สนมแค้นวังหลวง

ตอนที่ 29 — สัญญาณจากอดีตและนัดหมายลับ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

40 ตอน · 874 คำ

หลังจากที่ได้รับรู้ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวจากขันทีหลี่ เหมยลี่ก็รู้สึกราวกับแบกรับภาระอันหนักอึ้งไว้บนบ่า นางเข้าใจแล้วว่าการตายของสนมเหมยเฟยไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลพวงจากความลับอันดำมืดของราชวงศ์ที่ถูกปกปิดมานานนับร้อยปี และตอนนี้ นางเองก็กำลังก้าวเข้ามาอยู่ในวังวนแห่งอันตรายนั้นอย่างเต็มตัว

ฮ่องเต้จ้าวเหรินทรงใช้เหมยลี่เป็นเครื่องมือในการถ่วงดุลอำนาจของฮองเฮาหลิว ส่วนฮองเฮาก็กำลังใช้ตำราโบราณเพื่อค้นหาพลังแห่งธรรมชาติเพื่อเสริมสร้างอำนาจของตระกูลหลิว และเฉินอี้หลงจากตระกูลเฉินก็ดูเหมือนจะมีความลับและจุดประสงค์บางอย่างที่ยังไม่เปิดเผย

เหมยลี่รู้ดีว่านางจะต้องหาทางเปิดเผยความจริงนี้ออกไปอย่างชาญฉลาดที่สุด ‌โดยไม่ให้ตัวเองต้องตกอยู่ในอันตราย และที่สำคัญที่สุดคือ นางจะต้องปกป้ององค์หญิงจูหลินจากความวุ่นวายที่กำลังจะเกิดขึ้น

นางตัดสินใจที่จะใช้ตำราโบราณที่ฮองเฮาประทานให้เป็นเครื่องมือในการค้นหาความจริง นางใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับการแปลตำรา พยายามถอดรหัสและสัญลักษณ์ที่ซ่อนอยู่ภายใน มันเป็นงานที่ต้องใช้ความอดทนและความละเอียดอ่อนอย่างมาก แต่เหมยลี่ก็มุ่งมั่นที่จะทำมันให้สำเร็จ

ในขณะที่นางกำลังแปลตำราอยู่นั้น สายตาของนางก็ไปสะดุดเข้ากับภาพประกอบภาพหนึ่ง ​มันเป็นภาพของดอกบัวที่กำลังบานสะพรั่งอยู่กลางสระน้ำ แต่สิ่งที่น่าแปลกคือ มีอัญมณีสีแดงเลือดนกเม็ดเล็กๆ ซ่อนอยู่ใต้กลีบดอกบัวกลีบหนึ่ง มันเป็นรายละเอียดที่เล็กมากจนแทบจะมองไม่เห็น หากไม่สังเกตให้ดี

เหมยลี่รู้สึกถึงความผิดปกติ นางลองพลิกหน้ากระดาษไปมา พยายามค้นหาความหมายของภาพนี้ ‍พลันนั้น สายตาของนางก็ไปสะดุดเข้ากับข้อความที่เขียนด้วยหมึกจางๆ อยู่ที่มุมหน้ากระดาษ ข้อความนั้นเขียนด้วยอักษรโบราณที่นางเพิ่งเรียนรู้จากตำราเล่มอื่นที่ค้นพบในห้องสมุดหลวง

"ใต้บัวโลหิต แสงจันทร์นำทาง"

เหมยลี่อ่านออกเสียงเบาๆ หัวใจของนางเต้นรัว "บัวโลหิต" หมายถึงดอกบัวสีแดงเลือดนก ‌และ "แสงจันทร์" หมายถึงปิ่นดอกบัวแห่งแสงจันทร์หรือไม่? และ "นำทาง" หมายถึงการชี้ทางไปสู่บางสิ่งบางอย่าง?

นางนึกถึงปิ่นดอกบัวทองคำที่ค้นพบในผอบ มันคือปิ่นดอกบัวแห่งแสงจันทร์อย่างแน่นอน และปิ่นนั้นก็มีรอยสลักอักษรโบราณว่า ‍"หวนคืนสู่แดนบูรพา"

เหมยลี่รู้สึกราวกับว่ากำลังมีใครบางคนในอดีตกำลังส่งสัญญาณมาหานาง ผู้เขียนตำราเล่มนี้ หรืออาจจะเป็นสนมเหมยเฟยเอง ที่กำลังพยายามบอกใบ้ถึงความลับบางอย่าง

นางรีบนำปิ่นดอกบัวทองคำออกมาจากที่ซ่อน นางพิจารณาปิ่นนั้นอย่างละเอียดอีกครั้ง พลันสายตาของนางก็ไปสะดุดเข้ากับร่องรอยเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้กลีบดอกบัวชั้นในสุด มันคือรอยสลักที่แทบจะมองไม่เห็น ​เป็นอัญมณีสีแดงเลือดนกเม็ดเล็กๆ ที่ฝังอยู่ข้างใน!

เหมยลี่รู้สึกตื่นเต้นอย่างที่สุด นางไม่เคยสังเกตเห็นอัญมณีเม็ดนี้มาก่อนเลย มันถูกฝังไว้อย่างแนบเนียนจนแทบจะมองไม่เห็น อัญมณีเม็ดนี้จะต้องมีความหมายบางอย่าง

นางลองสัมผัสอัญมณีเม็ดนั้นเบาๆ พลันก็รู้สึกได้ถึงร่องรอยของกลไกเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ข้างใน นางพยายามกดและบิดอัญมณีนั้นอย่างเบามือ ​และในที่สุด กลไกเล็กๆ ก็ทำงาน ปิ่นดอกบัวก็พลันแยกออกเป็นสองส่วน ภายในนั้นมีแผ่นกระดาษม้วนเล็กๆ ซ่อนอยู่

เหมยลี่หยิบแผ่นกระดาษม้วนนั้นออกมาอย่างระมัดระวัง เปิดออกอ่านด้วยความตื่นเต้น ตัวอักษรที่เขียนบนกระดาษนั้นเป็นอักษรโบราณที่นางเพิ่งเรียนรู้ ​มันคือข้อความลับที่ถูกซ่อนไว้ในปิ่นดอกบัวแห่งแสงจันทร์

"หากเจ้าคือผู้ที่คู่ควร จงตามรอยแสงจันทร์ไปยังสถานที่แห่งความลับ ณ จุดที่ดอกบัวบานสะพรั่งภายใต้เงาแห่งหอคัมภีร์เก่าแก่ แสงจันทร์จะชี้ทางให้เจ้าค้นพบความจริง"

เหมยลี่อ่านข้อความนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า หัวใจของนางเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง นี่คือคำใบ้ที่ชัดเจนที่สุดที่นางเคยได้รับมา สถานที่แห่งความลับ... หอคัมภีร์เก่าแก่... ดอกบัวบานสะพรั่ง...

นางนึกถึงหอคัมภีร์ที่เคยไปค้นตำราโบราณ มันเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยหนังสือและเอกสารเก่าแก่มากมาย และที่สำคัญคือ มีสระบัวขนาดใหญ่อยู่ด้านหน้าของหอคัมภีร์นั้น

เหมยลี่รู้ดีว่านางจะต้องไปที่นั่น แต่การจะไปที่หอคัมภีร์เก่าแก่ในยามค่ำคืนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย มันเป็นสถานที่ที่ห่างไกลและไม่ค่อยมีผู้คนผ่านไปมา และอาจจะเต็มไปด้วยสายตาที่จับจ้องอยู่ตลอดเวลา

นางจะต้องหาโอกาสและวิธีการที่เหมาะสมที่สุด

ในคืนนั้น เหมยลี่มิอาจข่มตาให้หลับลงได้ นางใช้เวลาทั้งคืนในการวางแผนอย่างรอบคอบ นางจะต้องหาข้ออ้างที่จะออกจากตำหนักในยามค่ำคืน และจะต้องหาคนที่จะช่วยคุ้มกันนางไปที่นั่น

พลันนั้น นางก็นึกถึงเฉินอี้หลง แม่ทัพใหญ่คนใหม่จากตระกูลเฉิน เขาดูเหมือนจะรู้เรื่องราวเกี่ยวกับอาณาจักรเหมย และดูเหมือนจะมีความลับบางอย่างที่ยังไม่เปิดเผย

เหมยลี่ตัดสินใจที่จะเสี่ยง นางจะส่งคนไปติดต่อเฉินอี้หลง เพื่อขอความช่วยเหลือจากเขา แต่การจะทำเช่นนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย นางจะต้องหาวิธีส่งสารไปให้เขาโดยไม่ให้ใครรู้

วันรุ่งขึ้น เหมยลี่ตัดสินใจที่จะลองเสี่ยง นางเดินไปยังสวนดอกไม้ที่อยู่ใกล้กับตำหนักของเฉินอี้หลง นางแกล้งทำเป็นเดินเล่นอย่างสบายๆ พลางมองหาวิธีที่จะส่งสารไปให้เขา

ในขณะที่นางกำลังเดินอยู่นั้น สายตาของนางก็ไปสะดุดเข้ากับนกพิราบสื่อสารตัวหนึ่งที่กำลังเกาะอยู่บนกิ่งไม้ มันเป็นนกพิราบที่ดูคุ้นตา ราวกับเคยเห็นที่ใดมาก่อน

พลันนั้น นางก็นึกขึ้นได้ว่าเฉินอี้หลงเป็นคนเลี้ยงนกพิราบสื่อสาร และนกพิราบตัวนี้ก็ดูเหมือนจะเป็นนกพิราบของเขา

เหมยลี่รู้สึกถึงโอกาสที่กำลังเข้ามา นางค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้นกพิราบอย่างช้าๆ พยายามไม่ให้นกพิราบตกใจ นางเขียนข้อความสั้นๆ ลงบนกระดาษแผ่นเล็กๆ ว่า "แสงจันทร์นำทางสู่ความจริง คืนเพ็ญ ณ บึงบัวหอคัมภีร์" แล้วผูกติดกับขานกพิราบอย่างระมัดระวัง

นางปล่อยนกพิราบให้บินกลับไปสู่ตำหนักของเฉินอี้หลง ด้วยความรู้สึกที่ทั้งกังวลและตื่นเต้น นางไม่รู้ว่าเฉินอี้หลงจะเข้าใจข้อความของนางหรือไม่ หรือเขาจะเลือกที่จะช่วยเหลือหรือไม่

ในคืนนั้น เหมยลี่นอนไม่หลับ นางรอคอยการตอบกลับจากเฉินอี้หลงอย่างใจจดใจจ่อ แต่แล้วก็ไม่มีสัญญาณใดๆ กลับมา นางเริ่มรู้สึกผิดหวังและหวาดหวั่น

แต่แล้ว เมื่อใกล้รุ่งเช้า ก็มีเสียงเคาะประตูเบาๆ ดังขึ้น เหมยลี่รีบลุกขึ้นไปเปิดประตู พบว่าเป็นนางกำนัลคนสนิทของนางที่ยืนอยู่หน้าประตู ใบหน้าของนางกำนัลดูตื่นตระหนกเล็กน้อย

"สนมเหมยเฟย มีคนนำของสิ่งนี้มาให้ท่านเพคะ" นางกำนัลกล่าวพลางยื่นซองผ้าไหมสีดำให้แก่เหมยลี่

เหมยลี่รับซองผ้าไหมมาเปิดออก ภายในนั้นมีปิ่นปักผมหยกสีดำรูปมังกร และกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่เขียนด้วยหมึกสีดำ

"ข้าจะรอเจ้า ณ ที่นั่น"

ข้อความสั้นๆ แต่กลับทำให้เหมยลี่รู้สึกใจเต้นระรัว เฉินอี้หลงรับคำเชิญของนางแล้ว! และปิ่นปักผมหยกรูปมังกรนี้ก็เป็นสัญลักษณ์ของตระกูลเฉิน

เหมยลี่รู้สึกโล่งใจและมีความหวัง นางรู้ดีว่าการตัดสินใจครั้งนี้เป็นการเสี่ยงครั้งใหญ่ แต่นางก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว นางจะต้องไปที่หอคัมภีร์เก่าแก่ในคืนเพ็ญ และจะต้องค้นหาความจริงให้ได้

นางรู้ดีว่าคืนนี้จะเป็นคืนที่อันตรายและสำคัญที่สุดในชีวิตของนาง นางจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม

เหมยลี่เก็บปิ่นปักผมหยกรูปมังกรและกระดาษแผ่นเล็กๆ ไว้ในที่ซ่อนอย่างมิดชิด ก่อนจะมองออกไปยังท้องฟ้าที่กำลังจะสว่างขึ้น นางรู้สึกถึงความมุ่งมั่นที่เพิ่มขึ้นในใจ นางจะต้องหาความจริงให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยสิ่งใดก็ตาม

หน้านิยาย
หน้านิยาย
สนมแค้นวังหลวง

สนมแค้นวังหลวง

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!