สนมแค้นวังหลวง

ตอนที่ 31 — คืนเพ็ญ ณ บึงบัวและเงาของความลับ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

40 ตอน · 1,034 คำ

คืนเพ็ญมาถึงเร็วกว่าที่เหมยลี่คาดไว้ แสงจันทร์สาดส่องลงมาอาบไล้ทั่ววังหลวง ทำให้ทุกสิ่งดูเร้นลับและงดงามราวกับภาพวาด ทว่าในความงดงามนั้นกลับแฝงไว้ด้วยความหนาวเหน็บและความหวาดหวั่นที่เกาะกุมจิตใจของเหมยลี่

นางแต่งกายด้วยชุดที่เรียบง่ายที่สุด สีดำสนิท กลมกลืนไปกับเงามืดของราตรี นางซ่อนปิ่นดอกบัวแห่งแสงจันทร์ไว้ในแขนเสื้อ และพกปิ่นปักผมหยกรูปมังกรที่เฉินอี้หลงส่งมาให้ไว้ในกระเป๋าเสื้อ ‌เพื่อเป็นเครื่องยืนยันตัวตน

ก่อนออกจากตำหนัก เหมยลี่สั่งให้นางกำนัลคนสนิทของนางเตรียมน้ำชาไว้ให้พร้อมและให้ตอบว่านางกำลังพักผ่อนอยู่ หากมีใครมาสอบถาม นางกำนัลมองเหมยลี่ด้วยความเป็นห่วง แต่ก็มิได้ซักถามอันใด เพราะรู้ดีว่าสนมเหมยเฟยผู้นี้มักจะมีเรื่องราวลึกลับอยู่เสมอ

เหมยลี่เดินออกจากตำหนักเหมันต์ไปอย่างเงียบเชียบ หลีกเลี่ยงเส้นทางหลักที่มีทหารยามเดินตรวจตรา นางใช้ความชำนาญในการสังเกตเส้นทางและเงามืดที่เคยเรียนรู้มาจากในโลกปัจจุบัน ​ช่วยให้นางสามารถหลบเลี่ยงสายตาของทหารยามและนางกำนัลคนอื่นๆ ได้อย่างแนบเนียน

เส้นทางไปยังหอคัมภีร์เก่าแก่ค่อนข้างไกลและเปลี่ยวเปล่า เหมยลี่ต้องเดินผ่านสวนหย่อมที่มืดมิดและทางเดินที่คดเคี้ยว หัวใจของนางเต้นระรัวด้วยความกังวล แต่ก็มีความมุ่งมั่นอันแรงกล้าที่จะค้นหาความจริง

เมื่อมาถึงบริเวณหอคัมภีร์เก่าแก่ เหมยลี่ก็พบว่าที่นี่เงียบสงบอย่างน่าประหลาด ไม่มีแม้แต่เสียงลมพัดผ่าน หอคัมภีร์สูงใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ภายใต้แสงจันทร์ ‍ดูลึกลับและขลังยิ่งนัก

ด้านหน้าของหอคัมภีร์มีบึงบัวขนาดใหญ่ บัดนี้ดอกบัวหลายดอกกำลังเบ่งบานรับแสงจันทร์ ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ โชยมาตามลม เหมยลี่เดินเข้าไปใกล้บึงบัวอย่างช้าๆ สายตากวาดมองไปรอบๆ พยายามค้นหาเฉินอี้หลง

พลันนั้น ก็มีเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นจากด้านหลังของต้นหลิวที่อยู่ริมบึงบัว ‌เหมยลี่สะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะตั้งสติ เมื่อเงาร่างนั้นก้าวออกมาจากเงามืด เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาของเฉินอี้หลง

เฉินอี้หลงแต่งกายด้วยชุดสีเข้ม กลมกลืนไปกับเงามืดของราตรี ดวงตาคมกริบของเขามองมาที่เหมยลี่ด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา

"สนมเหมยเฟย ท่านมาได้ตามนัดจริงๆ" เฉินอี้หลงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ ‍หากแต่แฝงไว้ด้วยความรู้สึกบางอย่าง

เหมยลี่ถอนหายใจอย่างโล่งอกที่เขามาตามนัด "แม่ทัพเฉิน ข้าขอบพระทัยท่านเป็นอย่างยิ่งที่ให้เกียรติมาพบข้าในยามวิกาลเช่นนี้"

"ข้าเองก็มีเรื่องบางอย่างที่อยากจะหารือกับท่านเช่นกัน" เฉินอี้หลงกล่าวพลางเดินเข้ามาใกล้ "ท่านคงจะทราบเรื่องราวของอาณาจักรเหมยมาบ้างแล้วกระมัง"

เหมยลี่พยักหน้า "ข้าได้อ่านจากตำราโบราณที่ค้นพบ และจากตำราที่ฮองเฮาประทานให้ ข้าทราบว่าอาณาจักรเหมยถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของตระกูลหลิวและตระกูลเฉิน"

เฉินอี้หลงพยักหน้าเล็กน้อย ​"ถูกต้อง แต่ท่านทราบหรือไม่ว่าตระกูลเฉินมีหลายสาขา และบางสาขาก็ยังคงภักดีต่อราชวงศ์เหมยมาโดยตลอด"

เหมยลี่มองเฉินอี้หลงด้วยความสงสัย "แล้วท่านเล่าเพคะ ท่านอยู่สาขาใด"

"ข้าเป็นทายาทของสาขาที่ภักดีต่อราชวงศ์เหมยเพคะ" เฉินอี้หลงตอบด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น "บรรพบุรุษของข้าเคยเป็นองครักษ์ส่วนพระองค์ของราชินีดอกบัว และพวกเขาก็ได้สาบานว่าจะปกป้องทายาทของราชวงศ์เหมยไปชั่วลูกชั่วหลาน"

เหมยลี่รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก ​"แล้วท่านทราบเรื่องสนมเหมยเฟยหรือไม่เพคะ"

เฉินอี้หลงพยักหน้า "ข้าทราบดีเพคะ สนมเหมยเฟยคือทายาทคนสุดท้ายของราชวงศ์เหมย นางเข้ามาในวังหลวงแห่งนี้เพื่อค้นหาความจริงและเพื่อฟื้นฟูอาณาจักรเหมย แต่แล้วนางก็ถูกสังหารเสียก่อนที่จะทำภารกิจสำเร็จ"

"ใครกันเพคะที่สังหารนาง" เหมยลี่ถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น

เฉินอี้หลงมองไปที่หอคัมภีร์เก่าแก่ "ฮองเฮาหลิวเพคะ ทรงเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังการตายของสนมเหมยเฟย ​ทรงกลัวว่าความจริงเรื่องอาณาจักรเหมยจะถูกเปิดเผย และจะสั่นคลอนอำนาจของตระกูลหลิว"

เหมยลี่รู้สึกหนาวสะท้านถึงขั้วหัวใจ ข้อมูลที่ได้รับจากขันทีหลี่และเฉินอี้หลงสอดคล้องกันอย่างสมบูรณ์ ฮองเฮาหลิวคือผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังความลับอันดำมืดนี้

"แล้วฮ่องเต้จ้าวเหรินเล่าเพคะ พระองค์ทรงทราบเรื่องนี้หรือไม่" เหมยลี่ถาม

เฉินอี้หลงถอนหายใจ "ฮ่องเต้ทรงทราบเพียงบางส่วนเพคะ พระองค์ทรงไม่ต้องการให้ความจริงถูกเปิดเผย เพราะมันอาจจะนำมาซึ่งความวุ่นวายครั้งใหญ่ในแคว้น แต่พระองค์ก็ทรงไม่ต้องการให้ฮองเฮาทรงได้ครอบครองพลังแห่งธรรมชาติที่ซ่อนอยู่ในตำราโบราณ"

"แล้วท่านต้องการให้ข้าทำอะไรเพคะ" เหมยลี่ถามอย่างตรงไปตรงมา

เฉินอี้หลงมองเหมยลี่ด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง "ข้าต้องการให้ท่านช่วยข้าค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่ในหอคัมภีร์แห่งนี้เพคะ บรรพบุรุษของข้าได้ทิ้งคำใบ้ไว้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้บึงบัวแห่งนี้ และมันคือสิ่งสำคัญที่จะช่วยฟื้นฟูอาณาจักรเหมยได้"

เหมยลี่นึกถึงข้อความลับที่ซ่อนอยู่ในปิ่นดอกบัวแห่งแสงจันทร์ "ใต้บัวโลหิต แสงจันทร์นำทาง" และ "ณ จุดที่ดอกบัวบานสะพรั่งภายใต้เงาแห่งหอคัมภีร์เก่าแก่ แสงจันทร์จะชี้ทางให้เจ้าค้นพบความจริง"

"ข้าก็ได้รับคำใบ้เช่นกันเพคะ" เหมยลี่กล่าวพลางหยิบปิ่นดอกบัวแห่งแสงจันทร์ออกมาจากแขนเสื้อ "ปิ่นนี้คือสิ่งเดียวกับที่สนมเหมยเฟยเคยสวม และมันก็มีข้อความลับซ่อนอยู่"

เฉินอี้หลงมองปิ่นนั้นด้วยความตกใจ "ปิ่นดอกบัวแห่งแสงจันทร์! นี่คือสมบัติล้ำค่าของราชวงศ์เหมย! ท่านนำมันมาได้อย่างไร?"

เหมยลี่เล่าเรื่องราวการค้นพบผอบในสวนตำหนักเหมันต์ และการค้นพบข้อความลับในปิ่นดอกบัวแห่งแสงจันทร์ให้เฉินอี้หลงฟัง

เฉินอี้หลงพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ "เป็นไปตามที่บรรพบุรุษของข้าเคยกล่าวไว้ ราชินีดอกบัวได้ซ่อนปิ่นนี้ไว้เพื่อรอคอยทายาทผู้คู่ควร"

ทั้งสองเดินเข้าไปใกล้บึงบัว เหมยลี่ชี้ไปที่ดอกบัวสีแดงเลือดนกที่กำลังเบ่งบานอยู่ใต้แสงจันทร์ "ใต้บัวโลหิต แสงจันทร์นำทาง"

เฉินอี้หลงมองไปที่ดอกบัวสีแดงเลือดนกนั้นอย่างตั้งใจ เขาสังเกตเห็นว่าดอกบัวดอกนั้นดูเหมือนจะใหญ่กว่าดอกอื่นๆ เล็กน้อย และมีกลีบดอกที่ดูแปลกตา

"ข้าคิดว่าเบาะแสอยู่ที่นี่เพคะ" เหมยลี่กล่าว

เฉินอี้หลงพยักหน้า ก่อนจะค่อยๆ ก้าวลงไปในบึงบัวอย่างระมัดระวัง น้ำในบึงบัวเย็นยะเยือก แต่เขาก็ไม่ย่อท้อ เขาแหวกกอใบบัวออก พยายามค้นหาสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้ดอกบัวสีแดงเลือดนกนั้น

เหมยลี่ยืนมองอยู่บนฝั่งด้วยความตื่นเต้นและกังวล นางรู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ออกมาจากบึงบัวแห่งนี้ ราวกับกำลังมีสิ่งมีชีวิตบางอย่างซ่อนอยู่เบื้องล่าง

ในที่สุด เฉินอี้หลงก็ร้องอุทานออกมา "เจอแล้ว!"

เขายื่นมือลงไปในน้ำ และดึงบางสิ่งบางอย่างขึ้นมา มันคือหินแกะสลักรูปดอกบัวขนาดเล็ก สีดำสนิท แต่มีรอยสลักเป็นรูปสัญลักษณ์โบราณที่เหมยลี่เคยเห็นในตำรา

"นี่คือศิลาจารึกแห่งราชินีดอกบัวเพคะ" เฉินอี้หลงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น "มันคือสิ่งสำคัญที่จะช่วยเปิดเผยความลับทั้งหมดของอาณาจักรเหมย"

เขาเดินขึ้นมาจากบึงบัว พลางยื่นศิลาจารึกนั้นให้เหมยลี่ดู เหมยลี่รับศิลาจารึกมาถือไว้ในมือ มันดูเย็นยะเยือกและหนักอึ้ง แต่ก็เต็มไปด้วยพลังงานบางอย่างที่ยากจะอธิบาย

"เราจะต้องนำศิลาจารึกนี้ไปถอดรหัสเพคะ" เฉินอี้หลงกล่าว "และมันจะนำเราไปสู่ความจริงทั้งหมด"

เหมยลี่พยักหน้า "ข้าคิดว่าเราควรจะนำมันไปที่ตำหนักของท่านก่อนเพคะ ที่นั่นน่าจะปลอดภัยกว่า"

เฉินอี้หลงเห็นด้วย ทั้งสองเดินออกจากบริเวณหอคัมภีร์ไปอย่างเงียบเชียบ หลีกเลี่ยงเส้นทางหลักอีกครั้ง

ในขณะที่ทั้งสองกำลังเดินผ่านสวนหย่อมที่มืดมิด พลันนั้น ก็มีเสียงฝีเท้าเบาๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง เหมยลี่และเฉินอี้หลงหันกลับไปมองอย่างรวดเร็ว

เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นจากด้านหลังของต้นไม้ใหญ่ มันคือขันทีหลี่

ขันทีหลี่มองมาที่ทั้งสองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวล "กระหม่อมทราบว่าท่านทั้งสองจะมาที่นี่เพคะ"

เหมยลี่รู้สึกประหลาดใจ "ท่านมาทำอะไรที่นี่เพคะขันทีหลี่"

"กระหม่อมมาเตือนท่านทั้งสองเพคะ" ขันทีหลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิว "ฮองเฮาหลิวทรงทราบเรื่องที่ท่านทั้งสองกำลังสืบหาความจริง และทรงกำลังส่งคนมาจับตาดูท่านทั้งสองอยู่เพคะ"

เหมยลี่และเฉินอี้หลงมองหน้ากันด้วยความตกใจ ขันทีหลี่กำลังยืนยันว่าฮองเฮาทรงทราบทุกอย่าง และทรงกำลังเคลื่อนไหวแล้ว

"เราจะต้องรีบไปจากที่นี่เพคะ" เฉินอี้หลงกล่าว "ก่อนที่จะมีใครมาพบเรา"

ทั้งสามรีบเดินออกจากสวนหย่อมไปอย่างรวดเร็ว หลีกเลี่ยงเส้นทางหลักอีกครั้ง เหมยลี่รู้สึกได้ถึงความอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ นางรู้ดีว่าเวลานางเหลือน้อยลงทุกที และจะต้องเร่งมือค้นหาความจริงให้ได้ ก่อนที่จะถูกฮองเฮาหลิวจับได้

ศิลาจารึกแห่งราชินีดอกบัวในมือของเหมยลี่ดูเหมือนจะส่องประกายเรืองรองอยู่ภายใต้แสงจันทร์ ราวกับกำลังนำทางนางไปสู่ความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังเงามืดของวังหลวงแห่งนี้

หน้านิยาย
หน้านิยาย
สนมแค้นวังหลวง

สนมแค้นวังหลวง

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!