พิษรักบัลลังก์เลือด

ตอนที่ 10 — จุดจบหรือจุดเริ่มต้น

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 724 คำ

จุดจบ...หรือจุดเริ่มต้น?

คำกล่าวอ้างของหลี่ฮูหยินราวกับระเบิดที่ลงกลางท้องพระโรง สร้างความวุ่นวายและความตื่นตระหนกไปทั่ว บรรดาขุนนางต่างเริ่มซุบซิบนินทา เสียงกระซิบกระซาบแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็วว่า ‘จักรพรรดิไม่ใช่โอรสแท้ๆ’ ‘บัลลังก์กำลังจะล่มสลาย’ ซูหลิงเห็นใบหน้าของอี้หมิงซีดเผือดลงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เขาไม่เคยเปิดเผยความลับส่วนตัวนี้ให้ใครรู้มาก่อน ‌และตอนนี้มันถูกเปิดโปงโดยคนที่เขาเคยเชื่อใจที่สุด

“ไม่จริง!” อี้หมิงคำรามด้วยความโกรธ “เจ้าพูดอะไรของเจ้า หลี่ฮูหยิน! นี่คือการใส่ร้ายป้ายสี!”

หลี่ฮูหยินหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “ฮ่าๆๆ! เจ้าคิดว่าข้าจะโกหกหรือ? ข้ามีหลักฐาน! ​ข้ามีพยาน! และข้าจะให้คนเหล่านั้นออกมายืนยันความจริงว่าเจ้าไม่ใช่ผู้สืบทอดบัลลังก์ที่แท้จริง!” นางชี้ไปที่ประตูที่กำลังจะเปิดออก เผยให้เห็นชายชราคนหนึ่งที่ดูอิดโรย ดวงตาของเขาว่างเปล่า แต่เมื่อเขาถูกนำเข้ามาในท้องพระโรง สายตาของเขากลับกวาดมองไปทั่วอย่างหวาดระแวง

ซูหลิงรู้ว่านี่คือช่วงเวลาสำคัญที่สุดในเกมนี้ หากอี้หมิงไม่สามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองได้ ‍บัลลังก์ก็จะสั่นคลอน และราชวงศ์จะล่มสลายในที่สุด นางกุมมือของอี้หมิงแน่น พยายามส่งกำลังใจให้เขา

“ฝ่าบาทเพคะ” ซูหลิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดังชัดเจน “อย่าได้หลงกลคำยุยงของนางเพคะ ความจริงย่อมอยู่เหนือสิ่งอื่นใดเสมอ” นางหันไปมองหลี่ฮูหยิน ‌“หลี่ฮูหยิน ท่านกล่าวอ้างว่าจักรพรรดิไม่ใช่โอรสแท้ๆ แต่ท่านมีหลักฐานอะไรมายืนยันนอกจากการใส่ร้ายป้ายสี? และท่านคิดว่าการทำเช่นนี้จะทำให้บัลลังก์ของแคว้นเว่ยเข้มแข็งขึ้นได้งั้นหรือ?”

“ข้ามีพยาน!” หลี่ฮูหยินกล่าว และชี้ไปยังชายชรา “ชายผู้นี้คือขันทีจาง ผู้ที่เคยเป็นผู้ดูแลในตำหนักของอดีตฮ่องเต้ ‍เขารู้ทุกเรื่อง!”

แต่ก่อนที่ขันทีจางจะพูดอะไร ซูหลิงก็ก้าวออกไปข้างหน้า “ขันทีจาง ท่านจำ ‘วังวนรักมายา’ ได้หรือไม่?” นางถามด้วยเสียงที่สงบ แต่ดวงตาของนางกลับฉายแววคมกริบ

คำถามนั้นทำให้ขันทีจางตัวสั่นเล็กน้อย ​ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกใจ หลี่ฮูหยินเองก็ดูประหลาดใจกับคำถามของซูหลิง

“วังวนรักมายา…?” ขันทีจางกระซิบ “นั่น… นั่นมันอะไรกัน…”

ซูหลิงยิ้มบางๆ “วังวนรักมายาคือชื่อรหัสของตำราลับที่บันทึกแผนการกบฏของหลี่ฮูหยิน และท่านคือหนึ่งในผู้ที่ถูกหลี่ฮูหยินบงการให้เป็นพยานเท็จ ข้ามีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรที่ขันทีคนสนิทของท่านได้บันทึกไว้ในสมุดบันทึกส่วนตัว ​ว่าท่านถูกบังคับให้ใส่ร้ายฝ่าบาท!” นางกล่าวพร้อมกับให้จิงเอ๋อร์ยื่นสมุดบันทึกเล่มเล็กๆ ให้กับขันทีผู้ใหญ่ที่อยู่ข้างๆ อี้หมิง

เมื่อเห็นหลักฐานชิ้นใหม่ ขันทีจางก็ถึงกับทรุดตัวลงคุกเข่า “หม่อมฉันสารภาพเพคะฝ่าบาท! หม่อมฉันถูกบังคับ! หลี่ฮูหยินขู่ว่าจะทำร้ายครอบครัวของหม่อมฉัน ​หากหม่อมฉันไม่ทำตามคำสั่ง!”

คำสารภาพของขันทีจางทำให้สถานการณ์พลิกกลับอย่างสิ้นเชิง หลักฐานที่หลี่ฮูหยินนำมาใช้ได้กลายเป็นเครื่องมือที่ทำลายนางเอง บรรดาขุนนางต่างมองหลี่ฮูหยินด้วยความรังเกียจและความโกรธแค้น

“หลี่ฮูหยิน” อี้หมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดผิดหวัง “เจ้าคิดว่าข้าจะไม่รู้เรื่องความลับของข้าเองงั้นหรือ? ข้ารู้มาตลอดว่าข้าเป็นบุตรบุญธรรม และข้ารู้ว่าข้าถูกเลือกให้มาปกครองแผ่นดินนี้ด้วยความยุติธรรมและความสามารถ ไม่ใช่ด้วยสายเลือดเพียงอย่างเดียว” เขาชี้ไปที่ตำราลับที่ซูหลิงค้นพบ “และข้าก็รู้ด้วยว่าเจ้าคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังความวุ่นวายทั้งหมด เพื่อหวังจะใช้ความลับนี้โค่นล้มข้า และทำให้แผ่นดินแตกแยก”

ในที่สุด หลี่ฮูหยินก็ไม่สามารถปฏิเสธความผิดของตนเองได้อีกต่อไป นางทรุดตัวลงกับพื้น ร้องไห้ด้วยความพ่ายแพ้และเสียใจ ราชโองการถูกประกาศให้จับกุมหลี่ฮูหยินและคนอื่นๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนการกบฏทั้งหมด ความยุติธรรมได้บังเกิดขึ้นแล้ว

วังหลวงกลับมาสู่ความสงบอีกครั้ง แต่ความสงบนั้นเปราะบางและเต็มไปด้วยร่องรอยของบาดแผล อี้หมิงและซูหลิงยืนอยู่เคียงข้างกันบนบัลลังก์ทองคำ พวกเขามองหน้ากันและกันด้วยความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่ได้เริ่มต้นด้วยความรักที่โรแมนติก หากแต่เป็นความรักที่ถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางความหลอกลวง การเอาชีวิตรอด และความร่วมมือที่แข็งแกร่ง

“ข้าขอโทษสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมา ซูหลิง” อี้หมิงกระซิบข้างหูของนาง “ข้ารู้ว่าข้าทำให้เจ้าเจ็บปวด แต่ข้าหวังว่าเจ้าจะให้อภัยข้า และยอมให้ข้ารักเจ้าอย่างแท้จริง”

ซูหลิงเงยหน้าขึ้นมองเขา น้ำตาไหลริน “ข้าเองก็รักท่านเพคะ ฝ่าบาท… แม้ว่าความรักของเราจะเริ่มต้นด้วยมายา แต่ข้าเชื่อว่าจากนี้ไป มันจะเป็นความรักที่แท้จริง” นางยอมรับความจริงที่ว่าความรักของพวกเขาไม่ใช่ความรักแบบเทพนิยาย แต่มันคือความรักที่สมจริงยิ่งกว่า เพราะมันได้ผ่านบททดสอบที่โหดร้ายที่สุดมาแล้ว

ราชสำนักได้ผ่านพ้นพายุร้ายมาได้ด้วยดี ซูหลิงในฐานะจักรพรรดินีผู้ชาญฉลาดและกล้าหาญ ได้รับความเคารพจากเหล่าขุนนางและประชาชน นางกลายเป็นที่ปรึกษาที่สำคัญของจักรพรรดิอี้หมิง และเป็นพลังที่คอยค้ำจุนเขาให้เข้มแข็ง แต่ในใจของนาง ก็ยังคงมีคำถามที่ค้างคาอยู่เสมอว่าความสงบสุขนี้จะอยู่ได้นานแค่ไหน? ในวังหลวงที่เต็มไปด้วยอำนาจและความทะเยอทะยาน การเล่นเกมไม่มีวันสิ้นสุด

คืนหนึ่ง ซูหลิงยืนอยู่ที่ริมระเบียงตำหนักของตน มองไปยังดวงจันทร์ที่ส่องแสงนวลตา นางเห็นเงาของเหล่าทหารองครักษ์ที่เดินลาดตระเวนอย่างเงียบเชียบ ทุกสิ่งทุกอย่างดูสงบ แต่ความเงียบนั้นกลับทำให้ซูหลิงรู้สึกถึงความไม่แน่นอน นางสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ยังคงคุกรุ่นอยู่เบื้องลึกของวังหลวง แม้หลี่ฮูหยินจะถูกกำจัดไปแล้ว แต่ผู้เล่นคนอื่นที่ยังคงซ่อนตัวอยู่ อาจจะรอคอยโอกาสที่จะเริ่มเกมใหม่ได้ทุกเมื่อ

‘เกมนี้จบลงแล้ว… แต่เกมต่อไปจะเริ่มขึ้นเมื่อใด?’ ซูหลิงคิดในใจ นางสูดหายใจลึกๆ และเงยหน้าขึ้นมองดวงจันทร์ ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและแข็งแกร่ง ราวกับพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ๆ ที่กำลังจะมาถึงในอนาคตอันใกล้… นางรู้ว่าหนทางข้างหน้ายังคงยาวไกล และการต่อสู้เพื่อความสุขที่แท้จริงของนางนั้นยังไม่สิ้นสุดลงเลย

หน้านิยาย
หน้านิยาย
พิษรักบัลลังก์เลือด

พิษรักบัลลังก์เลือด

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!