก็พบว่าฮองเฮาหลิวกำลังประทับอยู่บนบัลลังก์สูงสง่า ใบหน้าของพระนางดูเย็นชาและเปี่ยมด้วยอำนาจ ​บรรยากาศภายในตำหนักดูเคร่งขรึมและกดดัน

"ถวายบังคมเพคะฮองเฮา" เหมยลี่ถวายความเคารพอย่างนอบน้อม

ฮองเฮาหลิวโบกพระหัตถ์เบาๆ "ไม่ต้องมากพิธีสนมเหมยเฟย วันนี้ข้าเรียกเจ้ามาเพื่อหารือเรื่องเล็กน้อย"

เหมยลี่รู้สึกใจเต้นระรัว นางรู้ดีว่า "เรื่องเล็กน้อย" ที่ฮองเฮาตรัสถึงนั้นไม่เคยเป็นเรื่องเล็กน้อยจริงๆ เลย

"หม่อมฉันยินดีรับฟังเพคะ" ​เหมยลี่ตอบ

ฮองเฮาหลิวทรงจิบชาอย่างสงบ ก่อนจะตรัสขึ้นว่า "ข้าได้ยินมาว่าเจ้ามีความสามารถในการวาดภาพ และมีความรู้เรื่องตำราโบราณเป็นอย่างดี"

เหมยลี่รู้สึกแปลกใจที่ฮองเฮาทรงทราบเรื่องนี้ "หม่อมฉันเพียงแค่พอมีความรู้บ้างเล็กน้อยเพคะ"

"อย่าได้ถ่อมตนเลย" ฮองเฮาตรัสด้วยรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะอ่อนโยน หากแต่แฝงไว้ด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง "ข้าต้องการให้เจ้าช่วยงานบางอย่างให้กับข้า"

เหมยลี่รู้สึกถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคอ "งานอันใดหรือเพคะฮองเฮา"

"ข้าต้องการให้เจ้าช่วยแปลตำราโบราณเล่มหนึ่งที่เพิ่งค้นพบจากหอคัมภีร์ มันเป็นตำราที่เขียนด้วยภาษาที่ยากจะเข้าใจ และมีภาพประกอบที่ดูคลุมเครือ ข้าคิดว่าความสามารถของเจ้าอาจจะช่วยไขปริศนาของตำราเล่มนี้ได้" ฮองเฮาตรัสพลางชี้ไปที่ตำราเล่มหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะข้างๆ

เหมยลี่มองไปที่ตำราเล่มนั้น หัวใจของนางเต้นรัวอีกครั้ง มันเป็นตำราที่ดูเก่าแก่และคล้ายกับตำราที่นางค้นพบในห้องสมุดหลวง แต่เล่มนี้ดูเหมือนจะสมบูรณ์กว่า และมีภาพประกอบที่ดูเหมือนจะเป็นสัญลักษณ์โบราณที่นางกำลังค้นคว้าอยู่

"หม่อมฉันจะพยายามอย่างเต็มที่เพคะ" เหมยลี่ตอบอย่างระมัดระวัง

ฮองเฮาหลิวทรงยิ้มอย่างพึงพอใจ "ดีมาก ข้ารู้ว่าเจ้าจะทำได้ดี หากเจ้าสามารถไขปริศนาของตำราเล่มนี้ได้ ข้าจะมีรางวัลตอบแทนอย่างงามให้เจ้า"

เหมยลี่รับตำราเล่มนั้นมาถือไว้ในมือ มันดูหนักอึ้งราวกับแบกรับความลับมากมายเอาไว้ นางรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่การช่วยงานธรรมดา แต่มันคือการทดสอบ หรือไม่ก็เป็นแผนการบางอย่างที่ฮองเฮากำลังวางแผนไว้

เมื่อกลับมาถึงตำหนักเหมันต์ เหมยลี่ก็รีบเปิดตำราเล่มนั้นออกดูทันที มันเป็นตำราที่กล่าวถึงเรื่องราวของเทพเจ้าและเทพธิดาโบราณของแคว้น แต่สิ่งที่ทำให้เหมยลี่ต้องตกใจก็คือ ภาพประกอบบางภาพในตำรานั้นเป็นสัญลักษณ์เดียวกับที่นางค้นพบในภาพวาดดอกกุ้ยฮวา และยังมีบางภาพที่ดูเหมือนจะเป็นแผนที่โบราณที่ซ่อนอยู่ในลวดลายศิลปะ

ฮองเฮาหลิวทรงทราบเรื่องราวของอาณาจักรเหมยด้วยหรือไม่? หรือทรงกำลังพยายามไขปริศนาเดียวกับที่นางกำลังค้นหาอยู่? และหากเป็นเช่นนั้น ฮองเฮาทรงมีจุดประสงค์อันใด?

เหมยลี่รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกดึงเข้าไปพัวพันกับแผนการที่ใหญ่โตและซับซ้อนยิ่งกว่าที่เคยคิดไว้ นางจะต้องระมัดระวังตัวให้มากที่สุด และจะต้องใช้โอกาสนี้ในการค้นหาความจริงให้ได้

นางเริ่มแปลตำราเล่มนั้นอย่างช้าๆ พยายามทำความเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังสัญลักษณ์และภาพประกอบต่างๆ ยิ่งนางแปลไปมากเท่าไหร่ นางก็ยิ่งรู้สึกว่าตำราเล่มนี้มีความเชื่อมโยงกับอาณาจักรเหมยมากขึ้นเท่านั้น มันกล่าวถึงเทพธิดาดอกบัว ซึ่งเป็นเทพเจ้าที่ผู้คนในอาณาจักรเหมยเคารพนับถือ

ในขณะที่นางกำลังจดจ่ออยู่กับการแปลตำรา เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตูตำหนักอีกครั้ง เหมยลี่เงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจ พบว่าเป็นขันทีหลี่ที่ยืนอยู่หน้าประตู

"ถวายบังคมขันทีหลี่ ท่านมีธุระอันใดหรือเพคะ" เหมยลี่ถามด้วยความสงสัย

ขันทีหลี่โค้งคำนับเล็กน้อย "กระหม่อมเพียงแต่ผ่านมาทางนี้ และเห็นว่าตำหนักเหมันต์เงียบสงบนัก จึงแวะมาเยี่ยมเยียนสนมเหมยเฟยเพคะ"

เหมยลี่รู้สึกประหลาดใจ การมาเยือนของขันทีหลี่นั้นเกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน และมันก็เกิดขึ้นในเวลาที่นางกำลังพัวพันกับความลับที่สำคัญที่สุด

"เชิญท่านเข้ามาด้านในก่อนเพคะ" เหมยลี่เชื้อเชิญ

ขันทีหลี่เดินเข้ามาในห้องช้าๆ สายตาของเขากวาดมองไปทั่วห้องก่อนจะหยุดลงที่ตำราที่เหมยลี่กำลังอ่านอยู่

"นี่คือตำราโบราณที่ฮองเฮาทรงให้กระหม่อมช่วยแปลเพคะ" เหมยลี่อธิบาย

ขันทีหลี่พยักหน้ารับ "กระหม่อมทราบเพคะ ฮองเฮาทรงมีรับสั่งให้กระหม่อมช่วยดูแลความเรียบร้อยในการแปลตำราเล่มนี้"

คำพูดของขันทีหลี่ทำให้เหมยลี่รู้สึกแปลกใจอีกครั้ง ฮองเฮาทรงระมัดระวังถึงขนาดให้ขันทีหลี่มาสอดส่องดูแลด้วยหรือ? หรือเป็นเพราะฮองเฮาทรงทราบว่าตำราเล่มนี้มีความสำคัญมาก และทรงต้องการให้ขันทีหลี่มาช่วยสอดส่องดูว่าเหมยลี่จะค้นพบอะไรบ้าง?

"ท่านมีความรู้เรื่องตำราโบราณด้วยหรือเพคะขันทีหลี่" เหมยลี่ถามอย่างระมัดระวัง

ขันทีหลี่ส่ายหน้าเบาๆ "กระหม่อมมิได้มีความรู้ลึกซึ้งถึงเพียงนั้นเพคะ เพียงแต่กระหม่อมเคยอ่านตำราประวัติศาสตร์โบราณมาบ้าง"

เหมยลี่รู้สึกว่านี่คือโอกาสที่นางจะได้เข้าใกล้ขันทีหลี่มากขึ้น นางจึงตัดสินใจที่จะลองถามคำถามบางอย่างออกไป "ขันทีหลี่ ท่านเคยได้ยินเรื่องราวของอาณาจักรโบราณที่ล่มสลายไปทางทิศตะวันออกบ้างหรือไม่เพคะ"

ขันทีหลี่นิ่งไปครู่หนึ่ง ใบหน้าของเขาดูเรียบเฉย แต่ดวงตาของเขากลับฉายแววบางอย่างที่ยากจะอ่านออก "อาณาจักรเหมยหรือเพคะ"

คำตอบของขันทีหลี่ทำให้เหมยลี่ถึงกับต้องกลั้นหายใจ เขาทราบเรื่องนี้จริงๆ!

"เพคะ ท่านทราบเรื่องอาณาจักรเหมยด้วยหรือเพคะ" เหมยลี่ถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้เป็นปกติที่สุด

ขันทีหลี่ถอนหายใจเบาๆ "เป็นเพียงเรื่องเล่าขานในประวัติศาสตร์ที่ถูกซ่อนเร้นไว้เพคะ สนมเหมยเฟยทรงสนใจเรื่องนี้ด้วยหรือ?"

"หม่อมฉันเพียงแต่เห็นว่าตำราเล่มนี้มีบางส่วนที่กล่าวถึงอาณาจักรนั้น จึงรู้สึกสนใจเพคะ" เหมยลี่ตอบอย่างระมัดระวัง "ท่านทราบเรื่องราวเกี่ยวกับสาเหตุการล่มสลายของอาณาจักรนั้นบ้างหรือไม่เพคะ"

ขันทีหลี่มองเหมยลี่ด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง "เรื่องราวในอดีตนั้นซับซ้อนนักเพคะ และบางครั้งก็ถูกบิดเบือนเพื่อประโยชน์ของผู้มีอำนาจ" เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อว่า "อาณาจักรเหมยถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของผู้ทรยศหักหลังเพคะ ผู้คนเหล่านั้นคือขุนนางระดับสูงในราชสำนักในขณะนั้น และพวกเขาได้สมคบคิดกับแคว้นรอบข้างเพื่อช่วงชิงอำนาจและสมบัติของอาณาจักรเหมย"

เหมยลี่รู้สึกหนาวสะท้านถึงขั้วหัวใจ ขันทีหลี่กำลังยืนยันสิ่งที่นางค้นพบในบันทึกโบราณ และเขาก็ดูเหมือนจะรู้เรื่องราวที่ลึกซึ้งกว่านั้นอีก

"แล้วทายาทของราชวงศ์เหมยเล่าเพคะ พวกเขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่" เหมยลี่ถามด้วยความกล้าหาญ

ขันทีหลี่มองเหมยลี่ด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา เขาไม่ตอบคำถามนั้นโดยตรง แต่กลับพูดว่า "ในวังหลวงแห่งนี้ มีความลับมากมายนักเพคะ สนมเหมยเฟย หากท่านต้องการความสงบสุขในชีวิต จงอย่าได้พยายามขุดคุ้ยสิ่งใดที่เกินอำนาจของท่าน"

คำพูดของขันทีหลี่ทำให้เหมยลี่รู้สึกเหมือนถูกตอกย้ำด้วยคำเตือนของฮ่องเต้จ้าวเหริน นางรู้ดีว่าขันทีหลี่กำลังเตือนนางด้วยความหวังดี แต่ก็เป็นการเตือนที่แฝงไว้ด้วยความหมายที่ลึกซึ้งว่านางกำลังเดินเข้าไปในอันตรายที่ร้ายแรง

"ขอบพระทัยสำหรับคำเตือนเพคะขันทีหลี่ หม่อมฉันจะพยายามระมัดระวังตัวให้มากที่สุด" เหมยลี่ตอบ

ขันทีหลี่พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะโค้งคำนับแล้วเดินออกจากตำหนักไป ทิ้งให้เหมยลี่จมอยู่กับความคิดมากมาย

การสนทนากับขันทีหลี่ได้ยืนยันความสงสัยของเหมยลี่ทั้งหมด ฮองเฮาหลิวทรงทราบเรื่องอาณาจักรเหมย และทรงกำลังพยายามไขปริศนาเช่นกัน และขันทีหลี่ก็รู้เรื่องราวทั้งหมด แต่เขากลับเลือกที่จะไม่เปิดเผยความจริงทั้งหมดออกมา

เหมยลี่รู้ดีว่าฮองเฮาหลิวไม่ใช่คนที่จะทำอะไรโดยไม่มีจุดประสงค์ นางจะต้องมีแผนการบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับอาณาจักรเหมย และการที่ฮองเฮาทรงเรียกให้นางมาช่วยแปลตำราเล่มนี้ ก็อาจจะเป็นการทดสอบ หรือไม่ก็เป็นการดึงนางเข้ามาเป็นหมากตัวหนึ่งในเกมการเมืองที่ซับซ้อนนี้

ในยามนี้ เหมยลี่รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังติดอยู่ตรงกลางระหว่างฮ่องเต้ผู้เย็นชาและซับซ้อน และฮองเฮาผู้ทรงอำนาจและเจ้าแผนการ นางจะต้องใช้ความฉลาดและความระมัดระวังทั้งหมดที่มี เพื่อเอาชีวิตรอดและค้นหาความจริงให้ได้

หน้านิยาย
หน้านิยาย
สนมแค้นวังหลวง

สนมแค้นวังหลวง

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!