พระราชวังหลวงยามนี้ดูแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่ความงดงามที่เคยประดับประดา หากแต่เป็นบรรยากาศแห่งความตึงเครียดที่ปกคลุมไปทั่วทุกหย่อมหญ้า การปลดท่านเสนาบดีหลี่จงออกจากตำแหน่งและการกักบริเวณตลอดชีวิต ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ในราชสำนัก ตระกูลหลี่ที่เคยเป็นเสาหลัก บัดนี้กำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรง ซูหลิงยืนอยู่ริมหน้าต่างตำหนักฉงเยว่ มองไปยังท้องฟ้าที่มืดมิด ดวงตาของนางเป็นประกายด้วยความมุ่งมั่นและอำนาจที่เริ่มฉายชัด
“นายหญิงเพคะ บ่าวได้ยินมาว่าเหล่าขุนนางต่างพากันยกย่องนายหญิงในความเฉลียวฉลาดและความยุติธรรมเพคะ” เหมยฮวากล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
ซูหลิงยิ้มบางๆ “นั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนการเหมยฮวา”
“แต่บ่าวก็ยังรู้สึกกังวลอยู่เพคะ” เหมยฮวากล่าว “องค์ฮองเฮาหลี่เยว่ทรงดูเหมือนจะเก็บกดความโกรธแค้นไว้มากนะเพคะ”
“แน่นอน” ซูหลิงตอบ “ไม่มีใครยอมรับความพ่ายแพ้ได้ง่ายๆ หรอก”
นางรู้ดีว่าองค์ฮองเฮาหลี่เยว่กำลังวางแผนที่จะตอบโต้นาง แต่ซูหลิงก็เตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์แล้ว
หลังจากที่ซูหลิงได้รับมอบหมายให้ดูแลราชสำนัก นางก็เริ่มปฏิรูปการบริหารงานต่างๆ อย่างจริงจัง นางแต่งตั้งขุนนางที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงานแทนขุนนางเก่าที่ทุจริต และยังคงให้การสนับสนุนหลี่หมิงอย่างเต็มที่ หลี่หมิงใช้โอกาสนี้ในการสร้างผลงานและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเหล่าขุนนางและประชาชน ทำให้เขาได้รับการยอมรับและเป็นที่เคารพยำเกรงอย่างรวดเร็ว
ในขณะเดียวกัน องค์จักรพรรดิหลงอี้ก็ทรงเริ่มหันมาให้ความสนใจกับซูหลิงมากขึ้น พระองค์ทรงเห็นถึงความสามารถและความเฉลียวฉลาดของนาง และเริ่มรู้สึกเสียดายที่เคยทอดทิ้งนางไป พระองค์ทรงใช้เวลาส่วนใหญ่ในการสนทนากับซูหลิง ขอคำปรึกษาในเรื่องราชกิจต่างๆ และบางครั้งก็ทรงระบายความในใจกับนาง
วันหนึ่ง องค์จักรพรรดิหลงอี้เสด็จมายังตำหนักฉงเยว่เป็นการส่วนตัว พระองค์ทรงมองซูหลิงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน
“พระสนมซูหลิง” องค์จักรพรรดิกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน “เราไม่เคยคิดเลยว่าพระสนมจะทรงมีความสามารถถึงเพียงนี้”
ซูหลิงยิ้มบางๆ “เป็นพระมหากรุณาธิคุณเพคะองค์จักรพรรดิ”
“เราเสียใจที่เราเคยดูถูกพระสนม” องค์จักรพรรดิกล่าว “เราเสียใจที่เราเคยทำร้ายพระสนม”
ซูหลิงเงียบไปครู่หนึ่ง นางมองเข้าไปในดวงตาขององค์จักรพรรดิ นางเห็นความรู้สึกผิดและความเสียใจในแววตาของพระองค์
“องค์จักรพรรดิเพคะ” ซูหลิงกล่าว “เรื่องราวในอดีตก็ปล่อยให้มันเป็นอดีตเถิดเพคะ บัดนี้หม่อมฉันไม่เหลือความรู้สึกใดๆ ให้กับพระองค์อีกแล้วเพคะ”
คำพูดของซูหลิงทำให้องค์จักรพรรดิหลงอี้รู้สึกเจ็บปวด พระองค์ทรงรู้ดีว่าพระองค์ทำร้ายซูหลิงมากเพียงใด และบัดนี้พระองค์ก็ต้องชดใช้ในสิ่งที่พระองค์ได้ทำลงไป
“เราเข้าใจ” องค์จักรพรรดิกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา “แต่เราก็ยังอยากจะขอโอกาสที่จะชดเชยให้พระสนม”
ซูหลิงยิ้มมุมปาก “องค์จักรพรรดิเพคะ การชดเชยให้กับหม่อมฉันนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเพคะ”
“เราจะพยายาม” องค์จักรพรรดิกล่าว “เราจะพยายามทุกวิถีทางที่จะชดเชยให้พระสนม”
ซูหลิงยิ้มบางๆ “หม่อมฉันจะรอดูเพคะองค์จักรพรรดิ”
การสนทนาในวันนั้นทำให้องค์จักรพรรดิหลงอี้ยิ่งรู้สึกผูกพันกับซูหลิงมากขึ้น พระองค์ทรงเริ่มมองเห็นซูหลิงเป็นมากกว่าพระสนม หากแต่เป็นสตรีที่มีความสามารถและเฉลียวฉลาดที่สามารถเป็นคู่คิดและผู้ช่วยของพระองค์ได้
ในขณะเดียวกัน องค์ฮองเฮาหลี่เยว่ก็เริ่มรู้สึกถึงภัยคุกคามที่เข้ามาใกล้ตัว นางรู้ดีว่าอำนาจของนางกำลังถูกกัดกร่อนไปทีละน้อย นางพยายามที่จะหาทางตอบโต้ซูหลิง แต่ก็ยังไม่พบช่องทางที่เหมาะสม
วันหนึ่ง องค์ฮองเฮาหลี่เยว่เชิญพระสนมซูฮวามาจิบชาที่ตำหนักของนาง “พระสนมซูฮวาเพคะ หม่อมฉันรู้สึกไม่สบายใจนักเพคะ” องค์ฮองเฮากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล
“องค์ฮองเฮาทรงกังวลเรื่องใดอยู่หรือเพคะ” ซูฮวาถาม
“หม่อมฉันกังวลเรื่องพระสนมซูหลิงเพคะ” องค์ฮองเฮากล่าว “นางกำลังแย่งชิงอำนาจและบารมีของหม่อมฉันไปจากหม่อมฉันนะเพคะ”
ซูฮวาเงียบไป นางไม่รู้จะพูดอะไรเพื่อปลอบโยนองค์ฮองเฮาได้
“หม่อมฉันรู้ว่าพระสนมซูฮวาเคยมีความขัดแย้งกับพระสนมซูหลิงในอดีต” องค์ฮองเฮากล่าว “หม่อมฉันอยากจะขอให้พระสนมซูฮวาช่วยหม่อมฉันกำจัดพระสนมซูหลิงไปจากวังหลวงแห่งนี้เพคะ”
คำขอขององค์ฮองเฮาทำให้ซูฮวาตกใจอย่างมาก นางไม่คิดว่าองค์ฮองเฮาจะกล้าขอให้นางทำเรื่องเช่นนี้
“องค์ฮองเฮาเพคะ หม่อมฉันไม่กล้าหรอกเพคะ” ซูฮวากล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “การกำจัดพระสนมซูหลิงนั้น...เป็นเรื่องที่อันตรายมากนะเพคะ”
“แต่หากพระสนมไม่ช่วยหม่อมฉัน” องค์ฮองเฮากล่าว “พระสนมก็จะไม่มีวันได้ก้าวขึ้นมามีอำนาจในวังหลวงแห่งนี้ได้เลยนะเพคะ”
คำพูดขององค์ฮองเฮาทำให้ซูฮวาครุ่นคิด นางรู้ดีว่าองค์ฮองเฮากำลังพยายามใช้ความทะเยอทะยานของนางเป็นเครื่องมือ
“องค์ฮองเฮาเพคะ หม่อมฉันขอเวลาคิดสักครู่เพคะ” ซูฮวากล่าว
หลังจากซูฮวากลับไปแล้ว องค์ฮองเฮาหลี่เยว่ก็ยิ้มมุมปาก นางรู้ดีว่าซูฮวาจะต้องยอมร่วมมือกับนางอย่างแน่นอน
ซูฮวากลับมาที่ตำหนักของนางด้วยความรู้สึกที่หลากหลายในใจ นางรู้ดีว่าการร่วมมือกับองค์ฮองเฮาหลี่เยว่นั้นเป็นเรื่องที่อันตราย แต่ก็เป็นโอกาสที่จะได้ก้าวขึ้นมามีอำนาจในวังหลวงแห่งนี้
นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจที่จะไปพบซูหลิง
“ถวายพระพรพระสนมซูหลิงเพคะ” ซูฮวากล่าวด้วยความนอบน้อม
“ไม่ต้องมากพิธีหรอกพระสนมซูฮวา เชิญนั่งเถิด” ซูหลิงกล่าวด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน “มีเรื่องใดหรือเพคะ”
ซูฮวาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา “พระสนมซูหลิงเพคะ หม่อมฉันมีเรื่องสำคัญที่จะต้องบอกพระสนมเพคะ”
ซูฮวาเล่าเรื่องที่องค์ฮองเฮาหลี่เยว่ขอให้นางช่วยกำจัดซูหลิงให้ซูหลิงฟัง ซูหลิงฟังเรื่องราวทั้งหมดด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย นางไม่ได้แสดงความตกใจหรือหวาดกลัวใดๆ
“ขอบใจพระสนมซูฮวามากเพคะ” ซูหลิงกล่าว “หม่อมฉันรู้ดีว่าองค์ฮองเฮากำลังวางแผนที่จะทำอะไรกับหม่อมฉัน”
“แล้วพระสนมจะทำอย่างไรเพคะ” ซูฮวาถามด้วยความกังวล
“หม่อมฉันจะใช้แผนซ้อนแผนเพคะ” ซูหลิงกล่าวด้วยรอยยิ้มที่ลึกลับ “หม่อมฉันจะแสร้งทำเป็นร่วมมือกับองค์ฮองเฮา เพื่อที่จะได้เข้าถึงข้อมูลและจุดอ่อนของนางได้ง่ายขึ้น”
คำพูดของซูหลิงทำให้ซูฮวาตกใจอย่างมาก นางไม่คิดว่าซูหลิงจะกล้าทำเรื่องเช่นนี้
“แต่พระสนมซูหลิงเพคะ การทำเช่นนั้น...จะเป็นอันตรายถึงชีวิตนะเพคะ” ซูฮวากล่าวด้วยความกังวล
“ข้ารู้เหมยฮวา” ซูหลิงกล่าว “แต่ในเกมนี้ เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว”
ซูฮวาเงียบไป นางรู้ดีว่าซูหลิงพูดถูก ในวังหลวงแห่งนี้ ไม่มีใครสามารถไว้ใจใครได้เลย
ซูหลิงมองออกไปยังพระราชวังหลวงที่ถูกปกคลุมด้วยความมืดมิดอีกครั้ง บัลลังก์ที่สั่นคลอนกำลังจะถูกโค่นล้ม และซูหลิงก็พร้อมแล้วที่จะเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของตัวเอง และของทุกคนที่เกี่ยวข้องกับนาง

พิษรักบัลลังก์เลือด
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก