เหมยลี่วิ่งไปในความมืดมิดของยามเช้าตรู่ ร่างกายของนางเหนื่อยล้า แต่จิตใจกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะเอาชีวิตรอดและเปิดเผยความจริง เสียงฝีเท้าที่วิ่งไล่ตามมาเริ่มห่างออกไปเรื่อยๆ บ่งบอกว่านางได้ทิ้งเหล่าทหารยามของฮองเฮาไว้เบื้องหลังแล้ว
เมื่อออกมาจากวังหลวง เหมยลี่ก็พบว่าตัวเองอยู่ในป่าทึบที่อยู่ด้านหลังของกำแพงวัง นางไม่รู้ทิศทาง ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน แต่สัญชาตญาณบอกให้นางวิ่งต่อไปเรื่อยๆ เพื่อให้แน่ใจว่าปลอดภัยที่สุด
แสงอรุณเริ่มสาดส่องเข้ามาในป่า เผยให้เห็นต้นไม้สูงใหญ่และเถาวัลย์ที่เลื้อยพันกันเป็นปม เหมยลี่รู้สึกถึงความเหนื่อยล้าที่ถาโถมเข้ามา นางทรุดตัวลงนั่งพักใต้ต้นไม้ใหญ่ หอบหายใจอย่างหนักหน่วง
ศิลาจารึกแห่งราชินีดอกบัวยังคงอยู่ในถุงผ้าที่นางกอดไว้แน่น นี่คือความหวังเดียวของนาง นี่คือสิ่งที่สนมเหมยเฟยได้ทิ้งไว้ และนางจะต้องรักษามันไว้ให้ได้
ในขณะที่เหมยลี่กำลังพักอยู่นั้น ก็มีเสียงฝีเท้าเบาๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง เหมยลี่สะดุ้งเล็กน้อย นางรีบลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว พร้อมที่จะป้องกันตัวเอง
เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นจากด้านหลังของต้นไม้ใหญ่ มันคือชายหนุ่มรูปงามในชุดสีขาวสะอาดตา ใบหน้าของเขาดูคุ้นตาอย่างประหลาด ราวกับเคยเห็นที่ใดมาก่อน
เหมยลี่จ้องมองชายหนุ่มผู้นั้นด้วยความสงสัยและความระแวง "ท่านเป็นใคร? และมาทำอะไรที่นี่?"
ชายหนุ่มยิ้มอย่างอ่อนโยน "ไม่ต้องกังวลไปหรอกแม่นาง ข้ามิได้เป็นศัตรูของท่าน" เขากล่าวพลางเดินเข้ามาใกล้ "ข้าชื่อไป๋หลง และข้ามาที่นี่เพื่อช่วยท่าน"
เหมยลี่มองไป๋หลงด้วยความสงสัย "ช่วยข้าอย่างนั้นหรือ? ท่านทราบได้อย่างไรว่าข้ากำลังต้องการความช่วยเหลือ?"
ไป๋หลงยิ้มเล็กน้อย "ข้าได้รับคำสั่งจากผู้ที่ท่านเรียกว่า 'ผู้พิทักษ์แห่งราชินีดอกบัว' ให้มาช่วยท่าน"
คำพูดของไป๋หลงทำให้เหมยลี่ต้องตกใจ "ผู้พิทักษ์แห่งราชินีดอกบัวอย่างนั้นหรือ? ท่านทราบได้อย่างไรว่าข้ากำลังค้นหาผู้พิทักษ์ผู้นั้น?"
ไป๋หลงพยักหน้า "ข้าทราบเรื่องราวทั้งหมดเพคะ และข้าก็ทราบว่าท่านคือทายาทของราชินีดอกบัว"
เหมยลี่รู้สึกสับสนไปหมด นางไม่เข้าใจว่าชายหนุ่มผู้นี้รู้เรื่องราวทั้งหมดได้อย่างไร และใครคือผู้พิทักษ์แห่งราชินีดอกบัวที่เขากล่าวถึง
"ท่านหมายความว่าอย่างไรเพคะ" เหมยลี่ถาม
ไป๋หลงเดินเข้ามาใกล้เหมยลี่ พลางยื่นมือออกไปสัมผัสที่กำไลหยกสีเขียวมรกตที่เหมยลี่สวมอยู่ กำไลเส้นนั้นเริ่มเปล่งประกายเรืองรองออกมาอย่างอ่อนโยน
"กำไลเส้นนี้คือสัญลักษณ์แห่งสายเลือดของราชินีดอกบัวเพคะ" ไป๋หลงกล่าว "และมันก็เชื่อมโยงท่านเข้ากับผู้พิทักษ์แห่งราชินีดอกบัว"
เหมยลี่มองกำไลหยกของนางด้วยความตกใจ นางไม่เคยคิดว่ากำไลเส้นนี้จะมีความหมายถึงเพียงนี้
"ข้ายังไม่เข้าใจเพคะ" เหมยลี่กล่าว
ไป๋หลงถอนหายใจ "เอาเป็นว่าตอนนี้ท่านจะต้องไปกับข้าเพคะ ที่นี่ไม่ปลอดภัยแล้ว"
เหมยลี่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง นางไม่รู้ว่าจะเชื่อใจชายหนุ่มผู้นี้ได้หรือไม่ แต่ในยามนี้นางก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว นางพยักหน้าให้ไป๋หลง
ไป๋หลงยิ้มอย่างอ่อนโยน ก่อนจะนำทางเหมยลี่เดินลึกเข้าไปในป่า พวกเขาเดินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงกระท่อมเล็กๆ หลังหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่กลางป่า กระท่อมหลังนั้นดูเรียบง่าย แต่ก็ให้ความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย
เมื่อเข้าไปในกระท่อม เหมยลี่ก็พบว่ามีชายชราคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่หน้าเตาผิง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น แต่ดวงตาของเขากลับฉายแววเฉลียวฉลาดและเมตตา
"ยินดีต้อนรับสู่บ้านของข้า แม่นาง" ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน "ข้าคือหลินเฟิง ผู้พิทักษ์แห่งราชินีดอกบัว"
เหมยลี่มองชายชราด้วยความตกใจ ชายชราผู้นี้คือผู้พิทักษ์แห่งราชินีดอกบัวที่ไป๋หลงกล่าวถึง!
"ท่านคือผู้พิทักษ์แห่งราชินีดอกบัวอย่างนั้นหรือเพคะ" เหมยลี่ถาม
หลินเฟิงพยักหน้า "ถูกต้องเพคะ ข้าได้รับมอบหมายให้ปกป้องคัมภีร์แห่งราชินีดอกบัว และรอคอยการกลับมาของทายาทผู้คู่ควร"
เหมยลี่รู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก นางรู้สึกราวกับว่าได้พบกับแสงสว่างในอุโมงค์ที่มืดมิด นางรีบหยิบศิลาจารึกแห่งราชินีดอกบัวออกมาจากถุงผ้า และยื่นให้หลินเฟิงดู
"ข้าได้ค้นพบศิลาจารึกนี้เพคะ" เหมยลี่กล่าว "มันกล่าวถึงแก่นพลังแห่งธรรมชาติ และคัมภีร์แห่งราชินีดอกบัว"
หลินเฟิงมองไปที่ศิลาจารึกนั้นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตกใจ "นี่คือศิลาจารึกที่หายสาบสูญไปนานนับร้อยปี! ท่านนำมันมาได้อย่างไร?"
เหมยลี่เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้หลินเฟิงฟัง ตั้งแต่การที่นางตื่นขึ้นมาในร่างของสนมเหมยเฟย การค้นพบผอบและปิ่นดอกบัวแห่งแสงจันทร์ การถอดรหัสตำราโบราณ และการหลบหนีออกจากวังหลวง
หลินเฟิงฟังเรื่องราวของเหมยลี่อย่างตั้งใจ เมื่อเหมยลี่เล่าจบ เขาก็ถอนหายใจเบาๆ "เป็นไปตามที่ข้าคาดการณ์ไว้ ฮองเฮาหลิวทรงกำลังพยายามค้นหาแก่นพลังแห่งธรรมชาติ เพื่อใช้ในการเสริมสร้างอำนาจของตระกูลหลิว"
"แล้วคัมภีร์แห่งราชินีดอกบัวเล่าเพคะ ท่านทราบหรือไม่ว่ามันถูกเก็บไว้ที่ใด" เหมยลี่ถาม
หลินเฟิงพยักหน้า "คัมภีร์เล่มนั้นถูกเก็บไว้ที่นี่เพคะ" เขากล่าวพลางเดินไปยังหีบไม้เก่าคร่ำคร่าที่ซ่อนอยู่ใต้เตาผิง หลินเฟิงเปิดหีบออก เผยให้เห็นคัมภีร์เล่มหนึ่งที่ทำจากผ้าไหมสีทองอร่าม มันดูเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่ง
"นี่คือคัมภีร์แห่งราชินีดอกบัวเพคะ" หลินเฟิงกล่าว "มันคือคัมภีร์ที่จะช่วยควบคุมและใช้พลังแห่งธรรมชาติได้อย่างถูกต้อง"
เหมยลี่มองไปที่คัมภีร์เล่มนั้นด้วยความตกใจ นางไม่คิดว่าจะได้พบคัมภีร์เล่มนี้เร็วถึงเพียงนี้
"แต่มีเพียงผู้ที่มีสายเลือดของราชินีดอกบัวเท่านั้นที่จะสามารถอ่านและใช้พลังจากคัมภีร์เล่มนี้ได้เพคะ" หลินเฟิงกล่าว "และท่านคือผู้เดียวที่มีสายเลือดนั้น"
เหมยลี่รู้สึกสับสนไปหมด "ข้า? แต่ข้ามิใช่ทายาทของราชินีดอกบัวเพคะ ข้าเป็นเพียงสตรีจากโลกอื่นที่ตื่นขึ้นมาในร่างของสนมเหมยเฟย"
หลินเฟิงยิ้มอย่างอ่อนโยน "ไม่ว่าท่านจะมาจากที่ใด แต่บัดนี้ท่านก็คือสนมเหมยเฟย และสายเลือดของราชินีดอกบัวก็ไหลเวียนอยู่ในกายของท่านแล้ว" เขากล่าวพลางชี้ไปที่กำไลหยกสีเขียวมรกตที่เหมยลี่สวมอยู่ "กำไลเส้นนี้คือสัญลักษณ์แห่งสายเลือดของราชินีดอกบัว และมันก็เลือกท่านแล้ว"
เหมยลี่มองกำไลหยกของนางด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย นางไม่คิดว่าชะตาชีวิตของนางจะผูกพันกับราชวงศ์โบราณถึงเพียงนี้
"ท่านจะต้องเรียนรู้ที่จะใช้พลังจากคัมภีร์เล่มนี้เพคะ" หลินเฟิงกล่าว "และท่านจะต้องใช้มันเพื่อปกป้องแคว้นจากความวุ่นวายที่กำลังจะเกิดขึ้น"
เหมยลี่พยักหน้า "ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่เพคะ"
ในขณะที่ทั้งสามกำลังสนทนากันอยู่นั้น ไป๋หลงก็เดินเข้ามาในกระท่อมด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด
"แย่แล้วขอรับ ท่านอาจารย์! มีกลุ่มคนกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ขอรับ" ไป๋หลงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ตื่นตระหนก
หลินเฟิงมองไปที่ประตู "ฮองเฮาหลิวทรงหาเราเจอแล้วอย่างนั้นหรือ?"
ไป๋หลงพยักหน้า "ขอรับ พวกเขามากันเป็นจำนวนมากขอรับ"
เหมยลี่รู้สึกหนาวสะท้านถึงขั้วหัวใจ นางไม่คิดว่าฮองเฮาจะทรงตามมาหานางได้เร็วถึงเพียงนี้
"เราจะต้องรีบไปจากที่นี่เพคะ" หลินเฟิงกล่าว "ไป๋หลง เจ้าจงนำทางเหมยลี่หนีไปก่อน ข้าจะถ่วงเวลาให้เอง"
ไป๋หลงมองหลินเฟิงด้วยความเป็นห่วง "ท่านอาจารย์จะทำเช่นนั้นได้อย่างไรขอรับ มันอันตรายเกินไป"
"ไม่มีเวลาแล้วเพคะ!" หลินเฟิงกล่าว "เจ้าจงเชื่อฟังข้า และพานางไปให้ได้"
ไป๋หลงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจพยักหน้า "ขอรับท่านอาจารย์"
ไป๋หลงรีบดึงมือเหมยลี่ให้วิ่งออกจากกระท่อมไปอย่างรวดเร็ว โดยมีเสียงการต่อสู้ดังขึ้นจากด้านหลัง เหมยลี่มองย้อนกลับไปที่กระท่อมด้วยความเป็นห่วง นางไม่รู้ว่าหลินเฟิงจะเอาชีวิตรอดได้หรือไม่
ไป๋หลงนำทางเหมยลี่วิ่งลึกเข้าไปในป่า พวกเขาพยายามหลบหลีกกลุ่มคนที่กำลังวิ่งไล่ตามมา เหมยลี่รู้สึกถึงความอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ นางรู้ดีว่าเวลานางเหลือน้อยลงทุกที และจะต้องเร่งมือเรียนรู้ที่จะใช้พลังจากคัมภีร์แห่งราชินีดอกบัวให้ได้
ในขณะที่ทั้งสองกำลังวิ่งอยู่นั้น ไป๋หลงก็พลันหยุดวิ่ง และหันไปมองเหมยลี่ด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด
"แย่แล้วขอรับ! พวกเขาตามมาทันแล้ว!" ไป๋หลงกล่าว
เหมยลี่หันกลับไปมอง พบว่าเป็นกลุ่มทหารยามของฮองเฮาที่กำลังวิ่งเข้ามาใกล้ พวกเขามากันเป็นจำนวนมาก และดูเหมือนจะล้อมพวกนางไว้แล้ว
เหมยลี่รู้สึกสิ้นหวัง นางไม่คิดว่าจะต้องมาจบชีวิตลงที่นี่
แต่แล้ว ไป๋หลงก็ยื่นคัมภีร์แห่งราชินีดอกบัวให้เหมยลี่ "ท่านจะต้องหนีไปให้ได้เพคะ! คัมภีร์เล่มนี้คือความหวังเดียวของเรา!"
เหมยลี่มองไป๋หลงด้วยความตกใจ "แล้วท่านเล่าเพคะ"
"ข้าจะถ่วงเวลาให้ท่านเองเพคะ" ไป๋หลงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น ก่อนจะดึงดาบออกจากฝัก และพุ่งเข้าใส่กลุ่มทหารยามอย่างไม่เกรงกลัว
เหมยลี่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจพยักหน้า นางรีบวิ่งหนีต่อไปในป่า โดยมีเสียงการต่อสู้ดังขึ้นจากด้านหลัง นางไม่รู้ว่าไป๋หลงจะเอาชีวิตรอดได้หรือไม่ แต่ในมือของนางมีคัมภีร์แห่งราชินีดอกบัว ซึ่งเป็นความหวังเดียวของนาง
นางจะต้องหาทางเปิดเผยความจริงนี้ให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยสิ่งใดก็ตาม

สนมแค้นวังหลวง
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก