สนมแค้นวังหลวง

ตอนที่ 38 — คลี่คลายปม: จดหมายเลือดและตราประทับ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

40 ตอน · 1,048 คำ

การปรากฏตัวขององค์ชายหลงเฟยในฐานะพันธมิตรลับ สร้างความประหลาดใจและโล่งใจให้กับเหมยลี่อย่างมาก นางรู้ดีว่าการมีองค์ชายมาช่วยสืบหาความจริงจะทำให้ภารกิจของนางง่ายขึ้นและปลอดภัยขึ้นมาก

"องค์ชายเพคะ พระองค์ทรงทราบเรื่องราวทั้งหมดนี้ดีแล้วใช่หรือไม่" เหมยลี่เอ่ยถามองค์ชายหลงเฟยในยามค่ำคืนวันหนึ่ง ขณะที่ทั้งสองกำลังแอบพบกันที่ศาลาลับในอุทยานหลวง

องค์ชายหลงเฟยพยักหน้า "ใช่ องค์ฮ่องเต้ทรงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ข้าฟังแล้ว ‌พระองค์ทรงรู้ดีว่าตระกูลหลี่กำลังวางแผนที่จะควบคุมวังหลวง และทรงถูกพวกมันใช้ความลับในอดีตมาเป็นข้อต่อรอง"

"ความลับในอดีตขององค์ฮ่องเต้คืออะไรหรือเพคะ" เหมยลี่เอ่ยถามด้วยความสงสัย

องค์ชายหลงเฟยถอนหายใจแผ่วเบา "เรื่องนี้เป็นความลับของราชวงศ์ที่มิอาจเปิดเผยได้โดยง่าย แต่ข้าจะบอกเจ้าได้เพียงว่ามันเกี่ยวข้องกับสายเลือดขององค์ฮ่องเต้ และการขึ้นครองราชย์ของพระองค์"

เหมยลี่รู้สึกถึงความตกใจที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เรื่องราวนี้ซับซ้อนกว่าที่นางคิดไว้มากนัก

"ข้าได้สืบหาข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลหลี่มาบ้างแล้ว" องค์ชายหลงเฟยกล่าวต่อ ​"พวกเขามีเครือข่ายที่แข็งแกร่งอยู่นอกวังหลวง และมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้าผิดกฎหมายหลายอย่าง รวมถึงการผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องหอมต้องห้ามด้วย"

"หม่อมฉันมีหลักฐานบางอย่างที่อาจช่วยเปิดโปงความจริงได้เพคะ" เหมยลี่กล่าว ก่อนจะหยิบบันทึกเล่มเล็กๆ ที่มีตราประทับรูปดอกเหมยสีเลือดออกมาจากแขนเสื้อ "บันทึกนี้เป็นของสนมเหมยลี่คนเดิม นางได้บันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับการสืบสวนของนาง ‍และกล่าวถึง 'แผนผังการจัดจำหน่ายเครื่องหอมต้องห้าม' ที่ซ่อนอยู่ในหอตำราหลวง"

องค์ชายหลงเฟยรับบันทึกมาอ่านอย่างตั้งใจ ใบหน้าของพระองค์ฉายแววความเคร่งเครียดเมื่ออ่านไปถึงส่วนที่เกี่ยวข้องกับ "ดอกเหมยโลหิต" และการสมคบคิดของตระกูลหลี่

"นี่คือหลักฐานสำคัญยิ่งนัก" องค์ชายหลงเฟยกล่าว "หากเราสามารถนำแผนผังนั้นออกมาได้ ‌เราก็จะสามารถเปิดโปงความจริงทั้งหมดได้"

"แต่การเข้าไปนำแผนผังนั้นออกมาจากหอตำราหลวงนั้นเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่งเพคะ" เหมยลี่กล่าว

องค์ชายหลงเฟยพยักหน้า "ข้ารู้ดี แต่เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เราจะต้องเสี่ยง"

ในคืนนั้น องค์ชายหลงเฟยและเหมยลี่ได้วางแผนที่จะเข้าไปนำแผนผังการจัดจำหน่ายเครื่องหอมต้องห้ามออกมาจากหอตำราหลวงอย่างละเอียด องค์ชายหลงเฟยทรงรู้เส้นทางลับและจุดอ่อนของหอตำราหลวงเป็นอย่างดี

เมื่อถึงยามดึกสงัด ทั้งสองคนก็แอบเข้าไปในหอตำราหลวงอย่างเงียบเชียบ ‍แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ส่องให้เห็นตำราและบันทึกประวัติศาสตร์ที่วางเรียงรายอยู่บนชั้นไม้สูงจรดเพดาน

องค์ชายหลงเฟยทรงเดินนำเหมยลี่ไปยังห้องสมุดลับ และเมื่อเข้าไปในห้องสมุดลับ เหมยลี่ก็รู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตำราเก่าแก่ที่วางเรียงรายอยู่

องค์ชายหลงเฟยทรงค้นหาหนังสือที่ชื่อว่า "พงศาวดารจักรพรรดิหลงเยว่" เล่มเก่าๆ ที่ปกซีดจาง และเมื่อพบแล้ว ​พระองค์ก็หยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมาเปิดดูอย่างระมัดระวัง

และเมื่อเปิดไปถึงหน้าที่ 36 พระองค์ก็พบกับแผ่นกระดาษบางๆ ที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนระหว่างหน้ากระดาษ แผ่นกระดาษนั้นคือ "แผนผังการจัดจำหน่ายเครื่องหอมต้องห้าม" ตามที่บันทึกของสนมเหมยลี่คนเดิมได้กล่าวไว้!

แผนผังนั้นแสดงให้เห็นถึงชื่อของสนมและขุนนางหลายคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดจำหน่ายเครื่องหอมนี้ และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ ​มีชื่อของ "อัครมหาเสนาบดีหลี่" ปรากฏอยู่บนแผนผังนั้นด้วย!

"อัครมหาเสนาบดีหลี่..." เหมยลี่พึมพำกับตัวเอง นางรู้สึกราวกับว่าหัวใจของนางกำลังจะหลุดออกมาจากอก อัครมหาเสนาบดีหลี่คือผู้ที่ทรงอำนาจสูงสุดในราชสำนัก เป็นพี่ชายของกุ้ยเฟยหลี่ และเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังการสมคบคิดทั้งหมดนี้!

แผนผังยังแสดงให้เห็นถึงเครือข่ายการจัดจำหน่ายเครื่องหอมนี้ไปยังตำหนักของสนมต่างๆ ​ทั่ววังหลวง และดูเหมือนว่าจะมีสนมหลายคนที่ไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกวางยาพิษอย่างช้าๆ

ในแผนผังนั้นยังมีข้อความลับที่เขียนด้วยหมึกจางๆ ว่า "จดหมายเลือด" ที่ถูกซ่อนไว้ในตำหนักของอัครมหาเสนาบดีหลี่ จดหมายนั้นจะเปิดเผยความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับความลับในอดีตขององค์ฮ่องเต้ และแผนการที่จะโค่นล้มราชบัลลังก์ของตระกูลหลี่

"จดหมายเลือด..." เหมยลี่พึมพำกับตัวเอง นางรู้ดีว่านี่คือหลักฐานสำคัญที่สุดที่จะเปิดโปงความจริงทั้งหมด

องค์ชายหลงเฟยทรงรีบจดจำรายละเอียดทั้งหมดในแผนผังนั้นไว้ในใจ ก่อนจะเก็บแผ่นกระดาษกลับเข้าไปในหนังสืออย่างเดิม และวางหนังสือกลับไปที่ชั้นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ทั้งสองคนรีบออกจากหอตำราหลวงอย่างเงียบเชียบ และกลับมายังอุทยานหลวง

"เราได้หลักฐานสำคัญมาแล้ว" องค์ชายหลงเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง "แต่เราจะต้องระมัดระวังตัวให้ดี เพราะการเปิดโปงความจริงในครั้งนี้ จะนำมาซึ่งภัยอันตรายที่ใหญ่หลวงกว่าที่เจ้าคิดไว้"

"หม่อมฉันพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมันเพคะ" เหมยลี่กล่าวด้วยความมุ่งมั่น

องค์ชายหลงเฟยทรงทอดพระเนตรมาที่เหมยลี่ด้วยสายพระเนตรที่ลึกล้ำ "เจ้าช่างเป็นสตรีที่กล้าหาญนัก สนมเหมยลี่"

ในวันต่อมา เหมยลี่และองค์ชายหลงเฟยได้วางแผนที่จะเข้าไปค้นหา "จดหมายเลือด" ที่ซ่อนอยู่ในตำหนักของอัครมหาเสนาบดีหลี่ การเข้าไปในตำหนักของอัครมหาเสนาบดีหลี่นั้นเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่ง เพราะเป็นสถานที่ที่มีการคุ้มกันอย่างแน่นหนา

องค์ชายหลงเฟยทรงรู้เส้นทางลับและจุดอ่อนของตำหนักของอัครมหาเสนาบดีหลี่เป็นอย่างดี พระองค์ทรงวางแผนที่จะใช้เส้นทางลับในการเข้าไปในตำหนัก และในขณะเดียวกันก็ต้องระมัดระวังตัวจากสายตาของทหารยาม

เมื่อถึงยามดึกสงัด ทั้งสองคนก็แอบเข้าไปในตำหนักของอัครมหาเสนาบดีหลี่อย่างเงียบเชียบ แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ส่องให้เห็นความโอ่อ่าและงดงามของตำหนัก

องค์ชายหลงเฟยทรงเดินนำเหมยลี่ไปยังห้องทำงานของอัครมหาเสนาบดีหลี่ และเมื่อเข้าไปในห้องทำงาน เหมยลี่ก็รู้สึกถึงบรรยากาศที่น่าอึดอัดและตึงเครียด

องค์ชายหลงเฟยทรงค้นหา "จดหมายเลือด" จนทั่วห้องทำงาน และในที่สุด พระองค์ก็ค้นพบกล่องไม้แกะสลักขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นกระเบื้อง กล่องนั้นดูเก่าแก่และมีร่องรอยการใช้งานมาอย่างยาวนาน

เมื่อเปิดกล่องออก องค์ชายหลงเฟยก็พบกับจดหมายฉบับหนึ่งที่เขียนด้วยหมึกสีแดงคล้ายเลือด จดหมายนั้นมีตราประทับรูปดอกเหมยสีเลือดประทับอยู่ที่ปก นั่นคือ "จดหมายเลือด" ที่สนมเหมยลี่คนเดิมกล่าวถึง!

องค์ชายหลงเฟยรับจดหมายเลือดมาอ่านอย่างตั้งใจ ใบหน้าของพระองค์ฉายแววความเคร่งเครียดเมื่ออ่านไปถึงส่วนที่เกี่ยวข้องกับความลับในอดีตขององค์ฮ่องเต้ และแผนการที่จะโค่นล้มราชบัลลังก์ของตระกูลหลี่

จดหมายเลือดนั้นเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจยิ่งนัก องค์ฮ่องเต้หลงเยว่มิได้เป็นโอรสองค์เดียวของอดีตฮ่องเต้ แต่ทรงมีพระอนุชาอีกพระองค์หนึ่งที่ถูกซ่อนไว้ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ และตระกูลหลี่ได้ใช้ความลับนี้มาเป็นข้อต่อรอง เพื่อให้องค์ฮ่องเต้ทรงทำตามคำสั่งของพวกเขา

"นี่คือความจริงทั้งหมด..." องค์ชายหลงเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง "ตระกูลหลี่วางแผนที่จะโค่นล้มราชบัลลังก์ และยกโอรสของกุ้ยเฟยหลี่ขึ้นเป็นฮ่องเต้องค์ต่อไป"

เหมยลี่รู้สึกราวกับว่าหัวใจของนางกำลังจะหลุดออกมาจากอก ความจริงที่โหดร้ายกำลังปรากฏขึ้นทีละน้อย ตระกูลหลี่มิได้เพียงแค่ต้องการควบคุมวังหลวง แต่พวกเขากำลังวางแผนที่จะยึดครองราชบัลลังก์!

"แล้วสนมเหมยลี่คนเดิม นางรู้เรื่องนี้ใช่หรือไม่" เหมยลี่เอ่ยถาม

องค์ชายหลงเฟยพยักหน้า "ใช่ นางรู้เรื่องนี้ทั้งหมด และนางพยายามที่จะเปิดโปงความจริง แต่พวกมันรู้ตัวก่อน จึงได้วางยาพิษนาง และอำพรางคดีเป็นอุบัติเหตุ"

เหมยลี่กำมือแน่น นางรู้สึกถึงความแค้นที่พลุ่งพล่านขึ้นมาในใจ สนมเหมยลี่คนเดิมมิได้ตายอย่างโดดเดี่ยว แต่นางถูกฆ่าปิดปากเพื่อปกป้องความลับอันดำมืดของราชวงศ์

องค์ชายหลงเฟยทรงเก็บจดหมายเลือดไว้ในแขนเสื้อ ก่อนจะหันมามองเหมยลี่ "เราได้หลักฐานสำคัญมาแล้ว สนมเหมยลี่ เราจะต้องรีบนำความจริงนี้ไปถวายองค์ฮ่องเต้"

ทั้งสองคนรีบออกจากตำหนักของอัครมหาเสนาบดีหลี่อย่างเงียบเชียบ และกลับมายังอุทยานหลวง แสงจันทร์สาดส่องลงมาต้องร่างของทั้งสอง ดูราวกับเงาปริศนาที่กำลังเคลื่อนไหวไปพร้อมกัน

เหมยลี่รู้สึกถึงความมุ่งมั่นที่จะเปิดโปงความจริงทั้งหมด นางรู้ดีว่านางกำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่อันตรายยิ่งนัก แต่ด้วยความช่วยเหลือจากองค์ชายหลงเฟย และความแค้นที่พลุ่งพล่านอยู่ในใจ นางก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับภัยร้ายทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม

ในคืนนั้น เหมยลี่นอนไม่หลับ นางทบทวนเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้ การค้นพบ "จดหมายเลือด" และความจริงที่น่าตกใจเกี่ยวกับแผนการของตระกูลหลี่

เหมยลี่รู้ดีว่านางได้ก้าวเข้ามาใกล้ความจริงอีกขั้นหนึ่งแล้ว และความสัมพันธ์ระหว่างนางกับองค์ฮ่องเต้และองค์ชายหลงเฟยก็กำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล

หน้านิยาย
หน้านิยาย
สนมแค้นวังหลวง

สนมแค้นวังหลวง

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!