สนมแค้นวังหลวง

ตอนที่ 26 — บันทึกลับใต้แผ่นกระเบื้อง

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

40 ตอน · 1,278 คำ

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เหมยลี่ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าผิดจากทุกวัน จดหมายที่ค้นพบในคืนก่อนยังคงก้องอยู่ในห้วงความคิดของนาง "เครื่องหอมต้องห้าม" และ "ดอกเหมยสีเลือด" คือสองเบาะแสสำคัญที่นางจะต้องตามหา

นางพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด เพื่อไม่ให้ฉิงเถาหรือนางกำนัลคนอื่นๆ ‌สังเกตเห็นความผิดปกติ เหมยลี่รู้ดีว่ายิ่งนางแสดงความสนใจในเรื่องเหล่านี้มากเท่าไร ก็ยิ่งเป็นอันตรายต่อนางมากเท่านั้น

"สนมเหมยลี่เพคะ วันนี้อากาศดีนัก หม่อมฉันเตรียมน้ำชาดอกเก๊กฮวยหอมๆ มาถวายเพคะ" ฉิงเถาเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มสดใส พลางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะข้างเตียง

เหมยลี่ยิ้มรับ ​"ขอบใจเจ้ามากฉิงเถา" นางจิบน้ำชาอย่างช้าๆ พลางคิดทบทวนสิ่งที่อยู่ในจดหมาย "ข้าได้ซ่อนหลักฐานสำคัญบางอย่างไว้ในที่ที่ไม่มีใครคาดคิด" ประโยคนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของนาง

ที่ที่ไม่มีใครคาดคิด... จะเป็นที่ใดในวังหลวงอันกว้างใหญ่แห่งนี้? เหมยลี่นึกถึงตำหนักฉางเหมยที่นางอาศัยอยู่ รอยบุบบนแผ่นกระเบื้องที่นางค้นพบสมุดบันทึกและปิ่นปักผม ‍หรือว่าจะมีอะไรซ่อนอยู่ใต้แผ่นกระเบื้องอื่นๆ อีก?

เมื่อฉิงเถาออกไปจากห้อง เหมยลี่ก็เริ่มสำรวจห้องนอนอย่างละเอียด นางใช้มือลูบไล้ไปตามแผ่นกระเบื้องปูพื้นทีละแผ่น พยายามสัมผัสถึงความผิดปกติใดๆ

ในที่สุด นางก็พบรอยบุบอีกแห่งหนึ่งที่มุมห้อง รอยนั้นเล็กกว่ารอยแรกมาก และถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนภายใต้ตู้เก็บเสื้อผ้าเก่าๆ ‌ที่ไม่มีใครสนใจ เหมยลี่ขยับตู้เสื้อผ้าออกอย่างระมัดระวัง ก่อนจะใช้กริชเล็กๆ ที่นางพกติดตัวมาตลอดงัดแผ่นกระเบื้องขึ้นมา

ใต้แผ่นกระเบื้องนั้นมีช่องว่างเล็กๆ เช่นเดียวกับครั้งก่อน และภายในช่องว่างนั้นมีห่อผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มวางอยู่ เมื่อคลี่ห่อผ้าออก เหมยลี่ก็พบกับบันทึกเล่มเล็กๆ ‍อีกเล่มหนึ่งที่ทำจากกระดาษอย่างดี และมีตราประทับรูปดอกเหมยสีเลือดประทับอยู่ที่ปก บันทึกเล่มนี้ดูใหม่กว่าสมุดบันทึกเล่มแรก และดูเหมือนจะมีความสำคัญมากกว่า

เหมยลี่เปิดบันทึกออกอ่านด้วยความตื่นเต้นและกังวลใจไปพร้อมกัน

บันทึกเล่มนี้เริ่มต้นด้วยวันที่ที่ใกล้เคียงกับการตายของสนมเหมยลี่คนเดิม มันบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับการสืบสวนของสนมเหมยลี่คนเดิมเกี่ยวกับ "เครื่องหอมต้องห้าม" นางได้สังเกตเห็นว่าสนมบางคนที่มีอาการป่วยคล้ายกับนาง มักจะใช้เครื่องหอมชนิดหนึ่งที่ส่งกลิ่นหอมแรง ​แต่กลับทำให้รู้สึกมึนงงและอ่อนเพลียเมื่อสูดดมเข้าไปนานๆ

สนมเหมยลี่คนเดิมได้แอบเก็บตัวอย่างเครื่องหอมนั้นไปให้แพทย์หลวงผู้หนึ่งที่นางไว้ใจช่วยตรวจสอบ แต่แพทย์หลวงผู้นั้นกลับปฏิเสธที่จะตรวจสอบอย่างจริงจัง และบอกให้นางเลิกคิดมากไปเอง

แต่สนมเหมยลี่คนเดิมก็มิได้ละความพยายาม นางได้แอบนำตัวอย่างเครื่องหอมนั้นไปให้ซินแสผู้หนึ่งที่นางเคยรู้จักเป็นการส่วนตัวช่วยตรวจสอบ ซินแสผู้นั้นได้บอกกับนางว่าเครื่องหอมนั้นมีส่วนผสมของสมุนไพรหายากชนิดหนึ่งที่มีฤทธิ์เป็นพิษร้ายแรง หากสูดดมเข้าไปนานๆ จะทำให้ร่างกายอ่อนแอลงเรื่อยๆ จนถึงแก่ชีวิตได้ ​และที่ร้ายไปกว่านั้นคือ มันสามารถทำให้ผู้ที่สูดดมเข้าไปเกิดอาการประสาทหลอนและเสียสติได้ในที่สุด

เหมยลี่รู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งตัว "พิษที่ทำให้เสียสติ" นี่คือเหตุผลที่ไม่มีใครเชื่อสนมเหมยลี่คนเดิมเมื่อนางพยายามบอกเรื่องราวเหล่านี้

บันทึกเล่มนั้นยังกล่าวถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังการผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องหอมต้องห้ามนี้ นั่นคือ "ตระกูลหลี่" ตระกูลของกุ้ยเฟยหลี่และเสนาบดีหลี่!

"ตระกูลหลี่ได้วางแผนที่จะควบคุมวังหลังทั้งหมด โดยการกำจัดสนมที่อาจเป็นภัยต่ออำนาจของพวกเขาด้วยเครื่องหอมต้องห้ามนี้" ​สนมเหมยลี่คนเดิมเขียนไว้ "และแผนการของพวกเขาก็ดูเหมือนจะเชื่อมโยงกับความลับในอดีตขององค์ฮ่องเต้"

เหมยลี่กำบันทึกแน่น ความจริงที่กำลังปรากฏขึ้นนั้นน่าตกใจยิ่งนัก ตระกูลหลี่... ผู้ที่ดูเหมือนจะทรงอำนาจและจงรักภักดีต่อองค์ฮ่องเต้ แต่กลับซ่อนเร้นแผนการอันชั่วร้ายไว้เบื้องหลัง

บันทึกยังกล่าวถึงเบาะแสสำคัญอีกชิ้นหนึ่ง นั่นคือ "แผนผังการจัดจำหน่ายเครื่องหอมต้องห้าม" ที่สนมเหมยลี่คนเดิมได้แอบคัดลอกมาได้ มันแสดงให้เห็นถึงเครือข่ายที่ซับซ้อนของการจัดจำหน่ายเครื่องหอมนี้ไปยังตำหนักของสนมต่างๆ ทั่ววังหลวง และดูเหมือนว่าจะมีผู้ร่วมขบวนการอยู่หลายคน

"แผนผังนั้นถูกซ่อนไว้ในห้องสมุดลับของหอตำราหลวง" สนมเหมยลี่คนเดิมเขียนไว้ "ในหนังสือประวัติศาสตร์เล่มเก่าที่ชื่อว่า 'พงศาวดารจักรพรรดิหลงเยว่' หน้าที่ 36"

เหมยลี่รู้สึกราวกับว่าหัวใจของนางกำลังจะหลุดออกมาจากอก หอตำราหลวง... ห้องสมุดลับ... แผนผังการจัดจำหน่ายเครื่องหอมต้องห้าม... ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มเชื่อมโยงกันแล้ว

ในบันทึกยังกล่าวถึงความจริงอีกข้อหนึ่งที่ทำให้เหมยลี่ถึงกับตัวชา "องค์ฮ่องเต้หลงเยว่ทรงทราบเรื่องราวเหล่านี้ดี" สนมเหมยลี่คนเดิมเขียนไว้ "แต่พระองค์ทรงถูกบังคับให้ต้องปกปิดความจริง เพราะความลับในอดีตของพระองค์ที่ถูกตระกูลหลี่นำมาใช้เป็นข้อต่อรอง"

นี่คือเหตุผลที่ฮ่องเต้ทรงดูเย็นชาและซับซ้อนนัก พระองค์ทรงติดอยู่กับพันธนาการของตระกูลหลี่ และทรงมิอาจเปิดเผยความจริงได้โดยง่าย

เหมยลี่ก้มลงมองตราประทับรูปดอกเหมยสีเลือดบนปกบันทึก ดอกเหมยสีเลือด... มันมิได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของความตาย แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความลับที่ถูกฝังกลบ และความแค้นที่รอวันชำระ

หลังจากที่เหมยลี่อ่านบันทึกจนจบ นางก็เก็บมันไว้ในห่อผ้าไหมเช่นเดิม แล้วซ่อนไว้ใต้แผ่นกระเบื้องอย่างแนบเนียน นางรู้ดีว่าข้อมูลเหล่านี้อันตรายยิ่งนัก หากถูกเปิดเผยออกไป อาจทำให้เกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่ในราชสำนัก และชีวิตของนางเองก็อาจตกอยู่ในอันตรายถึงตายได้

ในวันต่อมา เหมยลี่ตัดสินใจที่จะไปหอตำราหลวง นางต้องหาทางเข้าไปในห้องสมุดลับให้ได้ เพื่อค้นหาแผนผังการจัดจำหน่ายเครื่องหอมต้องห้ามนั้น

การเข้าไปในหอตำราหลวงนั้นมิใช่เรื่องง่ายนัก เพราะเป็นสถานที่สำคัญที่เก็บรวบรวมตำราและบันทึกประวัติศาสตร์ของราชวงศ์ไว้มากมาย มีทหารยามเฝ้าแน่นหนา และมีเพียงผู้ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นจึงจะสามารถเข้าไปได้

เหมยลี่ตัดสินใจที่จะใช้ข้ออ้างเรื่องการศึกษาประวัติศาสตร์ของราชวงศ์ เพื่อนำไปใช้ในการแต่งบทกวีถวายองค์ฮ่องเต้ในโอกาสต่อไป ซึ่งเป็นเหตุผลที่สมเหตุสมผลสำหรับสนมที่เพิ่งได้รับคำชื่นชมในงานประลองกวี

เมื่อเหมยลี่มาถึงหอตำราหลวง นางก็พบกับผู้ดูแลหอตำราหลวงผู้หนึ่งซึ่งเป็นขันทีสูงวัย ขันทีผู้นั้นมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย แต่เมื่อเหมยลี่เอ่ยถึงพระราชดำรัสขององค์ฮ่องเต้ที่ทรงชื่นชมในความสามารถทางกวีของนาง และความตั้งใจที่จะศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ขันทีผู้นั้นก็มิอาจปฏิเสธได้

"แต่ห้องสมุดลับนั้นมีเพียงองค์ฮ่องเต้และองค์ชายบางพระองค์เท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้เพคะ" ขันทีผู้นั้นกล่าวด้วยความลังเล

"ข้าเพียงต้องการค้นคว้าตำราบางเล่มที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ขององค์ฮ่องเต้หลงเยว่เท่านั้น" เหมยลี่เอ่ยขึ้น "หากท่านไม่สะดวก ก็ไม่เป็นไร ข้าจะลองไปขออนุญาตจากองค์ฮ่องเต้ด้วยตนเอง"

คำพูดของเหมยลี่ทำให้ขันทีผู้นั้นตกใจ เพราะการที่สนมไปขออนุญาตจากองค์ฮ่องเต้โดยตรงนั้นเป็นเรื่องใหญ่ และอาจทำให้เขาถูกตำหนิได้

"เอ่อ... เช่นนั้น... หม่อมฉันจะพาท่านไปยังส่วนที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ขององค์ฮ่องเต้หลงเยว่ก็แล้วกันเพคะ แต่ท่านจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ห้ามแตะต้องตำราที่ไม่ได้รับอนุญาต และห้ามนำสิ่งใดออกมาจากห้องสมุดเด็ดขาด" ขันทีผู้นั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เข้มงวด

เหมยลี่ยิ้มรับ "ข้าเข้าใจดีเพคะ ขอบใจท่านมาก"

เมื่อเข้าไปในห้องสมุด เหมยลี่รู้สึกราวกับว่าหลุดเข้าไปในอีกโลกหนึ่ง กลิ่นหอมของกระดาษเก่าๆ และหมึกพิมพ์คละคลุ้งไปทั่ว บรรดาตำราและบันทึกประวัติศาสตร์วางเรียงรายอยู่บนชั้นไม้สูงจรดเพดาน ดูราวกับกำแพงความรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด

ขันทีผู้นั้นเดินนำเหมยลี่ไปยังส่วนที่เก็บตำราประวัติศาสตร์ของราชวงศ์ เหมยลี่พยายามมองหาหนังสือที่ชื่อว่า "พงศาวดารจักรพรรดิหลงเยว่" หน้าที่ 36 ตามที่บันทึกของสนมเหมยลี่คนเดิมได้กล่าวไว้

ในขณะที่เหมยลี่กำลังค้นหาหนังสืออยู่นั้น นางก็พลันรู้สึกได้ถึงสายตาที่จับจ้องมาที่นาง เมื่อหันไปมอง นางก็เห็นเงาตะคุ่มๆ ของชายผู้หนึ่งกำลังยืนอยู่ตรงมุมห้อง ชายผู้นั้นสวมอาภรณ์สีดำสนิท ใบหน้าถูกบดบังด้วยความมืดมิด

หัวใจของเหมยลี่เต้นแรง นางพยายามทำตัวให้เป็นปกติ แต่ความรู้สึกหวาดระแวงก็ผุดขึ้นมาในใจ ชายผู้นั้นคือใครกัน? เขากำลังทำอะไรอยู่ที่นี่?

"ท่านคือใคร" เหมยลี่เอ่ยถามเสียงเบา

ชายผู้นั้นยังคงยืนนิ่ง ไม่ตอบคำถามของนาง เหมยลี่รู้สึกถึงพลังงานที่น่าเกรงขามแผ่ออกมาจากตัวของเขา ราวกับว่าเขาเป็นผู้ที่ทรงอำนาจอย่างยิ่ง

ทันใดนั้น ขันทีผู้ดูแลหอตำราหลวงก็เดินกลับมา "สนมเหมยลี่เพคะ มีอะไรหรือเปล่า"

เมื่อขันทีผู้นั้นเดินเข้ามาใกล้ เงาตะคุ่มๆ ของชายชุดดำก็พลันหายวับไปในความมืด ราวกับว่าไม่เคยมีใครอยู่ที่นั่นมาก่อน

เหมยลี่ขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ "ไม่มีอะไรหรอกเพคะ ข้าแค่รู้สึกว่ามีคนอยู่ที่นี่เท่านั้น"

ขันทีผู้นั้นมองไปรอบๆ ห้องสมุด "คงไม่มีใครหรอกเพคะ นอกจากพวกเราสองคน"

เหมยลี่พยักหน้าอย่างครุ่นคิด นางรู้ดีว่านางมิได้ตาฝาด ชายชุดดำผู้นั้นมีตัวตนอยู่จริง และเขากำลังจับจ้องมองนางอยู่

ในที่สุด เหมยลี่ก็ค้นพบหนังสือที่ชื่อว่า "พงศาวดารจักรพรรดิหลงเยว่" เล่มเก่าๆ ที่ปกซีดจาง นางหยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมาเปิดดูอย่างระมัดระวัง

และเมื่อนางเปิดไปถึงหน้าที่ 36 นางก็พบกับแผ่นกระดาษบางๆ ที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนระหว่างหน้ากระดาษ แผ่นกระดาษนั้นคือ "แผนผังการจัดจำหน่ายเครื่องหอมต้องห้าม" ตามที่บันทึกของสนมเหมยลี่คนเดิมได้กล่าวไว้!

แผนผังนั้นแสดงให้เห็นถึงชื่อของสนมและขุนนางหลายคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดจำหน่ายเครื่องหอมนี้ และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ มีชื่อของ "กุ้ยเฟยหลี่" ปรากฏอยู่บนแผนผังนั้นด้วย!

เหมยลี่รีบจดจำรายละเอียดทั้งหมดในแผนผังนั้นไว้ในใจ ก่อนจะรีบเก็บแผ่นกระดาษกลับเข้าไปในหนังสืออย่างเดิม และวางหนังสือกลับไปที่ชั้นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

นางรู้ดีว่านางมิอาจนำแผนผังนี้ออกไปจากหอตำราหลวงได้ เพราะมันอันตรายเกินไป หากถูกจับได้ นางจะต้องถูกลงโทษอย่างรุนแรงอย่างแน่นอน

เมื่อออกมาจากหอตำราหลวง เหมยลี่รู้สึกราวกับว่าแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่า ความจริงที่นางค้นพบนั้นน่าตกใจและอันตรายยิ่งนัก ตระกูลหลี่กำลังวางแผนที่จะควบคุมวังหลวง และองค์ฮ่องเต้หลงเยว่ก็ทรงตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก

เหมยลี่นึกถึงเงาปริศนาของชายชุดดำในห้องสมุดลับ ชายผู้นั้นคือใครกันแน่? เขาเป็นศัตรู หรือเป็นมิตร? หรือเขาคือองค์ฮ่องเต้หลงเยว่เอง? คำถามเหล่านี้ยังคงไม่มีคำตอบ

แต่สิ่งหนึ่งที่เหมยลี่รู้แน่ชัดคือ นางจะต้องใช้ข้อมูลที่นางค้นพบนี้อย่างระมัดระวังที่สุด เพราะชีวิตของนางเองก็แขวนอยู่บนเส้นด้ายแล้วในตอนนี้

หน้านิยาย
หน้านิยาย
สนมแค้นวังหลวง

สนมแค้นวังหลวง

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!