เหตุการณ์ในงานเลี้ยงฉลองครบรอบสิบปีแห่งการขึ้นครองราชย์ยังคงติดอยู่ในห้วงความคิดของเหมยลี่ พิษสุราจันทราที่สนมจินพยายามวางยา และยาถอนพิษที่องค์ฮ่องเต้ประทานให้นั้นเป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าการสมคบคิดของตระกูลหลี่นั้นมิได้เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย แต่มันคือแผนการที่ร้ายกาจและอันตรายถึงชีวิต
เหมยลี่กลับมายังตำหนักฉางเหมยพร้อมกับความมุ่งมั่นที่จะสืบหาความจริงเกี่ยวกับ "เครื่องหอมต้องห้าม" ให้กระจ่าง นางรู้ดีว่านี่คือหัวใจสำคัญของปริศนาทั้งหมด
"ฉิงเถา เจ้าได้สืบหาข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องหอมต้องห้ามที่ข้าบอกเจ้าไปบ้างแล้วหรือยัง" เหมยลี่เอ่ยถามฉิงเถาในเช้าวันรุ่งขึ้น
ฉิงเถาพยักหน้า "เพคะสนมเหมยลี่ หม่อมฉันได้แอบสอบถามจากเหล่านางกำนัลที่รับใช้สนมคนอื่นๆ มาบ้างแล้วเพคะ"
"ว่ามาสิ" เหมยลี่เอ่ยด้วยความกระตือรือร้น
"สนมหลายคนในวังหลังต่างก็ใช้เครื่องหอมชนิดหนึ่งที่ส่งกลิ่นหอมแรง แต่กลับทำให้รู้สึกมึนงงและอ่อนเพลียเมื่อสูดดมเข้าไปนานๆ เพคะ" ฉิงเถาเล่า "และที่น่าแปลกคือ สนมที่ใช้เครื่องหอมนี้ มักจะมีอาการป่วยไข้บ่อยๆ และบางคนถึงกับมีอาการประสาทหลอนเพคะ"
คำพูดของฉิงเถายืนยันสิ่งที่เหมยลี่ค้นพบจากบันทึกของสนมเหมยลี่คนเดิม และจากคำบอกเล่าของยายเฒ่าหลานทุกประการ
"เจ้าพอจะรู้หรือไม่ว่าเครื่องหอมนี้มาจากที่ใด" เหมยลี่เอ่ยถามต่อ
ฉิงเถาพยักหน้า "เพคะ หม่อมฉันได้ยินมาว่าเครื่องหอมนี้ถูกส่งมาจากร้านค้าแห่งหนึ่งที่อยู่ภายใต้การดูแลของตระกูลหลี่เพคะ"
เหมยลี่กำมือแน่น ตระกูลหลี่... ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเชื่อมโยงกับตระกูลหลี่
"เจ้าเคยเห็นเครื่องหอมนี้บ้างหรือไม่" เหมยลี่เอ่ยถามอีกครั้ง
"เพคะ หม่อมฉันเคยเห็นที่ตำหนักของสนมจินเพคะ" ฉิงเถาเล่า "มันเป็นตลับไม้แกะสลักอย่างสวยงาม และมีลวดลายดอกเหมยสีแดงประทับอยู่เพคะ"
"ดอกเหมยสีแดง..." เหมยลี่พึมพำกับตัวเอง นางนึกถึง "ดอกเหมยสีเลือด" ที่สนมเหมยลี่คนเดิมกล่าวถึงในจดหมาย ดอกเหมยสีแดงบนตลับเครื่องหอมนี้คงเป็นสัญลักษณ์เดียวกัน
"ข้าต้องการตัวอย่างเครื่องหอมนั้น" เหมยลี่กล่าว "เจ้าพอจะหาทางนำตัวอย่างเครื่องหอมนั้นมาให้ข้าได้หรือไม่"
ฉิงเถาหน้าซีด "แต่... แต่ถ้าหากถูกจับได้ หม่อมฉันจะต้องถูกลงโทษอย่างหนักนะเพคะ"
"ข้าจะรับผิดชอบเองทั้งหมด เจ้าเพียงแค่ต้องหาทางนำตัวอย่างเครื่องหอมนั้นมาให้ข้าให้ได้" เหมยลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง "นี่คือสิ่งสำคัญที่สุดในการเปิดโปงความจริงทั้งหมด"
ฉิงเถาพยักหน้าด้วยความลังเล ทว่าด้วยความจงรักภักดีที่มีต่อเหมยลี่ นางก็ตัดสินใจที่จะทำตามคำสั่ง
ในคืนนั้น ฉิงเถาได้แอบเข้าไปในตำหนักของสนมจินอย่างเงียบเชียบ นางใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะรู้ดีว่าสนมจินเป็นคนเจ้าเล่ห์และระมัดระวังตัวอยู่เสมอ
ฉิงเถาค้นหาเครื่องหอมต้องห้ามจนทั่วตำหนักของสนมจิน และในที่สุด นางก็ค้นพบตลับไม้แกะสลักรูปดอกเหมยสีแดงวางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง ตลับนั้นส่งกลิ่นหอมแรงจนฉิงเถารู้สึกเวียนหัวเล็กน้อย
ฉิงเถารีบเปิดตลับออก แล้วใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กๆ แอบเก็บผงเครื่องหอมนั้นมาเพียงเล็กน้อย ก่อนจะรีบออกจากตำหนักของสนมจินอย่างรวดเร็ว
เมื่อกลับมาถึงตำหนักฉางเหมย ฉิงเถารีบนำตัวอย่างเครื่องหอมนั้นมาให้เหมยลี่
เหมยลี่รับตลับเครื่องหอมนั้นมาถือไว้ในมือ กลิ่นหอมแรงของมันทำให้เหมยลี่รู้สึกมึนงงเล็กน้อย นางรู้ดีว่าพิษนี้ร้ายกาจเพียงใด
"ขอบใจเจ้ามากฉิงเถา เจ้าทำได้ดีมาก" เหมยลี่กล่าวชื่นชม
เหมยลี่ตัดสินใจที่จะนำตัวอย่างเครื่องหอมนี้ไปให้ซินแสหลิวตรวจสอบ ซินแสหลิวคือคนเดียวที่นางไว้ใจได้ในตอนนี้ และเป็นคนเดียวที่เคยเตือนนางเกี่ยวกับ "กลิ่นหอมของดอกไม้บางชนิด อาจเป็นพิษร้ายที่คร่าชีวิตได้"
ในวันรุ่งขึ้น เหมยลี่แอบออกจากตำหนักฉางเหมยไปพบซินแสหลิวที่บ้านพักของเขา ซินแสหลิวดูเหมือนจะรู้ล่วงหน้าว่าเหมยลี่จะมาหาเขา
"กุ้ยเหรินเหมยลี่ เจ้ามาหาข้าด้วยเรื่องอะไรหรือ" ซินแสหลิวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่สงบ
เหมยลี่หยิบตัวอย่างเครื่องหอมออกมาจากแขนเสื้อ "ท่านซินแสหลิว ข้าต้องการให้ท่านตรวจสอบเครื่องหอมนี้ให้ข้าเพคะ"
ซินแสหลิวรับตลับเครื่องหอมมาถือไว้ในมือ ใบหน้าของเขาฉายแววความเคร่งเครียดทันทีที่ได้กลิ่นหอมแรงของมัน
"นี่คือเครื่องหอมต้องห้าม... มันคือพิษร้ายที่คร่าชีวิตผู้คนมามากมาย" ซินแสหลิวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง "เจ้าได้มาจากที่ใด"
เหมยลี่เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ซินแสหลิวฟัง ตั้งแต่การค้นพบบันทึกของสนมเหมยลี่คนเดิม การสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องหอมต้องห้าม และการพยายามวางยาพิษของสนมจิน
ซินแสหลิวฟังด้วยความตั้งใจ ก่อนจะถอนหายใจแผ่วเบา "ข้ารู้ดีว่าสิ่งเหล่านี้จะต้องเกิดขึ้น"
"พิษนี้ร้ายแรงเพียงใดเพคะ" เหมยลี่เอ่ยถาม
"พิษนี้มิได้ออกฤทธิ์รุนแรงในทันที แต่จะค่อยๆ บั่นทอนชีวิตของผู้ที่สูดดมเข้าไปทีละน้อย ทำให้ร่างกายอ่อนแอลงเรื่อยๆ จนถึงแก่ชีวิตได้" ซินแสหลิวอธิบาย "และที่ร้ายไปกว่านั้นคือ มันจะทำลายสติสัมปชัญญะ ทำให้ผู้ที่ได้รับพิษเกิดอาการประสาทหลอนและเสียสติได้ในที่สุด"
เหมยลี่รู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งตัว "เช่นนั้นสนมเหมยลี่คนเดิมก็มิได้ฆ่าตัวตาย แต่ถูกพิษนี้คร่าชีวิตอย่างช้าๆ"
ซินแสหลิวพยักหน้า "ใช่ และผู้ที่อยู่เบื้องหลังการผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องหอมนี้ก็คือตระกูลหลี่"
"ข้ารู้เรื่องนี้แล้วเพคะ" เหมยลี่กล่าว "แต่ข้าต้องการหลักฐานที่ชัดเจนกว่านี้ เพื่อที่จะเปิดโปงความจริงทั้งหมด"
ซินแสหลิวใช้เวลาครู่หนึ่งในการตรวจสอบเครื่องหอมอย่างละเอียด ก่อนจะกล่าวขึ้น "ในเครื่องหอมนี้มีส่วนผสมของสมุนไพรหายากชนิดหนึ่งที่เรียกว่า 'ดอกเหมยโลหิต' สมุนไพรชนิดนี้มีฤทธิ์เป็นพิษร้ายแรง และเป็นสมุนไพรที่ถูกห้ามใช้ในราชสำนักมาตั้งแต่สมัยโบราณ"
"ดอกเหมยโลหิต..." เหมยลี่พึมพำกับตัวเอง นางนึกถึง "ดอกเหมยสีเลือด" ที่สนมเหมยลี่คนเดิมกล่าวถึงในจดหมาย ดอกเหมยโลหิตคือชื่อจริงของมันนั่นเอง!
"ดอกเหมยโลหิตนี้มีลักษณะพิเศษคือ จะส่งกลิ่นหอมแรงเมื่อถูกเผา และเมื่อสูดดมเข้าไป จะทำให้เกิดอาการประสาทหลอนและเสียสติได้" ซินแสหลิวอธิบาย "และที่สำคัญคือ มันจะทิ้งร่องรอยของสารพิษไว้ในร่างกายของผู้ที่ได้รับพิษ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์บางอย่าง"
เหมยลี่รู้สึกราวกับว่าแสงสว่างได้สาดส่องเข้ามาในความมืด นางนึกถึงความรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ในชาติก่อน นางรู้ดีว่านางจะต้องหาวิธีตรวจสอบสารพิษนี้ให้ได้ เพื่อเป็นหลักฐานในการเปิดโปงความจริง
"ขอบพระคุณท่านซินแสหลิวมากเพคะ" เหมยลี่กล่าวด้วยความซาบซึ้ง
ซินแสหลิวมองเหมยลี่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเมตตา "เจ้าช่างเป็นสตรีที่กล้าหาญนัก กุ้ยเหรินเหมยลี่ แต่เจ้าต้องระมัดระวังตัวให้ดี เพราะตระกูลหลี่นั้นมีอำนาจและอิทธิพลมากนัก การเปิดโปงความจริงในครั้งนี้ จะนำมาซึ่งภัยอันตรายที่ใหญ่หลวงกว่าที่เจ้าคิดไว้"
"ข้าพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมันเพคะ" เหมยลี่กล่าวด้วยความมุ่งมั่น
ซินแสหลิวพยักหน้า "ข้าจะช่วยเจ้าเท่าที่ข้าจะทำได้ แต่เจ้าเองก็ต้องพึ่งพาตนเองด้วยเช่นกัน"
เมื่อกลับมาถึงตำหนักฉางเหมย เหมยลี่รู้สึกราวกับว่านางได้ก้าวเข้ามาใกล้ความจริงอีกขั้นหนึ่งแล้ว นางรู้ดีว่านางจะต้องหาทางตรวจสอบสารพิษในร่างกายของสนมเหมยลี่คนเดิมให้ได้ เพื่อเป็นหลักฐานที่ไม่อาจปฏิเสธได้
เหมยลี่นึกถึงบันทึกของสนมเหมยลี่คนเดิมที่กล่าวถึง "แผนผังการจัดจำหน่ายเครื่องหอมต้องห้าม" ที่ซ่อนอยู่ในหอตำราหลวง แผนผังนั้นจะแสดงให้เห็นถึงเครือข่ายที่ซับซ้อนของตระกูลหลี่ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสมคบคิดนี้
ในคืนนั้น เหมยลี่นอนไม่หลับ นางทบทวนเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้ ปริศนาแห่งเครื่องหอมต้องห้าม และการค้นพบ "ดอกเหมยโลหิต" ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของพิษร้ายนี้
นางรู้ดีว่านางจะต้องแข็งแกร่งขึ้น และฉลาดขึ้น เพื่อที่จะเอาชีวิตรอดจากวังหลวงแห่งนี้ และเพื่อที่จะเปิดโปงความจริงที่ถูกฝังกลบไว้
ก่อนที่เหมยลี่จะหลับตาลง ภาพขององค์ฮ่องเต้หลงเยว่ก็ผุดขึ้นมาในความคิดของนาง พระองค์ทรงรู้เรื่องราวทั้งหมดนี้ดี และทรงพยายามปกป้องนางจากภัยร้ายที่ซ่อนอยู่ในวังหลวง เหมยลี่รู้ดีว่านางจะต้องช่วยพระองค์ให้พ้นจากพันธนาการของตระกูลหลี่ให้ได้
ขวดยาถอนพิษที่องค์ฮ่องเต้ประทานให้ยังคงวางอยู่ข้างเตียง มันเป็นสัญลักษณ์ของความหวัง และเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างนางกับองค์ฮ่องเต้ ผู้ที่ดูเย็นชาและซับซ้อน แต่กลับซ่อนเร้นความเมตตาไว้ภายใต้ท่าทีที่แข็งกระด้าง
เหมยลี่รู้ดีว่านางกำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่อันตรายยิ่งนัก แต่ด้วยความช่วยเหลือจากซินแสหลิว และการปกป้องจากองค์ฮ่องเต้ และความมุ่งมั่นที่จะเปิดโปงความจริง นางก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับภัยร้ายทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม

สนมแค้นวังหลวง
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก