พระราชวังหลวงยามค่ำคืนงดงามราวกับภาพวาด แสงโคมไฟสีทองส่องสว่างไสวไปทั่วทุกตำหนัก แต่ภายในตำหนักฉงเยว่กลับมีเพียงแสงเทียนสลัวๆ ที่ส่องให้เห็นเงาร่างของซูหลิงที่กำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะเขียนหนังสือ นางจดจ่ออยู่กับการอ่านตำราพิชัยสงครามโบราณที่เต็มไปด้วยกลยุทธ์และเล่ห์เหลี่ยมทางการเมือง เหมยฮวากำลังจัดเตรียมน้ำชาสมุนไพรให้นางอย่างเงียบเชียบ นางรู้ดีว่านายหญิงของนางกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องสำคัญ
หลังจากที่ซูหลิงได้พูดคุยกับพระสนมซูฮวา นางก็ได้ส่งคนไปสืบเรื่องราวของหลี่หมิง บุตรชายที่ไม่ได้รับการยอมรับจากตระกูลหลี่ ข้อมูลที่ได้มาทำให้ซูหลิงยิ่งมั่นใจว่าหลี่หมิงจะเป็นหมากสำคัญในกระดานแห่งอำนาจของนาง
“นายหญิงเพคะ บ่าวได้สืบทราบมาว่าหลี่หมิงนั้นเป็นบุรุษที่มีความสามารถและเฉลียวฉลาดมากเพคะ” เหมยฮวารายงาน “เขาเคยเสนอแผนการพัฒนาการเกษตรแก่ท่านเสนาบดีหลี่จงหลายครั้ง แต่กลับถูกปฏิเสธและไม่ได้รับการสนับสนุนใดๆ เลยเพคะ”
ซูหลิงพยักหน้าช้าๆ “เช่นนั้นหรือ”
“ใช่เพคะ และบ่าวได้ยินมาว่าเขามีความสัมพันธ์ที่ดีกับเหล่าขุนนางชั้นผู้น้อยหลายคนเพคะ”
“น่าสนใจนัก” ซูหลิงกล่าวด้วยรอยยิ้มที่ลึกลับ “บุรุษที่ถูกมองข้าม แต่กลับมีความสามารถและได้รับการสนับสนุนจากผู้อื่น”
เหมยฮวาไม่เข้าใจว่านายหญิงของนางกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ก็ไม่กล้าถามออกไป
“เหมยฮวา เจ้าช่วยส่งคนไปติดต่อกับหลี่หมิงให้ข้า” ซูหลิงสั่งด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง “บอกเขาว่าข้าต้องการพบเขาเป็นการส่วนตัว”
เหมยฮวาตกใจเล็กน้อย “นายหญิงเพคะ การติดต่อกับบุรุษภายนอกวังหลวงโดยตรงเช่นนี้...อาจจะเป็นอันตรายได้นะเพคะ”
“ข้ารู้เหมยฮวา” ซูหลิงกล่าว “แต่ในเกมนี้ เราจำเป็นต้องเสี่ยง”
เหมยฮวาเห็นถึงความมุ่งมั่นในแววตาของซูหลิง จึงไม่กล้าขัดคำสั่งอีกต่อไป “เพคะนายหญิง บ่าวจะจัดการให้เพคะ”
สองวันต่อมา หลี่หมิงก็มาปรากฏตัวที่ตำหนักฉงเยว่ เขาเป็นบุรุษหนุ่มที่ดูเรียบร้อยและสุภาพ แต่แววตาของเขากลับฉายแววความเฉลียวฉลาดและความทะเยอทะยานที่ซ่อนเร้นอยู่
“ถวายพระพรพระสนมซูหลิงพะยะค่ะ” หลี่หมิงกล่าวด้วยความนอบน้อม
“ไม่ต้องมากพิธีหรอกคุณชายหลี่ เชิญนั่งเถิด” ซูหลิงกล่าวด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน “ข้าได้ยินชื่อเสียงของคุณชายมานานแล้ว จึงอยากจะเชิญมาสนทนาด้วย”
หลี่หมิงดูประหลาดใจเล็กน้อย “กระหม่อมไม่คิดว่าพระสนมจะทรงรู้จักกระหม่อมพะยะค่ะ”
“ในวังหลวงแห่งนี้ ไม่มีอะไรที่เป็นความลับหรอกคุณชายหลี่” ซูหลิงกล่าวพร้อมกับรินชาให้เขา “ข้าได้ยินมาว่าคุณชายมีความสามารถและเฉลียวฉลาดมาก แต่กลับไม่ได้รับการยอมรับจากตระกูลหลี่เท่าที่ควร”
คำพูดของซูหลิงทำให้หลี่หมิงชะงักไปเล็กน้อย สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้น
“พระสนมทรงทราบเรื่องนั้นด้วยหรือพะยะค่ะ”
“ใช่” ซูหลิงตอบ “ข้าเข้าใจความรู้สึกของคุณชายดี การถูกมองข้ามและไม่ได้รับการยอมรับจากครอบครัวเป็นสิ่งที่เจ็บปวดนัก”
หลี่หมิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึก “กระหม่อมยอมรับว่ากระหม่อมรู้สึกน้อยใจและคับแค้นใจมากพะยะค่ะ กระหม่อมพยายามพิสูจน์ตัวเองมาโดยตลอด แต่ท่านพ่อก็ไม่เคยเห็นคุณค่าในตัวกระหม่อมเลย”
“แต่คุณชายก็ไม่ได้ยอมแพ้ใช่หรือไม่” ซูหลิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม “คุณชายยังคงพยายามและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น”
หลี่หมิงเงยหน้าขึ้นมองซูหลิงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวัง “พระสนมทรงมองเห็นสิ่งใดในตัวกระหม่อมหรือพะยะค่ะ”
“ข้ามองเห็นความทะเยอทะยาน ความมุ่งมั่น และความเฉลียวฉลาดในตัวคุณชาย” ซูหลิงตอบอย่างตรงไปตรงมา “และข้าเชื่อว่าคุณชายมีความสามารถที่จะก้าวขึ้นไปสู่จุดสูงสุดได้”
คำพูดของซูหลิงทำให้หลี่หมิงรู้สึกตื่นเต้นและประหลาดใจ เขาไม่เคยมีใครพูดกับเขาเช่นนี้มาก่อน
“พระสนมทรงมีพระประสงค์สิ่งใดจากกระหม่อมพะยะค่ะ” หลี่หมิงถามด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น
“ข้าต้องการพันธมิตร” ซูหลิงตอบ “พันธมิตรที่จะร่วมมือกับข้าในการโค่นล้มอำนาจของตระกูลหลี่”
หลี่หมิงตกใจเล็กน้อยกับคำพูดที่ตรงไปตรงมาของซูหลิง “โค่นล้มอำนาจของตระกูลหลี่หรือพะยะค่ะ”
“ใช่” ซูหลิงกล่าว “ตระกูลหลี่มีอำนาจมากเกินไปในราชสำนักแห่งนี้ พวกเขาควบคุมทุกสิ่งทุกอย่าง และนั่นไม่เป็นผลดีต่อองค์จักรพรรดิและบ้านเมือง”
“แต่ตระกูลหลี่เป็นตระกูลที่แข็งแกร่งมากนะพะยะค่ะ” หลี่หมิงกล่าวด้วยความกังวล “การจะโค่นล้มพวกเขาไม่ใช่เรื่องง่าย”
“ข้ารู้” ซูหลิงตอบ “แต่ข้าเชื่อว่าเราสามารถทำได้ หากเรามีแผนการที่ดีและร่วมมือกัน”
นางมองเข้าไปในดวงตาของหลี่หมิง “คุณชายหลี่ คุณชายต้องการที่จะได้รับการยอมรับและมีอำนาจใช่หรือไม่”
หลี่หมิงพยักหน้าช้าๆ “พะยะค่ะ กระหม่อมต้องการ”
“เช่นนั้นก็จงร่วมมือกับข้า” ซูหลิงกล่าว “ข้าจะช่วยให้คุณชายได้รับการยอมรับและมีอำนาจ และคุณชายก็จะต้องช่วยข้าโค่นล้มตระกูลหลี่”
หลี่หมิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง นี่เป็นโอกาสครั้งสำคัญในชีวิตของเขา โอกาสที่จะได้พิสูจน์ตัวเองและก้าวขึ้นมามีอำนาจ แต่ก็เป็นความเสี่ยงที่ยิ่งใหญ่เช่นกัน
“หากกระหม่อมร่วมมือกับพระสนม แล้วพระสนมจะทรงให้อะไรแก่กระหม่อมพะยะค่ะ” หลี่หมิงถามอย่างตรงไปตรงมา
ซูหลิงยิ้มมุมปาก “ข้าจะให้ในสิ่งที่ตระกูลหลี่ไม่เคยให้คุณชาย นั่นคืออำนาจและตำแหน่งที่คู่ควรกับความสามารถของคุณชาย”
คำพูดของซูหลิงทำให้หลี่หมิงตัดสินใจได้ เขาเงยหน้าขึ้นมองซูหลิงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
“กระหม่อมตกลงพะยะค่ะ พระสนม”
“ดีมาก” ซูหลิงกล่าว “เรามาเริ่มวางแผนกันเถิด”
ซูหลิงเริ่มอธิบายแผนการของนางให้หลี่หมิงฟังอย่างละเอียด แผนการของนางคือการใช้ข่าวลือ ความอิจฉาริษยา และความไม่พอใจที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในวังหลวงให้เป็นประโยชน์ นางจะใช้หลี่หมิงเป็นหมากสำคัญในการสร้างความแตกแยกภายในตระกูลหลี่ และบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของท่านเสนาบดีหลี่จง
“คุณชายหลี่ จะต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเหล่าขุนนางชั้นผู้น้อยและเหล่าเชื้อพระวงศ์ที่รู้สึกไม่พอใจตระกูลหลี่” ซูหลิงอธิบาย “และจะต้องค่อยๆ ปล่อยข่าวลือเกี่ยวกับความไม่ชอบมาพากลของท่านเสนาบดีหลี่จง”
“ข่าวลือเช่นใดหรือพะยะค่ะ” หลี่หมิงถาม
“ข่าวลือเกี่ยวกับเรื่องการทุจริต การใช้อำนาจในทางที่ผิด หรือแม้กระทั่งเรื่องส่วนตัวของท่านเสนาบดี” ซูหลิงกล่าว “ข่าวลือเหล่านี้จะค่อยๆ บ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของเขา และทำให้ผู้คนเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับความซื่อสัตย์ของตระกูลหลี่”
หลี่หมิงพยักหน้าช้าๆ “กระหม่อมเข้าใจแล้วพะยะค่ะ”
“และในขณะเดียวกัน ข้าก็จะพยายามสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับองค์ฮองเฮาหลี่เยว่” ซูหลิงกล่าวต่อ “ข้าจะแสร้งทำเป็นสหายที่หวังดีกับนาง เพื่อที่จะได้เข้าถึงข้อมูลและจุดอ่อนของนางได้ง่ายขึ้น”
“แต่พระสนมกับองค์ฮองเฮา...ดูเหมือนจะไม่ค่อยถูกกันนะพะยะค่ะ” หลี่หมิงกล่าวด้วยความสงสัย
“นั่นคือสิ่งที่ทุกคนเห็นภายนอก” ซูหลิงยิ้มมุมปาก “แต่ในวังหลวงแห่งนี้ สิ่งที่เห็นอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เป็นเสมอไป”
ทั้งสองใช้เวลาหลายชั่วโมงในการวางแผน ซูหลิงแสดงให้เห็นถึงความเฉลียวฉลาดและไหวพริบที่น่าทึ่ง หลี่หมิงรู้สึกทึ่งในความสามารถของนาง
“พระสนมทรงเป็นสตรีที่น่าทึ่งมากพะยะค่ะ” หลี่หมิงกล่าวด้วยความชื่นชม
“ขอบใจคุณชายหลี่” ซูหลิงกล่าว “แต่ในเกมนี้ เราจำเป็นต้องเป็นเช่นนี้”
เมื่อการสนทนาสิ้นสุดลง หลี่หมิงก็กลับไปพร้อมกับแผนการที่ชัดเจนในใจ เขารู้สึกตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความหวัง นี่คือโอกาสที่จะได้เปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของเขา และเขาจะไม่ยอมให้มันหลุดลอยไป
หลังจากหลี่หมิงกลับไปแล้ว เหมยฮวาก็เข้ามาหานาง “นายหญิงเพคะ บ่าวรู้สึกกังวลใจนักเพคะ การร่วมมือกับบุรุษภายนอกวังหลวงเช่นนี้...หากถูกจับได้ จะเป็นอันตรายถึงชีวิตนะเพคะ”
“ข้ารู้เหมยฮวา” ซูหลิงกล่าว “แต่ในเกมนี้ เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว”
นางลุกขึ้นยืน เดินไปยังหน้าต่าง มองออกไปยังพระราชวังหลวงที่ถูกปกคลุมด้วยความมืดมิด
‘องค์จักรพรรดิหลงอี้ ท่านคิดว่าท่านเป็นผู้ควบคุมทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ท่านไม่รู้หรอกว่าหมากตัวเล็กๆ อย่างข้าก็สามารถพลิกกระดานได้’ ซูหลิงคิดในใจ ‘และเมื่อถึงเวลานั้น ท่านจะรู้ว่าการดูถูกสตรีที่ท่านเคยรักนั้นจะต้องแลกมาด้วยอะไร’
แผนการของซูหลิงกำลังจะถูกนำมาใช้ทีละขั้นตอนอย่างแยบยล นางจะใช้ความเฉลียวฉลาด ความมุ่งมั่น และความกล้าหาญของนางเป็นอาวุธ เพื่อทวงคืนสิ่งที่เคยเป็นของนาง และเพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าสตรีที่ถูกทอดทิ้งอย่างนางก็สามารถลุกขึ้นยืนหยัดและเป็นผู้ชนะในเกมแห่งอำนาจนี้ได้
หมากในกระดานแห่งอำนาจกำลังจะถูกเดิน และซูหลิงพร้อมแล้วที่จะเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของตัวเอง และของทุกคนที่เกี่ยวข้องกับนาง

พิษรักบัลลังก์เลือด
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก