พระราชวังหลวงยามนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศที่อึมครึมและตึงเครียด แสงโคมไฟที่เคยสว่างไสว บัดนี้ดูหม่นหมองลงราวกับสะท้อนความรู้สึกของผู้คนภายใน ซูหลิงนั่งอยู่ภายในตำหนักฉงเยว่ กำลังอ่านจดหมายฉบับหนึ่งที่ส่งมาจากพระสนมซูฮวา รายงานนั้นเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับแผนการขององค์ฮองเฮาหลี่เยว่ที่จะกำจัดซูหลิง เหมยฮวากำลังจัดเตรียมน้ำชาสมุนไพรให้นางอย่างเงียบเชียบ ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความกังวล
“นายหญิงเพคะ แผนการขององค์ฮองเฮาหลี่เยว่ดูเหมือนจะร้ายกาจมากนะเพคะ” เหมยฮวากล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
ซูหลิงพยักหน้าช้าๆ “ข้ารู้เหมยฮวา แต่ข้าก็เตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์แล้ว”
“แต่บ่าวก็ยังกังวลอยู่เพคะ” เหมยฮวากล่าว “หากนายหญิงถูกจับได้ว่ากำลังแสร้งทำเป็นร่วมมือกับองค์ฮองเฮา...จะเป็นอันตรายถึงชีวิตนะเพคะ”
“ข้ารู้เหมยฮวา” ซูหลิงกล่าว “แต่ในเกมนี้ เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว”
นางรู้ดีว่าการจะโค่นล้มองค์ฮองเฮาหลี่เยว่และตระกูลหลี่นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ตระกูลหลี่เป็นตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่มีอำนาจและอิทธิพลในราชสำนักมานานหลายชั่วอายุคน อีกทั้งองค์ฮองเฮายังได้รับการสนับสนุนจากองค์จักรพรรดิอย่างเต็มที่
แต่ซูหลิงก็ไม่ได้หวาดหวั่น นางได้เรียนรู้แล้วว่าในเกมแห่งอำนาจนี้ ความกลัวคือศัตรูตัวฉกาจที่สุด ความกล้าหาญและความเฉลียวฉลาดต่างหากคืออาวุธที่จะนำพานางไปสู่ชัยชนะ
“เหมยฮวา เจ้าช่วยส่งจดหมายฉบับนี้ไปให้หลี่หมิง” ซูหลิงสั่งด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง “และบอกเขาว่าให้เขารวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับความไม่ชอบมาพากลขององค์ฮองเฮาหลี่เยว่ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”
“เพคะนายหญิง” เหมยฮวารับคำสั่ง
ซูหลิงเริ่มใช้แผนซ้อนแผน นางแสร้งทำเป็นร่วมมือกับองค์ฮองเฮาหลี่เยว่ คอยให้คำแนะนำและช่วยเหลือองค์ฮองเฮาในเรื่องต่างๆ ซูหลิงรู้ดีว่าองค์ฮองเฮาหลี่เยว่แม้จะดูเพียบพร้อมและเข้มแข็ง แต่ภายในใจของนางก็ยังคงมีความกังวลและความไม่มั่นคงอยู่บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการที่องค์จักรพรรดิยังคงให้ความสนใจกับซูหลิงอยู่บ้างในบางโอกาส
วันหนึ่ง องค์ฮองเฮาหลี่เยว่เชิญซูหลิงมาจิบชาที่ตำหนักของนาง “พระสนมซูหลิงเพคะ หม่อมฉันรู้สึกสบายใจทุกครั้งที่ได้สนทนากับพระสนม” องค์ฮองเฮากล่าวด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน
“หม่อมฉันก็เช่นกันเพคะองค์ฮองเฮา” ซูหลิงตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความหมาย “องค์ฮองเฮาทรงเป็นสตรีที่เฉลียวฉลาดและมีเมตตา หม่อมฉันรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นสหายของพระองค์”
องค์ฮองเฮาหลี่เยว่ดูพอใจกับคำชมเชยนั้น “หม่อมฉันได้ยินมาว่าพระสนมซูหลิงทรงโปรดปรานการประพันธ์บทกวีและมีความรู้เรื่องตำราโบราณมากมาย”
“หม่อมฉันเพียงแค่ชอบอ่านหนังสือเพื่อคลายความเหงาเท่านั้นเพคะ” ซูหลิงกล่าวอย่างถ่อมตัว “ในวังหลวงแห่งนี้ บางครั้งก็รู้สึกโดดเดี่ยวเหลือเกินเพคะ”
องค์ฮองเฮาหลี่เยว่พยักหน้าช้าๆ “หม่อมฉันเข้าใจความรู้สึกของพระสนมดีเพคะ แม้จะอยู่ในตำแหน่งฮองเฮา แต่บางครั้งหม่อมฉันก็รู้สึกโดดเดี่ยวไม่ต่างกัน”
ซูหลิงมองเข้าไปในดวงตาขององค์ฮองเฮา นางเห็นแววตาของความกังวลและความไม่มั่นคงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มที่สง่างาม
“องค์ฮองเฮาทรงกังวลเรื่องใดอยู่หรือเพคะ” ซูหลิงถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
องค์ฮองเฮาหลี่เยว่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “หม่อมฉันกังวลเรื่ององค์จักรพรรดิเพคะ บางครั้งหม่อมฉันก็รู้สึกว่าพระองค์ยังคงคิดถึงพระสนมซูหลิงอยู่”
ซูหลิงยิ้มบางๆ “องค์ฮองเฮาทรงคิดมากไปแล้วเพคะ องค์จักรพรรดิรักและเทิดทูนองค์ฮองเฮาเพียงผู้เดียว”
“แต่หม่อมฉันก็ยังอดคิดไม่ได้เพคะ” องค์ฮองเฮากล่าว “พระสนมซูหลิงเป็นสตรีที่งดงามและเฉลียวฉลาด หากองค์จักรพรรดิจะทรงคิดถึงพระสนมบ้าง ก็คงไม่แปลก”
“องค์ฮองเฮาเพคะ” ซูหลิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น “ความรักขององค์จักรพรรดิที่มีต่อองค์ฮองเฮานั้นเป็นของจริง หม่อมฉันเชื่อเช่นนั้นเพคะ”
คำพูดของซูหลิงทำให้องค์ฮองเฮาหลี่เยว่รู้สึกสบายใจขึ้นเล็กน้อย แต่ความกังวลในใจของนางก็ยังคงอยู่ ซูหลิงรู้ดีว่านี่คือจุดอ่อนขององค์ฮองเฮา ความไม่มั่นคงในความรักขององค์จักรพรรดิ
หลังจากวันนั้น ซูหลิงก็เริ่มใช้กลยุทธ์ที่แยบยลมากขึ้น นางไม่ได้พยายามแย่งชิงความรักจากองค์จักรพรรดิโดยตรง แต่กลับพยายามสร้างความเข้าใจผิดและสร้างความบาดหมางระหว่างองค์จักรพรรดิกับองค์ฮองเฮา
นางเริ่มปรากฏตัวในสถานที่ที่องค์จักรพรรดิจะเสด็จไปบ่อยๆ เช่น สวนหลวง ห้องสมุดหลวง หรือแม้กระทั่งท้องพระโรง นางไม่ได้พยายามเข้าหาองค์จักรพรรดิโดยตรง แต่กลับแสร้งทำเป็นบังเอิญพบเจอ และพูดคุยกับองค์จักรพรรดิด้วยท่าทีที่สุภาพและอ่อนโยน
องค์จักรพรรดิหลงอี้เองก็รู้สึกประหลาดใจกับการเปลี่ยนแปลงของซูหลิง นางดูสงบเสงี่ยมและอ่อนโยนมากขึ้นกว่าเดิมมาก อีกทั้งยังดูเฉลียวฉลาดและมีความรู้มากขึ้นกว่าเมื่อก่อน องค์จักรพรรดิเริ่มรู้สึกสนใจในตัวซูหลิงอีกครั้ง แต่เขาก็ยังคงระมัดระวังตัว เพราะเขารู้ดีว่าซูหลิงเคยเจ็บปวดจากเขามาก่อน
องค์ฮองเฮาหลี่เยว่สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ นางรู้สึกไม่สบายใจและเริ่มรู้สึกอิจฉาซูหลิงมากขึ้นเรื่อยๆ นางพยายามที่จะใช้ตำแหน่งและอำนาจของนางเพื่อกีดกันซูหลิงออกจากองค์จักรพรรดิ แต่ซูหลิงก็ฉลาดพอที่จะหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าโดยตรง
วันหนึ่ง องค์ฮองเฮาหลี่เยว่จัดงานเลี้ยงน้ำชาในสวนหลวง นางเชิญเหล่าพระสนมและขุนนางหญิงชั้นสูงมาร่วมงาน ซูหลิงก็ได้รับเชิญเช่นกัน
ในงานเลี้ยง องค์ฮองเฮาหลี่เยว่พยายามที่จะแสดงอำนาจและบารมีของนาง นางพูดคุยกับเหล่าพระสนมและขุนนางหญิงด้วยท่าทีที่สง่างามและมั่นใจ แต่สายตาของนางก็ยังคงจับจ้องไปที่ซูหลิง
ซูหลิงยังคงใช้ท่าทีที่สงบเสงี่ยมและอ่อนโยน นางพูดคุยกับผู้คนรอบข้างด้วยรอยยิ้มที่จริงใจ ทำให้ผู้คนรู้สึกดีกับนาง
“พระสนมซูหลิงเพคะ หม่อมฉันได้ยินมาว่าพระสนมทรงโปรดปรานการประพันธ์บทกวีมาก” องค์ฮองเฮากล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความท้าทาย “ไม่ทราบว่าวันนี้พระสนมจะทรงประพันธ์บทกวีให้พวกเราฟังบ้างได้หรือไม่เพคะ”
คำขอขององค์ฮองเฮาทำให้ทุกคนในงานเลี้ยงหันมามองซูหลิงด้วยความสนใจ ซูหลิงรู้ดีว่านี่คือการทดสอบจากองค์ฮองเฮา
“หม่อมฉันไม่กล้าหรอกเพคะองค์ฮองเฮา” ซูหลิงกล่าวอย่างถ่อมตัว “ความสามารถในการประพันธ์ของหม่อมฉันยังห่างไกลจากองค์ฮองเฮามากเพคะ”
“ไม่ต้องถ่อมตัวหรอกเพคะพระสนม” องค์ฮองเฮากล่าวด้วยรอยยิ้ม “หม่อมฉันอยากจะฟังบทกวีจากพระสนมจริงๆ เพคะ”
ซูหลิงยิ้มบางๆ นางรู้ดีว่าหากนางปฏิเสธ ก็จะดูเหมือนนางไม่เคารพองค์ฮองเฮา และหากนางประพันธ์บทกวีที่ไม่ดีพอ ก็จะถูกเยาะเย้ย
นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะ “เช่นนั้นหม่อมฉันจะขอประพันธ์บทกวีสั้นๆ บทหนึ่งเพคะ”
ซูหลิงเริ่มประพันธ์บทกวีด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวานและไพเราะ บทกวีของนางกล่าวถึงความงดงามของดอกเหมยที่เบ่งบานท่ามกลางหิมะ ความโดดเดี่ยวที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความงดงาม และความแข็งแกร่งที่สามารถยืนหยัดได้ท่ามกลางความหนาวเย็น
บทกวีของซูหลิงทำให้ทุกคนในงานเลี้ยงรู้สึกประทับใจ หลายคนถึงกับน้ำตาคลอด้วยความซาบซึ้ง องค์จักรพรรดิหลงอี้ที่เสด็จมาร่วมงานเลี้ยงโดยบังเอิญ ก็ได้ยินบทกวีของซูหลิงเช่นกัน พระองค์ทรงมองซูหลิงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน
องค์ฮองเฮาหลี่เยว่รู้สึกไม่พอใจอย่างมาก นางไม่คิดว่าซูหลิงจะสามารถประพันธ์บทกวีที่ไพเราะได้ถึงเพียงนี้ นางรู้สึกเหมือนถูกซูหลิงแย่งชิงความสนใจไปจากนาง
“บทกวีของพระสนมซูหลิงช่างไพเราะนักเพคะ” องค์ฮองเฮากล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะควบคุมอารมณ์ “แต่หม่อมฉันก็ยังคิดว่าบทกวีของหม่อมฉันนั้นมีความหมายที่ลึกซึ้งกว่าเพคะ”
คำพูดขององค์ฮองเฮาทำให้บรรยากาศในงานเลี้ยงตึงเครียดขึ้นมาทันที ซูหลิงยิ้มบางๆ “แน่นอนเพคะองค์ฮองเฮา บทกวีขององค์ฮองเฮาย่อมมีความหมายที่ลึกซึ้งกว่าของหม่อมฉันอยู่แล้วเพคะ”
ซูหลิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สุภาพและอ่อนโยน แต่แฝงไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง คำพูดของนางทำให้องค์ฮองเฮารู้สึกเหมือนถูกตอกย้ำถึงความไม่มั่นคงในใจของนาง
หลังจากงานเลี้ยงสิ้นสุดลง องค์ฮองเฮาหลี่เยว่ก็กลับไปที่ตำหนักของนางด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความริษยาและความไม่พอใจ นางรู้สึกเหมือนถูกซูหลิงแย่งชิงทุกสิ่งทุกอย่างไปจากนาง
ซูหลิงกลับมาที่ตำหนักฉงเยว่ เหมยฮวากำลังรอคอยนางอยู่ “นายหญิงเพคะ วันนี้องค์ฮองเฮาดูไม่พอใจนายหญิงมากเลยนะเพคะ”
“ข้ารู้เหมยฮวา” ซูหลิงกล่าว “และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น”
นางมองออกไปยังพระราชวังหลวงที่ถูกปกคลุมด้วยความมืดมิดอีกครั้ง เพลิงริษยาในวังหลวงกำลังลุกโชนขึ้น และซูหลิงก็พร้อมแล้วที่จะใช้เพลิงนั้นเป็นอาวุธในการโค่นล้มศัตรูของนาง
วันรุ่งขึ้น ซูหลิงได้รับจดหมายจากหลี่หมิง หลี่หมิงรายงานว่าเขาได้รวบรวมหลักฐานบางอย่างเกี่ยวกับความไม่ชอบมาพากลขององค์ฮองเฮาหลี่เยว่ได้แล้ว หลักฐานเหล่านั้นเป็นเพียงเศษเสี้ยวเล็กๆ แต่ก็เพียงพอที่จะสร้างความสงสัยให้กับองค์จักรพรรดิได้
“เหมยฮวา” ซูหลิงเรียกสาวใช้คนสนิท “เจ้าช่วยนำจดหมายฉบับนี้ไปให้องค์จักรพรรดิเป็นการส่วนตัว และบอกพระองค์ว่าจดหมายฉบับนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก”
“เพคะนายหญิง” เหมยฮวารับคำสั่งด้วยความภักดี
เหมยฮวานำจดหมายไปมอบให้องค์จักรพรรดิ องค์จักรพรรดิหลงอี้ทรงอ่านจดหมายฉบับนั้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พระองค์ทรงรู้ดีว่าจดหมายฉบับนี้มีความสำคัญมาก และอาจจะส่งผลกระทบต่อราชสำนักทั้งหมด
องค์จักรพรรดิหลงอี้ทรงเรียกองค์ฮองเฮาหลี่เยว่เข้าเฝ้าเป็นการส่วนตัว พระองค์ทรงสอบถามองค์ฮองเฮาเกี่ยวกับหลักฐานที่ปรากฏในจดหมาย องค์ฮองเฮาหลี่เยว่พยายามที่จะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่หลักฐานที่ปรากฏในจดหมายนั้นชัดเจนเกินกว่าที่จะปฏิเสธได้
“องค์ฮองเฮา” องค์จักรพรรดิกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา “หลักฐานเหล่านี้ชัดเจนเกินกว่าที่ท่านจะปฏิเสธได้ ท่านมีความผิดจริงตามที่ถูกกล่าวหา”
องค์ฮองเฮาหลี่เยว่รู้สึกหวาดกลัวอย่างมาก นางไม่คิดว่าองค์จักรพรรดิจะทรงสืบสวนเรื่องนี้อย่างจริงจังถึงเพียงนี้
“องค์จักรพรรดิเพคะ” องค์ฮองเฮากล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “หม่อมฉันขออภัยพะยะค่ะ หม่อมฉันยอมรับผิดทุกประการพะยะค่ะ”
“ท่านมีความผิดฐานทุจริตและใช้อำนาจในทางที่ผิด” องค์จักรพรรดิกล่าว “เราจะปลดท่านออกจากตำแหน่งฮองเฮา และกักบริเวณท่านไว้ในตำหนักตลอดชีวิต”
คำตัดสินขององค์จักรพรรดิทำให้องค์ฮองเฮาหลี่เยว่รู้สึกสิ้นหวัง นางไม่คิดว่านางจะต้องจบชีวิตลงเช่นนี้
หลังจากองค์ฮองเฮาหลี่เยว่กลับไปแล้ว องค์จักรพรรดิหลงอี้ก็ทรงเรียกซูหลิงเข้าเฝ้าเป็นการส่วนตัว
“พระสนมซูหลิง” องค์จักรพรรดิกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง “เราอยากจะขอบใจพระสนมที่ช่วยเราสืบสวนเรื่องนี้”
ซูหลิงยิ้มบางๆ “เป็นหน้าที่ของหม่อมฉันเพคะองค์จักรพรรดิ”
“พระสนมซูหลิง” องค์จักรพรรดิกล่าว “เราอยากจะขอให้พระสนมขึ้นเป็นฮองเฮาแทนองค์ฮองเฮาหลี่เยว่”
คำพูดขององค์จักรพรรดิทำให้ซูหลิงรู้สึกประหลาดใจ นางไม่คิดว่าพระองค์จะทรงมอบตำแหน่งฮองเฮาให้นางถึงเพียงนี้
“องค์จักรพรรดิเพคะ” ซูหลิงกล่าว “หม่อมฉันไม่กล้าหรอกเพคะ”
“พระสนมซูหลิง” องค์จักรพรรดิกล่าว “เราเชื่อในความสามารถของพระสนม เราเชื่อว่าพระสนมจะสามารถเป็นฮองเฮาที่ดีได้”
ซูหลิงยิ้มมุมปาก “เป็นพระมหากรุณาธิคุณเพคะองค์จักรพรรดิ หม่อมฉันจะพยายามอย่างเต็มที่เพคะ”
หลังจากซูหลิงกลับมาที่ตำหนักฉงเยว่ เหมยฮวาก็เข้ามาหานางด้วยสีหน้าประหลาดใจ “นายหญิงเพคะ องค์จักรพรรดิทรงแต่งตั้งนายหญิงขึ้นเป็นฮองเฮาด้วยพระองค์เองเลยหรือเพคะ”
“ใช่เหมยฮวา” ซูหลิงกล่าว “และนี่คือหมากตัวสุดท้ายของเรา”
นางมองออกไปยังพระราชวังหลวงที่ถูกปกคลุมด้วยความมืดมิดอีกครั้ง หมากตัวสุดท้ายของซูหลิงได้ถูกเดินแล้ว และบัดนี้บัลลังก์แห่งอำนาจก็อยู่ในกำมือของนางแล้ว

พิษรักบัลลังก์เลือด
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก