พิษรักบัลลังก์เลือด

ตอนที่ 3 — ใบหน้าสงบนิ่ง แผนการซ่อนเร้น

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 618 คำ

เงาปริศนาใต้แสงจันทร์

หลังจากวันนั้น ซูหลิงเริ่มปรับตัวเข้ากับจังหวะชีวิตของวังหลวง นางไม่ได้โศกเศร้าคร่ำครวญอย่างเปิดเผยอีกต่อไป หากแต่เก็บความรู้สึกทั้งหมดไว้ภายใต้ใบหน้าที่สงบนิ่ง นางเริ่มสังเกตการณ์ทุกสิ่งรอบตัวอย่างละเอียดราวกับพรานป่าที่กำลังล่าเหยื่อ ในช่วงเช้า นางจะนั่งอ่านตำราประวัติศาสตร์และราชกิจจานุเบกษาเก่าๆ เพื่อทำความเข้าใจโครงสร้างอำนาจและอิทธิพลของตระกูลต่างๆ ‌ภายในวังหลวง ในช่วงบ่าย นางจะเดินเล่นในอุทยานหลวงเพื่อดูความเคลื่อนไหวของเหล่าข้าราชบริพารและพระสนมองค์อื่นๆ

ซูหลิงสังเกตเห็นว่าจักรพรรดิอี้หมิงแม้จะแสดงท่าทีเย็นชาต่อนาง แต่ก็ไม่เคยทำร้ายนางอย่างเปิดเผย เขาไม่เคยส่งใครมาลงโทษนาง ไม่เคยลดทอนตำแหน่งของนาง และไม่เคยทำให้นางต้องอับอายขายหน้าในที่สาธารณะ สิ่งเหล่านี้ทำให้ซูหลิงเริ่มตั้งคำถาม ​‘หรือเขาจะไม่ได้ใจร้ายอย่างที่แสดงออก?’

บางครั้ง นางเห็นแววตาของเขาเผลอจ้องมองมายังนางในระยะไกล แววตานั้นมีความซับซ้อน ยากจะหยั่งถึง มีทั้งความห่างเหิน ความหนักใจ และบางครั้ง… นางเห็นความเศร้าแวบหนึ่ง ‍ก่อนที่มันจะถูกกลบด้วยความเย็นชาดังเดิม ซูหลิงเริ่มรู้สึกว่าหน้ากากที่จักรพรรดิสวมใส่อยู่นั้น อาจจะหนาและซับซ้อนกว่าที่นางคิด

จิงเอ๋อร์ นางกำนัลคนสนิทของซูหลิง ยังคงเป็นคนเดียวที่นางสามารถวางใจได้ จิงเอ๋อร์เป็นคนฉลาดและซื่อสัตย์ นางมักจะนำข่าวสารเล็กๆ น้อยๆ ‌จากในวังมาเล่าให้นายหญิงฟัง “นายหญิงเพคะ เมื่อวานนี้มีข่าวลือว่าพระสนมเหมยพยายามติดสินบนขันทีคนสนิทขององค์จักรพรรดิ เพื่อให้เขาช่วยจัดงานเลี้ยงส่วนตัวถวายฝ่าบาท แต่ฝ่าบาททรงปฏิเสธเพคะ”

ซูหลิงพยักหน้า “นางคงอยากจะรื้อฟื้นความโปรดปราน แต่ดูเหมือนฝ่าบาทจะไม่ทรงแยแส” นางลอบยิ้มมุมปาก ‍‘นี่คือสิ่งที่จักรพรรดินีควรจะทำ แต่ข้ากลับไม่เคยคิดจะทำ’

วันหนึ่ง ขณะที่ซูหลิงกำลังเดินเล่นอยู่คนเดียวในอุทยานดอกไม้ นางก็สังเกตเห็นซองจดหมายขนาดเล็กวางอยู่บนม้านั่งหินอ่อน ซองจดหมายนั้นไม่มีชื่อผู้ส่งหรือผู้รับ แต่ดูเหมือนจงใจถูกทิ้งไว้ให้นางเห็น ซูหลิงหยิบมันขึ้นมาอย่างระมัดระวัง เปิดออกดู ​พบเพียงผ้าปักผืนเล็กๆ ที่มีรูปดอกเหมยสีขาว และจี้หยกรูปมังกรที่บัดนี้แตกร้าวไปครึ่งหนึ่ง

“แปลกจริง…” ซูหลิงคิดในใจ นางพลิกผ้าปักไปมา พลันสังเกตเห็นรอยเย็บเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ด้านหลัง เมื่อคลี่ออก ​ก็พบอักษรตัวเล็กจิ๋วที่เขียนว่า ‘ระวังใต้เท้าโจวเฟย’

ใต้เท้าโจวเฟยเป็นเสนาบดีกรมกลาโหม เป็นบุคคลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความมั่นคงของราชวงศ์ ซูหลิงรู้จักชื่อเขาดี แต่ไม่เคยคิดว่าเขาจะเป็นอันตราย นางรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว ‘ใครกันที่ส่งสิ่งนี้มาให้นาง? และทำไมถึงต้องระวังใต้เท้าโจวเฟย?’

ขณะที่ความคิดกำลังหมุนวน ​จู่ๆ นางก็รู้สึกถึงเงาของใครบางคนทาบทับลงมา ซูหลิงเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว พบว่าเป็น ซูซินหลัน พระสนมองค์หนึ่งที่เพิ่งเข้ามาในวังได้ไม่นาน ซูซินหลันเป็นสตรีที่อ่อนโยนและขี้อาย มักจะเก็บตัวอยู่เงียบๆ “ถวายพระพรเพคะจักรพรรดินี” นางยอบกายลงด้วยความเคารพ “หม่อมฉันไม่คิดว่าจะได้มาเจอพระองค์ที่นี่”

ซูหลิงยิ้มตอบอย่างเป็นมิตร “ลุกขึ้นเถอะซูซินหลัน เจ้าก็มาเดินเล่นเช่นกันหรือ?”

ซูซินหลันพยักหน้า “เพคะ หม่อมฉันชอบความเงียบสงบของอุทยานแห่งนี้” นางเหลือบมองไปยังจี้หยกในมือของซูหลิง “นั่นจี้หยกของใครกันเพคะ ดูเหมือนจะเก่าแก่มาก”

ซูหลิงเก็บจี้หยกกลับเข้าแขนเสื้ออย่างรวดเร็ว “อ้อ… ไม่มีอะไรหรอก เพียงแค่ของเก่าที่เก็บมาได้” นางรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยกับคำถามนั้น ‘ซูซินหลันเป็นคนส่งมาให้นางเองหรือเปล่า?’

ค่ำคืนนั้น ซูหลิงนอนไม่หลับอีกครั้ง นางเฝ้าคิดถึงจี้หยกที่แตกเป็นสองชิ้น และคำเตือนถึงใต้เท้าโจวเฟย ซูหลิงรู้ว่านางต้องหาคำตอบให้ได้ นางกำชับจิงเอ๋อร์ให้คอยสังเกตการณ์ใต้เท้าโจวเฟย และเฝ้าระวังคนแปลกหน้าในตำหนักของนางให้ดี

หลังจากที่จิงเอ๋อร์ออกไปแล้ว ซูหลิงก็เดินสำรวจตำหนักฉางชุนอย่างเงียบๆ นางสัมผัสผนังทีละจุด เคาะเสียงเบาๆ ที่แผ่นไม้ทีละแผ่น นางรู้ว่าตำหนักแห่งนี้เป็นที่ประทับของจักรพรรดินีองค์ก่อนๆ ย่อมต้องมีประวัติศาสตร์และเรื่องราวซ่อนอยู่ ในที่สุด มือของนางก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติที่ผนังด้านหลังตู้เก็บตำรา เมื่อกดลงไปเบาๆ บานประตูไม้ก็เลื่อนเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นช่องลับที่มืดมิด

ซูหลิงจุดโคมไฟ และก้าวเข้าไปในช่องลับนั้น ภายในเป็นเพียงห้องเล็กๆ ที่มีฝุ่นจับหนาแน่น บนโต๊ะไม้เก่าๆ มีหีบไม้อันหนึ่งวางอยู่ นางเปิดมันออก พบว่าข้างในมีเอกสารเก่าๆ และจดหมายที่ซีดจางไปตามกาลเวลา จดหมายฉบับหนึ่งตกอยู่ในซองที่ปักตราประทับของราชวงศ์เก่า มันกล่าวถึง ‘ความทรยศอันยิ่งใหญ่’ และ ‘คำสาบานของเหล่าผู้ภักดี’ ที่ถูกบิดเบือนไปในวันที่ ‘บุปผาแห่งความมืดมิด’ เบ่งบานในราชสำนัก จดหมายไม่ได้ลงชื่อผู้เขียน แต่ประโยคสุดท้ายทำให้ซูหลิงรู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งตัว

‘ในวังแห่งนี้ ไม่มีสิ่งใดเป็นความบังเอิญ… ระวัง ‘ผู้พิทักษ์’ ผู้ที่แท้จริงคือ ‘ผู้ทำลาย’’

ซูหลิงรู้สึกเหมือนหัวใจจะหยุดเต้นเมื่ออ่านจบ นางรู้ว่าสิ่งที่ค้นพบนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ความลับส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่ง แต่มันคือเบาะแสสำคัญที่เชื่อมโยงกับความมั่นคงของแผ่นดิน และอาจจะเชื่อมโยงถึงตระกูลของนางเองด้วย

หน้านิยาย
หน้านิยาย
พิษรักบัลลังก์เลือด

พิษรักบัลลังก์เลือด

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!