หลังจากพักฟื้นและรวบรวมกำลังใจอยู่หลายเดือนในหุบเขาเหมันต์ เฟิ่งหลินก็พร้อมที่จะกลับคืนสู่สนามรบอีกครั้ง บาดแผลทางกายหายสนิท แต่บาดแผลในใจยังคงฝากรอยร้าวลึก ความโกรธแค้นและความมุ่งมั่นที่จะทวงคืนความยุติธรรมเป็นแรงผลักดันให้นางก้าวเดินต่อไป
หลี่หยางได้รวบรวมทหารที่รอดชีวิตจากการรบที่ผาพยัคฆ์และหุบเขาเหมันต์ รวมถึงผู้ที่ยังคงจงรักภักดีต่อเฟิ่งหลินได้ประมาณห้าพันนาย พวกเขาหลบซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ที่ห่างไกลจากความวุ่นวายของราชสำนัก รอคอยคำสั่งจากแม่ทัพหญิงผู้เป็นที่รัก
“ท่านแม่ทัพ ตอนนี้เรามีกำลังพลไม่มากนัก การจะบุกเข้าเมืองหลวงโดยตรงเป็นเรื่องอันตรายเกินไปขอรับ” หลี่หยางกล่าวด้วยความกังวล
เฟิ่งหลินพยักหน้า “ข้ารู้ดี หลี่หยาง เราจะไม่บุกเข้าเมืองหลวงโดยตรง แต่เราจะเปิดโปงโฉมหน้าของพวกทรยศให้ปรากฏแก่สายตาประชาชนและองค์จักรพรรดิ”
นางและหลี่หยางได้วางแผนการอย่างรอบคอบ โดยได้รับความช่วยเหลือจากขันทีหลง ผู้ซึ่งยังคงเป็นหูเป็นตาอยู่ในวังหลวง ขันทีหลงได้ส่งข่าวสารและหลักฐานบางอย่างที่เสนาบดีหวางเทียนพยายามปกปิดมาให้เฟิ่งหลิน
“ขันทีหลงได้ส่งข้อมูลมาว่า เสนาบดีหวางเทียนกำลังวางแผนที่จะจัดพิธีเฉลิมฉลองชัยชนะในการปราบปรามกบฏที่ชายแดน และจะมีการประกาศแต่งตั้งขุนนางคนสนิทของตนเองให้ดำรงตำแหน่งสำคัญในราชสำนัก” หลี่หยางรายงาน
“นี่คือโอกาสของเรา!” เฟิ่งหลินกล่าว “ในพิธีเฉลิมฉลองย่อมมีขุนนางและประชาชนจำนวนมากเข้าร่วม เราจะใช้โอกาสนี้เปิดโปงความจริงทั้งหมด”
แผนการของเฟิ่งหลินคือการส่งสายลับแทรกซึมเข้าไปในเมืองหลวง เพื่อกระจายข่าวลือเกี่ยวกับความจริงเบื้องหลังการรบที่ผาพยัคฆ์และหุบเขาเหมันต์ รวมถึงการทรยศหักหลังของเสนาบดีหวางเทียน จากนั้นในวันพิธีเฉลิมฉลอง นางจะปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับหลักฐานที่ไม่อาจโต้แย้งได้ เพื่อเปิดโปงโฉมหน้าของอสรพิษในราชสำนัก
แต่การจะทำเช่นนั้นได้ นางจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากองค์ชายเหวินหลง รัชทายาทผู้ซึ่งถูกปลดจากตำแหน่งและถูกกักบริเวณอยู่ในตำหนัก
“เราต้องช่วยเหลือองค์ชายเหวินหลงออกมาให้ได้เสียก่อน” เฟิ่งหลินกล่าว “พระองค์คือผู้ที่จะให้การสนับสนุนเรา และเป็นผู้ที่จะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในคำพูดของเรา”
เฟิ่งหลินและหลี่หยางนำกำลังพลส่วนหนึ่งลอบเข้าสู่เมืองหลวงในยามค่ำคืน พวกเขาใช้เส้นทางลับที่เฟิ่งหลินเคยใช้ในการลาดตระเวนเมื่อครั้งยังเป็นแม่ทัพ การเคลื่อนไหวของพวกเขารวดเร็วและเงียบเชียบ
เมื่อมาถึงตำหนักที่ประทับขององค์ชายเหวินหลง เฟิ่งหลินก็พบว่ามีทหารรักษาการณ์จำนวนมากคอยเฝ้าอยู่ นางและหลี่หยางใช้ความสามารถในการลอบเร้น แทรกซึมเข้าไปในตำหนักได้อย่างไร้ร่องรอย
“ถวายบังคมองค์ชายเพคะ” เฟิ่งหลินถวายความเคารพต่อองค์ชายเหวินหลงผู้ซึ่งดูซูบผอมและอ่อนเพลียลงไปมาก แต่ดวงตาของพระองค์ยังคงฉายแววแห่งความมุ่งมั่น
“แม่ทัพเฟิ่งหลิน! เจ้ายังมีชีวิตอยู่หรือนี่!” องค์ชายเหวินหลงตรัสด้วยความตกใจและดีใจ
เฟิ่งหลินเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้องค์ชายเหวินหลงฟัง รวมถึงแผนการที่จะเปิดโปงเสนาบดีหวางเทียน
“ข้าจะร่วมมือกับเจ้า แม่ทัพเฟิ่งหลิน” องค์ชายเหวินหลงตรัสด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “ข้าจะไม่ยอมให้พวกมันทำลายอาณาจักรนี้ได้”
องค์ชายเหวินหลงได้มอบหลักฐานบางอย่างที่พระองค์รวบรวมไว้ให้แก่เฟิ่งหลิน รวมถึงเอกสารลับที่แสดงถึงการทุจริตและการสมคบคิดกับแคว้นเยี่ยนของเสนาบดีหวางเทียน หลักฐานเหล่านี้คือสิ่งที่เฟิ่งหลินต้องการเพื่อเปิดโปงโฉมหน้าของอสรพิษในราชสำนัก
“เราจะต้องนำหลักฐานเหล่านี้ไปมอบให้ฝ่าบาท และต้องทำให้ฝ่าบาททรงเชื่อในคำพูดของเรา” เฟิ่งหลินกล่าว
“แต่เสด็จพ่อทรงมีอาการประชวรหนัก และเสนาบดีหวางเทียนก็คอยกีดกันไม่ให้ใครเข้าเฝ้าพระองค์” องค์ชายเหวินหลงตรัสด้วยความกังวล
“เราจะหาทางเข้าไปเฝ้าฝ่าบาทให้ได้” เฟิ่งหลินกล่าวด้วยความมุ่งมั่น “และเราจะใช้โอกาสในวันพิธีเฉลิมฉลอง เพื่อเปิดโปงความจริงให้ประชาชนได้รับรู้”
ในวันพิธีเฉลิมฉลองชัยชนะของเสนาบดีหวางเทียน สนามหลวงของเมืองหลวงถูกตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาจากทุกสารทิศเพื่อร่วมชมพิธี ขุนนางน้อยใหญ่ต่างพากันยกย่องสรรเสริญเสนาบดีหวางเทียนราวกับเป็นวีรบุรุษ
เสนาบดีหวางเทียนปรากฏตัวขึ้นบนแท่นพิธีด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข เขาในชุดขุนนางชั้นสูงดูสง่างามและน่าเกรงขาม เขากำลังจะกล่าวปราศรัยเพื่อประกาศชัยชนะและแต่งตั้งขุนนางคนสนิท
แต่แล้ว ท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องยินดี เสียงก้องกังวานหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากฝูงชน “หยุดเดี๋ยวนี้!”
ทุกคนหันไปมอง เห็นร่างของสตรีผู้หนึ่งในชุดเกราะสีเงินที่เปื้อนคราบดินและเลือด นางยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางฝูงชน ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและดวงตาที่เปล่งประกายคมกล้า
“แม่ทัพเฟิ่งหลิน!” เสียงอุทานดังระงมไปทั่ว ผู้คนต่างตกใจและไม่เชื่อสายตาตัวเอง เพราะทุกคนคิดว่านางเสียชีวิตไปแล้ว
เสนาบดีหวางเทียนถึงกับหน้าถอดสีเมื่อเห็นเฟิ่งหลินปรากฏตัวขึ้น เขาพยายามจะควบคุมสถานการณ์ “เจ้า... เจ้ายังไม่ตายอย่างนั้นหรือ! เจ้าแม่ทัพกบฏ! เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร!”
“กบฏคือเจ้าต่างหาก เสนาบดีหวางเทียน!” เฟิ่งหลินประกาศก้อง เสียงของนางดังกังวานไปทั่วสนามหลวง “เจ้าผู้สมคบคิดกับศัตรู บ่อนทำลายแผ่นดิน และทรยศต่อองค์จักรพรรดิ!”
เฟิ่งหลินโยนหลักฐานที่องค์ชายเหวินหลงมอบให้แก่นางลงบนพื้น เอกสารลับและจดหมายโต้ตอบกับแคว้นเยี่ยนปลิวว่อนไปตามลม
“นี่คือหลักฐานที่แสดงถึงการทรยศหักหลังของเจ้า!” เฟิ่งหลินกล่าว “เจ้าให้ข้อมูลเส้นทางลับแก่แคว้นเยี่ยน เพื่อให้พวกมันบุกเข้าเมืองหลวงได้โดยง่าย เจ้าบ่อนทำลายกำลังพลของข้า และเจ้ายังพยายามกำจัดองค์ชายเหวินหลง!”
เหล่าขุนนางและประชาชนต่างพากันหยิบหลักฐานเหล่านั้นขึ้นมาอ่าน ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความตกใจและโกรธแค้น
เสนาบดีหวางเทียนพยายามจะปฏิเสธ “นี่เป็นเรื่องเหลวไหล! เป็นการใส่ร้ายป้ายสี! เจ้าแม่ทัพกบฏ! เจ้าคิดจะก่อกบฏอย่างนั้นหรือ!”
แต่แล้ว เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง “เสนาบดีหวางเทียน! เจ้าไม่มีทางปฏิเสธได้อีกแล้ว!”
องค์ชายเหวินหลงปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับหลี่หยางและทหารผู้จงรักภักดีอีกจำนวนหนึ่ง พระองค์ทรงมีใบหน้าเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว
“เสด็จพ่อทรงทราบเรื่องทั้งหมดแล้ว!” องค์ชายเหวินหลงประกาศก้อง “เสด็จพ่อทรงมีพระราชโองการให้จับกุมเสนาบดีหวางเทียนและพรรคพวกฐานกบฏ!”
เสนาบดีหวางเทียนถึงกับเข่าทรุดเมื่อได้ยินคำพูดขององค์ชายเหวินหลง ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับศพ เขามองไปยังเฟิ่งหลินด้วยแววตาอาฆาตแค้น
“เป็นไปไม่ได้! ฝ่าบาทจะทรงทราบได้อย่างไร!” เสนาบดีหวางเทียนคำราม
“ขันทีหลงได้นำหลักฐานทั้งหมดไปมอบให้ฝ่าบาทแล้ว” เฟิ่งหลินกล่าวเสียงเย็น “ความจริงย่อมไม่มีวันถูกปิดบังได้ตลอดไป!”
ทหารองครักษ์ขององค์ชายเหวินหลงพุ่งเข้าจับกุมเสนาบดีหวางเทียนและพรรคพวกอย่างรวดเร็ว เสียงโห่ร้องของประชาชนดังกระหึ่มไปทั่วสนามหลวง คราวนี้ไม่ใช่เสียงแห่งการสรรเสริญ แต่เป็นเสียงแห่งความโกรธแค้นและความยุติธรรม
เฟิ่งหลินมองไปยังเสนาบดีหวางเทียนที่ถูกคุมตัวไป ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความรู้สึกผสมปนเปกัน ทั้งความโล่งใจ ความเจ็บปวด และความมุ่งมั่น
“อสรพิษในราชสำนัก... ในที่สุดเจ้าก็ถูกเปิดโปงแล้ว” นางพึมพำกับตัวเอง
การเปิดโปงโฉมหน้าของเสนาบดีหวางเทียนในครั้งนี้ แม้จะเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ แต่เฟิ่งหลินก็รู้ดีว่ามันเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายที่แท้จริง อาณาจักรยังคงต้องเผชิญหน้ากับศัตรูภายนอกอย่างแคว้นเยี่ยน และการฟื้นฟูราชสำนักที่เน่าเฟะให้กลับคืนสู่ความสงบสุขก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
แต่เฟิ่งหลินก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน แม่ทัพหงส์ผู้กล้าหาญได้กลับมาแล้ว และนางจะปกป้องแผ่นดินนี้ให้ถึงที่สุด ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม

จอมทัพหงส์พิชิตมังกร
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก