ลมหนาวพัดโชยมาพร้อมกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกเหมยที่เริ่มผลิบาน บรรยากาศในวังหลวงดูสงบเงียบผิดปกติ ทว่าภายใต้ความสงบนั้นกลับซ่อนเร้นความเคลื่อนไหวอันซับซ้อน ซูหลิงนั่งอยู่ภายในตำหนักฉงเยว่ จิบชาสมุนไพรที่เหมยฮวาบรรจงชงให้ นางทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง มองเห็นสวนหย่อมที่บัดนี้ถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน ความงามของธรรมชาติมิอาจทำให้จิตใจของนางสงบลงได้ เพราะในหัวของนางเต็มไปด้วยแผนการที่กำลังจะถูกนำมาใช้
หลังจากที่ซูหลิงสั่งให้เหมยฮวาสืบเรื่องราวขององค์ฮองเฮาหลี่เยว่ เหมยฮวาก็ได้นำข้อมูลมากมายมาให้นาง ข้อมูลเหล่านั้นไม่ใช่เรื่องราวที่น่าตกใจหรือความลับอันดำมืด หากแต่เป็นเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันขององค์ฮองเฮา รวมถึงความสัมพันธ์ของนางกับขุนนางและเชื้อพระวงศ์ต่างๆ
“นายหญิงเพคะ บ่าวได้สืบทราบมาว่าองค์ฮองเฮาหลี่เยว่โปรดปรานการประพันธ์บทกวีและชอบจัดงานเลี้ยงน้ำชาในสวนหลวงเป็นประจำเพคะ” เหมยฮวารายงานด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
ซูหลิงพยักหน้าช้าๆ “มีอะไรอีกหรือ”
“องค์ฮองเฮาหลี่เยว่มีพระสหายสนิทอยู่สองสามคนเพคะ หนึ่งในนั้นคือพระสนมซูฮวา ซึ่งเป็นธิดาของเสนาบดีกรมพิธีการเพคะ”
“ซูฮวา...” ซูหลิงทวนชื่อนั้นเบาๆ “นางเป็นสตรีที่อ่อนโยนและเรียบร้อย ไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้ใคร”
“ใช่เพคะ แต่บ่าวได้ยินมาว่าพระสนมซูฮวาเคยมีความขัดแย้งกับองค์ฮองเฮาหลี่เยว่เล็กน้อยเมื่อครั้งยังเยาว์เพคะ”
“ความขัดแย้งอะไร” ซูหลิงถามด้วยความสนใจ
“บ่าวได้ยินมาว่าทั้งสองเคยชอบบุรุษคนเดียวกันเพคะ แต่สุดท้ายบุรุษผู้นั้นก็เลือกแต่งงานกับสตรีอื่นไป” เหมยฮวากล่าวพร้อมกับลดเสียงลง “หลังจากนั้นทั้งสองก็ดูเหมือนจะคืนดีกัน แต่บ่าวรู้สึกว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ยังคงมีรอยร้าวอยู่เพคะ”
ซูหลิงยิ้มมุมปาก ‘น่าสนใจ’ นางคิดในใจ ‘แม้แต่สตรีที่ดูเพียบพร้อมอย่างองค์ฮองเฮาก็ยังมีความลับและความขัดแย้งในอดีต’
“แล้วเรื่องตระกูลหลี่ล่ะ” ซูหลิงถามต่อ “มีอะไรที่น่าสนใจเกี่ยวกับพวกเขาบ้าง”
“ตระกูลหลี่เป็นตระกูลที่เก่าแก่และมีอำนาจมากเพคะ ท่านพ่อขององค์ฮองเฮาคือท่านเสนาบดีหลี่จง ผู้เป็นมือขวาขององค์จักรพรรดิมานานหลายปี” เหมยฮวารายงาน “แต่บ่าวได้ยินมาว่าท่านเสนาบดีหลี่จงนั้นมีบุตรชายอีกคนหนึ่งที่ไม่ได้เกิดจากภรรยาเอกเพคะ”
ซูหลิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “บุตรชายที่ไม่ได้เกิดจากภรรยาเอกหรือ”
“ใช่เพคะ บุตรชายผู้นั้นชื่อหลี่หมิงเพคะ เขาเป็นบุรุษที่มีความสามารถและเฉลียวฉลาด แต่กลับไม่ได้รับการยอมรับจากตระกูลหลี่เท่าที่ควรเพคะ”
“ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น”
“บ่าวได้ยินมาว่าเพราะมารดาของเขาเป็นเพียงสาวใช้ในจวนเพคะ และท่านเสนาบดีหลี่จงก็ไม่ค่อยจะโปรดปรานเขาเท่าไหร่”
ซูหลิงพยักหน้าช้าๆ ข้อมูลเหล่านี้เป็นเหมือนชิ้นส่วนของจิ๊กซอว์ที่กำลังจะถูกนำมาประกอบเข้าด้วยกัน นางเริ่มมองเห็นช่องโหว่และจุดอ่อนของตระกูลหลี่แล้ว
“ขอบใจเจ้ามากเหมยฮวา เจ้าทำงานได้ดีมาก” ซูหลิงกล่าวชมเชย
“เป็นหน้าที่ของบ่าวเพคะนายหญิง” เหมยฮวากล่าวด้วยความภักดี
ซูหลิงลุกขึ้นยืน เดินไปยังโต๊ะเขียนหนังสือ หยิบพู่กันขึ้นมาแล้วเริ่มเขียนบางสิ่งลงบนกระดาษ นางไม่ได้เขียนบทกวีหรือจดหมายรัก หากแต่เป็นแผนการอันแยบยลที่นางกำลังจะนำมาใช้
‘องค์ฮองเฮาหลี่เยว่ เจ้าอาจจะคิดว่าเจ้าครอบครองทุกสิ่งทุกอย่างในวังหลวงแห่งนี้ แต่เจ้าไม่รู้หรอกว่าอำนาจที่แท้จริงนั้นไม่ได้มาจากสายเลือดหรือตำแหน่ง หากแต่มาจากความเฉลียวฉลาดและการรู้จักใช้คน’ ซูหลิงคิดในใจ
แผนการของซูหลิงคือการใช้จุดอ่อนของตระกูลหลี่และองค์ฮองเฮาหลี่เยว่ เพื่อสร้างความแตกแยกและบ่อนทำลายอำนาจของพวกเขาจากภายใน นางจะใช้ข่าวลือ ความอิจฉาริษยา และความไม่พอใจที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในวังหลวงให้เป็นประโยชน์
คืนนั้น ซูหลิงนอนไม่หลับ นางคิดทบทวนแผนการของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า พยายามหาจุดบกพร่องและช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้นได้ นางรู้ดีว่าการจะโค่นล้มตระกูลหลี่นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ความแค้นและความมุ่งมั่นในใจของนางก็แข็งแกร่งพอที่จะทำให้นางก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง
วันรุ่งขึ้น ซูหลิงสั่งให้เหมยฮวาเตรียมของขวัญชิ้นเล็กๆ สำหรับพระสนมซูฮวา “เหมยฮวา เจ้าช่วยนำของขวัญชิ้นนี้ไปมอบให้พระสนมซูฮวา และบอกนางว่าข้าขอเชิญนางมาจิบชาที่ตำหนักฉงเยว่ในวันพรุ่งนี้ด้วย”
“เพคะนายหญิง” เหมยฮวารับคำสั่ง
พระสนมซูฮวามาตามคำเชิญของซูหลิง นางดูประหลาดใจเล็กน้อยที่ซูหลิงเชิญนางมาจิบชา เพราะทั้งสองไม่เคยสนิทสนมกันมาก่อน
“ถวายพระพรพระสนมซูหลิงเพคะ” ซูฮวากล่าวด้วยความนอบน้อม
“ไม่ต้องมากพิธีหรอกพระสนมซูฮวา เชิญนั่งเถิด” ซูหลิงกล่าวด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน “ข้าได้ยินมาว่าพระสนมซูฮวาโปรดปรานการประพันธ์บทกวีเช่นเดียวกับข้า จึงอยากจะเชิญมาแลกเปลี่ยนความรู้กัน”
ซูฮวาดูผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น ทั้งสองเริ่มสนทนากันถึงเรื่องบทกวีและวรรณกรรมต่างๆ ซูหลิงแสดงความชื่นชมในความสามารถของซูฮวา ทำให้ซูฮวารู้สึกดีใจและเปิดใจกับซูหลิงมากขึ้น
“พระสนมซูหลิงช่างเป็นสตรีที่เฉลียวฉลาดและมีความรู้มากเพคะ หม่อมฉันรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้สนทนากับพระสนม” ซูฮวากล่าวด้วยรอยยิ้ม
“พระสนมซูฮวาก็เช่นกันเพคะ” ซูหลิงตอบกลับ “ข้าได้ยินมาว่าพระสนมซูฮวามีความสนิทสนมกับองค์ฮองเฮาหลี่เยว่มาก”
เมื่อได้ยินชื่อองค์ฮองเฮาหลี่เยว่ รอยยิ้มบนใบหน้าของซูฮวาก็จางหายไปเล็กน้อย ซูหลิงสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงนั้น
“มีอะไรรึเปล่าเพคะพระสนมซูฮวา” ซูหลิงถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง
ซูฮวาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมา “เปล่าเพคะ เพียงแต่...บางครั้งหม่อมฉันก็รู้สึกว่าองค์ฮองเฮาหลี่เยว่ทรงเปลี่ยนไปเล็กน้อยหลังจากที่ได้เป็นฮองเฮาเพคะ”
“เปลี่ยนไปอย่างไรหรือ” ซูหลิงถามต่อ
“นางดูเหมือนจะห่างเหินกับหม่อมฉันมากขึ้นเพคะ และบางครั้งก็ดูเหมือนจะจงใจแสดงอำนาจเหนือหม่อมฉัน” ซูฮวากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความน้อยใจ “หม่อมฉันรู้ว่านางเป็นฮองเฮา แต่หม่อมฉันก็เป็นสหายของนางมาตั้งแต่เยาว์วัย”
ซูหลิงพยักหน้าช้าๆ “ข้าเข้าใจความรู้สึกของพระสนมดีเพคะ ในวังหลวงแห่งนี้ อำนาจมักจะเปลี่ยนคนให้กลายเป็นอีกคนหนึ่งเสมอ”
นางรินชาให้ซูฮวาอีกครั้ง “ข้าได้ยินมาว่าพระสนมซูฮวาเคยมีความขัดแย้งกับองค์ฮองเฮาหลี่เยว่เรื่องบุรุษคนหนึ่งในอดีต”
ซูฮวาหน้าแดงขึ้นเล็กน้อย “พระสนมซูหลิงทรงทราบเรื่องนั้นด้วยหรือเพคะ”
“เรื่องราวในวังหลวงแห่งนี้ ไม่มีอะไรที่เป็นความลับหรอกเพคะ” ซูหลิงกล่าวด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน “ข้าเข้าใจดีว่าความรักและความอิจฉาริษยาเป็นสิ่งที่ยากจะควบคุม”
ซูฮวาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึก “หม่อมฉันยอมรับว่าหม่อมฉันเคยอิจฉาองค์ฮองเฮาหลี่เยว่เพคะ นางเป็นสตรีที่เพียบพร้อมทุกประการ งดงาม เฉลียวฉลาด และมาจากตระกูลที่สูงส่ง”
“แต่พระสนมซูฮวาก็มีความงามและความสามารถในแบบของพระสนมเองเพคะ” ซูหลิงกล่าวปลอบโยน “บางครั้งสิ่งที่ดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบภายนอก อาจจะไม่ได้สมบูรณ์แบบอย่างที่คิดก็ได้เพคะ”
คำพูดของซูหลิงทำให้ซูฮวาครุ่นคิด นางมองซูหลิงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน
“พระสนมซูหลิงหมายความว่าอย่างไรเพคะ”
“ไม่มีอะไรหรอกเพคะ เพียงแต่ข้าคิดว่าในวังหลวงแห่งนี้ ทุกคนต่างก็มีจุดอ่อนและจุดแข็งของตัวเอง” ซูหลิงกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มที่ลึกลับ “และบางครั้ง จุดอ่อนของคนหนึ่งก็อาจจะเป็นจุดแข็งของอีกคนหนึ่งก็ได้”
การสนทนาในวันนั้นสิ้นสุดลงด้วยดี ซูฮวากลับไปพร้อมกับความรู้สึกที่หลากหลายในใจ นางรู้สึกสบายใจที่ได้ระบายความรู้สึกกับซูหลิง และรู้สึกประหลาดใจกับความเฉลียวฉลาดและลึกซึ้งของซูหลิง
หลังจากซูฮวากลับไปแล้ว เหมยฮวาก็เข้ามาหานาง “นายหญิงเพคะ แผนการของนายหญิงกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วใช่ไหมเพคะ”
“ใช่เหมยฮวา” ซูหลิงตอบด้วยแววตาที่มุ่งมั่น “และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น”
นางมองออกไปยังสวนหย่อมที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนอีกครั้ง ความงดงามของฤดูหนาวมิอาจบดบังความมุ่งมั่นในใจของนางได้
‘องค์จักรพรรดิหลงอี้ ท่านคิดว่าท่านเป็นผู้เล่นที่เหนือกว่า แต่ท่านไม่รู้หรอกว่าหมากตัวเล็กๆ อย่างข้าก็สามารถพลิกกระดานได้’ ซูหลิงคิดในใจ ‘และเมื่อถึงเวลานั้น ท่านจะรู้ว่าการดูถูกสตรีที่ท่านเคยรักนั้นจะต้องแลกมาด้วยอะไร’
แผนการใต้เงามืดของซูหลิงกำลังจะถูกนำมาใช้ทีละขั้นตอนอย่างแยบยล นางจะใช้ความอิจฉาริษยา ความไม่พอใจ และความแตกแยกที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในวังหลวงให้เป็นประโยชน์ เพื่อบ่อนทำลายอำนาจของตระกูลหลี่และองค์ฮองเฮาหลี่เยว่ และเพื่อทวงคืนสิ่งที่เคยเป็นของนางกลับคืนมา
สงครามในวังหลวงแห่งนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และซูหลิงพร้อมแล้วที่จะเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของตัวเอง และของทุกคนที่เกี่ยวข้องกับนาง

พิษรักบัลลังก์เลือด
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก