พระราชพิธีแต่งตั้งฮองเฮาองค์ใหม่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และสมพระเกียรติ แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องต้องอาภรณ์สีทองอร่ามของซูหลิง ทำให้ร่างของนางดูสง่างามราวกับเทพธิดาที่จุติลงมาจากสรวงสวรรค์ เสียงดนตรีบรรเลงกึกก้องไปทั่วพระราชวังหลวง เหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์ต่างพากันก้มกราบถวายพระพรฮองเฮาองค์ใหม่ด้วยความเคารพยำเกรง ซูหลิงนั่งอยู่บนบัลลังก์ทองคำเคียงข้างองค์จักรพรรดิหลงอี้ ใบหน้าของนางประดับรอยยิ้มบางเบาที่ยากจะอ่านความรู้สึก แต่ภายในใจของนางกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งความสำเร็จ ความแค้น และความว่างเปล่า
“ถวายพระพรฮองเฮาเพคะ” เสียงเหล่าพระสนมและขุนนางหญิงดังกึกก้องไปทั่วท้องพระโรง
ซูหลิงพยักหน้าช้าๆ “ทุกคนไม่ต้องมากพิธี”
องค์จักรพรรดิหลงอี้ทรงมองซูหลิงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน พระองค์ทรงรู้สึกผิดที่เคยทอดทิ้งนางไป และบัดนี้พระองค์ก็ทรงยอมรับในความสามารถและความเฉลียวฉลาดของนาง พระองค์ทรงเชื่อว่าซูหลิงจะสามารถเป็นฮองเฮาที่ดีและช่วยพระองค์บริหารราชกิจได้
หลังจากพระราชพิธีสิ้นสุดลง ซูหลิงก็กลับมายังตำหนักฉงเยว่ ซึ่งบัดนี้ได้กลายเป็นตำหนักของฮองเฮา เหมยฮวากำลังจัดเตรียมน้ำชาสมุนไพรให้นางด้วยสีหน้าตื่นเต้นและดีใจ
“นายหญิงเพคะ บ่าวไม่เคยคิดเลยว่านายหญิงจะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นฮองเฮาได้ถึงเพียงนี้เพคะ” เหมยฮวากล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
ซูหลิงยิ้มบางๆ “ข้ารู้เหมยฮวา แต่ในเกมนี้ เราจำเป็นต้องเป็นเช่นนี้”
“แต่บ่าวก็ยังรู้สึกกังวลอยู่เพคะ” เหมยฮวากล่าว “อำนาจที่ยิ่งใหญ่ มักจะมาพร้อมกับอันตรายที่ยิ่งใหญ่เสมอเพคะ”
“ข้ารู้เหมยฮวา” ซูหลิงกล่าว “แต่ข้าก็เตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์แล้ว”
นางรู้ดีว่าการเป็นฮองเฮานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ตำแหน่งนี้มาพร้อมกับอำนาจที่ยิ่งใหญ่ แต่ก็มาพร้อมกับความรับผิดชอบและอันตรายที่ยิ่งใหญ่เช่นกัน นางจะต้องเผชิญหน้ากับความริษยา ความอิจฉาริษยา และเล่ห์เหลี่ยมต่างๆ ในวังหลวงแห่งนี้
แต่ซูหลิงก็ไม่ได้หวาดหวั่น นางได้เรียนรู้แล้วว่าในเกมแห่งอำนาจนี้ ความกลัวคือศัตรูตัวฉกาจที่สุด ความกล้าหาญและความเฉลียวฉลาดต่างหากคืออาวุธที่จะนำพานางไปสู่ชัยชนะ
ซูหลิงเริ่มใช้ตำแหน่งฮองเฮาในการปฏิรูปราชสำนักอย่างจริงจัง นางแต่งตั้งหลี่หมิงให้เป็นเสนาบดีกรมพิธีการ และมอบหมายให้เขารับผิดชอบงานสำคัญต่างๆ หลี่หมิงทำหน้าที่ของเขาได้อย่างยอดเยี่ยม เขาสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเหล่าขุนนางและประชาชน ทำให้เขาได้รับการยอมรับและเป็นที่เคารพยำเกรงอย่างรวดเร็ว
ในขณะเดียวกัน ซูหลิงก็เริ่มสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเหล่าพระสนมและขุนนางหญิงชั้นสูง นางแสดงความเมตตาและอ่อนโยนต่อทุกคน ทำให้ทุกคนรู้สึกดีกับนาง
องค์จักรพรรดิหลงอี้ทรงมองซูหลิงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชมและชื่นชม พระองค์ทรงเห็นถึงความสามารถและความเฉลียวฉลาดของนาง และเริ่มรู้สึกเสียดายที่เคยทอดทิ้งนางไป พระองค์ทรงใช้เวลาส่วนใหญ่ในการสนทนากับซูหลิง ขอคำปรึกษาในเรื่องราชกิจต่างๆ และบางครั้งก็ทรงระบายความในใจกับนาง
วันหนึ่ง องค์จักรพรรดิหลงอี้เสด็จมายังตำหนักของซูหลิงเป็นการส่วนตัว พระองค์ทรงมองซูหลิงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความรู้สึกที่ซับซ้อน
“ซูหลิง” องค์จักรพรรดิกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน “เราเสียใจที่เราเคยทำร้ายเจ้า เราเสียใจที่เราเคยดูถูกเจ้า”
ซูหลิงเงียบไปครู่หนึ่ง นางมองเข้าไปในดวงตาขององค์จักรพรรดิ นางเห็นความรู้สึกผิดและความเสียใจในแววตาของพระองค์
“องค์จักรพรรดิเพคะ” ซูหลิงกล่าว “เรื่องราวในอดีตก็ปล่อยให้มันเป็นอดีตเถิดเพคะ บัดนี้หม่อมฉันไม่เหลือความรู้สึกใดๆ ให้กับพระองค์อีกแล้วเพคะ”
คำพูดของซูหลิงทำให้องค์จักรพรรดิหลงอี้รู้สึกเจ็บปวด พระองค์ทรงรู้ดีว่าพระองค์ทำร้ายซูหลิงมากเพียงใด และบัดนี้พระองค์ก็ต้องชดใช้ในสิ่งที่พระองค์ได้ทำลงไป
“เราเข้าใจ” องค์จักรพรรดิกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา “แต่เราก็ยังอยากจะขอโอกาสที่จะชดเชยให้เจ้า”
ซูหลิงยิ้มมุมปาก “องค์จักรพรรดิเพคะ การชดเชยให้กับหม่อมฉันนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเพคะ”
“เราจะพยายาม” องค์จักรพรรดิกล่าว “เราจะพยายามทุกวิถีทางที่จะชดเชยให้เจ้า”
ซูหลิงยิ้มบางๆ “หม่อมฉันจะรอดูเพคะองค์จักรพรรดิ”
การสนทนาในวันนั้นทำให้องค์จักรพรรดิหลงอี้ยิ่งรู้สึกผูกพันกับซูหลิงมากขึ้น พระองค์ทรงเริ่มมองเห็นซูหลิงเป็นมากกว่าฮองเฮา หากแต่เป็นสตรีที่มีความสามารถและเฉลียวฉลาดที่สามารถเป็นคู่คิดและผู้ช่วยของพระองค์ได้
ในขณะเดียวกัน องค์ฮองเฮาหลี่เยว่ที่ถูกปลดจากตำแหน่งและถูกกักบริเวณในตำหนัก ก็ยังคงไม่ยอมแพ้ นางพยายามที่จะหาทางตอบโต้ซูหลิง แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะซูหลิงได้รับการสนับสนุนจากองค์จักรพรรดิอย่างเต็มที่
วันหนึ่ง องค์ฮองเฮาหลี่เยว่ส่งคนไปลอบวางยาพิษในอาหารของซูหลิง แต่แผนการของนางก็ถูกจับได้โดยเหมยฮวา เหมยฮวารายงานเรื่องนี้ให้ซูหลิงทราบทันที
ซูหลิงยิ้มมุมปาก “องค์ฮองเฮาหลี่เยว่ยังคงไม่ยอมแพ้ง่ายๆ สินะ”
“นายหญิงเพคะ บ่าวรู้สึกกังวลใจนักเพคะ” เหมยฮวากล่าว “หากนายหญิงถูกลอบทำร้ายอีกครั้ง จะเป็นอันตรายถึงชีวิตนะเพคะ”
“ไม่ต้องกังวลเหมยฮวา” ซูหลิงกล่าว “ข้าเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์แล้ว”
ซูหลิงสั่งให้เหมยฮวานำหลักฐานการลอบวางยาพิษไปให้องค์จักรพรรดิ องค์จักรพรรดิหลงอี้ทรงทราบเรื่องนี้ก็ทรงพิโรธอย่างมาก พระองค์ทรงสั่งให้ประหารชีวิตองค์ฮองเฮาหลี่เยว่ทันที
คำตัดสินขององค์จักรพรรดิทำให้ทุกคนในราชสำนักตกใจอย่างมาก ไม่มีใครคิดว่าองค์จักรพรรดิจะทรงตัดสินใจประหารชีวิตฮองเฮาเก่าถึงเพียงนี้
หลังจากองค์ฮองเฮาหลี่เยว่ถูกประหารชีวิตแล้ว ซูหลิงก็กลายเป็นสตรีผู้ทรงอำนาจที่สุดในวังหลวงแห่งนี้ นางเป็นฮองเฮาที่เฉลียวฉลาดและเข้มแข็ง นางช่วยองค์จักรพรรดิบริหารราชกิจได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองและประชาชนมีความสุข
แต่ภายในใจของซูหลิงก็ยังคงมีความว่างเปล่าอยู่บ้าง นางได้ทวงคืนสิ่งที่เคยเป็นของนางกลับคืนมาแล้ว นางได้แก้แค้นให้กับความเจ็บปวดที่เคยได้รับแล้ว แต่ความสุขที่แท้จริงกลับยังไม่มาเยือน
วันหนึ่ง ซูหลิงนั่งอยู่ริมหน้าต่าง มองออกไปยังสวนดอกโบตั๋นที่บัดนี้เบ่งบานสะพรั่งงดงาม นางรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นดอกโบตั๋นดอกหนึ่งที่ต้องยืนหยัดท่ามกลางพายุฝนและหิมะ เพื่อที่จะได้เบ่งบานอย่างงดงามในที่สุด
“นายหญิงเพคะ” เหมยฮวากล่าว “นายหญิงดูเหมือนจะมีความสุขนะเพคะ”
ซูหลิงยิ้มบางๆ “ข้ามีความสุขเหมยฮวา แต่ความสุขนี้ก็มาพร้อมกับความว่างเปล่า”
“ความว่างเปล่าหรือเพคะ” เหมยฮวาถามด้วยความสงสัย
“ใช่เหมยฮวา” ซูหลิงกล่าว “ข้าได้ทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างกลับคืนมาแล้ว แต่ข้าก็ยังรู้สึกเหมือนขาดอะไรบางอย่างไป”
นางมองออกไปยังท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ “บางที...ความสุขที่แท้จริงอาจจะไม่ได้อยู่ที่อำนาจหรือบัลลังก์แห่งนี้ก็ได้”
คำพูดของซูหลิงทำให้เหมยฮวาครุ่นคิด นางรู้ดีว่านายหญิงของนางได้ผ่านเรื่องราวมากมายมาแล้ว และบัดนี้ก็ถึงเวลาที่นายหญิงของนางจะได้พักผ่อนและค้นหาความสุขที่แท้จริงของตัวเอง
ซูหลิงลุกขึ้นยืน เดินไปยังโต๊ะเขียนหนังสือ หยิบพู่กันขึ้นมาจุ่มหมึก แล้วเริ่มเขียนบางสิ่งลงบนกระดาษหยกขาวสะอาด ดวงตาของนางเป็นประกายราวกับกำลังมองเห็นอนาคต
‘องค์จักรพรรดิหลงอี้ ท่านคิดว่าท่านเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของข้า แต่ท่านคิดผิดแล้ว’ ซูหลิงคิดในใจ ‘เกมนี้ได้จบลงแล้ว และข้าคือผู้ชนะ’
บัลลังก์แห่งพิษที่ซูหลิงได้มา บัดนี้ได้กลายเป็นบัลลังก์แห่งอำนาจและความรับผิดชอบ นางพร้อมแล้วที่จะใช้บัลลังก์นี้ในการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับบ้านเมือง และเพื่อค้นหาความสุขที่แท้จริงของตัวเอง
เรื่องราวของซูหลิง สตรีผู้ถูกทอดทิ้งจากความรัก แต่กลับลุกขึ้นยืนหยัดและเป็นผู้ชนะในเกมแห่งอำนาจนี้ ได้ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของราชวงศ์แห่งนี้ตลอดไป

พิษรักบัลลังก์เลือด
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก