หลังจากเหตุการณ์ในงานเลี้ยงวันประสูติองค์ไทเฮา วังหลวงก็ตกอยู่ในความเงียบสงบที่ดูผิดปกติ ความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วทุกตำหนัก ข่าวการจับกุมเสนาบดีหลินและหลินเจิ้งบุตรชาย แพร่สะพัดไปทั่วราชสำนักอย่างรวดเร็ว สร้างความหวาดผวาให้แก่ขุนนางและสนมนางในที่เคยเกี่ยวข้องกับตระกูลหลิน
กุ้ยเฟยหลินถูกลดขั้นเป็นเพียงสนมธรรมดา และถูกกักบริเวณอยู่ในตำหนักวารีทิพย์อย่างไม่มีกำหนด แม้จะไม่มีการลงโทษที่รุนแรงถึงขั้นเนรเทศหรือประหารชีวิต แต่นางก็ไม่ต่างอะไรกับนกที่ถูกตัดปีก ไม่มีอำนาจและอิทธิพลใดๆ เหลืออยู่ ซูหลิงรู้ดีว่านี่คือการลงโทษที่โหดร้ายยิ่งกว่าความตายสำหรับสตรีผู้ทะเยอทะยานอย่างกุ้ยเฟยหลิน
ซูหลิงยังคงใช้ชีวิตประจำวันอย่างสงบเสงี่ยมในตำหนักจื่อเวย แต่ภายใต้ความสงบนั้น นางก็มิได้หยุดนิ่ง นางใช้ช่วงเวลานี้ในการรวบรวมข้อมูลและเสริมสร้างเครือข่ายอำนาจของตนเอง นางรู้ดีว่าการโค่นล้มตระกูลหลินเป็นเพียงการเปิดฉากเท่านั้น ยังมีอำนาจมืดอีกหลายสายที่ซ่อนเร้นอยู่ในวังหลวงแห่งนี้
"เหมยลี่ เจ้าจงไปดูว่าช่วงนี้มีผู้ใดเข้าออกตำหนักวารีทิพย์บ้าง" ซูหลิงสั่งการนางกำนัลคนสนิทในเช้าวันหนึ่ง "และสังเกตดูว่ามีสนมคนใดบ้างที่ดูเหมือนจะกังวลเป็นพิเศษเกี่ยวกับเรื่องของกุ้ยเฟยหลิน"
เหมยลี่รับคำสั่งและออกไปปฏิบัติหน้าที่อย่างรวดเร็ว ซูหลิงนั่งจิบชาพลางอ่านตำราประวัติศาสตร์ราชวงศ์เก่าแก่ การศึกษาเรื่องราวการเมืองการปกครองในอดีตช่วยให้นางเข้าใจถึงกลไกและเล่ห์เหลี่ยมของอำนาจได้ดียิ่งขึ้น
ไม่นานนัก เหมยลี่ก็กลับมาพร้อมกับข้อมูลที่น่าสนใจ "ทูลฮองเฮาเพคะ หม่อมฉันสังเกตเห็นว่าช่วงนี้สนมหลิวที่ตำหนักบูรพา ดูเหมือนจะกังวลเป็นพิเศษเพคะ นางมักจะส่งนางกำนัลไปสอบถามข่าวคราวที่ตำหนักวารีทิพย์อยู่บ่อยครั้ง"
ซูหลิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย สนมหลิวเป็นอีกหนึ่งสตรีที่ได้รับความโปรดปรานจากองค์จักรพรรดิ แต่ความโปรดปรานนั้นก็มิได้มากมายเท่ากุ้ยเฟยหลินในอดีต สนมหลิวมีบุคลิกที่ดูเงียบขรึมและสุขุม นางมาจากตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่มีอิทธิพลพอสมควร
"สนมหลิวหรือ..." ซูหลิงพึมพำกับตัวเอง "นางดูเหมือนจะเป็นสตรีที่วางตัวเป็นกลางมาตลอด เหตุใดจึงได้กังวลเรื่องของกุ้ยเฟยหลินเล่า"
"หม่อมฉันก็คิดเช่นนั้นเพคะ" เหมยลี่ตอบ "แต่ดูเหมือนนางจะมีความสัมพันธ์อันดีกับกุ้ยเฟยหลินมาตั้งแต่แรกเพคะ"
ซูหลิงลุกขึ้นจากที่นั่ง เดินไปยังหน้าต่าง มองออกไปยังสวนดอกไม้ที่กำลังเบ่งบานอย่างงดงาม "เหมยลี่ เจ้าจงจัดเตรียมของกำนัลเล็กน้อยให้ข้า ข้าจะไปเยี่ยมเยียนสนมหลิวที่ตำหนักบูรพา"
เหมยลี่แปลกใจเล็กน้อย แต่ก็รีบไปจัดเตรียมของกำนัลตามคำสั่งของซูหลิง
ในบ่ายวันเดียวกัน ซูหลิงในชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนที่ดูเรียบง่ายแต่สง่างาม เสด็จไปยังตำหนักบูรพาพร้อมด้วยเหมยลี่และนางกำนัลอีกสองสามคน การมาเยือนของฮองเฮาทำให้สนมหลิวและนางกำนัลในตำหนักบูรพาต่างพากันประหลาดใจและรีบออกมาต้อนรับ
"หม่อมฉันถวายพระพรฮองเฮาเพคะ ไม่คิดว่าฮองเฮาจะทรงให้เกียรติเสด็จมาเยือนตำหนักของหม่อมฉันในวันนี้เพคะ" สนมหลิวกล่าวด้วยน้ำเสียงนอบน้อม ดวงตาของนางฉายแววระมัดระวัง
"เจ้าไม่ต้องมีพิธีรีตองอันใดหรอกสนมหลิว" ซูหลิงยิ้ม "ข้าเพียงอยากจะมาเยี่ยมเยียนเจ้าเท่านั้น" ซูหลิงมอบของกำนัลให้สนมหลิว "นี่คือของกำนัลเล็กน้อยจากข้า หวังว่าเจ้าจะชอบ"
สนมหลิวรับของกำนัลด้วยความเกรงใจ "ขอบพระทัยฮองเฮาเพคะ"
ซูหลิงเดินเข้าไปในตำหนักบูรพา มองไปรอบๆ ตำหนักของสนมหลิวดูเรียบง่ายและสะอาดสะอ้าน ไม่หรูหราฟุ่มเฟือยเหมือนตำหนักของสนมคนอื่นๆ
"ช่วงนี้เจ้าสบายดีหรือไม่สนมหลิว" ซูหลิงเอ่ยถามขณะนั่งลงบนเก้าอี้ไม้จันทน์หอม
"หม่อมฉันสบายดีเพคะฮองเฮา" สนมหลิวตอบ "แต่ช่วงนี้วังหลวงดูเหมือนจะเงียบเหงากว่าปกติเพคะ"
"แน่นอนสิ" ซูหลิงยิ้ม "เมื่อไม่มีเรื่องวุ่นวาย ก็ย่อมเงียบสงบเป็นธรรมดา" นางจิบชาช้าๆ พลางมองสนมหลิวอย่างพิจารณา "แต่บางครั้ง ความเงียบสงบก็อาจจะซ่อนเร้นสิ่งอันตรายไว้ภายใต้คลื่นใต้น้ำก็ได้มิใช่หรือ"
คำพูดของซูหลิงทำให้สนมหลิวชะงักไปเล็กน้อย สีหน้าของนางดูเคร่งเครียดขึ้นมาทันใด
"ฮองเฮาทรงหมายความว่าอย่างไรเพคะ" สนมหลิวถามด้วยน้ำเสียงที่ลดต่ำลง
"ข้าก็แค่เป็นห่วงเจ้าเท่านั้น" ซูหลิงเอ่ย "ในวังหลวงแห่งนี้ ไม่มีสิ่งใดที่จะคงอยู่ตลอดไปได้ ไม่ว่าจะเป็นความโปรดปรานหรืออำนาจ" นางมองเข้าไปในดวงตาของสนมหลิวอย่างลึกซึ้ง "เจ้าคิดว่ากุ้ยเฟยหลินจะยอมแพ้ง่ายๆ หรือ"
สนมหลิวก้มหน้าลงเล็กน้อย "หม่อมฉันไม่ทราบเพคะ"
"แต่ข้ารู้" ซูหลิงกล่าว "นางเป็นสตรีที่ทะเยอทะยานและมิได้ยอมแพ้ง่ายๆ หรอก นางจะต้องหาทางแก้แค้นผู้ที่ทำให้นางต้องตกต่ำลงอย่างแน่นอน" นางหยุดเล็กน้อย "และผู้ที่เคยมีความสัมพันธ์อันดีกับนาง ก็อาจจะถูกดึงเข้าไปในวังวนแห่งความแค้นนั้นด้วยเช่นกัน"
สนมหลิวเงยหน้าขึ้น ดวงตาของนางฉายแววหวาดหวั่น "ฮองเฮาทรงต้องการจะบอกอะไรหม่อมฉันเพคะ"
"ข้าเพียงต้องการจะเตือนเจ้าเท่านั้น" ซูหลิงกล่าว "ว่าในวังหลวงแห่งนี้ ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร มีแต่ผลประโยชน์เท่านั้นที่คงอยู่ หากเจ้าต้องการที่จะเอาชีวิตรอดและยืนหยัดอยู่ได้ เจ้าก็ต้องรู้จักเลือกข้างให้ถูกต้อง"
สนมหลิวเงียบไปครู่หนึ่ง นางกำลังครุ่นคิดถึงคำพูดของซูหลิงอย่างหนัก
"หม่อมฉัน... หม่อมฉันไม่เข้าใจเพคะ" สนมหลิวกล่าวในที่สุด "หม่อมฉันมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องของกุ้ยเฟยหลินเลยเพคะ"
"เจ้าอาจจะคิดเช่นนั้น" ซูหลิงยิ้ม "แต่ผู้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ย่อมพร้อมที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อเอาตัวรอด และบางครั้ง การหักหลังมิตรก็อาจเป็นทางเลือกหนึ่ง" นางลุกขึ้นจากที่นั่ง "ข้าหวังว่าเจ้าจะเข้าใจในสิ่งที่ข้ากำลังจะบอกเจ้า"
ซูหลิงหันหลังกลับและเดินออกจากตำหนักบูรพา โดยไม่รอคำตอบใดๆ จากสนมหลิว นางรู้ดีว่าคำพูดของนางได้ฝังรากลึกเข้าไปในจิตใจของสนมหลิวแล้ว และนางก็เพียงแค่รอให้คลื่นใต้น้ำลูกนี้ก่อตัวขึ้น
เมื่อกลับมาถึงตำหนักจื่อเวย ซูหลิงก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ "เหมยลี่ เจ้าคิดว่าสนมหลิวจะทำอย่างไรต่อไป"
เหมยลี่รินชาถวายพลางตอบ "หม่อมฉันคิดว่านางคงจะหวาดกลัวและพยายามที่จะตีตัวออกห่างจากกุ้ยเฟยหลินเพคะ"
"นั่นคือสิ่งที่ข้าต้องการ" ซูหลิงยิ้ม "ในวังหลวงแห่งนี้ หากผู้ใดอ่อนแอ ย่อมถูกเหยียบย่ำ แต่หากผู้ใดฉลาดพอ ก็สามารถใช้ความอ่อนแอของผู้อื่นให้เป็นประโยชน์ได้"
ในคืนนั้น สนมหลิวนอนกระสับกระส่ายบนเตียงนอน คำพูดของฮองเฮายังคงก้องอยู่ในหูของนาง นางมองออกไปนอกหน้าต่าง แสงจันทร์ส่องต้องสวนดอกไม้ให้ดูมืดมิดและลึกลับ นางรู้สึกได้ถึงความหวาดกลัวที่เกาะกุมหัวใจ ความหวาดกลัวที่ว่านางอาจจะถูกดึงเข้าไปในวังวนแห่งความแค้นของกุ้ยเฟยหลิน
นางลุกขึ้นจากเตียง เดินไปยังโต๊ะเครื่องแป้ง หยิบจดหมายเก่าๆ ฉบับหนึ่งขึ้นมา จดหมายนั้นเป็นของกุ้ยเฟยหลินที่เขียนถึงนางเมื่อนานมาแล้ว ในจดหมายนั้น กุ้ยเฟยหลินได้เล่าถึงแผนการบางอย่างที่ต้องการจะโค่นล้มฮองเฮา และขอให้สนมหลิวช่วยเหลือนาง สนมหลิวในตอนนั้นก็เพียงแค่รับฟัง แต่ก็มิได้ให้คำมั่นสัญญาอันใด
แต่บัดนี้ จดหมายฉบับนี้กลับกลายเป็นดาบสองคมที่สามารถทำลายชีวิตของนางได้ หากฮองเฮาทรงรู้เรื่องนี้เข้า นางจะต้องถูกลงโทษอย่างหนักอย่างแน่นอน
สนมหลิวตัดสินใจที่จะทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อเอาตัวรอด นางเดินไปยังตะเกียงน้ำมัน จุดไฟเผาจดหมายฉบับนั้นจนมอดไหม้เป็นเถ้าธุลี แต่ถึงแม้จดหมายจะถูกทำลายไปแล้ว ความหวาดกลัวในใจของนางก็ยังคงอยู่ นางรู้ดีว่าในวังหลวงแห่งนี้ ไม่มีสิ่งใดที่จะสามารถเก็บงำความลับไว้ได้ตลอดไป
ในวันรุ่งขึ้น สนมหลิวได้แอบส่งคนสนิทไปที่ตำหนักจื่อเวย เพื่อขอเข้าเฝ้าฮองเฮาเป็นการส่วนตัว ซูหลิงรับทราบเรื่องนี้และอนุญาตให้นางเข้ามา
สนมหลิวคุกเข่าลงเบื้องหน้าซูหลิง ใบหน้าของนางซีดเผือดและเต็มไปด้วยความกังวล
"ฮองเฮาเพคะ หม่อมฉันมีเรื่องสำคัญที่ต้องการจะกราบทูลเพคะ" สนมหลิวกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "หม่อมฉันได้ยินมาว่ากุ้ยเฟยหลินกำลังวางแผนที่จะแก้แค้นฮองเฮาเพคะ นางกำลังรวบรวมพรรคพวกและผู้สนับสนุนที่ยังคงภักดีต่อนาง และกำลังหาทางที่จะทำร้ายฮองเฮาเพคะ"
ซูหลิงมองสนมหลิวด้วยแววตาที่เรียบเฉย นางรู้ดีว่าสนมหลิวคงจะไม่กล้าที่จะหักหลังกุ้ยเฟยหลินหากไม่ถูกบีบคั้นจากสถานการณ์
"เจ้าได้ยินเรื่องนี้มาจากที่ใดสนมหลิว" ซูหลิงถาม
"หม่อมฉัน... หม่อมฉันได้ยินมาจากนางกำนัลคนสนิทของกุ้ยเฟยหลินเพคะ" สนมหลิวตอบ "นางกำนัลผู้นั้นรู้สึกหวาดกลัวจึงแอบนำเรื่องนี้มาบอกหม่อมฉันเพคะ"
"และเจ้าเชื่อในสิ่งที่นางกำนัลผู้นั้นบอกเจ้าหรือ" ซูหลิงถามต่อ
"หม่อมฉันเชื่อเพคะ" สนมหลิวตอบ "เพราะนางกำนัลผู้นั้นเคยเป็นคนสนิทของกุ้ยเฟยหลินมานาน และนางก็ดูหวาดกลัวอย่างแท้จริงเพคะ"
ซูหลิงยิ้มบางๆ "ขอบใจเจ้ามากสนมหลิว ที่นำเรื่องนี้มาบอกข้า" นางโบกมือให้สนมหลิวลุกขึ้น "เจ้าจงกลับไปพักผ่อนเถิด และจงระมัดระวังตัวให้มากด้วยเช่นกัน"
สนมหลิวถอนหายใจด้วยความโล่งอก นางรู้ดีว่านางได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เพื่อเอาชีวิตรอดของตนเอง
หลังจากสนมหลิวกลับไปแล้ว ซูหลิงก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ แผนการของนางได้ผลเกินคาด สนมหลิวได้กลายเป็นหมากตัวสำคัญที่นางสามารถใช้ในการต่อกรกับกุ้ยเฟยหลินได้
"เหมยลี่" ซูหลิงเอ่ย "เจ้าจงไปบอกหัวหน้าขันทีจาง ให้เขาจับตาดูกุ้ยเฟยหลินและผู้ที่เกี่ยวข้องกับนางให้เข้มงวดกว่าเดิม ข้าต้องการที่จะรู้ทุกการเคลื่อนไหวของนาง"
เหมยลี่รับคำสั่งด้วยความภักดี ซูหลิงมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง คลื่นใต้น้ำในวังหลวงกำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน และนางก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน ไม่ว่าคลื่นลูกนี้จะรุนแรงเพียงใดก็ตาม

พิษรักบัลลังก์เลือด
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก