พิษรักบัลลังก์เลือด

ตอนที่ 28 — แผนลวงกลางงานเลี้ยง

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,032 คำ

แสงจันทร์สีนวลอ่อนโยนสาดส่องผ่านผืนเมฆบางเบา ส่องต้องลานตำหนักใหญ่ให้เรืองรอง คืนนี้เป็นค่ำคืนที่องค์จักรพรรดิหลิงเทียนทรงจัดงานเลี้ยงใหญ่เพื่อฉลองวันคล้ายวันประสูติขององค์ไทเฮา บรรดาเชื้อพระวงศ์ ขุนนางน้อยใหญ่ สนมนางในต่างมารวมตัวกันอย่างพร้อมเพรียง ชุดแพรพรรณหลากสีสันส่องประกายระยิบระยับ เสียงดนตรีบรรเลงขับกล่อม ‌บทเพลงไพเราะดังกังวานไปทั่วบริเวณ

ซูหลิงในชุดฮองเฮาเต็มยศ สีม่วงทองอร่ามประดับด้วยเครื่องประดับหงส์อันวิจิตร สง่างามดุจนางพญา นางนั่งอยู่บนบัลลังก์เคียงข้างองค์จักรพรรดิ ใบหน้าของนางประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ดูสงบและเข้าถึงยาก สายตาของนางกวาดมองไปทั่วบริเวณอย่างเงียบงัน ภายใต้ความสงบนิ่งนั้นคือจิตใจที่กำลังเต้นระรัวด้วยความคาดหวังและประหวั่นพรั่นพรึง นี่คือคืนที่นางจะใช้เป็นเวทีในการเปิดโปงความชั่วร้ายของตระกูลหลิน ​และเป็นจุดเริ่มต้นในการทวงคืนอำนาจของตนเอง

กุ้ยเฟยหลินในชุดสีแดงสดที่ขับเน้นความเย้ายวนของนางให้โดดเด่น ยืนอยู่ท่ามกลางสนมคนอื่นๆ รอยยิ้มของนางดูสดใสกว่าปกติ นางยังคงไม่รู้ตัวว่ากำลังจะตกอยู่ในกับดักที่ซูหลิงวางไว้ หลินเจิ้ง น้องชายของนาง ผู้เป็นต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมด ก็มาร่วมงานเลี้ยงด้วยเช่นกัน ‍เขายังคงดูรื่นเริงและไม่ระมัดระวังตัว

องค์จักรพรรดิหลิงเทียนทรงประทับอยู่บนบัลลังก์ทอง ทอดพระเนตรมองแขกเหรื่อด้วยพระพักตร์ที่ยากจะคาดเดา พระองค์ทรงฉลองพระองค์สีดำปักลายมังกรทองสง่างาม หากแต่ดวงตาคมกริบนั้นฉายแววเย็นชาและห่างเหินดังเช่นเคย ซูหลิงลอบมองพระองค์ เพียงเสี้ยววินาที ความเจ็บปวดในอดีตก็แล่นเข้าจุกอก แต่แล้วนางก็สะบัดมันทิ้งไป ‌ความรู้สึกเหล่านี้ไม่มีที่ว่างในเกมที่กำลังจะเริ่มขึ้น

"ฮองเฮาเพคะ" เหมยลี่กระซิบเบาๆ ข้างหูของซูหลิง "หัวหน้าขันทีจางส่งสัญญาณมาแล้วเพคะ ทุกอย่างพร้อมแล้ว"

ซูหลิงพยักหน้าเล็กน้อย ปรับรอยยิ้มบนใบหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด นางลุกขึ้นจากบัลลังก์ เดินไปยังเบื้องหน้าขององค์ไทเฮาที่ประทับอยู่บนเก้าอี้สูง ‍"ทูลองค์ไทเฮาเพคะ เนื่องในวาระวันคล้ายวันประสูติของพระองค์ หม่อมฉันในฐานะฮองเฮา ขอถวายพระพรให้พระองค์ทรงมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ และเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของแผ่นดินตลอดไปเพคะ"

องค์ไทเฮายิ้มแย้ม ทอดพระเนตรมองซูหลิงด้วยความรักใคร่ "เจ้าช่างเป็นฮองเฮาที่ดีนักซูหลิง ​ขอให้เจ้ามีความสุขความเจริญเช่นกัน"

หลังจากถวายพระพรองค์ไทเฮาแล้ว ซูหลิงก็หันไปทางองค์จักรพรรดิ "ทูลองค์จักรพรรดิเพคะ เนื่องในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ หม่อมฉันมีความประสงค์จะจัดแสดงพิเศษเพื่อถวายเป็นเครื่องบรรณาการแด่องค์ไทเฮาและองค์จักรพรรดิเพคะ"

องค์จักรพรรดิหลิงเทียนทรงเลิกคิ้วเล็กน้อย "โอ้? ฮองเฮามีการแสดงอันใดจะนำเสนอหรือ" พระสุรเสียงของพระองค์ราบเรียบ ​หากแฝงไว้ด้วยความสนใจเพียงเล็กน้อย

"เพคะ" ซูหลิงยิ้ม "การแสดงนี้เป็นบทเพลงโบราณที่เล่าขานถึงความซื่อสัตย์ภักดีและความยุติธรรมของขุนนางผู้จงรักภักดีต่อแผ่นดินและองค์จักรพรรดิเพคะ"

ทุกคนในงานต่างพากันแปลกใจ บทเพลงโบราณเช่นนี้ไม่ค่อยมีการนำมาแสดงในงานเลี้ยงรื่นเริงนัก แต่เมื่อฮองเฮาทรงเป็นผู้เสนอ ก็ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ

ซูหลิงส่งสัญญาณให้หัวหน้าขันทีจาง ขันทีผู้หนึ่งก็เดินออกมาพร้อมกับนักดนตรีและนักแสดงกลุ่มเล็กๆ เสียงดนตรีอันโศกเศร้าเคล้าคลอไปกับบทเพลงที่ขับขานถึงความทุกข์ยากของชาวบ้านที่ถูกขุนนางคดโกง ​ข้าวของเครื่องใช้ที่ควรจะเป็นของราษฎรกลับถูกยักยอกไป เสบียงสำหรับทหารที่ปกป้องแผ่นดินกลับถูกนำไปขายเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน สร้างความเดือดร้อนไปทั่วแผ่นดิน

บทเพลงและบทแสดงนั้นสะเทือนอารมณ์ยิ่งนัก ใบหน้าของขุนนางหลายคนเริ่มเปลี่ยนสี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสนาบดีหลินและกุ้ยเฟยหลิน พวกเขารู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากล ซูหลิงจงใจเลือกบทเพลงนี้เพื่อเสียดสีและเตือนสติพวกเขา

เมื่อการแสดงจบลง ซูหลิงก็กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงอันดังฟังชัด "บทเพลงนี้ช่างสะท้อนถึงความจริงในสังคมเรายิ่งนัก ความคดโกง ย่อมนำมาซึ่งความพินาศของแผ่นดิน หม่อมฉันหวังว่าขุนนางทุกท่านจะยึดมั่นในความซื่อสัตย์ภักดีต่อองค์จักรพรรดิและราษฎร"

ทุกคนต่างพยักหน้าเห็นด้วย แต่แล้วซูหลิงก็หันไปมองเสนาบดีหลินและกุ้ยเฟยหลิน ใบหน้าของนางประดับด้วยรอยยิ้มที่ดูเป็นมิตร แต่ดวงตานั้นกลับคมกริบดุจเหยี่ยว

"แต่บางครั้ง" ซูหลิงเอ่ยต่อ "ความชั่วร้ายก็มิได้ถูกเปิดเผยออกมาง่ายๆ และบ่อยครั้ง ผู้ที่อยู่เบื้องหลังความชั่วร้ายนั้นกลับเป็นผู้ที่ได้รับความไว้วางใจจากองค์จักรพรรดิมากที่สุด"

คำพูดของซูหลิงทำให้บรรยากาศในงานเลี้ยงตึงเครียดขึ้นมาทันใด องค์จักรพรรดิหลิงเทียนทรงทอดพระเนตรมาที่ซูหลิงด้วยแววตาที่ลึกล้ำ ไม่ว่าพระองค์จะทรงรู้เรื่องนี้มาก่อนหรือไม่ก็ตาม แต่พระองค์ก็ทรงรอฟังสิ่งที่ซูหลิงจะกล่าวต่อไป

"หม่อมฉันได้ยินมาว่าช่วงนี้มีการทุจริตในเรื่องการจัดซื้อเสบียงสำหรับกองทัพเพคะ" ซูหลิงกล่าวอย่างเปิดเผย "มีผู้ที่สมคบคิดกับพ่อค้าภายนอก จัดซื้อเสบียงที่ไม่มีคุณภาพในราคาที่สูงเกินจริง เพื่อยักยอกเงินหลวงไปเป็นของตนเอง"

เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วทั้งงาน เสนาบดีหลินและกุ้ยเฟยหลินหน้าซีดเผือดลงทันตาเห็น พวกเขาพยายามที่จะปฏิเสธ แต่ซูหลิงก็กล่าวต่ออย่างไม่รอช้า

"และหม่อมฉันยังมีหลักฐานที่ชัดเจนเพคะ" ซูหลิงโบกมือเล็กน้อย เหมยลี่ก็เดินออกมาพร้อมกับกล่องไม้ กล่องนั้นบรรจุเอกสารและบัญชีต่างๆ ที่แสดงถึงการทุจริตอย่างชัดเจน

"หลักฐานเหล่านี้" ซูหลิงกล่าว "บ่งชี้อย่างชัดเจนว่าเสนาบดีหลินและบุตรชายของท่านหลินเจิ้ง ได้สมคบคิดกันทุจริตเงินหลวงในการจัดซื้อเสบียงสำหรับกองทัพเพคะ"

เสนาบดีหลินล้มลงคุกเข่าทันที "ฮองเฮาทรงเข้าใจผิดพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมมิได้กระทำการเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ"

กุ้ยเฟยหลินรีบวิ่งเข้ามาคุกเข่าข้างๆ บิดา "ฮองเฮาเพคะ บิดาของหม่อมฉันซื่อสัตย์และจงรักภักดีมาตลอดเพคะ พระองค์ต้องทรงเชื่อใจบิดาของหม่อมฉันนะเพคะ"

"เชื่อใจหรือ?" ซูหลิงยิ้มเย็น "หลักฐานเหล่านี้มิได้โกหกหรอกกุ้ยเฟย" นางหันไปทางองค์จักรพรรดิ "ทูลองค์จักรพรรดิเพคะ หม่อมฉันขอให้พระองค์ทรงโปรดพิจารณาเรื่องนี้ด้วยความยุติธรรมเพคะ"

องค์จักรพรรดิหลิงเทียนทรงทอดพระเนตรหลักฐานที่เหมยลี่ยื่นถวาย พระองค์ทรงพลิกดูเอกสารเหล่านั้นอย่างละเอียด พระพักตร์ของพระองค์ดูเคร่งขรึมและเย็นชาขึ้นกว่าเดิม

"หัวหน้าขันทีจาง" องค์จักรพรรดิทรงรับสั่งด้วยพระสุรเสียงอันทรงอำนาจ "เจ้าจงนำตัวเสนาบดีหลินและบุตรชายของเขาไปสอบสวนให้ละเอียด หากพบว่ามีความผิดจริง ก็จงลงโทษตามกฎหมาย"

หัวหน้าขันทีจางรับพระบัญชาและนำทหารองครักษ์เข้ามาควบคุมตัวเสนาบดีหลินและหลินเจิ้งไปทันที กุ้ยเฟยหลินกรีดร้องด้วยความตกใจและหวาดกลัว นางมองซูหลิงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้น

"ฮองเฮา!" กุ้ยเฟยหลินตะโกน "พระองค์ช่างโหดเหี้ยมยิ่งนัก! พระองค์วางแผนเรื่องนี้มาตั้งแต่แรกใช่หรือไม่!"

ซูหลิงมองกุ้ยเฟยหลินด้วยแววตาที่เฉยเมย "เจ้ากล่าวสิ่งใดข้าไม่เข้าใจ กุ้ยเฟย ข้าเพียงทำตามหน้าที่ของฮองเฮาที่ต้องพิทักษ์ความยุติธรรมของแผ่นดินเท่านั้น"

คำพูดของซูหลิงทำให้กุ้ยเฟยหลินแทบจะกระอักเลือดออกมา นางรู้ดีว่าฮองเฮากำลังแก้แค้นนาง และการแก้แค้นครั้งนี้ช่างเจ็บปวดและโหดเหี้ยมยิ่งนัก

องค์จักรพรรดิหลิงเทียนทรงทอดพระเนตรเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยพระพักตร์ที่นิ่งเฉย ยากจะคาดเดาความรู้สึกของพระองค์ได้ พระองค์มิได้ตรัสสิ่งใดออกมา แต่ดวงตาของพระองค์กลับมองซูหลิงอย่างลึกซึ้ง ราวกับกำลังพิจารณาบางสิ่งบางอย่างในตัวนาง

งานเลี้ยงดำเนินต่อไป แต่บรรยากาศกลับอึมครึมและเงียบงัน ทุกคนต่างตกอยู่ในความหวาดกลัวและหวาดระแวง ไม่คิดว่าฮองเฮาจะทรงเด็ดขาดและเฉียบขาดได้ถึงเพียงนี้

ซูหลิงกลับมานั่งบนบัลลังก์ข้างองค์จักรพรรดิ ใบหน้าของนางยังคงสงบและเยือกเย็น ราวกับว่าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น แต่นางรู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น การโค่นล้มตระกูลหลินเป็นเพียงก้าวแรกในการช่วงชิงอำนาจคืนมา นางยังคงต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายอีกมากมายในวังหลวงแห่งนี้

ในคืนนั้น ซูหลิงกลับมายังตำหนักจื่อเวยด้วยหัวใจที่รู้สึกโล่งอกในระดับหนึ่ง ชัยชนะครั้งนี้เป็นชัยชนะที่สำคัญ ที่แสดงให้เห็นว่านางมิใช่ฮองเฮาที่อ่อนแออีกต่อไปแล้ว

"ฮองเฮาทรงพระปรีชายิ่งนักเพคะ" เหมยลี่กล่าวด้วยความชื่นชม "กุ้ยเฟยหลินคงไม่กล้าที่จะต่อกรกับฮองเฮาอีกแล้วเพคะ"

ซูหลิงยิ้มบางๆ "เจ้าคิดเช่นนั้นหรือเหมยลี่? ในวังหลวงแห่งนี้ ไม่มีผู้ใดที่จะยอมแพ้ได้ง่ายๆ หรอก ยิ่งถูกกระทำมากเท่าไหร่ ความแค้นก็จะยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้นเท่านั้น"

นางมองออกไปนอกหน้าต่าง แสงจันทร์ยังคงส่องสว่าง แต่ภายใต้ความสว่างนั้นกลับซ่อนเร้นความมืดมิดและอันตรายที่พร้อมจะกลืนกินทุกชีวิต เกมนี้ยังไม่จบ และนางก็พร้อมที่จะเล่นมันจนถึงที่สุด

หน้านิยาย
หน้านิยาย
พิษรักบัลลังก์เลือด

พิษรักบัลลังก์เลือด

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!