แสงแรกแห่งรุ่งอรุณสาดส่องผ่านบานหน้าต่างของตำหนักแม่ทัพ แสงสีทองอ่อนโยนทาบทับลงบนชุดคลุมตัวหลวมของหลิวซูเฟยที่ยืนอยู่ริมระเบียง ดวงตาของนางกวาดมองไปทั่วราชธานีอันกว้างใหญ่ที่เพิ่งตื่นจากนิทรา ภาพของทุ่งราบกว้างสุดลูกหูลูกตาที่เคยนำทัพฝ่าฟันยังคงเด่นชัดในความทรงจำ แต่บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยหลังคากระเบื้องสีแดงเรียงรายและกำแพงวังสูงตระหง่าน
"สมรภูมิรบนั้นตรงไปตรงมา มีแต่คมดาบกับความตายที่ชัดเจน" ซูเฟยรำพึงกับตัวเอง เบื้องหลังชัยชนะที่เด็ดขาดนั้นคือความเข้าใจในศัตรูและแผนการที่แม่นยำ แต่มรสุมในราชสำนักกลับคลุมเครือไปด้วยเล่ห์กลและมายาที่ยากจะหยั่งถึง คำเยินยอที่ดูไร้ความหมาย คำดูแคลนที่แฝงด้วยเจตนาอันร้ายกาจ นางมิได้สนใจมันนัก เพียงแต่ระแวงในสิ่งที่มองไม่เห็น
เช้าวันนั้น ราชสำนักยังคงดำเนินไปอย่างปกติ ทว่าความปกติมักเป็นม่านบังตาของบางสิ่งเสมอ ขณะที่ซูเฟยกำลังเดินผ่านโถงทางเดินมุ่งหน้าไปยังท้องพระโรงเพื่อยื่นรายงานประจำวัน เสียงอึกทึกครึกโครมก็ดังมาจากทิศทางของตำหนักเฉียนชิงอันเป็นที่ประทับขององค์ฮ่องเต้ เสียงฝีเท้าของทหารราชองครักษ์วิ่งกรูกันไปมา ความโกลาหลฉายชัดในแววตาของผู้คน
"เกิดอะไรขึ้น?" ซูเฟยหยุดฝีเท้า ถามขุนนางผู้หนึ่งที่กำลังวิ่งหน้าตาตื่น
"ท่านแม่ทัพ! แย่แล้ว! เกิดเหตุลอบปลงพระชนม์องค์ฮ่องเต้พ่ะย่ะค่ะ!" ขุนนางผู้นั้นตอบอย่างร้อนรน ใบหน้าซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนก
หัวใจของซูเฟยหล่นวูบ ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่ด้วยความตกใจระคนฉงน ใครกันกล้าถึงเพียงนี้ นางเร่งฝีเท้าไปยังที่เกิดเหตุพร้อมกับเหล่านายทหารคนสนิท ภาพเบื้องหน้าคือความโกลาหล ทหารราชองครักษ์กรูเข้าตรวจค้นทุกซอกมุม องค์ฮ่องเต้ประทับนั่งอยู่บนแท่นบรรทม ใบหน้ายังคงมีร่องรอยความตกใจ แต่พระวรกายมิได้บาดเจ็บรุนแรง มีเพียงรอยถลอกเล็กน้อยที่แขน ซึ่งเกิดจากการปัดป้องวัตถุบางอย่างที่พุ่งเข้ามา
"อะไรกันแน่ที่เกิดขึ้น?" ซูเฟยสอบถามจากแม่ทัพองครักษ์ที่กำลังจัดระเบียบอยู่
"มีเงาดำพุ่งเข้ามาจากหน้าต่างพ่ะย่ะค่ะ ถือมีดสั้นอาบยาพิษ โชคดีที่องครักษ์เฝ้าเวรยามไหวตัวทัน เข้าปัดป้องและกระโดดตามออกไป แต่ยังจับตัวไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ" แม่ทัพองครักษ์รายงานเสียงเครียด
ซูเฟยกวาดสายตาไปรอบห้องอย่างรวดเร็ว ห้องบรรทมถูกจัดเตรียมอย่างแน่นหนาด้วยทหารองครักษ์ภายนอกถึงสองชั้น เหตุใดคนร้ายจึงสามารถบุกเข้ามาได้ง่ายดายถึงเพียงนี้? นางเดินตรงไปยังหน้าต่างที่แม่ทัพองครักษ์กล่าวถึง ตรวจสอบร่องรอยอย่างละเอียด
"รอยเท้าบนพื้นดินยังใหม่ และดูเหมือนคนร้ายจะวิ่งไปทางปีกตะวันออก ซึ่งเป็นเขตที่เงียบสงบและมีกำแพงเตี้ยกว่าด้านอื่น ๆ" ซูเฟยชี้ให้เห็น เธอไม่ได้มองเพียงแค่รอยเท้า แต่ยังสังเกตเห็นกิ่งไม้ที่หักเล็กน้อยบนต้นหลิวใกล้หน้าต่าง และรอยขูดบนขอบหน้าต่างไม้ ซึ่งบ่งบอกถึงทิศทางและลักษณะการปีนป่าย
"ข้าขออาสาเข้าสืบสวนคดีนี้พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท" ซูเฟยกล่าวขึ้นเมื่อเห็นว่าองค์ฮ่องเต้เริ่มสงบลง สายตาของนางเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "การลอบปลงพระชนม์องค์ประมุขมิใช่เรื่องเล็ก จะต้องสืบให้ถึงต้นตอ"
องค์ฮ่องเต้ทรงทอดพระเนตรมองซูเฟยด้วยแววตาครุ่นคิด ขุนนางหลายคนเริ่มส่งเสียงคัดค้าน "ท่านแม่ทัพหลิวเชี่ยวชาญการศึก ไม่ใช่การสืบสวนคดีเช่นนี้พ่ะย่ะค่ะ" เสนาบดีหลี่เจิ้น หนึ่งในขุนนางอาวุโสผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในราชสำนักเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หากแฝงด้วยอำนาจบางอย่าง "ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกรมอาญาเถิดพ่ะย่ะค่ะ"
"ในสนามรบ เราต้องรู้จักศัตรูในเงามืด เช่นเดียวกับการสืบสวนพ่ะย่ะค่ะ" ซูเฟยตอบเสียงเรียบ นางไม่สะทกสะท้านกับแรงกดดันจากหลี่เจิ้น องค์ฮ่องเต้ทรงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ดี...แม่ทัพหลิว จงสืบสวนคดีนี้ให้ถึงที่สุด"
คำสั่งของฮ่องเต้ทำให้เสียงคัดค้านเงียบลง ซูเฟยเริ่มการสืบสวนทันที นางเรียกทหารองครักษ์ที่เฝ้าเวรยามในคืนเกิดเหตุมาสอบถามทุกคนอย่างละเอียด แต่คำให้การกลับดูเหมือนถูกเตรียมมาอย่างดี ไม่มีใครเห็นสิ่งผิดปกติใด ๆ เลย แต่ด้วยสัญชาตญาณอันแหลมคมของแม่ทัพผู้ผ่านสมรภูมิ ซูเฟยกลับรู้สึกถึงช่องโหว่บางอย่าง
"เวลาเปลี่ยนเวรยามของกองทหารรักษาพระองค์เปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อใด?" นางถามนายทหารองครักษ์คนหนึ่ง
"ประมาณหนึ่งเดือนก่อนพ่ะย่ะค่ะ ท่านเสนาบดีหลี่เจิ้นเป็นผู้เสนอแผนการปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัย โดยมีการเปลี่ยนเส้นทางตรวจการณ์และช่วงเวลาเปลี่ยนเวร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพ่ะย่ะค่ะ"
ซูเฟยหรี่ตาลง การเปลี่ยนเวรยามที่ดูเหมือนจะเพิ่มประสิทธิภาพ กลับกลายเป็นช่องโหว่ที่คนร้ายใช้ในการหลบหนี เธอตรวจสอบเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี พบว่ามันพาดผ่านบริเวณที่มักจะไม่มีทหารองครักษ์เดินตรวจการณ์ในช่วงเวลานั้นพอดี เสมือนหนึ่งว่ามีใครบางคน "อำนวยความสะดวก" ให้
ยิ่งสืบสวนลึกลงไป ซูเฟยก็ยิ่งพบร่องรอยของเครือข่ายอำนาจที่แผ่ขยายออกไปในราชสำนัก เสนาบดีหลี่เจิ้นผู้เป็นหัวหอกในการคัดค้านนาง กลับมีบทบาทสำคัญในการแต่งตั้งโยกย้ายขุนนางจำนวนมากในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ขุนนางเหล่านั้นล้วนแล้วแต่เป็นคนสนิทหรือผู้ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเขา การรวบรวมอำนาจของเขาดำเนินไปอย่างเงียบเชียบและแนบเนียน จนแทบไม่มีใครสังเกตเห็น
นางได้ข้อมูลจากคนสนิทของเธอที่แฝงตัวอยู่ตามหน่วยงานต่าง ๆ ว่า เสนาบดีหลี่เจิ้นนั้นกำลังพยายามควบคุมเส้นทางการค้าสำคัญหลายสาย และเริ่มกุมอำนาจทางการเงินของแคว้น อีกทั้งยังส่งคนของตนเข้าไปประจำการในกองทัพบางส่วน แม้จะยังไม่เด่นชัด แต่แผนการที่ค่อย ๆ กัดกินอำนาจของฮ่องเต้ก็เริ่มปรากฏให้เห็นเป็นรูปธรรม
"การลอบปลงพระชนม์ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การกำจัดองค์ฮ่องเต้ แต่เป็นการเร่งรัดแผนการทั้งหมดของเสนาบดีหลี่เจิ้น" ซูเฟยสรุปในใจ เขาต้องการสร้างความปั่นป่วนเพื่อที่จะเข้ามาควบคุมสถานการณ์ทั้งหมด และขึ้นมาเป็นผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ
ในยามค่ำคืน ซูเฟยนั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงาน แผนที่ราชสำนักถูกกางออกบนโต๊ะ ขีดเส้นโยงใยความสัมพันธ์และตำแหน่งของขุนนางที่เกี่ยวข้อง เธอเห็นภาพของ "เงาอัคคี" ที่กำลังคืบคลานเข้ามายึดครองอำนาจแห่งต้าถัง หากปล่อยไว้ บ้านเมืองคงลุกเป็นไฟอย่างแน่นอน
จู่ ๆ เสียงกระแทกเบา ๆ ก็ดังมาจากหน้าต่าง เสียงนั้นแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน หากไม่ใช่ซูเฟยก็คงไม่มีใครได้ยิน นางเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเงาตะคุ่มที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วภายนอก นางหยิบดาบคู่ใจที่วางอยู่ข้างกายขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ
"ใคร!" ซูเฟยตะโกน เสียงเย็นชาไร้ความเกรงกลัว
ทันใดนั้นเอง บานหน้าต่างก็ถูกผลักออกอย่างรุนแรง ลมหนาวพัดโชยเข้ามาพร้อมกับเงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่ก้าวเข้ามาในห้อง ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความอำมหิต ในมือถือกระบี่เล่มหนึ่งที่สะท้อนแสงจันทร์วูบวาบ
"ท่านแม่ทัพช่างฉลาดเกินไปนัก" ชายผู้นั้นกล่าวเสียงเย็น "บางเรื่อง...ไม่รู้จะดีกว่า"
ซูเฟยรู้ในทันทีว่า นี่ไม่ใช่แค่การข่มขู่ แต่เป็นความพยายามที่จะปิดปากเธออย่างถาวร เธอจ้องมองไปยังชายผู้นั้น ก่อนจะกวาดสายตาไปที่กำไลหยกที่ข้อมือของเขา กำไลหยกแกะสลักลวดลายเมฆามังกร ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสำนักเสนาบดีหลี่เจิ้น!
"เจ้าเป็นคนของเสนาบดีหลี่เจิ้น!"
ชายผู้นั้นไม่ตอบ เพียงแต่ยิ้มเยาะอย่างชั่วร้าย ก่อนจะพุ่งกระบี่เข้ามาหาสูเฟยอย่างรวดเร็ว ซูเฟยพลิ้วตัวหลบคมกระบี่ได้อย่างหวุดหวิด ทว่าความเร็วของคนร้ายทำให้เธอยิ่งประจักษ์ว่านี่ไม่ใช่เพียงแค่การลอบสังหารธรรมดา แต่มันคือการประกาศสงครามที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
เธอรู้ตัวแล้วว่าเธอกำลังเผชิญหน้ากับอำนาจมืดที่ฝังรากลึกในราชสำนัก หากเธอไม่กำจัดเงาอัคคีนี้ มันจะต้องเผาผลาญแผ่นดินต้าถังจนมอดไหม้เป็นเถ้าถ่านอย่างแน่นอน...และตอนนี้ เธอเองก็ตกเป็นเป้าหมายอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้แล้ว

จอมทัพหงส์พิชิตมังกร
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก