พิษรักบัลลังก์เลือด

ตอนที่ 2 — คิดเงียบๆ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 607 คำ

หมากตัวแรกบนกระดานพิษ

คืนแรกในฐานะจักรพรรดินี ซูหลิงนอนไม่หลับ นางนอนลืมตาอยู่บนเตียงอันโอ่อ่าภายใต้ผืนผ้าไหมเนื้อดี ความรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้างกัดกินหัวใจ ผนังห้องที่เคยดูอบอุ่นบัดนี้กลับสูงและเย็นชาเหมือนกำแพงคุก ทุกย่างก้าวในวังแห่งนี้เต็มไปด้วยสายตาที่จับจ้องและคำนินทาที่พร้อมจะฉีกทึ้งนางให้เป็นชิ้นๆ

เช้าวันรุ่งขึ้น ซูหลิงต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริงของตำแหน่งจักรพรรดินี ในพิธีถวายบังคม ‌นางต้องนั่งเคียงข้างจักรพรรดิอี้หมิงบนบัลลังก์ทองอันสูงส่ง แต่ระยะห่างระหว่างเขากับนางนั้นราวกับมีกำแพงน้ำแข็งกั้นขวางอยู่ แววตาที่ผู้คนในท้องพระโรงมองมามีทั้งความเคารพ ความสงสัย และความดูแคลน สายตาเหล่านั้นทำให้ซูหลิงรู้สึกราวกับเปลือยเปล่าอยู่ท่ามกลางสายลมหนาวเหน็บ

จักรพรรดิอี้หมิงยังคงแสดงท่าทีเย็นชาและเมินเฉยต่อนางต่อหน้าทุกคน เขาไม่เคยหันมาสบตานาง ไม่เคยเอ่ยถามสารทุกข์สุกดิบ ​และไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์ใดๆ ที่แสดงถึงความผูกพัน ฉายา ‘จักรพรรดินีผู้ถูกละทิ้ง’ เริ่มแพร่สะพัดไปทั่ววังอย่างรวดเร็ว ทำให้ฐานะของนางเปราะบางยิ่งนัก

“ฝ่าบาท…” นางคิดในใจ พยายามทำความเข้าใจการกระทำของเขา ‍“ท่านต้องการสิ่งใดกันแน่? หากเพียงแค่บัลลังก์ ทำไมถึงต้องทิ้งข้าไว้เช่นนี้”

ซูหลิงตระหนักดีว่าการจะเอาชีวิตรอดในวังแห่งนี้ ไม่ใช่แค่การร้องไห้คร่ำครวญและรอความตาย นางต้องเป็นนักสังเกตการณ์ที่คมคาย นางเริ่มจดจำใบหน้า ชื่อ และตำแหน่งของขุนนาง ‌นางเริ่มรับฟังบทสนทนาเล็กๆ น้อยๆ ของเหล่าข้ารับใช้ นางเริ่มสังเกตความสัมพันธ์ระหว่างพระสนมองค์ต่างๆ และแม้แต่ท่าทีของขันทีและนางกำนัล

ในวันหนึ่ง ซูหลิงได้รับเชิญให้ไปร่วมงานเลี้ยงน้ำชาที่จัดโดย พระพันปีหลวง พระมารดาของจักรพรรดิอี้หมิง ‍บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความตึงเครียด พระสนมเหมย ผู้เป็นพระสนมคนโปรดของอี้หมิงก่อนที่ซูหลิงจะเข้ามาในวังหลวง นั่งอยู่เคียงข้างพระพันปีหลวง ใบหน้าของนางประดับด้วยรอยยิ้มหวาน แต่ดวงตาของนางกลับฉายแววเยาะเย้ยและดูถูก ซูหลิงรู้สึกได้ถึงพลังงานที่เป็นปรปักษ์ที่แผ่ซ่านออกมาจากนาง

“จักรพรรดินีซูหลิง” พระพันปีหลวงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ​ทว่าแฝงด้วยความไม่พอใจ “เจ้าดูเหมือนจะยังปรับตัวเข้ากับชีวิตในวังหลวงไม่ได้นัก หากมีสิ่งใดที่เจ้าไม่เข้าใจ ก็จงมาปรึกษาข้าเถิด อย่าได้ทำตัวโดดเดี่ยวเช่นนี้เลย”

คำพูดนั้นเป็นทั้งคำแนะนำและคำเตือน ซูหลิงรู้ดีว่าพระพันปีหลวงไม่พึงพอใจในตัวนางตั้งแต่แรกที่นางได้รับเลือกให้เป็นจักรพรรดินี นางยอบกายลงเล็กน้อย “ขอบพระทัยเพคะพระพันปีหลวง ​หม่อมฉันจะจดจำไว้”

พระสนมเหมยยิ้มมุมปาก “ฝ่าบาททรงงานหนักเพื่อแผ่นดิน จักรพรรดินีควรจะเป็นกำลังใจให้พระองค์ มิใช่เป็นภาระ”

ซูหลิงกัดฟันแน่น นางอยากจะโต้ตอบคำพูดที่เย้ยหยันนั้น แต่รู้ว่าไม่สามารถทำได้ในตอนนี้ นางตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “หม่อมฉันย่อมตระหนักดีเพคะ ​หน้าที่ของจักรพรรดินีคือการสนับสนุนพระสวามี และดูแลวังหลังให้สงบสุข” คำพูดของนางเป็นการตอกย้ำถึงตำแหน่งของตนเองโดยอ้อม ทำให้พระสนมเหมยชะงักไปเล็กน้อย

หลังจากกลับมาที่ตำหนักของตน ซูหลิงรู้สึกอ่อนล้าอย่างมาก นางถอดเครื่องประดับออกทีละชิ้น นางกำนัลส่วนตัวของนาง จิงเอ๋อร์ ผู้เป็นเพื่อนเล่นมาตั้งแต่เด็ก มองหน้านางด้วยความกังวล “นายหญิง… ท่านควรจะระวังพระสนมเหมยให้มากนะเพคะ นางเป็นคนเจ้าเล่ห์”

ซูหลิงพยักหน้า “ข้ารู้จิงเอ๋อร์ วังแห่งนี้ไม่ได้มีแค่ความงดงาม แต่ยังมีพิษร้ายซ่อนอยู่ทุกที่” นางมองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงจันทร์ส่องแสงนวลตาบนท้องฟ้า ท่ามกลางความมืดมิดนั้น ซูหลิงรู้ว่านางต้องเริ่มก้าวเดิน หากต้องการอยู่รอด

ในค่ำคืนนั้น ซูหลิงไม่กินอาหารเย็นตามปกติ โดยอ้างว่าไม่มีความอยากอาหาร นางกำนัลและขันทีประจำตำหนักมองหน้านางด้วยความตกใจ นี่เป็นครั้งแรกที่จักรพรรดินีผู้ได้รับเลือกด้วยพระราชโองการอันเร่งรีบแสดงท่าทีแข็งกร้าว นางเพียงต้องการดูว่าใครจะรายงานเรื่องนี้ต่อจักรพรรดิ และใครจะยังคงภักดีต่อนาง

‘ในเมื่อข้าเป็นแค่หมากตัวหนึ่งบนกระดานแห่งความตายนี้’ ซูหลิงคิดในใจ พลางยกมือขึ้นกุมสร้อยไข่มุกที่อี้หมิงเคยมอบให้เป็นของขวัญวันเกิด ‘ข้าก็จะขอเป็นหมากที่เดินอย่างมีสติ หมากที่อ่านกระดานได้ทะลุปรุโปร่ง’

เมื่อใกล้รุ่งสาง ซูหลิงได้ยินเสียงกระซิบกระซาบจากนางกำนัลสองคนที่เดินผ่านมาหน้าตำหนัก “ได้ยินมาว่าใต้เท้าหลี่ซูเจิ้นถูกลดตำแหน่งลงอีกแล้ว ท่านว่าจะเป็นฝีมือของใครกัน?” อีกคนตอบว่า “ใครจะรู้เล่า วังหลังนี้มีแต่คนหวังอำนาจ เรื่องราวเบื้องหลังซับซ้อนกว่าที่เราคิดนัก ยิ่งตอนที่องค์จักรพรรดิยังเป็นองค์ชายสี่…” บทสนทนาขาดหายไปอย่างกะทันหันเมื่อพวกเขาสังเกตเห็นเงาของซูหลิงที่กำลังเดินออกมา นางกำนัลรีบก้มหน้าลงอย่างรวดเร็วและเดินจากไปอย่างรีบร้อน ทิ้งให้ซูหลิงยืนนิ่งงัน

‘ใต้เท้าหลี่ซูเจิ้น? องค์ชายสี่?’ คำเหล่านั้นวนเวียนในหัวของซูหลิง นางรู้สึกราวกับว่านางเพิ่งได้ยินเศษเสี้ยวของความลับอันยิ่งใหญ่ เกมนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องของนางกับจักรพรรดิอี้หมิง แต่มันใหญ่กว่านั้นมากนัก และสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไป อาจจะเปลี่ยนโฉมหน้าของวังหลวงแห่งนี้ไปตลอดกาล

หน้านิยาย
หน้านิยาย
พิษรักบัลลังก์เลือด

พิษรักบัลลังก์เลือด

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!