จอมทัพหงส์พิชิตมังกร

ตอนที่ 21 —

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

34 ตอน · 1,398 คำ

หนึ่งเดือนเต็มหลังจากการจลาจลครั้งใหญ่ แสงอาทิตย์ยามอัสดงทาบทาลงบนผืนกระเบื้องหลังคาสีชาดของพระราชวังหลวง ย้อมอาคารเก่าแก่ให้เป็นสีทองแดงเข้ม ทว่าความงามสงบนั้นกลับมิอาจกลบเกลื่อนร่องรอยของบาดแผลที่ฝังลึกได้ ราชสำนักที่เคยคึกคักไปด้วยผู้คนยามนี้กลับกลายเป็นวังเวง เสียงฝีเท้าหนักอึ้งของทหารยามที่ลาดตระเวนสลับกับเสียงลมหวีดหวิวที่พัดผ่านโถงทางเดินอันเวิ้งว้าง ยิ่งตอกย้ำถึงความเงียบงันอันน่าพรั่นพรึงที่เข้าครอบงำ ราวกับม่านหมอกแห่งความหวาดระแวงและสงสัยได้ปกคลุมทุกตารางนิ้วของอาณาจักร

หลิวซูเฟยยืนอยู่เบื้องหน้าหน้าต่างบานใหญ่ในห้องทำงานส่วนตัวของนาง ‌ณ กรมบัญชาการทหาร สายตาจับจ้องไปยังเส้นขอบฟ้าที่ค่อย ๆ กลืนกินแสงตะวันไปช้า ๆ ใบหน้าของนางผ่ายผอมลงไปมาก ผิวพรรณที่เคยเปล่งปลั่งบัดนี้กลับซีดเซียว ​ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววมั่นคงดุจหินผา บัดนี้กลับทอประกายความเหนื่อยล้าที่ยากจะปกปิด ทว่าแววตาคู่นั้นยังคงเปี่ยมไปด้วยเพลิงแห่งความมุ่งมั่นที่ไม่มีวันมอดดับ ยิ่งนานวันไป ยิ่งรู้สึกว่าภาระบนบ่านางหนักอึ้งขึ้นทุกขณะ ความวุ่นวายภายในยังคงเป็นดั่งหนามยอกอก มิหนำซ้ำสัญญาณจากชายแดนทางเหนือยังส่งสัญญาณเตือนถึงภัยคุกคามที่ใหญ่หลวงกว่าเดิม

ตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา หลิวซูเฟยได้ทุ่มเททั้งกายและใจเพื่อฟื้นฟูความสงบภายในราชสำนัก ‍นางนำทัพเข้าปราบปรามกลุ่มผู้ก่อการที่ยังหลงเหลืออยู่อย่างเด็ดขาด กวาดล้างข้าราชการฉ้อฉลที่ฉวยโอกาสสร้างความวุ่นวาย และจัดระเบียบกองทัพที่อ่อนแอลงจากการจลาจล แสงเทียนในห้องทำงานของนางไม่เคยดับสนิท นางแทบจะไม่ได้หลับไม่ได้นอน กินเพียงน้อยนิด และพักผ่อนไม่เพียงพอ แต่ทุกครั้งที่ความเหนื่อยล้าคืบคลานเข้ามา ‌ภาพขององค์ฮ่องเต้ผู้เยาว์วัยที่ยังคงไร้เดียงสา และภาพของเหล่าทหารหาญผู้ภักดีที่สละชีพเพื่อแผ่นดิน ก็เป็นเหมือนเชื้อเพลิงที่จุดประกายให้นางลุกขึ้นสู้ต่อไป

อย่างไรก็ตาม การกวาดล้างผู้ก่อการกลับเป็นเพียงการขจัดเศษเสี้ยวของปัญหาเท่านั้น รากเหง้าของความชั่วร้ายยังคงฝังลึกอยู่ภายในราชสำนัก ความจริงที่นางค้นพบกลับยิ่งทำให้นางตระหนักว่า แผนการครั้งนี้มิได้เรียบง่ายอย่างที่คิด การจลาจลมิได้เป็นเพียงแค่ความพยายามแย่งชิงบัลลังก์ ‍แต่เป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่ซับซ้อนกว่านั้นมาก แผนการที่มุ่งทำลายความแข็งแกร่งของอาณาจักรจากภายใน เพื่อเปิดทางให้ศัตรูภายนอกเข้ามาช่วงชิง รายงานลับจากหน่วยข่าวกรองที่ส่งตรงถึงมือนาง ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงที่น่าตกใจระหว่างกลุ่มผู้ก่อการภายในกับชนเผ่าเร่ร่อนทางเหนือที่ชื่อว่า "ชนเผ่าเยี่ยน" ซึ่งเคยเป็นภัยคุกคามต่ออาณาจักรมาโดยตลอด รายงานเหล่านั้นระบุว่า ชนเผ่าเยี่ยนกำลังรวบรวมกำลังพลครั้งใหญ่บริเวณชายแดน ​เตรียมพร้อมสำหรับการรุกรานครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี การจลาจลครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นเพียงม่านบังตาที่เบี่ยงเบนความสนใจของราชสำนัก ออกจากการเตรียมการรุกรานที่แท้จริง

“ท่านแม่ทัพ” เสียงทุ้มนุ่มของนายพลหลี่ รองแม่ทัพคู่ใจของนาง เอ่ยขึ้นพลางเดินเข้ามาในห้องทำงาน ใบหน้าของนายพลหลี่ก็มีร่องรอยความเหนื่อยล้าไม่แพ้กัน แต่แววตาของเขายังคงเปี่ยมไปด้วยความภักดีและมุ่งมั่น “มีข่าวจากชายแดนขอรับ” หลิวซูเฟยหันกลับมา ​เผชิญหน้านายพลหลี่ แววตาของนางจริงจัง “ว่ามา” “หน่วยลาดตระเวนของเราพบการเคลื่อนไหวผิดปกติของกองกำลังชนเผ่าเยี่ยนทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของด่านซีเฟิง ขอรับ พวกมันได้เพิ่มจำนวนกองกำลังจากเดิมเป็นสามเท่าในช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และดูเหมือนกำลังสร้างฐานที่มั่นชั่วคราวใกล้กับแม่น้ำเฮยฉี” นายพลหลี่รายงานด้วยน้ำเสียงหนักแน่น พลางกางแผนที่ขนาดใหญ่ออกบนโต๊ะไม้จันทน์ หลิวซูเฟยก้าวเข้าไปใกล้แผนที่ ดวงตากวาดมองไปตามเส้นทางและจุดสำคัญต่าง ​ๆ “สามเท่าเชียวหรือ? และใกล้กับแม่น้ำเฮยฉี… นั่นหมายความว่าพวกมันกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการข้ามแม่น้ำเพื่อเข้าสู่แผ่นดินของเรา ใช่หรือไม่” “เป็นเช่นนั้นขอรับท่านแม่ทัพ” นายพลหลี่พยักหน้า “หากพวกมันยึดแม่น้ำเฮยฉีได้ การลำเลียงกำลังพลและเสบียงจะง่ายขึ้นมาก และจากจุดนั้น พวกมันก็สามารถรุกคืบเข้าสู่ใจกลางแผ่นดินได้อย่างรวดเร็ว” “สถานการณ์ที่ด่านซีเฟิงเป็นอย่างไรบ้าง” “แม่ทัพไป๋ยังคงรักษาการณ์อย่างแข็งขัน แต่จำนวนทหารของเรามีน้อยกว่าพวกเยี่ยนมาก หากพวกมันตัดสินใจบุกเต็มกำลัง ด่านซีเฟิงอาจต้านทานไว้ได้ไม่นานนัก” นายพลหลี่ตอบด้วยน้ำเสียงกังวล หลิวซูเฟยกัดริมฝีปากแน่น นางรู้ดีว่าด่านซีเฟิงเป็นปราการสำคัญ หากด่านนั้นแตก อาณาจักรจะตกอยู่ในอันตรายใหญ่หลวง “แล้วเรื่องที่ข้าให้สืบเกี่ยวกับความช่วยเหลือจากภายในเล่า มีความคืบหน้าหรือไม่” นายพลหลี่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ “มีเบาะแสใหม่ขอรับท่านแม่ทัพ หน่วยข่าวกรองของเราได้ intercept สารลับที่ถูกส่งมาจากภายในราชสำนักไปยังค่ายชนเผ่าเยี่ยน สารนั้นถูกเข้ารหัสอย่างซับซ้อน แต่เราถอดรหัสได้บางส่วนแล้ว” หลิวซูเฟยจ้องมองนายพลหลี่อย่างตั้งใจ แววตาของนางเต็มไปด้วยความคาดหวังและหวาดระแวงไปพร้อมกัน “ว่ามา” “สารนั้นระบุถึง ‘ช่วงเวลาที่เหมาะสม’ สำหรับการโจมตี และข้อมูลเกี่ยวกับจุดอ่อนของกองกำลังที่ด่านซีเฟิง รวมถึงการเคลื่อนไหวของเสบียงและกำลังเสริมที่ถูกส่งออกไป” “แล้วใครคือผู้ส่งสาร” หลิวซูเฟยถามเสียงเย็นชา น้ำเสียงที่เคยอ่อนล้าบัดนี้กลับแข็งกร้าวขึ้น นายพลหลี่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยชื่อออกมาด้วยน้ำเสียงที่ลดลง “จากการตรวจสอบร่องรอยการส่งสารและผู้ติดต่อ เราเชื่อว่า… ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการส่งสารนี้ มิใช่ใครอื่น นอกจาก… ราชครูจางหมิงขอรับ” คำพูดนั้นราวกับฟ้าผ่าลงกลางใจของหลิวซูเฟย ราชครูจางหมิง ผู้เป็นเสาหลักแห่งราชสำนัก ผู้ที่เคยสอนสั่งองค์ฮ่องเต้มาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นปราชญ์ผู้ซื่อสัตย์ภักดีมาโดยตลอด จะเป็นผู้ทรยศได้อย่างไร “เป็นไปไม่ได้! ราชครูจางหมิงเป็นผู้ภักดีมาตลอด เขาเป็นที่ปรึกษาคนสำคัญขององค์ฮ่องเต้” หลิวซูเฟยโต้แย้งทันที แม้ในใจจะเริ่มคล้อยตามกับหลักฐานที่ปรากฏ “เราเองก็ไม่อยากเชื่อเช่นกันขอรับท่านแม่ทัพ แต่หลักฐานที่พบนั้นชัดเจนเกินไป ร่องรอยการเงินที่ผิดปกติ การติดต่อลับกับพ่อค้าจากทางเหนือที่ต้องสงสัย และพยานที่เคยเห็นราชครูจางหมิงพบปะกับบุคคลนิรนามในยามวิกาล หลักฐานทั้งหมดล้วนชี้ไปที่เขาขอรับ” นายพลหลี่อธิบายพลางยื่นม้วนกระดาษหลายฉบับให้หลิวซูเฟย หลิวซูเฟยรับมาอ่าน รายละเอียดในรายงานนั้นชัดเจนและรัดกุมเกินกว่าที่จะโต้แย้งได้ หัวใจของนางเต้นระรัวด้วยความเจ็บปวดและโกรธแค้น ไม่คิดว่าการทรยศหักหลังจะร้ายกาจถึงเพียงนี้ “แล้วองค์ฮ่องเต้ทรงทราบเรื่องนี้หรือไม่” นางถาม “ยังไม่ทราบขอรับท่านแม่ทัพ ด้วยตำแหน่งของราชครูจางหมิง หากเราเปิดเผยเรื่องนี้ออกไปโดยไม่มีหลักฐานที่แน่นหนาพอ อาจทำให้ราชสำนักปั่นป่วนยิ่งกว่าเดิม และอาจถูกกล่าวหาว่าใส่ร้ายป้ายสีได้” หลิวซูเฟยหลับตาลง ภาพขององค์ฮ่องเต้ที่ยังคงเชื่อใจราชครูจางหมิงปรากฏขึ้นในความคิด หากนางเปิดโปงเรื่องนี้ตอนนี้ ราชครูจางหมิงย่อมปฏิเสธและอาจใช้เล่ห์เหลี่ยมพลิกสถานการณ์กลับมาทำลายนางได้ ราชสำนักที่กำลังเปราะบางอยู่แล้วอาจแตกเป็นเสี่ยง ๆ ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ชนเผ่าเยี่ยนต้องการ “เราต้องรวบรวมหลักฐานให้แน่นหนากว่านี้ และต้องทำอย่างลับ ๆ มิให้ราชครูจางหมิงรู้ตัว” หลิวซูเฟยสั่งเสียงเด็ดขาด “ในขณะเดียวกัน เราต้องเตรียมรับมือกับชนเผ่าเยี่ยนโดยด่วน” “แต่กำลังพลของเรามีจำกัด และการส่งกำลังเสริมไปด่านซีเฟิงต้องใช้เวลา มิหนำซ้ำเสบียงและอาวุธของเราก็ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่จากการจลาจลขอรับ” นายพลหลี่กล่าวด้วยความกังวล หลิวซูเฟยนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง สถานการณ์คับขันเกินกว่าที่นางจะรอความช่วยเหลือจากราชสำนักที่ยังคงระส่ำระสายได้ นางต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง “เราจะส่งหน่วยรบพิเศษเข้าแทรกซึมหลังแนวข้าศึก เพื่อก่อกวนเส้นทางลำเลียงเสบียงของพวกมัน และสร้างความปั่นป่วนให้มากที่สุด เพื่อถ่วงเวลาให้แม่ทัพไป๋ที่ด่านซีเฟิง” “แต่ภารกิจนั้นอันตรายมากขอรับท่านแม่ทัพ ยากที่จะมีใครรอดชีวิตกลับมาได้” นายพลหลี่ท้วง “ข้าจะนำทัพเอง” หลิวซูเฟยประกาศกร้าว แววตาของนางกลับมาคมกริบอีกครั้ง ราวกับเปลวเพลิงที่ลุกโชนขึ้นมาใหม่ “ในฐานะจอมทัพ ข้าจะไม่มีวันปล่อยให้แผ่นดินต้องตกอยู่ในอันตราย” นายพลหลี่มองหลิวซูเฟยด้วยความตกใจและชื่นชม เขาเข้าใจดีว่าการตัดสินใจครั้งนี้ของนางมีความหมายอย่างไร จอมทัพจะนำทัพเข้าสู่ภารกิจพลีชีพ เป็นการเดิมพันครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต ในยามนั้นเอง ทหารสื่อสารนายหนึ่งก็วิ่งเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “ท่านแม่ทัพ! มีข่าวเร่งด่วนจากหน่วยลาดตระเวนพิเศษขอรับ!” หลิวซูเฟยหันไปมองทหารนายนั้น หัวใจของนางเต้นระรัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ราวกับลางร้ายกำลังคืบคลานเข้ามา “ว่ามา!” “รายงานระบุว่า… ชนเผ่าเยี่ยนได้ส่งกองกำลังลับขนาดใหญ่เข้าแทรกซึมผ่านช่องเขาทางใต้ของด่านซีเฟิงเมื่อรุ่งสางที่ผ่านมาขอรับ จุดที่หน่วยลาดตระเวนของเราไม่คาดคิดว่าจะมีการโจมตี! พวกมันกำลังมุ่งหน้าตรงไปยัง… เมืองหลวง!” คำพูดสุดท้ายนั้นดังก้องอยู่ในโสตประสาทของหลิวซูเฟย ราวกับเสียงฟ้าร้องผ่าลงมากลางตัว นางยืนนิ่งราวกับถูกสาป ความเหนื่อยล้าทั้งหมดพลันมลายหายไป เหลือไว้เพียงความตื่นตระหนกและความรู้สึกผิดที่กัดกินใจ ชนเผ่าเยี่ยนมิได้แค่เตรียมบุกด่านซีเฟิง แต่ยังวางแผนซับซ้อนกว่านั้นมาก พวกมันรู้ว่าราชสำนักจะทุ่มกำลังไปที่ด่านหน้า จึงเลือกใช้เส้นทางลับเพื่อโจมตีจุดที่อ่อนแอที่สุด… เมืองหลวง! และใครกันที่ให้ข้อมูลช่องทางลับนี้ ใครกันที่รู้จุดอ่อนของราชอาณาจักรได้ดีถึงเพียงนี้… คำตอบชัดเจนดุจแสงอาทิตย์ยามเที่ยง… ราชครูจางหมิง! หลิวซูเฟยกำหมัดแน่น เล็บจิกลงบนฝ่ามือจนเจ็บชา นางเหลือบมองไปยังแผนที่ที่กางอยู่บนโต๊ะอีกครั้ง ภาพของเส้นทางลับจากช่องเขาทางใต้ที่มุ่งตรงสู่เมืองหลวงปรากฏขึ้นเด่นชัด นางถูกหลอก! อาณาจักรถูกหลอก! แผนการทั้งหมดคือการเบี่ยงเบนความสนใจ เพื่อโจมตีหัวใจของอาณาจักรโดยตรง! ดวงตาของหลิวซูเฟยเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง แต่ในชั่วพริบตา แววตาคู่นั้นก็กลับมาลุกโชนด้วยเพลิงแห่งความเด็ดเดี่ยว นางจะไม่มีวันยอมให้แผ่นดินต้องล่มสลาย แต่จะทำเช่นไร ในเมื่อกองทัพส่วนใหญ่ยังคงตรึงอยู่ที่ชายแดน และราชสำนักยังคงหลงกลอยู่ในอุบายของคนทรยศ… ทางเดียวคือนางต้องนำกำลังทหารที่เหลืออยู่ทั้งหมดเข้าปกป้องเมืองหลวงให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม “ระดมพล! เตรียมออกเดินทางทันที!” หลิวซูเฟยออกคำสั่งเสียงกึกก้อง แต่ก่อนที่นางจะก้าวออกไปจากห้อง ทหารสื่อสารคนเดิมก็เอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือยิ่งกว่าเดิม “ท่านแม่ทัพ… ทหารสื่อสารของเรา… ยังรายงานมาอีกว่า… หนึ่งในทัพหน้าของชนเผ่าเยี่ยนที่บุกมาทางช่องเขาทางใต้… มีแม่ทัพคนหนึ่งที่ดูเหมือน… อดีตแม่ทัพใหญ่หลี่คัง… ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏและหนีรอดไปได้หลังจากการจลาจลครั้งก่อนขอรับ!” คำประกาศนั้นราวกับมีดคมกริบที่กรีดแทงลงมากลางหัวใจของหลิวซูเฟย อดีตแม่ทัพใหญ่หลี่คัง ผู้ที่เคยเป็นอาจารย์ของนาง ผู้ที่สอนให้นางจับดาบ ผู้ที่นางเคยเคารพรักดุจบิดา… บัดนี้กลับมาในฐานะศัตรู พร้อมกับกองทัพที่กำลังมุ่งหน้ามาทำลายเมืองหลวง และความจริงที่ว่าหลี่คังก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนการร้ายครั้งนี้… มันไม่ใช่แค่การทรยศหักหลังในราชสำนัก แต่มันคือการทรยศหักหลังที่กัดกินถึงรากฐานของความเชื่อมั่นและความผูกพันทั้งหมดที่นางเคยมี! หลิวซูเฟยยืนอยู่กลางห้องทำงานที่บัดนี้ดูเหมือนจะแคบลงทุกที ลมหายใจของนางติดขัด แต่แววตาของนางกลับฉายแววอันตรายที่ยากจะบรรยาย เผชิญหน้ากับการตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตของจอมทัพหงส์ผู้เดียวดาย ท่ามกลางเพลิงสงครามที่กำลังจะปะทุขึ้น และเงาของคนทรยศที่แฝงกายอยู่ทุกหนแห่ง… นางจะต้านทานไหวหรือไม่ และหัวใจของนางจะยังคงเหลือเรี่ยวแรงที่จะต่อสู้กับความเจ็บปวดจากการทรยศหักหลังที่หนักหนาสาหัสเช่นนี้ได้อย่างไร…

หน้านิยาย
หน้านิยาย
จอมทัพหงส์พิชิตมังกร

จอมทัพหงส์พิชิตมังกร

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!