สนมแค้นวังหลวง

ตอนที่ 33 — การถอดรหัสและแผนการที่ถูกเปิดเผย

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

40 ตอน · 775 คำ

เหมยลี่และเฉินอี้หลงมาถึงตำหนักของเฉินอี้หลงอย่างปลอดภัย โดยมีขันทีหลี่นำทางให้ตลอดเส้นทาง ตำหนักของเฉินอี้หลงตั้งอยู่ค่อนข้างห่างไกลจากตำหนักหลักของวังหลวง ทำให้มีความเป็นส่วนตัวและปลอดภัยมากกว่า

เมื่อเข้ามาในห้องส่วนตัวของเฉินอี้หลง เหมยลี่ก็วางศิลาจารึกแห่งราชินีดอกบัวลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง ศิลาจารึกนั้นดูเก่าแก่และเต็มไปด้วยรอยจารึกที่ยากจะเข้าใจ

"เราจะต้องถอดรหัสศิลาจารึกนี้ให้ได้เพคะ" เหมยลี่กล่าว "มันคือสิ่งสำคัญที่จะช่วยเปิดเผยความลับทั้งหมดของอาณาจักรเหมย"

เฉินอี้หลงพยักหน้า ‌"ข้าจะช่วยท่านอย่างเต็มที่เพคะ"

ขันทีหลี่มองไปที่ศิลาจารึกนั้นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวล "กระหม่อมจะคอยเฝ้าระวังอยู่ด้านนอกเพคะ หากมีสิ่งผิดปกติใดๆ กระหม่อมจะรีบแจ้งให้ท่านทั้งสองทราบทันที"

เหมยลี่และเฉินอี้หลงขอบพระทัยขันทีหลี่ ก่อนที่เขาจะเดินออกไปเฝ้าระวังอยู่ด้านนอกห้อง

เหมยลี่และเฉินอี้หลงเริ่มถอดรหัสศิลาจารึกนั้นอย่างตั้งใจ พวกเขานำตำราโบราณที่เหมยลี่ค้นพบในห้องสมุดหลวงมาประกอบการถอดรหัส เพราะตำราเหล่านั้นมีข้อมูลเกี่ยวกับภาษาและสัญลักษณ์โบราณของอาณาจักรเหมย

มันเป็นงานที่ต้องใช้ความอดทนและความละเอียดอ่อนอย่างมาก เพราะรอยจารึกบนศิลาจารึกนั้นเก่าแก่และเลือนราง ​บางส่วนก็ถูกทำลายไปตามกาลเวลา

เวลาผ่านไปเนิ่นนาน แสงจันทร์เริ่มอ่อนแรงลง และแสงอรุณเริ่มสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง เหมยลี่และเฉินอี้หลงยังคงจดจ่ออยู่กับการถอดรหัส พวกเขาผลัดกันอ่านและวิเคราะห์รอยจารึกทีละตัวอักษร

ในที่สุด หลังจากที่ใช้เวลาถอดรหัสมาทั้งคืน เหมยลี่ก็ร้องอุทานออกมา "ข้าเข้าใจแล้ว!"

เฉินอี้หลงรีบหันมามอง ‍"ท่านว่าอย่างไรนะเพคะ"

"ศิลาจารึกนี้กล่าวถึงแหล่งพลังงานที่แท้จริงของอาณาจักรเหมยเพคะ" เหมยลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น "มันคือ 'แก่นพลังแห่งธรรมชาติ' ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานที่สามารถนำมาใช้ได้ทั้งในทางสร้างสรรค์และทำลายล้าง และมันก็ถูกซ่อนไว้ในสถานที่ลับแห่งหนึ่ง"

เฉินอี้หลงมองเหมยลี่ด้วยความตกใจ "แก่นพลังแห่งธรรมชาติ! นั่นคือสิ่งที่ฮองเฮาหลิวทรงต้องการ!"

เหมยลี่พยักหน้า ‌"ถูกต้องเพคะ ศิลาจารึกยังกล่าวอีกว่า แก่นพลังแห่งธรรมชาตินั้นถูกซ่อนไว้ใต้ 'ภูเขาศักดิ์สิทธิ์เหมยหลิง' ซึ่งเป็นภูเขาที่อยู่ทางทิศตะวันออกของแคว้น และมีเพียงผู้ที่มีสายเลือดของราชินีดอกบัวเท่านั้นที่จะสามารถปลดล็อกพลังนั้นได้"

"ภูเขาศักดิ์สิทธิ์เหมยหลิง!" เฉินอี้หลงอุทาน "ข้าเคยได้ยินเรื่องราวของภูเขานั้นมาบ้าง ‍แต่ไม่เคยคิดว่ามันจะมีความสำคัญถึงเพียงนี้"

"และที่สำคัญที่สุดเพคะ" เหมยลี่กล่าวต่อ "ศิลาจารึกยังกล่าวถึง 'คัมภีร์แห่งราชินีดอกบัว' ซึ่งเป็นคัมภีร์ที่จะช่วยควบคุมและใช้พลังแห่งธรรมชาติได้อย่างถูกต้อง หากไม่มีคัมภีร์เล่มนี้ แก่นพลังแห่งธรรมชาติก็อาจจะกลายเป็นพลังที่ทำลายล้างได้"

เฉินอี้หลงมองเหมยลี่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวล "แล้วคัมภีร์เล่มนั้นถูกเก็บไว้ที่ใดเพคะ"

เหมยลี่ส่ายหน้า ​"ศิลาจารึกไม่ได้บอกไว้เพคะ แต่มันกล่าวถึงคำใบ้บางอย่างเกี่ยวกับ 'ผู้พิทักษ์แห่งราชินีดอกบัว' ซึ่งเป็นคนที่จะช่วยปกป้องคัมภีร์เล่มนั้น"

ทั้งสองเงียบไปครู่หนึ่ง พวกเขารู้ดีว่าความลับที่ค้นพบนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง มันไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับการตายของสนมเหมยเฟย แต่ยังเกี่ยวข้องกับอนาคตของแคว้นทั้งหมด

"เราจะต้องรีบแจ้งเรื่องนี้ให้ฮ่องเต้จ้าวเหรินทรงทราบเพคะ" เหมยลี่กล่าว ​"พระองค์จะต้องทราบเรื่องแก่นพลังแห่งธรรมชาติ และคัมภีร์แห่งราชินีดอกบัว ก่อนที่ฮองเฮาจะทรงค้นพบมัน"

เฉินอี้หลงพยักหน้า "ถูกต้องเพคะ แต่เราจะทำอย่างไรให้ฮ่องเต้ทรงเชื่อเรา? และเราจะทำอย่างไรให้ฮองเฮาไม่ทรงทราบเรื่องที่เราค้นพบ?"

พลันนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ขันทีหลี่เปิดประตูเข้ามาด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด

"แย่แล้วเพคะ! ​ฮองเฮาหลิวทรงทราบเรื่องที่ท่านทั้งสองกำลังถอดรหัสศิลาจารึกเพคะ! ทรงกำลังส่งคนมาตามหาท่านทั้งสองแล้ว!"

เหมยลี่และเฉินอี้หลงมองหน้ากันด้วยความตกใจ พวกเขาไม่คิดว่าฮองเฮาจะทรงทราบเรื่องนี้เร็วถึงเพียงนี้

"เราจะต้องรีบหนีออกจากที่นี่เพคะ" เฉินอี้หลงกล่าว "ก่อนที่จะถูกจับได้"

เหมยลี่พยักหน้า นางรีบเก็บศิลาจารึกและตำราโบราณทั้งหมดไว้ในถุงผ้าอย่างรวดเร็ว

"กระหม่อมจะนำทางท่านทั้งสองหนีออกจากวังหลวงเพคะ" ขันทีหลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น "กระหม่อมมีเส้นทางลับที่สามารถนำท่านทั้งสองออกจากวังหลวงได้อย่างปลอดภัย"

ทั้งสามรีบเดินตามขันทีหลี่ไปอย่างรวดเร็ว พวกเขาเดินผ่านทางเดินลับที่มืดมิดและคดเคี้ยว หัวใจของเหมยลี่เต้นระรัวด้วยความกังวล นางไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แต่นางก็รู้ดีว่านางจะต้องเอาชีวิตรอดและเปิดเผยความจริงนี้ให้ได้

ในขณะที่พวกเขากำลังเดินผ่านทางเดินลับนั้น ก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านหลัง เหมยลี่และเฉินอี้หลงหันกลับไปมอง พบว่าเป็นกลุ่มทหารยามที่กำลังวิ่งตามมา

"แย่แล้วเพคะ! พวกเขาตามมาแล้ว!" ขันทีหลี่อุทาน

เฉินอี้หลงดึงดาบออกจากฝัก "ท่านทั้งสองไปก่อนเพคะ ข้าจะถ่วงเวลาให้เอง"

เหมยลี่มองเฉินอี้หลงด้วยความเป็นห่วง "ท่านจะทำเช่นนั้นได้อย่างไรเพคะ มันอันตรายเกินไป"

"ไม่มีเวลาแล้วเพคะ!" เฉินอี้หลงกล่าว "ท่านจะต้องรีบนำศิลาจารึกนี้ไปให้ฮ่องเต้ทรงทราบให้ได้"

เหมยลี่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจพยักหน้า "ระวังตัวด้วยนะเพคะแม่ทัพเฉิน"

เหมยลี่และขันทีหลี่รีบวิ่งหนีต่อไปตามทางเดินลับ โดยมีเสียงการต่อสู้ดังขึ้นจากด้านหลัง พวกเขาไม่รู้ว่าเฉินอี้หลงจะเอาชีวิตรอดได้หรือไม่ แต่พวกเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว

ในที่สุด เหมยลี่และขันทีหลี่ก็มาถึงประตูวังลับที่เชื่อมต่อกับด้านนอก ขันทีหลี่รีบเปิดประตูออก ก่อนจะผลักเหมยลี่ออกไปด้านนอก

"ท่านจะต้องรีบไปจากที่นี่เพคะสนมเหมยเฟย" ขันทีหลี่กล่าว "กระหม่อมจะพยายามถ่วงเวลาให้ท่านเอง"

เหมยลี่มองขันทีหลี่ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย นางไม่คิดว่าขันทีผู้นี้จะภักดีต่อนางถึงเพียงนี้

"ท่านก็ระวังตัวด้วยนะเพคะขันทีหลี่" เหมยลี่กล่าว ก่อนจะรีบวิ่งออกจากวังหลวงไป

เหมยลี่วิ่งไปในความมืดมิดของยามเช้าตรู่ หัวใจของนางเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นและกังวล นางไม่รู้ว่าตัวเองจะไปที่ไหน หรือจะทำอย่างไรต่อไป แต่ในมือของนางมีศิลาจารึกแห่งราชินีดอกบัว ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่จะเปิดเผยความจริงทั้งหมด

นางรู้ดีว่าการผจญภัยของนางเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และเส้นทางข้างหน้าเต็มไปด้วยอันตรายที่ยากจะคาดเดา แต่นางก็จะไม่ยอมแพ้ นางจะต้องหาทางเปิดเผยความจริงนี้ให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยสิ่งใดก็ตาม

หน้านิยาย
หน้านิยาย
สนมแค้นวังหลวง

สนมแค้นวังหลวง

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!