สนมแค้นวังหลวง

ตอนที่ 28 — ความจริงที่ซ่อนในเงามืดของตำหนัก

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

40 ตอน · 1,025 คำ

ความจริงที่เหมยลี่ค้นพบจากบันทึกลับและแผนผังในหอตำราหลวงนั้นหนักอึ้งเกินกว่าที่นางจะแบกรับไว้คนเดียวได้ ตระกูลหลี่คือผู้บงการเบื้องหลัง "เครื่องหอมต้องห้าม" และดูเหมือนว่าองค์ฮ่องเต้เองก็ทรงตกเป็นหมากในเกมอำนาจที่ซับซ้อนนี้

เหมยลี่กลับมายังตำหนักฉางเหมยด้วยความรู้สึกปั่นป่วน นางต้องหาทางปรึกษาใครสักคน หรืออย่างน้อยก็ต้องหาคนที่จะสามารถช่วยนางสืบหาข้อมูลเพิ่มเติมได้โดยไม่เป็นที่ต้องสงสัย

ในบรรดานางกำนัลและขันทีที่รับใช้ในตำหนักฉางเหมย มีเพียงฉิงเถาเท่านั้นที่นางไว้ใจได้มากที่สุด ทว่าฉิงเถาก็เป็นเพียงนางกำนัลตัวเล็กๆ ‌ที่มิได้มีความรู้ความสามารถในการสืบสวนคดีที่ซับซ้อนเช่นนี้ เหมยลี่จึงต้องคิดหาทางอื่น

นางนึกย้อนไปถึงบันทึกของสนมเหมยลี่คนเดิม ที่กล่าวถึงแพทย์หลวงผู้หนึ่งที่สนมเหมยลี่เคยนำตัวอย่างเครื่องหอมไปให้ตรวจสอบ แม้แพทย์หลวงผู้นั้นจะปฏิเสธที่จะตรวจสอบอย่างจริงจังในตอนแรก แต่ก็มิได้หมายความว่าเขาจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลย

เหมยลี่ตัดสินใจที่จะออกไปเดินเล่นที่อุทยานหลวงอีกครั้ง โดยหวังว่าจะได้พบกับบุคคลที่สามารถให้ความช่วยเหลือแก่นางได้

ในขณะที่นางกำลังเดินเล่นอยู่ริมสระบัว สายตาก็พลันเหลือบไปเห็นหญิงชราผู้หนึ่งกำลังนั่งปักผ้าอยู่ใต้ต้นหลิว หญิงชราผู้นั้นดูคุ้นตาอย่างประหลาด ​ราวกับว่านางเคยพบเห็นที่ใดมาก่อน

ฉิงเถาที่เดินตามหลังเหมยลี่มาเอ่ยขึ้น "สนมเหมยลี่เพคะ นั่นคือยายเฒ่าหลาน นางเป็นนางกำนัลเก่าแก่ที่เคยรับใช้ในวังหลังมาตั้งแต่สมัยองค์ฮ่องเต้องค์ก่อน นางเป็นคนเดียวที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ไฟไหม้ตำหนักของสนมหลี่เมื่อหลายปีก่อนเพคะ"

เหมยลี่หยุดชะงัก "สนมหลี่? นางคือสนมที่เคยพำนักอยู่ในตำหนักฉางเหมยแห่งนี้ใช่หรือไม่"

ฉิงเถาพยักหน้า "ใช่เพคะ ‍สนมหลี่เป็นสนมที่เงียบขรึมและไม่ค่อยสุงสิงกับใครนัก ทว่าจู่ๆ ก็ถูกปลดไปหลังเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ตำหนัก ไม่มีใครทราบสาเหตุที่แน่ชัดเพคะ"

เหมยลี่รู้สึกราวกับว่ามีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่าน นางนึกถึงสมุดบันทึกเล่มแรกที่นางค้นพบใต้แผ่นกระเบื้อง ที่กล่าวถึงสนมที่เคยอาศัยอยู่ในตำหนักฉางเหมยแห่งนี้ สนมหลี่... หรือว่าสนมหลี่คนนี้คือสนมเหมยลี่คนเดิมที่นางกำลังสืบหาความจริงอยู่?

เหมยลี่ตัดสินใจที่จะเข้าไปทักทายยายเฒ่าหลาน ‌นางเดินเข้าไปใกล้อย่างช้าๆ พยายามทำตัวให้เป็นมิตรที่สุด

"ยายเฒ่าหลาน วันนี้อากาศดีนัก ท่านมานั่งปักผ้าอยู่ตรงนี้หรือ" เหมยลี่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

ยายเฒ่าหลานเงยหน้าขึ้นมองเหมยลี่ ดวงตาที่ฝ้าฟางของนางฉายแววความประหลาดใจเล็กน้อย "กุ้ยเหรินเหมยลี่... หม่อมฉันมิได้เห็นท่านมานานแล้วเพคะ"

เหมยลี่รู้สึกแปลกใจที่ยายเฒ่าหลานจำนางได้ ‍ทั้งที่นางแทบจะมิเคยพบกับยายเฒ่าหลานมาก่อน

"ท่านจำข้าได้หรือ" เหมยลี่เอ่ยถาม

ยายเฒ่าหลานยิ้มบางๆ "ใบหน้าของท่าน... คล้ายกับสนมผู้หนึ่งที่หม่อมฉันเคยรับใช้เมื่อนานมาแล้วเพคะ สนมเหมยลี่"

คำพูดของยายเฒ่าหลานทำให้เหมยลี่ใจหายวาบ นางรู้ดีว่ายายเฒ่าหลานกำลังพูดถึงสนมเหมยลี่คนเดิม นางตัดสินใจที่จะลองเสี่ยงดู

"สนมเหมยลี่... ท่านหมายถึงสนมเหมยลี่ที่เคยพำนักอยู่ในตำหนักฉางเหมยแห่งนี้ใช่หรือไม่" ​เหมยลี่เอ่ยถามอย่างระมัดระวัง

ยายเฒ่าหลานพยักหน้า "ใช่เพคะ นางเป็นสนมที่ดีนัก ใจดีและอ่อนโยน ทว่านางก็มีชะตาชีวิตที่น่าสงสารนัก"

เหมยลี่นั่งลงข้างๆ ยายเฒ่าหลาน "ท่านพอจะเล่าเรื่องราวของสนมเหมยลี่ให้ข้าฟังได้หรือไม่ ข้าอยากรู้เรื่องราวของนาง"

ยายเฒ่าหลานถอนหายใจแผ่วเบา ​"สนมเหมยลี่เป็นสตรีที่ฉลาดเฉลียว นางมักจะเก็บตัวอยู่ในตำหนัก และอ่านตำรับตำราต่างๆ อยู่เสมอ ทว่าอยู่มาวันหนึ่ง นางก็เริ่มมีอาการป่วยไข้ ไม่สบายตัว แพทย์หลวงต่างก็บอกว่าเป็นเพียงอาการอ่อนเพลีย ​แต่หม่อมฉันรู้ดีว่ามีบางอย่างผิดปกติ"

"ผิดปกติอย่างไรหรือ" เหมยลี่เอ่ยถามด้วยความกระตือรือร้น

"นางมักจะบ่นว่าได้กลิ่นหอมแปลกๆ ในห้องนอน กลิ่นนั้นทำให้มึนงงและอ่อนเพลีย แต่ไม่มีใครได้กลิ่นนั้นเลย นอกจากนางคนเดียว" ยายเฒ่าหลานกล่าว "นางพยายามบอกทุกคน แต่ไม่มีใครเชื่อ นางถูกกล่าวหาว่าเสียสติไปแล้ว"

คำพูดของยายเฒ่าหลานยืนยันสิ่งที่เหมยลี่ค้นพบจากบันทึกของสนมเหมยลี่คนเดิมทุกประการ "เครื่องหอมต้องห้าม"

"แล้วหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นหรือ" เหมยลี่เอ่ยถามต่อ

"วันหนึ่ง นางก็หายตัวไปอย่างลึกลับ ไม่มีใครพบร่างของนางอีกเลย มีเพียงจดหมายลาตายทิ้งไว้ และหลังจากนั้นไม่นาน ตำหนักฉางเหมยก็เกิดไฟไหม้ขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ" ยายเฒ่าหลานเล่าด้วยน้ำเสียงที่เศร้าสร้อย "หม่อมฉันเชื่อว่านางมิได้ฆ่าตัวตาย แต่นางถูกปองร้าย และไฟไหม้ตำหนักก็เป็นเพียงการอำพรางคดีเท่านั้น"

เหมยลี่กำมือแน่น นางรู้สึกราวกับว่ามีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ ความจริงที่โหดร้ายกำลังปรากฏขึ้นทีละน้อย

"ท่านเคยเห็น 'ดอกเหมยสีเลือด' หรือไม่" เหมยลี่เอ่ยถามอย่างระมัดระวัง

ยายเฒ่าหลานขมวดคิ้ว "ดอกเหมยสีเลือดหรือเพคะ? หม่อมฉันไม่เคยได้ยินชื่อดอกไม้ชนิดนี้มาก่อน"

เหมยลี่ถอนหายใจเบาๆ "ไม่มีอะไรหรอก ข้าแค่ถามไปอย่างนั้นเอง"

นางรู้ดีว่าดอกเหมยสีเลือดคงเป็นเพียงสัญลักษณ์ หรือรหัสลับบางอย่างที่สนมเหมยลี่คนเดิมใช้สื่อถึงอันตรายที่นางกำลังเผชิญ

ในขณะที่เหมยลี่กำลังพูดคุยกับยายเฒ่าหลานอยู่นั้น สายตาก็พลันเหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มๆ ของชายชุดดำอีกครั้ง ชายผู้นั้นกำลังยืนอยู่หลังพุ่มไม้ ห่างออกไปไม่ไกลนัก เขาดูเหมือนจะกำลังจับจ้องมองมาที่นาง

เหมยลี่รู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งตัว ชายผู้นั้นคือใครกันแน่? เขาตามมาสังเกตการณ์นางอย่างนั้นหรือ?

นางพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด เพื่อไม่ให้ชายชุดดำผู้นั้นรู้ว่านางได้เห็นเขาแล้ว

"ยายเฒ่าหลาน ขอบใจท่านมากที่เล่าเรื่องราวเหล่านี้ให้ข้าฟัง ข้าขอตัวก่อนนะ" เหมยลี่เอ่ยขึ้น พลางลุกขึ้นยืน

ยายเฒ่าหลานพยักหน้า "เพคะ สนมเหมยลี่ ขอให้ท่านโชคดี"

เหมยลี่เดินจากมาพร้อมกับฉิงเถา นางพยายามเดินอย่างช้าๆ และมองไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง เมื่อเดินมาถึงมุมหนึ่งของอุทยาน นางก็แอบหันกลับไปมอง ชายชุดดำผู้นั้นยังคงยืนอยู่ที่เดิม และกำลังจับจ้องมองมาที่นางด้วยสายตาที่ลึกล้ำ

เหมยลี่รู้สึกราวกับว่ากำลังถูกหมากรุกตัวหนึ่งในกระดานอันซับซ้อนนี้ ทว่านางก็มิได้หวาดกลัวอีกต่อไปแล้ว นางรู้ดีว่านางจะต้องเผชิญหน้ากับความจริงเหล่านี้ ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม

เมื่อกลับมาถึงตำหนักฉางเหมย เหมยลี่ก็เรียกฉิงเถาเข้ามาปรึกษา นางตัดสินใจที่จะบอกเรื่องราวบางส่วนให้ฉิงเถาทราบ เพื่อให้ฉิงเถาช่วยนางสืบหาข้อมูลเพิ่มเติม

"ฉิงเถา ข้ามีเรื่องสำคัญจะบอกเจ้า แต่เจ้าจะต้องเก็บเป็นความลับ ห้ามบอกผู้ใดเด็ดขาด" เหมยลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

ฉิงเถารับคำด้วยความตั้งใจ "หม่อมฉันจะเก็บเป็นความลับจนวันตายเพคะ"

เหมยลี่เล่าเรื่องราวของเครื่องหอมต้องห้าม และการสมคบคิดของตระกูลหลี่ให้ฉิงเถาทราบ ทว่านางมิได้บอกเรื่องราวทั้งหมด โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับองค์ฮ่องเต้

ฉิงเถาฟังด้วยความตกใจและหวาดกลัว "ตระกูลหลี่... พวกมันช่างร้ายกาจยิ่งนักเพคะ"

"ใช่ และเราจะต้องหาทางเปิดโปงความจริงเหล่านี้ให้ได้" เหมยลี่กล่าว "เจ้าพอจะช่วยข้าสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องหอมต้องห้ามนี้ได้หรือไม่ ว่ามันถูกนำไปใช้ในตำหนักใดบ้าง และสนมคนใดบ้างที่ได้รับผลกระทบจากเครื่องหอมนี้"

ฉิงเถาพยักหน้าด้วยความตั้งใจ "หม่อมฉันจะพยายามอย่างเต็มที่เพคะ"

ในคืนนั้น เหมยลี่นอนไม่หลับ นางทบทวนเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้ ยายเฒ่าหลานได้ยืนยันความจริงเกี่ยวกับการตายของสนมเหมยลี่คนเดิม และชายชุดดำปริศนาที่ยังคงตามติดนางอยู่

นางรู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่ถาโถมเข้ามา แต่นางก็มิได้ยอมแพ้ นางรู้ดีว่านางจะต้องแข็งแกร่งขึ้น เพื่อปกป้องตัวเองและเพื่อเปิดเผยความจริงที่ถูกฝังกลบไว้

ก่อนที่เหมยลี่จะหลับตาลง ภาพขององค์ฮ่องเต้หลงเยว่ก็ผุดขึ้นมาในความคิดของนาง พระองค์ทรงรู้เรื่องราวทั้งหมดนี้ดี และทรงตกเป็นเชลยของตระกูลหลี่ พระองค์ทรงเป็นผู้ที่แข็งแกร่งและทรงอำนาจ แต่กลับมิอาจปกป้องตนเองได้จากภัยร้ายที่ซ่อนอยู่ในเงามืดของตำหนัก

เหมยลี่รู้สึกสงสารพระองค์เล็กน้อย และในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความมุ่งมั่นที่จะช่วยพระองค์ให้พ้นจากพันธนาการนี้ให้ได้

แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาในตำหนักฉางเหมย ส่องให้เห็นปิ่นปักผมหยกรูปดอกเหมยที่วางอยู่บนโต๊ะ ดอกเหมยสีเขียวมรกตดูราวกับจะส่องประกายเรืองรองขึ้นมาในความมืด มันเป็นสัญลักษณ์ของความหวัง และเป็นสัญลักษณ์ของความจริงที่รอวันเปิดเผย

เหมยลี่รู้ดีว่านางกำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่อันตรายยิ่งนัก แต่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะไขปริศนาและเปิดโปงความจริง นางก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับภัยร้ายทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม

หน้านิยาย
หน้านิยาย
สนมแค้นวังหลวง

สนมแค้นวังหลวง

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!