สนมแค้นวังหลวง

ตอนที่ 35 — การหลบหนีและพันธมิตรที่ไม่คาดฝัน

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

40 ตอน · 1,066 คำ

เหมยลี่วิ่งไปในความมืดมิดของยามเช้าตรู่ ร่างกายของนางเหนื่อยล้า แต่จิตใจกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะเอาชีวิตรอดและเปิดเผยความจริง เสียงฝีเท้าที่วิ่งไล่ตามมาเริ่มห่างออกไปเรื่อยๆ บ่งบอกว่านางได้ทิ้งเหล่าทหารยามของฮองเฮาไว้เบื้องหลังแล้ว

เมื่อออกมาจากวังหลวง เหมยลี่ก็พบว่าตัวเองอยู่ในป่าทึบที่อยู่ด้านหลังของกำแพงวัง นางไม่รู้ทิศทาง ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน ‌แต่สัญชาตญาณบอกให้นางวิ่งต่อไปเรื่อยๆ เพื่อให้แน่ใจว่าปลอดภัยที่สุด

แสงอรุณเริ่มสาดส่องเข้ามาในป่า เผยให้เห็นต้นไม้สูงใหญ่และเถาวัลย์ที่เลื้อยพันกันเป็นปม เหมยลี่รู้สึกถึงความเหนื่อยล้าที่ถาโถมเข้ามา นางทรุดตัวลงนั่งพักใต้ต้นไม้ใหญ่ หอบหายใจอย่างหนักหน่วง

ศิลาจารึกแห่งราชินีดอกบัวยังคงอยู่ในถุงผ้าที่นางกอดไว้แน่น นี่คือความหวังเดียวของนาง นี่คือสิ่งที่สนมเหมยเฟยได้ทิ้งไว้ ​และนางจะต้องรักษามันไว้ให้ได้

ในขณะที่เหมยลี่กำลังพักอยู่นั้น ก็มีเสียงฝีเท้าเบาๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง เหมยลี่สะดุ้งเล็กน้อย นางรีบลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว พร้อมที่จะป้องกันตัวเอง

เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นจากด้านหลังของต้นไม้ใหญ่ มันคือชายหนุ่มรูปงามในชุดสีขาวสะอาดตา ใบหน้าของเขาดูคุ้นตาอย่างประหลาด ‍ราวกับเคยเห็นที่ใดมาก่อน

เหมยลี่จ้องมองชายหนุ่มผู้นั้นด้วยความสงสัยและความระแวง "ท่านเป็นใคร? และมาทำอะไรที่นี่?"

ชายหนุ่มยิ้มอย่างอ่อนโยน "ไม่ต้องกังวลไปหรอกแม่นาง ข้ามิได้เป็นศัตรูของท่าน" เขากล่าวพลางเดินเข้ามาใกล้ "ข้าชื่อไป๋หลง และข้ามาที่นี่เพื่อช่วยท่าน"

เหมยลี่มองไป๋หลงด้วยความสงสัย ‌"ช่วยข้าอย่างนั้นหรือ? ท่านทราบได้อย่างไรว่าข้ากำลังต้องการความช่วยเหลือ?"

ไป๋หลงยิ้มเล็กน้อย "ข้าได้รับคำสั่งจากผู้ที่ท่านเรียกว่า 'ผู้พิทักษ์แห่งราชินีดอกบัว' ให้มาช่วยท่าน"

คำพูดของไป๋หลงทำให้เหมยลี่ต้องตกใจ "ผู้พิทักษ์แห่งราชินีดอกบัวอย่างนั้นหรือ? ท่านทราบได้อย่างไรว่าข้ากำลังค้นหาผู้พิทักษ์ผู้นั้น?"

ไป๋หลงพยักหน้า "ข้าทราบเรื่องราวทั้งหมดเพคะ ‍และข้าก็ทราบว่าท่านคือทายาทของราชินีดอกบัว"

เหมยลี่รู้สึกสับสนไปหมด นางไม่เข้าใจว่าชายหนุ่มผู้นี้รู้เรื่องราวทั้งหมดได้อย่างไร และใครคือผู้พิทักษ์แห่งราชินีดอกบัวที่เขากล่าวถึง

"ท่านหมายความว่าอย่างไรเพคะ" เหมยลี่ถาม

ไป๋หลงเดินเข้ามาใกล้เหมยลี่ พลางยื่นมือออกไปสัมผัสที่กำไลหยกสีเขียวมรกตที่เหมยลี่สวมอยู่ กำไลเส้นนั้นเริ่มเปล่งประกายเรืองรองออกมาอย่างอ่อนโยน

"กำไลเส้นนี้คือสัญลักษณ์แห่งสายเลือดของราชินีดอกบัวเพคะ" ไป๋หลงกล่าว "และมันก็เชื่อมโยงท่านเข้ากับผู้พิทักษ์แห่งราชินีดอกบัว"

เหมยลี่มองกำไลหยกของนางด้วยความตกใจ ​นางไม่เคยคิดว่ากำไลเส้นนี้จะมีความหมายถึงเพียงนี้

"ข้ายังไม่เข้าใจเพคะ" เหมยลี่กล่าว

ไป๋หลงถอนหายใจ "เอาเป็นว่าตอนนี้ท่านจะต้องไปกับข้าเพคะ ที่นี่ไม่ปลอดภัยแล้ว"

เหมยลี่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง นางไม่รู้ว่าจะเชื่อใจชายหนุ่มผู้นี้ได้หรือไม่ แต่ในยามนี้นางก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว นางพยักหน้าให้ไป๋หลง

ไป๋หลงยิ้มอย่างอ่อนโยน ก่อนจะนำทางเหมยลี่เดินลึกเข้าไปในป่า ​พวกเขาเดินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงกระท่อมเล็กๆ หลังหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่กลางป่า กระท่อมหลังนั้นดูเรียบง่าย แต่ก็ให้ความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย

เมื่อเข้าไปในกระท่อม เหมยลี่ก็พบว่ามีชายชราคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่หน้าเตาผิง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น แต่ดวงตาของเขากลับฉายแววเฉลียวฉลาดและเมตตา

"ยินดีต้อนรับสู่บ้านของข้า ​แม่นาง" ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน "ข้าคือหลินเฟิง ผู้พิทักษ์แห่งราชินีดอกบัว"

เหมยลี่มองชายชราด้วยความตกใจ ชายชราผู้นี้คือผู้พิทักษ์แห่งราชินีดอกบัวที่ไป๋หลงกล่าวถึง!

"ท่านคือผู้พิทักษ์แห่งราชินีดอกบัวอย่างนั้นหรือเพคะ" เหมยลี่ถาม

หลินเฟิงพยักหน้า "ถูกต้องเพคะ ข้าได้รับมอบหมายให้ปกป้องคัมภีร์แห่งราชินีดอกบัว และรอคอยการกลับมาของทายาทผู้คู่ควร"

เหมยลี่รู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก นางรู้สึกราวกับว่าได้พบกับแสงสว่างในอุโมงค์ที่มืดมิด นางรีบหยิบศิลาจารึกแห่งราชินีดอกบัวออกมาจากถุงผ้า และยื่นให้หลินเฟิงดู

"ข้าได้ค้นพบศิลาจารึกนี้เพคะ" เหมยลี่กล่าว "มันกล่าวถึงแก่นพลังแห่งธรรมชาติ และคัมภีร์แห่งราชินีดอกบัว"

หลินเฟิงมองไปที่ศิลาจารึกนั้นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตกใจ "นี่คือศิลาจารึกที่หายสาบสูญไปนานนับร้อยปี! ท่านนำมันมาได้อย่างไร?"

เหมยลี่เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้หลินเฟิงฟัง ตั้งแต่การที่นางตื่นขึ้นมาในร่างของสนมเหมยเฟย การค้นพบผอบและปิ่นดอกบัวแห่งแสงจันทร์ การถอดรหัสตำราโบราณ และการหลบหนีออกจากวังหลวง

หลินเฟิงฟังเรื่องราวของเหมยลี่อย่างตั้งใจ เมื่อเหมยลี่เล่าจบ เขาก็ถอนหายใจเบาๆ "เป็นไปตามที่ข้าคาดการณ์ไว้ ฮองเฮาหลิวทรงกำลังพยายามค้นหาแก่นพลังแห่งธรรมชาติ เพื่อใช้ในการเสริมสร้างอำนาจของตระกูลหลิว"

"แล้วคัมภีร์แห่งราชินีดอกบัวเล่าเพคะ ท่านทราบหรือไม่ว่ามันถูกเก็บไว้ที่ใด" เหมยลี่ถาม

หลินเฟิงพยักหน้า "คัมภีร์เล่มนั้นถูกเก็บไว้ที่นี่เพคะ" เขากล่าวพลางเดินไปยังหีบไม้เก่าคร่ำคร่าที่ซ่อนอยู่ใต้เตาผิง หลินเฟิงเปิดหีบออก เผยให้เห็นคัมภีร์เล่มหนึ่งที่ทำจากผ้าไหมสีทองอร่าม มันดูเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่ง

"นี่คือคัมภีร์แห่งราชินีดอกบัวเพคะ" หลินเฟิงกล่าว "มันคือคัมภีร์ที่จะช่วยควบคุมและใช้พลังแห่งธรรมชาติได้อย่างถูกต้อง"

เหมยลี่มองไปที่คัมภีร์เล่มนั้นด้วยความตกใจ นางไม่คิดว่าจะได้พบคัมภีร์เล่มนี้เร็วถึงเพียงนี้

"แต่มีเพียงผู้ที่มีสายเลือดของราชินีดอกบัวเท่านั้นที่จะสามารถอ่านและใช้พลังจากคัมภีร์เล่มนี้ได้เพคะ" หลินเฟิงกล่าว "และท่านคือผู้เดียวที่มีสายเลือดนั้น"

เหมยลี่รู้สึกสับสนไปหมด "ข้า? แต่ข้ามิใช่ทายาทของราชินีดอกบัวเพคะ ข้าเป็นเพียงสตรีจากโลกอื่นที่ตื่นขึ้นมาในร่างของสนมเหมยเฟย"

หลินเฟิงยิ้มอย่างอ่อนโยน "ไม่ว่าท่านจะมาจากที่ใด แต่บัดนี้ท่านก็คือสนมเหมยเฟย และสายเลือดของราชินีดอกบัวก็ไหลเวียนอยู่ในกายของท่านแล้ว" เขากล่าวพลางชี้ไปที่กำไลหยกสีเขียวมรกตที่เหมยลี่สวมอยู่ "กำไลเส้นนี้คือสัญลักษณ์แห่งสายเลือดของราชินีดอกบัว และมันก็เลือกท่านแล้ว"

เหมยลี่มองกำไลหยกของนางด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย นางไม่คิดว่าชะตาชีวิตของนางจะผูกพันกับราชวงศ์โบราณถึงเพียงนี้

"ท่านจะต้องเรียนรู้ที่จะใช้พลังจากคัมภีร์เล่มนี้เพคะ" หลินเฟิงกล่าว "และท่านจะต้องใช้มันเพื่อปกป้องแคว้นจากความวุ่นวายที่กำลังจะเกิดขึ้น"

เหมยลี่พยักหน้า "ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่เพคะ"

ในขณะที่ทั้งสามกำลังสนทนากันอยู่นั้น ไป๋หลงก็เดินเข้ามาในกระท่อมด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด

"แย่แล้วขอรับ ท่านอาจารย์! มีกลุ่มคนกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ขอรับ" ไป๋หลงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ตื่นตระหนก

หลินเฟิงมองไปที่ประตู "ฮองเฮาหลิวทรงหาเราเจอแล้วอย่างนั้นหรือ?"

ไป๋หลงพยักหน้า "ขอรับ พวกเขามากันเป็นจำนวนมากขอรับ"

เหมยลี่รู้สึกหนาวสะท้านถึงขั้วหัวใจ นางไม่คิดว่าฮองเฮาจะทรงตามมาหานางได้เร็วถึงเพียงนี้

"เราจะต้องรีบไปจากที่นี่เพคะ" หลินเฟิงกล่าว "ไป๋หลง เจ้าจงนำทางเหมยลี่หนีไปก่อน ข้าจะถ่วงเวลาให้เอง"

ไป๋หลงมองหลินเฟิงด้วยความเป็นห่วง "ท่านอาจารย์จะทำเช่นนั้นได้อย่างไรขอรับ มันอันตรายเกินไป"

"ไม่มีเวลาแล้วเพคะ!" หลินเฟิงกล่าว "เจ้าจงเชื่อฟังข้า และพานางไปให้ได้"

ไป๋หลงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจพยักหน้า "ขอรับท่านอาจารย์"

ไป๋หลงรีบดึงมือเหมยลี่ให้วิ่งออกจากกระท่อมไปอย่างรวดเร็ว โดยมีเสียงการต่อสู้ดังขึ้นจากด้านหลัง เหมยลี่มองย้อนกลับไปที่กระท่อมด้วยความเป็นห่วง นางไม่รู้ว่าหลินเฟิงจะเอาชีวิตรอดได้หรือไม่

ไป๋หลงนำทางเหมยลี่วิ่งลึกเข้าไปในป่า พวกเขาพยายามหลบหลีกกลุ่มคนที่กำลังวิ่งไล่ตามมา เหมยลี่รู้สึกถึงความอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ นางรู้ดีว่าเวลานางเหลือน้อยลงทุกที และจะต้องเร่งมือเรียนรู้ที่จะใช้พลังจากคัมภีร์แห่งราชินีดอกบัวให้ได้

ในขณะที่ทั้งสองกำลังวิ่งอยู่นั้น ไป๋หลงก็พลันหยุดวิ่ง และหันไปมองเหมยลี่ด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด

"แย่แล้วขอรับ! พวกเขาตามมาทันแล้ว!" ไป๋หลงกล่าว

เหมยลี่หันกลับไปมอง พบว่าเป็นกลุ่มทหารยามของฮองเฮาที่กำลังวิ่งเข้ามาใกล้ พวกเขามากันเป็นจำนวนมาก และดูเหมือนจะล้อมพวกนางไว้แล้ว

เหมยลี่รู้สึกสิ้นหวัง นางไม่คิดว่าจะต้องมาจบชีวิตลงที่นี่

แต่แล้ว ไป๋หลงก็ยื่นคัมภีร์แห่งราชินีดอกบัวให้เหมยลี่ "ท่านจะต้องหนีไปให้ได้เพคะ! คัมภีร์เล่มนี้คือความหวังเดียวของเรา!"

เหมยลี่มองไป๋หลงด้วยความตกใจ "แล้วท่านเล่าเพคะ"

"ข้าจะถ่วงเวลาให้ท่านเองเพคะ" ไป๋หลงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น ก่อนจะดึงดาบออกจากฝัก และพุ่งเข้าใส่กลุ่มทหารยามอย่างไม่เกรงกลัว

เหมยลี่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจพยักหน้า นางรีบวิ่งหนีต่อไปในป่า โดยมีเสียงการต่อสู้ดังขึ้นจากด้านหลัง นางไม่รู้ว่าไป๋หลงจะเอาชีวิตรอดได้หรือไม่ แต่ในมือของนางมีคัมภีร์แห่งราชินีดอกบัว ซึ่งเป็นความหวังเดียวของนาง

นางจะต้องหาทางเปิดเผยความจริงนี้ให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยสิ่งใดก็ตาม

หน้านิยาย
หน้านิยาย
สนมแค้นวังหลวง

สนมแค้นวังหลวง

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!