โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
40 ตอน · 1,130 คำ
เหมยลี่ใช้เวลาหลายวันจมอยู่กับการแปลตำราโบราณที่ฮองเฮาประทานให้ ยิ่งนางแปลไปมากเท่าไหร่ ความจริงเกี่ยวกับอาณาจักรเหมยก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ตำราเล่มนี้ไม่ใช่แค่เรื่องราวของเทพเจ้าและเทพธิดา แต่ยังแฝงไปด้วยบันทึกประวัติศาสตร์ลับที่ถูกซ่อนเร้นไว้ด้วยรหัสและสัญลักษณ์ที่ซับซ้อน
นางค้นพบว่าอาณาจักรเหมยเคยเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่และรุ่งเรืองอย่างมาก มีเทคโนโลยีและวิทยาการที่ล้ำสมัยกว่าแคว้นในปัจจุบันหลายร้อยปี และที่สำคัญที่สุดคือ พวกเขามีความลับบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับ "พลังแห่งธรรมชาติ" ซึ่งสามารถนำมาใช้ได้ทั้งในทางสร้างสรรค์และทำลายล้าง
บันทึกโบราณกล่าวว่าผู้ปกครองของอาณาจักรเหมยคือ "ราชินีดอกบัว" ซึ่งเป็นสตรีที่มีพลังพิเศษในการสื่อสารกับธรรมชาติ และสามารถใช้พลังนั้นเพื่อปกป้องอาณาจักรของตนเองได้ ปิ่นดอกบัวแห่งแสงจันทร์คือสัญลักษณ์แห่งอำนาจของราชินีดอกบัว และเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกพลังแห่งธรรมชาติที่ซ่อนอยู่
และสิ่งที่น่าตกใจที่สุดก็คือ ตำราเล่มนี้ได้กล่าวถึงการล่มสลายของอาณาจักรเหมยอย่างละเอียด มันถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของพันธมิตรที่ทรยศหักหลัง ซึ่งนำโดย "ตระกูลหลิว" และ "ตระกูลเฉิน" ซึ่งเป็นตระกูลขุนนางผู้ทรงอำนาจในขณะนั้น พวกเขาสมคบคิดกับแคว้นรอบข้างเพื่อช่วงชิงพลังแห่งธรรมชาติและสมบัติของอาณาจักรเหมย
หัวใจของเหมยลี่เต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง ตระกูลหลิว! นั่นคือตระกูลของฮองเฮาหลิว และฮ่องเต้จ้าวเหรินเองก็มีสายเลือดจากตระกูลหลิวผ่านทางพระมารดาของพระองค์ด้วยเช่นกัน ส่วนตระกูลเฉินนั้นเป็นตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่ยังคงมีอิทธิพลอย่างมากในราชสำนักปัจจุบัน
ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวนี้กำลังเผยออกมาอย่างช้าๆ การล่มสลายของอาณาจักรเหมยไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องราวในอดีต แต่เป็นรากฐานของอำนาจในราชวงศ์ปัจจุบัน และการตายของสนมเหมยเฟยก็ไม่ใช่แค่การแก่งแย่งชิงดีในวัง แต่เป็นการพยายามปกปิดความจริงอันดำมืดนี้
เหมยลี่รู้สึกถึงความอันตรายที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ นางกำลังพัวพันกับความลับที่อาจจะสั่นคลอนบัลลังก์ของฮ่องเต้จ้าวเหริน และอาจจะนำมาซึ่งความวุ่นวายครั้งใหญ่ในแคว้นแห่งนี้
ในขณะที่นางกำลังจมดิ่งอยู่กับความคิด เสียงนางกำนัลก็ดังขึ้นที่หน้าประตู แจ้งว่าฮ่องเต้จ้าวเหรินทรงมีรับสั่งให้เหมยลี่เข้าเฝ้าที่ท้องพระโรง เหมยลี่รู้สึกประหลาดใจ การเข้าเฝ้าที่ท้องพระโรงนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักสำหรับสนมต่ำศักดิ์เช่นนาง
นางจัดแจงเสื้อผ้าและสีหน้าท่าทางให้ดูเป็นปกติที่สุด ก่อนจะเดินทางไปยังท้องพระโรง เมื่อมาถึง นางก็พบว่าฮ่องเต้จ้าวเหรินประทับอยู่บนบัลลังก์สูงสง่า ฮองเฮาหลิวประทับอยู่ข้างๆ และมีขุนนางระดับสูงหลายท่านยืนเรียงรายอยู่
เหมยลี่ถวายความเคารพอย่างนอบน้อม หัวใจของนางเต้นระรัวด้วยความกังวล นางรู้สึกได้ถึงสายตาของขุนนางหลายท่านที่จ้องมองมาที่นางอย่างพิจารณา โดยเฉพาะอย่างยิ่งขุนนางจากตระกูลหลิวและตระกูลเฉิน
"สนมเหมยเฟย วันนี้ข้าเรียกเจ้ามาเพื่อเป็นพยานในพิธีสำคัญ" ฮ่องเต้ตรัสด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ หากแต่แฝงไว้ด้วยอำนาจที่ยากจะหยั่งถึง
เหมยลี่เงยหน้าขึ้นมองพระองค์แวบหนึ่ง ก่อนจะก้มลงต่ำ "หม่อมฉันยินดีเพคะ"
ฮ่องเต้จ้าวเหรินทรงมีพระดำรัสให้ขันทีอ่านพระราชโองการ พระราชโองการนั้นกล่าวถึงการแต่งตั้งแม่ทัพใหญ่คนใหม่ ซึ่งเป็นขุนนางหนุ่มรูปงามจากตระกูลเฉิน นามว่า "เฉินอี้หลง"
เหมยลี่หันไปมองชายหนุ่มผู้นั้น เขายืนสง่าผ่าเผย ใบหน้าหล่อเหลาและดวงตาคมกริบดูเหมือนจะซ่อนเร้นความลับบางอย่างไว้ ขุนนางจากตระกูลเฉินทุกคนดูจะพึงพอใจกับการแต่งตั้งครั้งนี้เป็นอย่างมาก
แต่สิ่งที่ทำให้เหมยลี่ต้องตกใจก็คือ เมื่อเฉินอี้หลงถวายความเคารพต่อฮ่องเต้ สายตาของเขากลับเหลือบมามองที่เหมยลี่แวบหนึ่ง แววตาของเขามิได้แสดงถึงความประหลาดใจหรือความสนใจ หากแต่เป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความลึกลับ ราวกับเขากำลังส่งสารบางอย่างให้นาง
หรือว่าเขาจะรู้เรื่องราวเกี่ยวกับสนมเหมยเฟย? หรือเขารู้เรื่องราวของอาณาจักรเหมย?
พิธีดำเนินต่อไปจนจบ เหมยลี่รู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังอยู่ในโรงละครที่ใหญ่โตและซับซ้อน นางรู้สึกได้ถึงรอยร้าวที่มองไม่เห็นในบัลลังก์แห่งนี้ และเงาของความภักดีที่กำลังถูกทดสอบ
หลังจากพิธีจบลง เหมยลี่ก็ได้รับอนุญาตให้กลับตำหนัก นางเดินกลับมาด้วยความรู้สึกที่สับสนและกังวลใจ ข้อมูลที่ได้รับจากตำราโบราณ และการปรากฏตัวของเฉินอี้หลง ทำให้ปริศนาทั้งหมดดูเหมือนจะทวีความซับซ้อนยิ่งขึ้น
เมื่อกลับมาถึงตำหนักเหมันต์ เหมยลี่ก็รีบเปิดตำราโบราณที่ฮองเฮาประทานให้ขึ้นมาอีกครั้ง นางพยายามค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลเฉิน และได้พบกับบางสิ่งบางอย่างที่น่าตกใจ
ในบันทึกโบราณได้กล่าวถึงตระกูลเฉินว่าเป็นตระกูลที่เคยเป็นข้ารับใช้ใกล้ชิดของราชวงศ์เหมย แต่แล้วก็ทรยศหักหลังเพื่อช่วงชิงอำนาจ และมีบางส่วนของตระกูลเฉินที่ยังคงเก็บงำความลับเกี่ยวกับอาณาจักรเหมยไว้ และเฝ้ารอคอยโอกาสที่จะกลับมามีอำนาจอีกครั้ง
เฉินอี้หลง... เขาเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลเฉินที่ยังคงเก็บงำความลับนี้ไว้หรือไม่? และสายตาที่เขามองมาที่เหมยลี่มีความหมายอันใดกันแน่?
ในขณะที่เหมยลี่กำลังจมดิ่งอยู่กับความคิด เสียงนางกำนัลก็ดังขึ้นที่หน้าประตูอีกครั้ง แจ้งว่าขันทีหลี่ต้องการเข้าพบ
เหมยลี่รู้สึกประหลาดใจที่ขันทีหลี่มาหานางบ่อยครั้งขึ้นในช่วงนี้ นางให้เขาเข้ามาในห้อง ขันทีหลี่ยังคงมีใบหน้าที่เรียบเฉย แต่ดวงตาของเขากลับฉายแววกังวลเล็กน้อย
"สนมเหมยเฟย กระหม่อมมีเรื่องสำคัญจะกราบทูลเพคะ" ขันทีหลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิว
เหมยลี่พยักหน้า "เชิญท่านกล่าวมาได้เลยเพคะ"
"กระหม่อมเพิ่งได้ยินข่าวลือบางอย่างที่น่าตกใจเกี่ยวกับตำราโบราณที่ฮองเฮาทรงให้ท่านแปลเพคะ" ขันทีหลี่กล่าว "มีคนบางคนเริ่มสงสัยว่าตำราเล่มนั้นมีความเกี่ยวข้องกับอาณาจักรเหมย และพวกเขากำลังจับตาดูท่านอยู่"
หัวใจของเหมยลี่เต้นรัว นางรู้ดีว่าคำเตือนของขันทีหลี่นั้นเป็นเรื่องจริง "ใครกันเพคะที่สงสัยเรื่องนี้"
ขันทีหลี่มองไปรอบๆ ห้องอย่างระมัดระวัง ก่อนจะกระซิบเบาๆ ว่า "ฮองเฮาหลิวทรงทราบเรื่องราวของอาณาจักรเหมยมาโดยตลอดเพคะ และทรงกำลังพยายามใช้ตำราเล่มนี้เพื่อค้นหาบางสิ่งบางอย่าง"
เหมยลี่รู้สึกตกใจ "ฮองเฮาทรงทราบเรื่องนี้? แล้วทรงมีจุดประสงค์อันใดกันแน่เพคะ"
ขันทีหลี่ถอนหายใจ "ฮองเฮาทรงมาจากตระกูลหลิว ซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลที่เคยทรยศหักหลังอาณาจักรเหมยเพคะ และทรงต้องการค้นหาพลังแห่งธรรมชาติที่ซ่อนอยู่ในตำราเล่มนั้น เพื่อใช้ในการเสริมสร้างอำนาจของตระกูลหลิว และควบคุมราชบัลลังก์"
เหมยลี่รู้สึกหนาวสะท้านถึงขั้วหัวใจ ขันทีหลี่กำลังเปิดเผยความลับที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดออกมา "แล้วฮ่องเต้จ้าวเหรินเล่าเพคะ พระองค์ทรงทราบเรื่องนี้หรือไม่"
ขันทีหลี่ส่ายหน้า "ฮ่องเต้ทรงทราบเพียงบางส่วนเพคะ พระองค์ทรงไม่ต้องการให้เรื่องราวในอดีตถูกเปิดเผย เพราะมันอาจจะนำมาซึ่งความวุ่นวายครั้งใหญ่ในแคว้น และอาจจะสั่นคลอนบัลลังก์ของพระองค์ได้"
"แล้วเหตุใดพระองค์จึงทรงปล่อยให้ฮองเฮาทรงทำเช่นนี้เพคะ" เหมยลี่ถามด้วยความสงสัย
"ฮองเฮาทรงมีอำนาจและอิทธิพลอย่างมากในราชสำนักเพคะ และทรงเป็นพระมารดาขององค์หญิงจูหลิน ฮ่องเต้ทรงต้องระมัดระวังในการรับมือกับฮองเฮาอย่างมาก" ขันทีหลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล "แต่ฮ่องเต้ก็ทรงไม่ต้องการให้พลังแห่งธรรมชาตินั้นตกไปอยู่ในมือของฮองเฮาอย่างสมบูรณ์เพคะ พระองค์ทรงต้องการให้ท่านเป็นผู้ที่ช่วยถ่วงดุลอำนาจนี้"
เหมยลี่รู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่าลงกลางศีรษะ ฮ่องเต้จ้าวเหรินทรงกำลังใช้เหมยลี่เป็นหมากตัวหนึ่งในเกมการเมืองที่ซับซ้อนนี้ พระองค์ทรงทราบถึงความสามารถของเหมยลี่ และทรงต้องการให้นางเป็นผู้ที่ช่วยควบคุมอำนาจของฮองเฮา
"แล้วเฉินอี้หลงเล่าเพคะ เขาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยหรือไม่" เหมยลี่ถาม
ขันทีหลี่พยักหน้า "เฉินอี้หลงมาจากตระกูลเฉิน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตระกูลที่เคยทรยศหักหลังอาณาจักรเหมย แต่ตระกูลเฉินมีหลายสาขา และบางสาขาก็ยังคงภักดีต่อราชวงศ์เหมยเพคะ เฉินอี้หลงเป็นหนึ่งในผู้ที่ต้องการฟื้นฟูอาณาจักรเหมย และเขาอาจจะเป็นพันธมิตรของท่านได้เพคะ"
เหมยลี่รู้สึกสับสนไปหมด ใครกันแน่ที่นางควรจะเชื่อใจ? ฮ่องเต้ผู้เย็นชาและซับซ้อน? ฮองเฮาผู้ทรงอำนาจและเจ้าแผนการ? หรือเฉินอี้หลงผู้ลึกลับ?
"แล้วท่านเล่าเพคะขันทีหลี่ ท่านอยู่ฝ่ายใดกันแน่" เหมยลี่ถามด้วยความกล้าหาญ
ขันทีหลี่มองเหมยลี่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน "กระหม่อมเป็นเพียงขันทีผู้รับใช้ราชวงศ์เพคะ แต่กระหม่อมก็ปรารถนาความสงบสุขของแคว้น และกระหม่อมก็ไม่อยากเห็นราชบัลลังก์ต้องสั่นคลอนด้วยความโลภของผู้คน"
คำพูดของขันทีหลี่ทำให้เหมยลี่รู้สึกได้ถึงความภักดีที่แท้จริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉยของเขา เขาเป็นคนกลางที่พยายามถ่วงดุลอำนาจ และปกป้องราชบัลลังก์จากความวุ่นวาย
"กระหม่อมจะคอยช่วยเหลือท่านอย่างลับๆ เพคะ สนมเหมยเฟย แต่ท่านจะต้องระมัดระวังตัวให้มากที่สุด เพราะอันตรายกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ท่านแล้ว" ขันทีหลี่กล่าวเตือน ก่อนจะโค้งคำนับแล้วเดินจากไป
เหมยลี่นั่งนิ่งอยู่กลางห้อง หัวใจของนางเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง นางรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกโยนลงไปในกระแสคลื่นที่เชี่ยวกรากแห่งการเมืองในวังหลวง นางจะต้องใช้ความฉลาดและความระมัดระวังทั้งหมดที่มี เพื่อเอาชีวิตรอดและค้นหาความจริงให้ได้
และนางก็รู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้าเต็มไปด้วยอันตรายที่ยากจะคาดเดา นางจะต้องเลือกเดินอย่างชาญฉลาดที่สุด เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องกลายเป็นหมากที่ถูกใช้แล้วทิ้งในเกมการเมืองที่ซับซ้อนนี้

สนมแค้นวังหลวง
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก