พิษรักบัลลังก์เลือด

ตอนที่ 6 — แผนร้ายในเงามืด ความรู้สึกต้องห้าม คำเตือนจักรพรรดิอี้หมิง

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 772 คำ

แผนร้ายในเงามืด

คำเตือนอันคลุมเครือของจักรพรรดิอี้หมิงยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดของซูหลิง นางตีความคำพูดนั้นว่าเป็นการท้าทาย มิใช่การข่มขู่ และสัมผัสแผ่วเบาบนแก้มของนาง แม้จะเย็นชา แต่ก็ทำให้เกิดความรู้สึกที่ซับซ้อนขึ้นในใจ ความรู้สึกที่นางพยายามจะปฏิเสธมาตลอด

ในอีกไม่กี่วันต่อมา วังหลวงก็ถูกปกคลุมไปด้วยความตึงเครียด ‌เมื่อข่าวลือเรื่องการกบฏแพร่สะพัดไปทั่ว ใต้เท้าหลี่เวย ขุนนางผู้ซื่อสัตย์และเป็นที่นับหน้าถือตา ถูกกล่าวหาว่าซ่องสุมกำลังพลและติดต่อกับชนเผ่าทางเหนือเพื่อโค่นล้มราชบัลลังก์ หลักฐานที่ถูกนำมาแสดงในท้องพระโรงดูเหมือนจะหนักแน่น ทั้งลายลักษณ์อักษรที่อ้างว่าเป็นของใต้เท้าหลี่เวย และพยานที่ให้การยืนยัน

ซูหลิงรู้ดีว่าใต้เท้าหลี่เวยเป็นคนซื่อสัตย์และไม่มีทางทรยศแผ่นดินอย่างแน่นอน นางสงสัยว่านี่คือแผนการที่ถูกวางไว้เพื่อกำจัดขุนนางที่จงรักภักดี ​และน่าจะเกี่ยวข้องกับ ‘ผู้พิทักษ์’ ที่จดหมายเก่าแก่เตือนเอาไว้

“จิงเอ๋อร์” ซูหลิงเรียกนางกำนัลคนสนิท “เจ้าไปสืบเรื่องราวของใต้เท้าหลี่เวยมาให้ข้า ว่าเขาเป็นคนเช่นไร มีศัตรูที่ไหนบ้าง และในช่วงเวลาที่ถูกกล่าวหาว่าสมคบคิดกบฏ ‍เขาอยู่ที่ใด”

จิงเอ๋อร์พยักหน้ารับคำอย่างตั้งใจ นางใช้เวลาสองสามวันในการรวบรวมข้อมูลอย่างเงียบๆ และกลับมารายงานซูหลิง “นายหญิงเพคะ ใต้เท้าหลี่เวยเป็นคนตรงไปตรงมา ไม่เคยมีศัตรูคนใดที่ชัดเจน แต่ท่านเป็นคนที่ไม่ค่อยประนีประนอมกับใต้เท้าโจวเฟยเพคะ และในช่วงเวลาที่กล่าวหาว่าท่านไปพบชนเผ่าทางเหนือนั้น ‌แท้จริงแล้วท่านกำลังไปเยี่ยมมารดาที่กำลังป่วยหนักที่บ้านนอก ซึ่งมีคนมากมายเห็นท่านอยู่ที่นั่นเพคะ”

คำบอกเล่านั้นทำให้ซูหลิงมั่นใจยิ่งขึ้นว่าใต้เท้าหลี่เวยเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ถูกใส่ร้าย ‘ใต้เท้าโจวเฟย…’ ชื่อนี้ปรากฏขึ้นอีกครั้งในความคิดของนาง

ซูหลิงเริ่มสืบหาหลักฐานอย่างลับๆ นางใช้ประโยชน์จากตำแหน่งจักรพรรดินีในการเข้าถึงเอกสารบางอย่างในห้องสมุดหลวง และใช้ความสัมพันธ์ที่นางสร้างไว้กับเหล่าข้ารับใช้เพื่อขอข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ ที่ดูเหมือนไม่มีความสำคัญ ‍นางพบว่าลายมือในจดหมายที่อ้างว่าเป็นของใต้เท้าหลี่เวยนั้นมีความผิดปกติเล็กน้อย ซึ่งต่างจากลายมือที่แท้จริงของเขาที่ใช้ในการเขียนฎีกา

‘ถ้าหากลายมือถูกปลอมแปลง…’ ซูหลิงคิด ‘ใครกันที่มีอำนาจมากพอที่จะทำเช่นนี้ และทำไมถึงต้องการกำจัดใต้เท้าหลี่เวย’

ในขณะที่กำลังค้นคว้าอยู่ในห้องสมุดหลวง ซูหลิงก็ได้ยินเสียงกระซิบจากนางกำนัลสองคน “ได้ยินว่าใต้เท้าโจวเฟยได้เลื่อนตำแหน่งแล้ว หลังจากที่ใต้เท้าหลี่เวยถูกจับ ​เรื่องนี้มันช่างประจวบเหมาะอะไรเช่นนี้” อีกคนตอบว่า “อย่าพูดเสียงดังนักสิ! เรื่องในวังหลวงมีเบื้องลึกเบื้องหลังที่เราไม่ควรรู้”

เบาะแสจากจดหมายเก่าแก่ คำเตือนของจักรพรรดิ และข่าวลือต่างๆ เริ่มปะติดปะต่อกันในหัวของซูหลิง ใต้เท้าโจวเฟยคือ ​‘ผู้พิทักษ์’ ที่จดหมายกล่าวถึง เขาเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังการพยายามโค่นล้มจักรพรรดิอี้หมิง และการกำจัดใต้เท้าหลี่เวยก็เป็นเพียงก้าวหนึ่งในแผนการอันชั่วร้ายของเขา

ซูหลิงตัดสินใจว่านางจะต้องนำหลักฐานนี้ไปแจ้งต่อจักรพรรดิอี้หมิง แม้จะเสี่ยง แต่นางก็ไม่มีทางเลือกอื่น หากปล่อยให้ใต้เท้าโจวเฟยลอยนวล แผ่นดินจะต้องตกอยู่ในอันตราย

นางรีบกลับมาที่ตำหนักของตน ​และเริ่มรวบรวมหลักฐานที่นางค้นพบอย่างรวดเร็ว ลายมือของใต้เท้าหลี่เวยที่แท้จริง ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับที่อยู่ของเขาในวันเกิดเหตุ และข้อมูลการเลื่อนตำแหน่งของใต้เท้าโจวเฟย

“จิงเอ๋อร์” ซูหลิงกล่าว “ข้าต้องการเข้าเฝ้าฝ่าบาทในทันที”

จิงเอ๋อร์มองหน้านายหญิงด้วยความกังวล “นายหญิงเพคะ ท่านดูรีบร้อนเหลือเกิน มีเรื่องอะไรสำคัญหรือเพคะ?”

“สำคัญมาก… สำคัญถึงชีวิตของใต้เท้าหลี่เวย และความมั่นคงของแผ่นดิน” ซูหลิงตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ข้าต้องนำหลักฐานนี้ไปให้ฝ่าบาท”

ในขณะที่ซูหลิงกำลังจะออกจากตำหนัก จู่ๆ ก็มีเสียงดัง ‘กึก’ จากด้านหลังของตำหนัก นางหันไปมอง เห็นเพียงเงาตะคุ่มๆ ของชายคนหนึ่งที่กำลังจะเดินหายไปในความมืด นางรู้สึกไม่สบายใจ จึงรีบเร่งฝีเท้าออกไปจากตำหนัก

แต่ยังไม่ทันที่นางจะก้าวพ้นประตูตำหนัก กลุ่มชายชุดดำสี่คนก็ปรากฏตัวขึ้นจากเงามืด พวกเขาถือดาบและมีดในมือ ใบหน้าของพวกเขาถูกปิดบังไว้ด้วยผ้าคลุมสีดำสนิท

“จักรพรรดินี… ได้โปรดอย่าขัดขืน” หนึ่งในชายชุดดำกล่าวด้วยเสียงที่เย็นชา “เราเพียงแค่ต้องการให้พระองค์เงียบเสียงลงเท่านั้น”

ซูหลิงรู้ทันทีว่าใครเป็นผู้ส่งพวกเขามา ‘ใต้เท้าโจวเฟย!’ นางกำมือแน่นด้วยความโกรธแค้น ไม่คาดคิดว่าเขาจะกล้าลงมืออย่างอุกอาจถึงเพียงนี้

“จิงเอ๋อร์!” ซูหลิงตะโกนสั่ง “ไปตามทหารมาเร็วเข้า!”

จิงเอ๋อร์รีบวิ่งหนีไปอย่างตื่นตระหนก แต่ชายชุดดำสองคนก็พุ่งเข้ามาหานางอย่างรวดเร็ว ซูหลิงไม่มีทางเลือก นางหยิบปิ่นปักผมทองคำที่ปักอยู่บนศีรษะออก และชูขึ้นเป็นอาวุธ นางเคยเรียนรู้วิธีป้องกันตัวขั้นพื้นฐานจากอาจารย์ที่บ้านเกิดเมื่อยังเด็ก แม้จะไม่ใช่นักรบ แต่ก็พอจะใช้รับมือได้บ้าง

“เจ้ากล้ามาโจมตีข้าถึงในเขตวังหลวง!” ซูหลิงตะโกน “ไม่กลัวตายกันเลยหรือ!”

“เราเพียงแค่ทำตามคำสั่ง” ชายชุดดำกล่าว ก่อนจะพุ่งดาบเข้ามาหานาง ซูหลิงหลบหลีกคมดาบได้อย่างหวุดหวิด ปิ่นปักผมในมือของนางถูกใช้เป็นเครื่องมือในการป้องกันตัว นางใช้มันปัดป้องและจู่โจมไปที่จุดอ่อนของศัตรู

การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด ซูหลิงรู้ว่านางไม่มีทางสู้พวกเขาได้นานนัก ชายชุดดำแข็งแกร่งและมีจำนวนมากกว่า นางได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากคมดาบที่เฉียดไหล่ไป แต่ความมุ่งมั่นของนางยังคงไม่ลดลง นางจะต้องรอดไปให้ได้ เพื่อเปิดเผยความจริงทั้งหมด

แต่แล้วชายชุดดำอีกคนหนึ่งก็โผล่ออกมาจากด้านหลัง เขายกมีดขึ้นหมายจะแทงเข้าที่กลางหลังของนาง ซูหลิงหันไปไม่ทัน นางหลับตาปี๋ เตรียมรับความเจ็บปวดที่จะมาถึง ‘จบสิ้นแล้วหรือนี่’ นางคิดในใจ แต่ก่อนที่คมมีดจะฟาดลงมา เสียงลูกธนูก็แหวกอากาศเข้ามาเสียบเข้าที่ต้นแขนของชายชุดดำคนนั้นอย่างจัง

“ใคร!” ชายชุดดำคนอื่นๆ ร้องขึ้นด้วยความตกใจ

ซูหลิงลืมตาขึ้นมอง เห็นร่างสูงสง่าในชุดสีเข้มยืนอยู่ไม่ไกล มือของเขายังคงถือคันธนูอยู่ แววตาคมกริบของเขาจ้องมองมาที่นาง และจากนั้นก็กวาดมองไปยังเหล่าชายชุดดำด้วยความเย็นชา

“ในวังหลวงของข้า เจ้ากล้าดียังไงมาลอบสังหารจักรพรรดินีของข้า!” เสียงของจักรพรรดิอี้หมิงดังขึ้นก้องในความมืด ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ทำให้เหล่าชายชุดดำถึงกับผงะถอยหลังไป ซูหลิงมองเขาด้วยความตกใจ เขามาช่วยนาง?

หน้านิยาย
หน้านิยาย
พิษรักบัลลังก์เลือด

พิษรักบัลลังก์เลือด

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!