รุ่งอรุณที่สองหลังจากการจลาจลครั้งใหญ่ได้สาดแสงสีทองอ่อนโยนลงมายังพระราชวังที่บัดนี้ฟื้นคืนจากความมืดมิดและเสียงกัมปนาทแห่งสงคราม แม้ร่องรอยของคมดาบและเขม่าดินปืนจะยังคงประทับอยู่ตามกำแพงหินและเสาแกะสลัก แต่ทว่าความสงบที่กลับคืนมานั้นหนักแน่นดุจหินผา ผู้คนในวังเริ่มกลับมาใช้ชีวิตประจำวันด้วยความหวาดระแวงระคนโล่งอก ทว่าภายใต้ผืนผ้าแห่งความสงบนั้น สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงได้พัดพาเข้าสู่ราชสำนักอย่างรวดเร็วและไม่อาจย้อนกลับได้
ท้องพระโรงใหญ่ที่เคยเต็มไปด้วยเลือดและควัน บัดนี้ถูกทำความสะอาดจนหมดจด แม้กลิ่นคาวเลือดจางๆ จะยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำ แต่การประดับประดาด้วยผ้าไหมสีทองและเครื่องหอมนานาชนิดก็ช่วยให้บรรยากาศกลับมาสู่ความสง่างามตามเดิม องค์ฮ่องเต้ประทับบนบัลลังก์ทองคำที่เคยถูกปกคลุมด้วยฝุ่นควันและเศษปูนคราวศึกสงคราม ทอดพระเนตรไปยังขุนนางน้อยใหญ่ที่มารวมตัวกันด้วยใบหน้าเคร่งขรึมและแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
หลิวซูเฟยยืนอยู่แถวหน้าสุดในหมู่ขุนนางทหาร ชุดเกราะสีเงินของนางถูกเปลี่ยนเป็นชุดผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มปักลายหงส์ทอง สง่างามและเด็ดเดี่ยว ใบหน้าของนางยังคงฉายแววเหนื่อยล้าจากการตรากตรำในสมรภูมิหลายวันติด ทว่าแววตาคมกริบของจอมทัพหงส์ยังคงเปี่ยมด้วยประกายไฟแห่งความมุ่งมั่นและความระแวดระวัง นางรู้สึกได้ถึงสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองมา ทั้งด้วยความชื่นชม ศรัทธา และแน่นอน...ความอิจฉาริษยา
องค์ฮ่องเต้ทรงกวาดพระเนตรไปทั่วท้องพระโรง ก่อนจะตรัสด้วยพระสุรเสียงที่หนักแน่นและกังวาน "เหล่าขุนนางผู้ภักดีทั้งหลาย การก่อกบฏของหลี่เจิ้นและพรรคพวก ได้ก่อให้เกิดความปั่นป่วนและสร้างความเสียหายแก่แผ่นดินอย่างมหาศาล ทว่าด้วยความกล้าหาญและความเสียสละของจอมทัพหลิวซูเฟยและเหล่าทหารหาญของเรา เราจึงสามารถพิทักษ์บัลลังก์และแผ่นดินไว้ได้!"
เสียงแซ่ซ้องสรรเสริญดังกึกก้องไปทั่วท้องพระโรง ขุนนางน้อยใหญ่ต่างค้อมกายแสดงความเคารพต่อวีรสตรีผู้กอบกู้แผ่นดิน หลิวซูเฟยค้อมศีรษะรับคำสรรเสริญอย่างถ่อมตน แต่ภายในใจกลับมิได้รู้สึกผ่อนคลายอย่างที่ควรจะเป็น ชัยชนะครั้งนี้ได้มาด้วยเลือดเนื้อและชีวิตของผู้คนมากมาย นางรู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของพายุลูกใหม่ที่กำลังจะพัดโหมกระหน่ำเข้ามา
"จอมทัพหลิวซูเฟย" องค์ฮ่องเต้ตรัสเรียกชื่อนางด้วยพระสุรเสียงที่อบอุ่นและเปี่ยมด้วยความชื่นชม "เจ้าได้แสดงให้ประจักษ์ถึงความภักดีและความสามารถอันน่าทึ่ง ไม่มีสตรีใดในแผ่นดินนี้จะเทียบเท่าเจ้าได้อีกแล้ว เพื่อเป็นการตอบแทนคุณงามความดีครั้งนี้ เราขอแต่งตั้งเจ้าเป็น 'จอมทัพพิทักษ์แผ่นดิน' มอบตราหงส์ทองอันศักดิ์สิทธิ์ให้เจ้ามีสิทธิ์ออกคำสั่งแก่ทัพหลวงได้โดยตรง และอนุญาตให้เจ้าเข้าเฝ้าเราได้ทุกเวลาโดยไม่ต้องรอรับพระราชานุญาต!"
คำประกาศขององค์ฮ่องเต้สร้างความฮือฮาไปทั่วท้องพระโรง ตำแหน่ง 'จอมทัพพิทักษ์แผ่นดิน' ถือเป็นตำแหน่งสูงสุดในฝ่ายทหาร ซึ่งแต่เดิมสงวนไว้สำหรับบุรุษผู้มีเชื้อสายราชวงศ์เท่านั้น การที่สตรีอย่างหลิวซูเฟยจะได้รับตำแหน่งนี้ นับเป็นการสร้างประวัติศาสตร์และสะท้านสะเทือนอำนาจของขุนนางฝ่ายทหารเก่าแก่ที่เคยดูแคลนนาง องครักษ์ผู้หนึ่งเชิญถาดทองคำบรรจุตราหงส์ทองที่แกะสลักอย่างวิจิตรบรรจงมามอบให้นาง แสงจากดวงอาทิตย์ยามเช้าสะท้อนกับเนื้อทองระยับ ทำให้หงส์ดูราวกับมีชีวิต หลิวซูเฟยรับตรานั้นมาด้วยความรู้สึกปะปน ทั้งยินดีในเกียรติยศที่ได้รับ และตระหนักถึงภาระอันหนักอึ้งที่มาพร้อมกับมัน
หลังจากพิธีการเสร็จสิ้น องค์ฮ่องเต้ทรงโปรดให้จัดงานเลี้ยงฉลองชัยชนะเป็นการภายใน เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดที่ปกคลุมราชสำนักมานานหลายวัน ทว่าหลิวซูเฟยกลับเลือกที่จะปลีกตัวออกมาจากงานเลี้ยง นางยังมีเรื่องที่ค้างคาใจอยู่หลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเบื้องหลังการก่อกบฏของหลี่เจิ้น
"ท่านแม่ทัพ ไม่คิดจะร่วมฉลองสักหน่อยหรือขอรับ" องครักษ์หนุ่มนามไป๋หง ผู้ซึ่งเป็นลูกศิษย์และคนสนิทของนางเดินตามมาด้วยความเป็นห่วง ใบหน้าของเขาประดับด้วยรอยยิ้มอย่างโล่งอก "ในที่สุดเราก็ผ่านพ้นมันมาได้แล้วขอรับ"
"ไป๋หง เจ้าคิดว่าหลี่เจิ้นเป็นคนประเภทไหนกัน" หลิวซูเฟยไม่ได้ตอบคำถาม แต่กลับย้อนถามด้วยน้ำเสียงที่ครุ่นคิด
ไป๋หงชะงักไปเล็กน้อย "ข้า... ข้าคิดว่าเขาเป็นคนบ้าระห่ำ บ้าอำนาจ และไม่เกรงกลัวฟ้าดินขอรับ"
"นั่นคือสิ่งที่คนส่วนใหญ่เห็น แต่เจ้าไม่รู้สึกแปลกใจบ้างหรือ" หลิวซูเฟยหันไปสบตาเขา "หลี่เจิ้นมีกำลังพลมากมายจริง แต่เขามิได้มีรากฐานมั่นคงในราชสำนักมากพอที่จะระดมกำลังได้ถึงเพียงนี้ อีกทั้งแผนการโจมตีวังหลวงก็ดูจะไร้ซึ่งกลยุทธ์ที่ลึกซึ้ง มีแต่การใช้กำลังบุกทะลวงเพียงอย่างเดียว ราวกับว่าเขาเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ถูกผลักออกมาข้างหน้าเท่านั้น"
ไป๋หงครุ่นคิดตามคำพูดของอาจารย์ "ท่านแม่ทัพหมายความว่า..."
"ข้าหมายความว่า มีบางอย่างอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้" หลิวซูเฟยกล่าวเสียงเรียบ "หลี่เจิ้นถูกจับเป็น หากเราเค้นความจริงจากเขาได้ อาจจะสาวไปถึงตัวบงการที่แท้จริง"
ในคุกใต้ดินอันมืดมิดและชื้นแฉะ หลี่เจิ้นถูกล่ามโซ่อย่างแน่นหนาด้วยสภาพที่สะบักสะบอม ใบหน้าของเขาบวมช้ำ ดวงตาแดงก่ำไปด้วยความโกรธแค้นและความสิ้นหวัง เมื่อเห็นหลิวซูเฟยก้าวเข้ามา แววตาของเขาก็ลุกวาวขึ้นมาด้วยความเกลียดชัง
"จอมทัพหงส์!" เขาคำรามเสียงแหบพร่า "เจ้ามีอะไรจะพูดอีก! มาฆ่าข้าเสียเถอะ!"
หลิวซูเฟยไม่ตอบ นางเพียงยืนมองเขาด้วยสีหน้าที่สงบนิ่ง "ข้าอยากรู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังเจ้า"
หลี่เจิ้นหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง "หึ! ใครกันที่จะอยู่เบื้องหลังข้า ข้าทำเพื่อตัวข้าเอง เพื่อโค่นล้มฮ่องเต้ผู้ไร้ความสามารถองค์นี้! เพื่อให้แผ่นดินได้พบกับผู้นำที่แท้จริง!"
"เจ้าไม่ได้เก่งกาจถึงขั้นคิดแผนการเช่นนี้ได้ด้วยตัวเอง" หลิวซูเฟยกล่าวเสียงเย็น "กองทัพของเจ้าบุกเข้ามาถึงวังหลวงราวกับมีคนเปิดทางให้ อาวุธและเสบียงที่เจ้ามีก็เกินกว่าที่คนอย่างเจ้าจะหามาได้ด้วยตัวเองทั้งหมด บอกมา ใครคือผู้ที่มอบอำนาจและทรัพยากรให้เจ้า?"
หลี่เจิ้นนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ใบหน้าของเขาปรากฏแววหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ยินคำพูดของหลิวซูเฟย "ข้า... ข้าไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น!"
"เจ้าโกหก" หลิวซูเฟยก้าวเข้าไปใกล้ "ข้าเห็นแววตาของเจ้า เจ้ากำลังกลัวใครบางคนมากกว่าความตายเสียอีก" นางหยุดชะงักเมื่อสังเกตเห็นรอยสักรูปตราประทับเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อของหลี่เจิ้น รอยสักนั้นเป็นรูปมังกรเลื้อยพันอัญมณีสีมรกต ซึ่งเป็นตราประจำตระกูล 'หลี่' แต่ไม่ใช่ตระกูลหลี่ที่เป็นเชื้อสายราชวงศ์ หากแต่เป็นตระกูลหลี่ทางใต้ที่มีอิทธิพลมืดอยู่เบื้องหลังการค้าผิดกฎหมาย!
"ตรานี้..." หลิวซูเฟยเริ่มสงสัย ตระกูลหลี่ทางใต้นั้นเป็นตระกูลพ่อค้าผู้มั่งคั่งและมีอำนาจมืด ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าติดต่อค้าขายกับแคว้นรอบนอก และถูกจับตาจากราชสำนักมานาน แต่ไม่เคยมีหลักฐานเชื่อมโยงอย่างชัดเจน หากหลี่เจิ้นเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ถูกตระกูลหลี่ทางใต้ใช้เพื่อสร้างความปั่นป่วนในราชสำนัก แล้วใครคือผู้ที่ควบคุมตระกูลหลี่ทางใต้ผู้นั้น?
หลี่เจิ้นเห็นสายตาของหลิวซูเฟยจ้องมองไปที่รอยสัก เขาก็รีบดึงแขนเสื้อลงมาปิดรอยสักนั้นอย่างรวดเร็ว สีหน้าของเขาซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด
"พูดมา! ตรานี้หมายถึงอะไร ใครคือผู้บงการเจ้า!" หลิวซูเฟยกดดัน
หลี่เจิ้นกัดฟันแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความขัดแย้งและความหวาดกลัว เขาลังเลอยู่นานราวกับกำลังต่อสู้กับบางสิ่งในใจ ก่อนที่ในที่สุดจะตัดสินใจเผยความลับออกมา
"ข้า... ข้ารู้เพียงว่าคำสั่งมาจาก 'เงามังกร'..." หลี่เจิ้นกระซิบเสียงแผ่วเบาราวกับกลัวว่ากำแพงจะได้ยิน "พวกเขาบอกว่าจะสนับสนุนข้าให้เป็นฮ่องเต้องค์ใหม่ และจะมอบอำนาจทุกสิ่งให้ ข้าไม่รู้ว่า 'เงามังกร' เป็นใคร ข้าติดต่อกับเขาผ่านคนกลางเท่านั้น และคนกลางผู้นั้นก็ถูกฆ่าตายไปแล้ว... พวกเขา... พวกเขาต้องการให้แผ่นดินนี้ล่มสลาย!"
คำว่า "เงามังกร" และ "ต้องการให้แผ่นดินนี้ล่มสลาย" สั่นสะเทือนจิตใจของหลิวซูเฟยอย่างรุนแรง นี่ไม่ใช่แค่การช่วงชิงอำนาจภายใน หากแต่เป็นแผนการที่มุ่งทำลายล้างอาณาจักรจากภายในสู่ภายนอก! ตระกูลหลี่ทางใต้มีสายสัมพันธ์กับแคว้นรอบนอก และหาก 'เงามังกร' ผู้นี้อยู่เบื้องหลังทั้งหมด นั่นหมายถึงภัยคุกคามที่ใหญ่หลวงกว่าที่นางเคยจินตนาการไว้มากนัก
หลิวซูเฟยเดินออกจากคุกใต้ดินด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง แสงจันทร์สาดส่องลงมายังลานหน้าตำหนักที่เงียบสงัด นางมองไปบนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว ทว่ากลับรู้สึกว่าราชสำนักแห่งนี้เต็มไปด้วยเงามืดที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง
เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะที่หลิวซูเฟยกำลังตรวจสอบเอกสารราชการที่เกี่ยวข้องกับตระกูลหลี่ทางใต้ในห้องทำงาน นางก็ได้รับจดหมายลับฉบับหนึ่ง จ่าหน้าซองด้วยตราประทับที่ไม่คุ้นตา เนื้อหาภายในจดหมายนั้นสั้นกระชับ ทว่ากลับทำให้เลือดในกายของนางเย็นยะเยือก
"จอมทัพหลิวซูเฟย ชัยชนะของเจ้าเป็นเพียงการทำให้แผนการของพวกเราก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้นเท่านั้น ตราหงส์ทองที่เจ้าได้รับ มิใช่เครื่องหมายแห่งเกียรติยศ หากแต่เป็นเครื่องหมายแห่งชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เตรียมตัวให้พร้อมรับการมาเยือนของ 'มังกรพิโรธ' ที่แท้จริง เพราะในไม่ช้า... แผ่นดินนี้จะลุกเป็นไฟอีกครั้ง และคราวนี้ เจ้าจะไร้ซึ่งผู้ใดให้พึ่งพิง"
จดหมายไม่มีชื่อผู้ส่ง ทว่าลายมือเขียนนั้นคมกริบและแฝงไปด้วยความเย้ยหยัน หลิวซูเฟยกำจดหมายแน่น ดวงตาคมกริบเหลือบไปมองตราหงส์ทองที่วางอยู่บนโต๊ะ นางรู้สึกราวกับถูกหลอกให้ติดกับดักอันซับซ้อน ชัยชนะของนางเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนการที่ยิ่งใหญ่กว่า และ 'มังกรพิโรธ' ที่แท้จริงกำลังจะปรากฏกาย
ในขณะที่ความคิดของนางกำลังสับสน ประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดออกอย่างกะทันหัน โดยองครักษ์ผู้หนึ่งที่เข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือดและท่าทางตื่นตระหนก
"ท่านแม่ทัพ! มีข่าวด่วนจากชายแดนทางเหนือพ่ะย่ะค่ะ!" องครักษ์รายงานเสียงสั่น "กองทัพของแคว้นหมานได้ระดมพลนับแสนนาย และกำลังเคลื่อนทัพเข้าสู่เขตแดนของเราแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
หลิวซูเฟยเบิกตากว้าง จดหมายในมือร่วงหล่นลงพื้น นี่คือสิ่งที่ 'เงามังกร' ต้องการ นี่คือ 'มังกรพิโรธ' ที่จดหมายกล่าวถึง และนี่คือเวลาที่อาณาจักรของนางอ่อนแอที่สุดหลังจากเพิ่งผ่านพ้นสงครามกลางเมือง หลิวซูเฟยรู้สึกราวกับถูกกระชากลงสู่ห้วงเหวแห่งความมืดมิด เบื้องหน้าของนางคือสงครามครั้งใหม่ที่ยิ่งใหญ่และโหดร้ายกว่าเดิมหลายเท่า... สงครามที่อาจหมายถึงการล่มสลายของแผ่นดินอย่างแท้จริง และนาง... จะรับมือกับมันได้อย่างไร ในเมื่อศัตรูไม่เพียงแต่มาจากภายนอก แต่ยังซ่อนเร้นอยู่ในเงามืดของราชสำนักเอง!

จอมทัพหงส์พิชิตมังกร
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก