เหมยลี่รู้ดีว่าการมีแค่ตัวอย่างเครื่องหอมต้องห้ามและคำยืนยันจากซินแสหลิวนั้นยังไม่เพียงพอที่จะเปิดโปงแผนการอันชั่วร้ายของตระกูลหลี่ได้ นางต้องการหลักฐานที่ชัดเจนกว่านี้ หลักฐานที่ไม่อาจปฏิเสธได้ และนางรู้ว่า "แผนผังการจัดจำหน่ายเครื่องหอมต้องห้าม" ที่ซ่อนอยู่ในหอตำราหลวงนั้นคือสิ่งสำคัญที่สุด
ทว่าการเข้าไปนำแผนผังออกมาจากหอตำราหลวงนั้นเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่ง เหมยลี่จึงต้องคิดหาทางที่จะนำแผนผังนั้นออกมาโดยไม่เป็นที่ต้องสงสัย และในขณะเดียวกันก็ต้องระมัดระวังตัวจากสายตาที่จ้องมองมาที่นางอยู่ตลอดเวลา
เหมยลี่ตัดสินใจที่จะใช้กลอุบายบางอย่าง เพื่อล่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสมคบคิดออกมาจากเงามืด และในขณะเดียวกันก็สามารถนำแผนผังนั้นออกมาได้
นางนึกถึงสนมจิน ผู้ที่พยายามวางยาพิษนางในงานเลี้ยงฉลองครบรอบสิบปีแห่งการขึ้นครองราชย์ สนมจินเป็นหมากตัวสำคัญของกุ้ยเฟยหลี่ และน่าจะเป็นคนที่สามารถให้เบาะแสบางอย่างแก่นางได้
เหมยลี่ตัดสินใจที่จะส่งจดหมายลับฉบับหนึ่งไปยังสนมจิน โดยในจดหมายนั้น นางได้เขียนข้อความที่ดูเหมือนจะเป็นการสารภาพผิดและแสดงความหวาดกลัวต่อตระกูลหลี่ และกล่าวถึง "แผนผังการจัดจำหน่ายเครื่องหอมต้องห้าม" ว่านางได้เห็นมันในหอตำราหลวง และกำลังคิดจะนำมันไปถวายองค์ฮ่องเต้
จดหมายฉบับนั้นถูกส่งไปถึงสนมจินในยามค่ำคืน เหมยลี่รู้ดีว่าสนมจินจะต้องรีบนำเรื่องนี้ไปบอกกุ้ยเฟยหลี่อย่างแน่นอน และพวกเขาก็จะต้องรีบดำเนินการบางอย่างเพื่อหยุดยั้งนาง
เหมยลี่เลือกอุทยานหลวงเป็นสถานที่ในการนัดหมาย เพราะเป็นสถานที่ที่กว้างขวางและมีมุมอับมากมาย เหมาะสำหรับการซ่อนตัวและสังเกตการณ์ นางตัดสินใจที่จะไปที่อุทยานหลวงในยามค่ำคืน โดยบอกกับฉิงเถาว่าจะไปเดินเล่นเพื่อผ่อนคลายความเครียด
"สนมเหมยลี่เพคะ ค่ำคืนนี้อากาศเย็นนัก พระองค์ควรจะสวมเสื้อคลุมหนาๆ นะเพคะ" ฉิงเถาเอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วง
"ไม่เป็นไรหรอกฉิงเถา ข้าอยากจะเดินเล่นเงียบๆ เพียงลำพัง" เหมยลี่กล่าว นางรู้ดีว่าการให้ฉิงเถาติดตามไปด้วยอาจทำให้ฉิงเถาตกอยู่ในอันตรายได้
ก่อนออกจากตำหนัก เหมยลี่ได้เตรียมตัวอย่างดี นางสวมอาภรณ์สีเข้มที่กลมกลืนกับความมืดมิด ซ่อนกริชเล็กๆ ไว้ในแขนเสื้อ และพกยาถอนพิษที่องค์ฮ่องเต้ประทานให้ติดตัวไว้ตลอดเวลา
เมื่อมาถึงอุทยานหลวงในยามค่ำคืน เหมยลี่รู้สึกได้ถึงความเงียบสงัดที่ปกคลุมไปทั่ว อุทยานหลวงดูแตกต่างจากยามกลางวันอย่างสิ้นเชิง ต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาออกไปเป็นเงาตะคุ่มๆ ดอกไม้นานาพันธุ์ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ทว่ากลับให้ความรู้สึกวังเวงและน่าขนลุก
เหมยลี่เลือกที่จะซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่ใกล้กับศาลาเล็กๆ ริมสระบัว ซึ่งเป็นจุดที่นางคาดว่าสนมจินและพรรคพวกจะมาปรากฏตัว
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ เหมยลี่รู้สึกถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นางรู้ดีว่านางกำลังเล่นกับไฟ และเดิมพันในครั้งนี้คือชีวิตของนางเอง
ทันใดนั้น เหมยลี่ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่ย่ำมาบนพื้นกรวด เสียงนั้นเบามาก แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้เหมยลี่รู้ว่ามีคนกำลังเข้ามาใกล้
นางแอบมองลอดพุ่มไม้ออกไป และก็เห็นเงาตะคุ่มๆ ของคนสามคนกำลังเดินเข้ามา คนหนึ่งคือสนมจิน และอีกสองคนคือองครักษ์ของตระกูลหลี่!
สนมจินเดินนำหน้ามาด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด ดวงตาของนางกวาดมองไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง
"สนมเหมยลี่ เจ้าออกมาเดี๋ยวนี้เถิด ข้ารู้ว่าเจ้าอยู่ที่นี่" สนมจินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา "หากเจ้าส่งแผนผังนั้นมาให้ข้า ข้าจะรับรองความปลอดภัยของเจ้า และจะมิให้ผู้ใดทำร้ายเจ้า"
เหมยลี่รู้ดีว่าสนมจินกำลังโกหก นางไม่มีทางเชื่อคำพูดของสนมจินได้อย่างแน่นอน
เหมยลี่ตัดสินใจที่จะปรากฏตัว นางเดินออกมาจากหลังพุ่มไม้อย่างช้าๆ ใบหน้าของนางดูสงบนิ่ง ทว่าในใจกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
"สนมจิน ข้ามิได้ซ่อนแผนผังนั้นไว้กับตัว" เหมยลี่เอ่ยขึ้น "แผนผังนั้นอยู่ในหอตำราหลวง และข้ากำลังจะนำมันไปถวายองค์ฮ่องเต้"
สนมจินหน้าซีด "เจ้ากล้าดียังไง! เจ้าคิดจะหักหลังตระกูลหลี่อย่างนั้นหรือ"
"ข้าเพียงต้องการเปิดเผยความจริงเท่านั้น" เหมยลี่กล่าว "ตระกูลหลี่ได้ทำสิ่งที่ชั่วร้ายไว้มากมาย และข้าจะมิยอมให้พวกท่านทำเช่นนั้นต่อไปอีก"
"เจ้าช่างเป็นสตรีที่โง่เขลานัก" สนมจินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา "เจ้าคิดหรือว่าเพียงแค่เจ้าคนเดียวจะสามารถต่อกรกับตระกูลหลี่ได้"
สนมจินโบกมือให้องครักษ์ทั้งสองคน "จับตัวนางมา"
องครักษ์ทั้งสองคนพุ่งตรงเข้ามาหาเหมยลี่อย่างรวดเร็ว เหมยลี่รู้ดีว่านางไม่มีทางต่อสู้กับองครักษ์ที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีได้ นางจึงตัดสินใจที่จะใช้กลอุบาย
ในขณะที่องครักษ์คนแรกพุ่งเข้ามาหา เหมยลี่ก็แสร้งทำเป็นเสียหลักล้มลงไปข้างหน้า องครักษ์ผู้นั้นพุ่งเลยตัวนางไป เหมยลี่อาศัยจังหวะนั้นถีบเท้าไปที่หน้าแข้งขององครักษ์ผู้นั้นอย่างแรง
"โอ๊ย!" องครักษ์ผู้นั้นร้องด้วยความเจ็บปวด
ในขณะที่องครักษ์อีกคนกำลังจะเข้ามาจับตัวเหมยลี่ เหมยลี่ก็แอบหยิบผงบางอย่างออกมาจากแขนเสื้อ แล้วโปรยใส่หน้าองครักษ์ผู้นั้นอย่างรวดเร็ว ผงนั้นคือ "ผงมึนงง" ที่นางได้จากซินแสหลิว มันจะทำให้ผู้ที่สูดดมเข้าไปรู้สึกมึนงงและอ่อนเพลียชั่วขณะ
องครักษ์ผู้นั้นไอโขลกๆ ก่อนจะทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้นด้วยอาการมึนงง
สนมจินเห็นดังนั้นก็รู้สึกตกใจยิ่งนัก "เจ้าทำอะไร! เจ้ามีพิษอยู่ในตัวอย่างนั้นหรือ"
"นี่มิใช่พิษ แต่เป็นเพียงสิ่งที่ช่วยให้ข้าสามารถป้องกันตัวได้เท่านั้น" เหมยลี่กล่าว
สนมจินชักกริชออกมาจากเอว "เจ้าจะต้องตายในคืนนี้ สนมเหมยลี่ ไม่มีใครสามารถเปิดเผยความลับของตระกูลหลี่ได้"
สนมจินพุ่งตรงเข้ามาหาเหมยลี่อย่างรวดเร็ว เหมยลี่รู้ดีว่าสนมจินมิได้มีความสามารถในการต่อสู้มากนัก แต่นางก็ต้องระมัดระวังตัว
เหมยลี่หลบการโจมตีของสนมจินได้อย่างหวุดหวิด ก่อนจะใช้กริชเล็กๆ ที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อ ฟันไปที่แขนของสนมจินอย่างรวดเร็ว
"กรี๊ด!" สนมจินร้องด้วยความเจ็บปวด กริชในมือของนางหล่นลงพื้น
เหมยลี่รู้ดีว่านางจะต้องหาทางกำจัดสนมจินให้พ้นจากทางให้ได้ นางจึงตัดสินใจที่จะวิ่งหนีเข้าไปในป่าลึกของอุทยานหลวง
สนมจินและองครักษ์ที่ยังคงมึนงงอยู่เล็กน้อยรีบวิ่งตามเหมยลี่ไป เหมยลี่วิ่งอย่างสุดกำลัง นางรู้ดีว่าหากถูกจับได้ นางจะต้องถูกฆ่าปิดปากอย่างแน่นอน
ในขณะที่เหมยลี่กำลังวิ่งอยู่นั้น นางก็พลันรู้สึกได้ถึงเงาตะคุ่มๆ ของชายชุดดำอีกครั้ง ชายผู้นั้นกำลังยืนอยู่บนต้นไม้ใหญ่ มองมาที่นางด้วยสายตาที่ลึกล้ำ
เหมยลี่รู้สึกถึงความหวาดกลัวที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ชายผู้นั้นคือใครกันแน่? เขาจะช่วยนาง หรือเขาจะทำร้ายนาง?
ทันใดนั้น เหมยลี่ก็สะดุดรากไม้ล้มลงไปกับพื้น สนมจินและองครักษ์ทั้งสองคนวิ่งเข้ามาใกล้แล้ว
"ในที่สุดเจ้าก็หนีไม่พ้น" สนมจินกล่าวด้วยรอยยิ้มที่ชั่วร้าย "เจ้าจะต้องตายในคืนนี้ สนมเหมยลี่"
สนมจินหยิบกริชขึ้นมาจากพื้น แล้วพุ่งตรงเข้ามาหาเหมยลี่อย่างรวดเร็ว เหมยลี่หลับตาลง เตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความตาย
ทว่าในขณะที่กริชกำลังจะฟันลงมา เสียง "ฉัวะ!" ก็ดังขึ้น
เหมยลี่ลืมตาขึ้นมอง และก็เห็นเงาตะคุ่มๆ ของชายชุดดำกำลังยืนอยู่ตรงหน้าสนมจิน มือของเขาถือดาบเล่มหนึ่ง และดาบเล่มนั้นก็กำลังจ่ออยู่ที่คอของสนมจิน
สนมจินหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว "ท่าน... ท่านคือใคร"
ชายชุดดำยังคงยืนนิ่ง ไม่ตอบคำถามของสนมจิน ก่อนจะหันมามองเหมยลี่ด้วยสายตาที่ลึกล้ำ
เหมยลี่รู้สึกราวกับว่าหัวใจของนางกำลังจะหลุดออกมาจากอก ชายชุดดำผู้นี้คือองค์ฮ่องเต้หลงเยว่!
"เจ้ากล้าดียังไงมาทำร้ายสนมของข้า" เสียงทุ้มต่ำขององค์ฮ่องเต้หลงเยว่ดังขึ้น ทว่าแฝงไว้ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ยากจะควบคุม
สนมจินทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้นด้วยความหวาดกลัว "ทูลองค์ฮ่องเต้ หม่อมฉัน... หม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจเพคะ"
องค์ฮ่องเต้หลงเยว่ทรงแย้มพระสรวลอย่างเย็นชา "เจ้าคิดหรือว่าข้าจะเชื่อคำพูดของเจ้า"
พระองค์ทรงโบกพระหัตถ์ให้ทหารองครักษ์ที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าออกมา ทหารองครักษ์หลายสิบนายปรากฏตัวขึ้นจากความมืดมิด ล้อมรอบสนมจินและองครักษ์ทั้งสองคนไว้
"จับตัวพวกมันไป" องค์ฮ่องเต้หลงเยว่ตรัสสั่งด้วยน้ำเสียงที่เฉียบขาด "และนำตัวพวกมันไปสอบสวนให้ถึงที่สุด"
ทหารองครักษ์รีบเข้ามาจับตัวสนมจินและองครักษ์ทั้งสองคนไปอย่างรวดเร็ว
องค์ฮ่องเต้หลงเยว่ทรงหันมามองเหมยลี่ พระองค์ทรงถอดเสื้อคลุมสีดำของพระองค์ออก แล้วคลุมให้เหมยลี่อย่างอ่อนโยน
"เจ้าไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่" พระองค์ตรัสถามด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล ทว่าแฝงไว้ด้วยความห่วงใย
เหมยลี่เงยหน้าขึ้นสบตากับพระองค์ ดวงตาของพระองค์ฉายแววความกังวลอย่างเห็นได้ชัด
"หม่อมฉันไม่เป็นอะไรเพคะองค์ฮ่องเต้" เหมยลี่เอ่ยขึ้น
องค์ฮ่องเต้หลงเยว่ทรงถอนหายใจแผ่วเบา "เจ้าช่างเป็นสตรีที่กล้าหาญนัก สนมเหมยลี่ เจ้ากล้าที่จะเดินเข้ามาในอันตรายเพียงลำพัง"
"หม่อมฉันเพียงต้องการเปิดโปงความจริงเท่านั้นเพคะ" เหมยลี่กล่าว
องค์ฮ่องเต้หลงเยว่ทรงแย้มพระสรวลน้อยๆ "ข้ารู้ดี และข้าจะช่วยเจ้า"
พระองค์ทรงจูงมือเหมยลี่เดินออกจากอุทยานหลวง แสงจันทร์สาดส่องลงมาต้องร่างของทั้งสอง ดูราวกับภาพวาดที่งดงามและลึกลับ
เหมยลี่รู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากมือขององค์ฮ่องเต้ นางรู้ดีว่านางได้ก้าวเข้ามาในเกมการเมืองที่อันตรายยิ่งนัก แต่ด้วยการปกป้องจากองค์ฮ่องเต้ และความมุ่งมั่นที่จะเปิดโปงความจริง นางก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับภัยร้ายทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม
ในคืนนั้น เหมยลี่นอนไม่หลับ นางทบทวนเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในอุทยานหลวง การเดิมพันชีวิต และการปรากฏตัวขององค์ฮ่องเต้หลงเยว่ที่มาช่วยนางไว้
เหมยลี่รู้ดีว่านางได้ก้าวเข้ามาใกล้ความจริงอีกขั้นหนึ่งแล้ว และความสัมพันธ์ระหว่างนางกับองค์ฮ่องเต้ก็กำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล

สนมแค้นวังหลวง
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก