รัตติกาลคลี่คลุมเหนือพระราชวังหลวงอีกครา แสงจันทร์นวลผ่องสาดส่องลงมาต้องหลังคาตำหนักฉงเยว่ แต่คราวนี้มิได้ขับไล่ความอึมครึม หากแต่กลับเพิ่มความลึกลับให้แก่บรรยากาศ ซูหลิงนั่งอยู่หน้าโต๊ะเขียนหนังสือ กำลังอ่านรายงานลับที่ส่งมาจากหลี่หมิง รายงานนั้นเต็มไปด้วยรายละเอียดเกี่ยวกับความไม่ชอบมาพากลของท่านเสนาบดีหลี่จง ทั้งเรื่องการทุจริต การรับสินบน และการใช้อำนาจในทางที่ผิด เหมยฮวากำลังจัดเตรียมน้ำชาสมุนไพรให้นางอย่างเงียบเชียบ ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความกังวล
“นายหญิงเพคะ รายงานฉบับนี้...หากถูกเปิดเผยออกไป จะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อตระกูลหลี่นะเพคะ” เหมยฮวากล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
ซูหลิงพยักหน้าช้าๆ “ข้ารู้เหมยฮวา และนี่คือสิ่งที่ข้าต้องการ”
“แต่บ่าวก็ยังกังวลอยู่เพคะ” เหมยฮวากล่าว “หากองค์จักรพรรดิทรงสืบสวนเรื่องนี้อย่างจริงจัง แล้วทรงพบว่านายหญิงอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด...จะเป็นอันตรายถึงชีวิตนะเพคะ”
“ข้ารู้เหมยฮวา” ซูหลิงกล่าว “แต่ในเกมนี้ เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว”
นางรู้ดีว่าการจะโค่นล้มตระกูลหลี่นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ตระกูลหลี่เป็นตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่มีอำนาจและอิทธิพลในราชสำนักมานานหลายชั่วอายุคน อีกทั้งองค์ฮองเฮายังได้รับการสนับสนุนจากองค์จักรพรรดิอย่างเต็มที่
แต่ซูหลิงก็ไม่ได้หวาดหวั่น นางได้เรียนรู้แล้วว่าในเกมแห่งอำนาจนี้ ความกลัวคือศัตรูตัวฉกาจที่สุด ความกล้าหาญและความเฉลียวฉลาดต่างหากคืออาวุธที่จะนำพานางไปสู่ชัยชนะ
“เหมยฮวา เจ้าช่วยนำรายงานฉบับนี้ไปให้องค์จักรพรรดิเป็นการส่วนตัว” ซูหลิงสั่งด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง “และบอกพระองค์ว่ารายงานฉบับนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก”
“เพคะนายหญิง” เหมยฮวารับคำสั่งด้วยความภักดี
เหมยฮวานำรายงานไปมอบให้องค์จักรพรรดิ องค์จักรพรรดิหลงอี้ทรงอ่านรายงานฉบับนั้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พระองค์ทรงรู้ดีว่ารายงานฉบับนี้มีความสำคัญมาก และอาจจะส่งผลกระทบต่อราชสำนักทั้งหมด
องค์จักรพรรดิหลงอี้ทรงเรียกท่านเสนาบดีหลี่จงเข้าเฝ้าเป็นการส่วนตัวอีกครั้ง พระองค์ทรงสอบถามท่านเสนาบดีเกี่ยวกับหลักฐานที่ปรากฏในรายงาน ท่านเสนาบดีหลี่จงพยายามที่จะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่หลักฐานที่ปรากฏในรายงานนั้นชัดเจนเกินกว่าที่จะปฏิเสธได้
“ท่านเสนาบดีหลี่จง” องค์จักรพรรดิกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา “หลักฐานเหล่านี้ชัดเจนเกินกว่าที่ท่านจะปฏิเสธได้ ท่านมีความผิดจริงตามที่ถูกกล่าวหา”
ท่านเสนาบดีหลี่จงรู้สึกหวาดกลัวอย่างมาก เขาไม่คิดว่าองค์จักรพรรดิจะทรงสืบสวนเรื่องนี้อย่างจริงจังถึงเพียงนี้
“องค์จักรพรรดิเพคะ” ท่านเสนาบดีหลี่จงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “กระหม่อมขออภัยพะยะค่ะ กระหม่อมยอมรับผิดทุกประการพะยะค่ะ”
“ท่านมีความผิดฐานทุจริตและใช้อำนาจในทางที่ผิด” องค์จักรพรรดิกล่าว “เราจะปลดท่านออกจากตำแหน่งเสนาบดี และกักบริเวณท่านไว้ในจวนตลอดชีวิต”
คำตัดสินขององค์จักรพรรดิทำให้ท่านเสนาบดีหลี่จงรู้สึกสิ้นหวัง เขาไม่คิดว่าเขาจะต้องจบชีวิตลงเช่นนี้
หลังจากท่านเสนาบดีหลี่จงกลับไปแล้ว องค์จักรพรรดิหลงอี้ก็ทรงเรียกองค์ฮองเฮาหลี่เยว่เข้าเฝ้าเป็นการส่วนตัว
“องค์ฮองเฮา” องค์จักรพรรดิกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง “เราได้ตัดสินใจปลดท่านเสนาบดีหลี่จงออกจากตำแหน่ง และกักบริเวณท่านไว้ในจวนตลอดชีวิต”
คำพูดขององค์จักรพรรดิทำให้องค์ฮองเฮาหลี่เยว่ตกใจอย่างมาก นางไม่คิดว่าบิดาของนางจะต้องถูกลงโทษถึงเพียงนี้
“องค์จักรพรรดิเพคะ” องค์ฮองเฮากล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “บิดาของหม่อมฉัน...เขาไม่ได้ทำอะไรผิดนะเพคะ”
“องค์ฮองเฮา” องค์จักรพรรดิกล่าว “หลักฐานชัดเจนเกินกว่าที่ท่านจะปฏิเสธได้ บิดาของท่านมีความผิดจริงตามที่ถูกกล่าวหา”
องค์ฮองเฮาหลี่เยว่รู้สึกเจ็บปวดและเสียใจอย่างมาก นางไม่คิดว่าตระกูลของนางจะต้องเผชิญชะตากรรมอันเลวร้ายเช่นนี้
“องค์จักรพรรดิเพคะ” องค์ฮองเฮากล่าว “หม่อมฉันขอร้อง โปรดเมตตาบิดาของหม่อมฉันด้วยเถิดเพคะ”
“องค์ฮองเฮา” องค์จักรพรรดิกล่าว “เราได้ตัดสินใจไปแล้ว และเราจะไม่เปลี่ยนแปลงคำตัดสินของเรา”
องค์ฮองเฮาหลี่เยว่รู้สึกสิ้นหวัง นางรู้ดีว่านางไม่สามารถทำอะไรได้อีกแล้ว
หลังจากองค์ฮองเฮากลับไปแล้ว องค์จักรพรรดิหลงอี้ก็ทรงเรียกซูหลิงเข้าเฝ้าเป็นการส่วนตัว
“พระสนมซูหลิง” องค์จักรพรรดิกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง “เราอยากจะขอบใจพระสนมที่ช่วยเราสืบสวนเรื่องนี้”
ซูหลิงยิ้มบางๆ “เป็นหน้าที่ของหม่อมฉันเพคะองค์จักรพรรดิ”
“พระสนมซูหลิง” องค์จักรพรรดิกล่าว “เราอยากจะขอให้พระสนมช่วยเราดูแลราชสำนักในตอนนี้ด้วย”
คำพูดขององค์จักรพรรดิทำให้ซูหลิงรู้สึกประหลาดใจ นางไม่คิดว่าพระองค์จะทรงมอบอำนาจให้นางถึงเพียงนี้
“องค์จักรพรรดิเพคะ” ซูหลิงกล่าว “หม่อมฉันไม่กล้าหรอกเพคะ”
“พระสนมซูหลิง” องค์จักรพรรดิกล่าว “เราเชื่อในความสามารถของพระสนม เราเชื่อว่าพระสนมจะสามารถช่วยเราดูแลราชสำนักได้”
ซูหลิงยิ้มมุมปาก “เป็นพระมหากรุณาธิคุณเพคะองค์จักรพรรดิ หม่อมฉันจะพยายามอย่างเต็มที่เพคะ”
หลังจากซูหลิงกลับมาที่ตำหนักฉงเยว่ เหมยฮวาก็เข้ามาหานางด้วยสีหน้าประหลาดใจ “นายหญิงเพคะ องค์จักรพรรดิทรงมอบอำนาจให้นายหญิงดูแลราชสำนักด้วยพระองค์เองเลยหรือเพคะ”
“ใช่เหมยฮวา” ซูหลิงกล่าว “และนี่คือโอกาสของเราที่จะทวงคืนสิ่งที่เคยเป็นของเรา”
นางมองออกไปยังพระราชวังหลวงที่ถูกปกคลุมด้วยความมืดมิดอีกครั้ง เงามืดที่คืบคลานเข้ามาในวังหลวง บัดนี้ได้กลายเป็นโอกาสของซูหลิงที่จะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด
‘องค์จักรพรรดิหลงอี้ ท่านคิดว่าท่านเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของข้า แต่ท่านคิดผิดแล้ว’ ซูหลิงคิดในใจ ‘เกมนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และข้าจะทำให้ท่านเสียใจที่เคยดูถูกและทำลายข้า’
ซูหลิงเริ่มใช้ตำแหน่งและอำนาจที่ได้รับจากองค์จักรพรรดิในการปฏิรูปราชสำนัก นางเริ่มจากการแต่งตั้งหลี่หมิงให้เป็นขุนนางชั้นสูง และมอบหมายให้เขารับผิดชอบงานสำคัญต่างๆ หลี่หมิงทำหน้าที่ของเขาได้อย่างยอดเยี่ยม เขาสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเหล่าขุนนางและประชาชน ทำให้เขาได้รับการยอมรับและเป็นที่เคารพยำเกรง
ในขณะเดียวกัน ซูหลิงก็เริ่มสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเหล่าพระสนมและขุนนางหญิงชั้นสูง นางแสดงความเมตตาและอ่อนโยนต่อทุกคน ทำให้ทุกคนรู้สึกดีกับนาง
องค์ฮองเฮาหลี่เยว่รู้สึกไม่พอใจอย่างมาก นางเห็นว่าซูหลิงกำลังแย่งชิงอำนาจและบารมีของนางไปจากนาง นางพยายามที่จะต่อต้านซูหลิง แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะซูหลิงได้รับการสนับสนุนจากองค์จักรพรรดิอย่างเต็มที่
วันหนึ่ง องค์ฮองเฮาหลี่เยว่เชิญซูหลิงมาจิบชาที่ตำหนักของนาง “พระสนมซูหลิงเพคะ หม่อมฉันไม่คิดว่าพระสนมจะสามารถก้าวขึ้นมามีอำนาจถึงเพียงนี้ได้” องค์ฮองเฮากล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความริษยา
ซูหลิงยิ้มบางๆ “องค์ฮองเฮาทรงคิดมากไปแล้วเพคะ หม่อมฉันเพียงแค่ทำหน้าที่ของหม่อมฉันเท่านั้นเพคะ”
“แต่พระสนมก็กำลังแย่งชิงอำนาจและบารมีของหม่อมฉันไปจากหม่อมฉันนะเพคะ” องค์ฮองเฮากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ
“องค์ฮองเฮาเพคะ” ซูหลิงกล่าว “ในวังหลวงแห่งนี้ ไม่มีใครสามารถครอบครองอำนาจได้ตลอดไปหรอกเพคะ”
คำพูดของซูหลิงทำให้องค์ฮองเฮาหลี่เยว่รู้สึกเจ็บปวด นางรู้ดีว่าซูหลิงกำลังบอกใบ้อะไรบางอย่างกับนาง
หลังจากวันนั้น องค์ฮองเฮาหลี่เยว่ก็เริ่มรู้สึกสิ้นหวัง นางรู้ดีว่านางไม่สามารถต่อต้านซูหลิงได้อีกต่อไปแล้ว
ซูหลิงกลับมาที่ตำหนักฉงเยว่ เหมยฮวากำลังรอคอยนางอยู่ “นายหญิงเพคะ แผนการของนายหญิงกำลังจะประสบความสำเร็จแล้วใช่ไหมเพคะ”
“ใช่เหมยฮวา” ซูหลิงกล่าว “และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น”
นางมองออกไปยังพระราชวังหลวงที่ถูกปกคลุมด้วยความมืดมิดอีกครั้ง เงามืดที่คืบคลานเข้ามาในวังหลวง บัดนี้ได้กลายเป็นโอกาสของซูหลิงที่จะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด และทวงคืนสิ่งที่เคยเป็นของนางกลับคืนมา
สงครามในวังหลวงแห่งนี้กำลังจะจบลง และซูหลิงพร้อมแล้วที่จะเป็นผู้ชนะในเกมรักบัลลังก์เลือดนี้

พิษรักบัลลังก์เลือด
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก